ตัวอย่างโครงการ

แปดโครงการที่ข้อมูลชี้ว่าจำเป็น สำหรับแผนปฏิบัติการ ปีงบประมาณ 2570

ทุกโครงการในหน้านี้ไล่ย้อนกลับไปหาข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เพื่อใช้เป็นตัวตั้งในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาโครงการให้ตรงกับความต้องการจำเป็นของพื้นที่

แผนปัจจุบัน พ.ศ. 2566–2570 โครงการในหน้านี้จัดทำสำหรับแผนปฏิบัติการปีงบประมาณ 2570 จึงใช้เลขประเด็นของแผนพัฒนาการศึกษาฉบับที่ใช้บังคับอยู่ ไม่ใช่ร่าง พ.ศ. 2571–2575 ดูตารางเทียบกรอบที่ สองกรอบประเด็นยุทธศาสตร์

สิ่งที่หน้านี้ไม่เป็น ไม่ใช่โครงการที่ผ่านการเห็นชอบของหน่วยงานใด · ตัวเลขงบประมาณทุกรายการเป็นการประมาณการของผู้จัดทำ ต้องแทนที่ด้วยการประมาณการต้นทุนจริงรายกิจกรรมก่อนบรรจุในแผน · และไม่ใช่รายการที่ครบถ้วน เพราะยังมีความจำเป็นอื่นที่ผู้ปฏิบัติในพื้นที่รู้ดีกว่า

วิธีใช้ที่เหมาะสม ใช้เป็นตัวตั้งในการอภิปราย โดยถามสามคำถามกับแต่ละโครงการ คือ ปัญหานี้มีจริงในพื้นที่ของเราหรือไม่ · ใครควรเป็นเจ้าภาพจริง · และเราทำได้ด้วยทรัพยากรที่มีหรือไม่

ภาพรวมแปดโครงการ

#ชื่อโครงการประเด็นของแผนปัจจุบันงบประมาณ (บาท)ความเร่งด่วน
1บัญชีข้อมูลการศึกษาระดับจังหวัดข้อ 3 บริหารบูรณาการ150,000 – 250,000สูงมากที่สุด
2ระบบส่งต่อข้อมูลผู้เรียนข้ามสถานศึกษาและข้ามจังหวัดข้อ 1 โอกาสการเข้าถึง400,000 – 600,000สูงมากที่สุด
3สำรวจสถานะเยาวชนอายุ 15–17 ปีที่ไม่อยู่ในระบบข้อ 1 และข้อ 4 ทักษะอาชีพ300,000 – 500,000สูงมาก
4รายงานความต้องการกำลังคนจังหวัด เผยแพร่รายไตรมาสข้อ 4 ทักษะอาชีพ120,000 – 200,000สูงมาก
5ปฏิบัติการอ่านออกเขียนได้ มุ่งเป้าตามกลุ่มอำเภอข้อ 2 คุณภาพการเรียนรู้500,000 – 800,000สูง
6แผนรองรับผู้เรียนภาคเอกชนใน 9 อำเภอข้อ 3 บริหารบูรณาการใช้งบที่มีอยู่แล้วสูง
7เตรียมความพร้อมเด็กปฐมวัยร่วมกับท้องถิ่นข้อ 2 คุณภาพการเรียนรู้200,000 – 350,000สูง
8ความต่อเนื่องของการเรียนรู้ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยข้อ 5 ความปลอดภัย150,000 – 300,000ปานกลาง
รวม1,820,000 – 3,000,000

ข้อสังเกตเรื่องวงเงิน งบประมาณโครงการตามประเด็นยุทธศาสตร์ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดในปีงบประมาณ 2569 อยู่ที่ 3,670,899 บาท ชุดโครงการนี้จึงอยู่ในวิสัยที่เป็นไปได้ แต่ต้องแลกด้วยการลดหรือรวมโครงการเดิมบางรายการ ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ต้องทำในที่ประชุม

สังเกตว่าสามโครงการแรกซึ่งเร่งด่วนที่สุด รวมกันใช้งบไม่ถึงหนึ่งล้านบาท เพราะเป็นโครงการด้านข้อมูลและกลไก ไม่ใช่โครงการจัดกิจกรรม

รายละเอียดรายโครงการ

โครงการที่ 1 · บัญชีข้อมูลการศึกษาระดับจังหวัด

แผนปัจจุบัน ข้อ 3 บริหารบูรณาการ · ภารกิจประเภทที่ 1 และ 2 · งบประมาณ 150,000 – 250,000 บาท ประมาณการ · ความเร่งด่วน สูงมากที่สุด

ปัญหาที่แก้จังหวัดมีข้อมูลการศึกษาอยู่แล้วเกือบครบ แต่กระจายอยู่ในหน่วยงานต่าง ๆ และไม่ถูกรวบรวมมาที่เดียวกัน ทำให้ตัวชี้วัดของแผนไม่มีค่าฐาน
หลักฐาน จริงข้อมูล 8 ชุดที่มีอยู่แล้วแต่ไม่อยู่ในแผน ได้แก่ การศึกษารายอำเภอ 16 อำเภอ · อนุกรมนักเรียน 5 ปี · การออกกลางคัน 10 ปี · สาเหตุการออกกลางคันรายอำเภอ · ประชากรรายอายุ · ดัชนีความก้าวหน้าของคน · ตำแหน่งงานว่างจำแนกวุฒิ · ผลการทดสอบ O-NET 5 ปี
สาเหตุรากไม่มีกลไกและไม่มีผู้รับผิดชอบในการรวบรวม อีกทั้งแต่ละหน่วยงานไม่ทราบว่าหน่วยงานอื่นมีข้อมูลอะไร
กิจกรรมหลักออกแบบแบบฟอร์มบัญชีข้อมูล 5 ช่อง คือ ชื่อชุดข้อมูล ระดับความละเอียด จำนวนปีย้อนหลัง รอบการจัดเก็บ และวันที่ส่งได้ · ให้ทุกหน่วยงานกรอกในที่ประชุม · รวบรวมเป็นบัญชีระดับจังหวัด · ระบุช่องว่างที่ยังไม่มีผู้ถือครอง · จัดทำข้อตกลงรอบการส่งข้อมูลประจำปี
เจ้าภาพหลักสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด กลุ่มนโยบายและแผน
ตัวชี้วัดผลผลิตมีบัญชีข้อมูลการศึกษาระดับจังหวัดฉบับแรก ภายในไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ 2570
ตัวชี้วัดผลลัพธ์สัดส่วนตัวชี้วัดในแผนที่มีค่าฐานจริงรองรับ · ค่าฐาน รอข้อมูล · เป้าหมายไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
ความเสี่ยงหน่วยงานส่งข้อมูลไม่ครบหรือไม่ตรงเวลา มาตรการลดความเสี่ยงคือให้กรอกในที่ประชุมทันที ไม่ใช่ส่งหนังสือขอแล้วรอ

เหตุใดโครงการนี้จึงเร่งด่วนที่สุด เพราะเป็นเงื่อนไขของโครงการอื่นเกือบทั้งหมด และเป็นสิ่งที่กำหนดว่าแผนรอบใหม่ พ.ศ. 2571–2575 จะมีค่าฐานตัวชี้วัดหรือไม่ หากทำได้เพียงโครงการเดียวในปี 2570 ควรเป็นโครงการนี้

โครงการที่ 2 · ระบบส่งต่อข้อมูลผู้เรียนข้ามสถานศึกษาและข้ามจังหวัด

แผนปัจจุบัน ข้อ 1 โอกาสการเข้าถึง · ภารกิจประเภทที่ 1 และ 3 · งบประมาณ 400,000 – 600,000 บาท ประมาณการ · ความเร่งด่วน สูงมากที่สุด

ปัญหาที่แก้เด็กที่ครอบครัวย้ายที่อยู่ตามงาน หลุดจากระบบระหว่างการย้าย เพราะโรงเรียนปลายทางไม่รู้ว่ามีเด็กกำลังจะมา และโรงเรียนต้นทางไม่รู้ว่าเด็กไปถึงหรือไม่
หลักฐาน จริงสาเหตุการออกกลางคัน 110 คน ปีการศึกษา 2567 แยกเป็น อพยพตามครอบครัว 77 คน คือร้อยละ 70.0 ขณะที่ ฐานะยากจนเพียง 2 คน คือร้อยละ 1.8 · รายอำเภอสูงสุดที่พระนครศรีอยุธยา 22 คน บางปะอิน 11 คน วังน้อย 10 คน ซึ่งเป็นเขตเมืองและเขตอุตสาหกรรมทั้งสามอำเภอ
สาเหตุรากไม่มีระบบข้อมูลติดตามผู้เรียนรายบุคคลที่ใช้ร่วมกันข้ามสังกัดและข้ามพื้นที่
กิจกรรมหลักจัดทำแนวปฏิบัติการส่งต่อข้อมูลเมื่อมีการย้าย · มอบหมายผู้ประสานงานระดับอำเภอ โดยเริ่มที่สามอำเภอเป้าหมาย · จัดทำระบบติดตามสถานะผู้เรียนที่แจ้งย้ายว่าเข้าเรียนที่ใหม่แล้วหรือยัง · ประสานกับจังหวัดปลายทางที่พบการย้ายบ่อย · รายงานรายภาคเรียนต่อ กศจ.
เจ้าภาพหลักสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด กลุ่มพัฒนาการศึกษา ร่วมกับ สพป. สองเขต และ สพม.
ตัวชี้วัดผลลัพธ์จำนวนผู้เรียนที่ออกกลางคันด้วยสาเหตุอพยพตามครอบครัว · ค่าฐาน 77 คน ปีการศึกษา 2567 จริง · เป้าหมายลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 30
ความเสี่ยง ต้องวินิจฉัยการแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้เรียนรายบุคคลระหว่างสังกัด มีประเด็นตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ต้องให้ฝ่ายกฎหมายวินิจฉัยก่อนเริ่มดำเนินการ

ข้อควรระวังในการอภิปราย ข้อมูลบอกว่าความยากจนเป็นสาเหตุเพียงร้อยละ 1.8 แต่ไม่ได้แปลว่าความยากจนไม่ใช่ปัญหา อาจหมายความว่ามาตรการช่วยเหลือด้านการเงินที่มีอยู่ทำงานได้ผลแล้ว จึงไม่ควรตัดมาตรการเดิมทิ้ง แต่ควรเพิ่มมาตรการใหม่ที่ตรงกับสาเหตุอันดับหนึ่ง

โครงการที่ 3 · สำรวจสถานะเยาวชนอายุ 15–17 ปี ที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษา

แผนปัจจุบัน ข้อ 1 และข้อ 4 ทักษะอาชีพ · ภารกิจประเภทที่ 3 · งบประมาณ 300,000 – 500,000 บาท ประมาณการ · ความเร่งด่วน สูงมาก

ปัญหาที่แก้เยาวชนอายุ 15–17 ปีจำนวนมากไม่อยู่ในระบบการศึกษา และไม่ปรากฏในระบบจัดหางานด้วย จึงไม่มีหน่วยงานใดทราบว่าคนกลุ่มนี้อยู่ที่ใดและทำอะไร
หลักฐาน จริงอัตราการเข้าเรียนมัธยมปลายและเทียบเท่าอยู่ที่ร้อยละ 51.17 ตามแผน ศธจ. หรือร้อยละ 76.39 ตามแผนพัฒนาจังหวัด ซึ่งขัดแย้งกัน 25 จุด ทำให้ประมาณจำนวนผู้ไม่อยู่ในระบบได้ในช่วง 6,600 ถึง 13,700 คน · และช่วงอายุ 15–17 ปีมีตำแหน่งงานว่าง 0 อัตรา ผู้สมัคร 0 คน บรรจุงาน 0 คน ตลอดปี 2568 และไตรมาส 2 ปี 2569
สาเหตุรากไม่มีหน่วยงานใดถือข้อมูลสถานะปัจจุบันของเยาวชนกลุ่มนี้ จึงยังออกแบบมาตรการที่ถูกต้องไม่ได้
กิจกรรมหลักหาข้อยุติเรื่องนิยามและตัวส่วนของอัตราการเข้าเรียน · สำรวจตัวอย่างในสามกลุ่มอำเภอที่มีลักษณะต่างกัน คือเขตเมือง เขตอุตสาหกรรม และเขตเกษตร · วิเคราะห์ว่าอยู่ในสามสถานะใด คือทำงานนอกระบบ เรียนหรือทำงานนอกจังหวัด หรือไม่ได้ทำอะไร · จัดทำข้อเสนอเส้นทางการเรียนรู้ที่ตรงกับแต่ละสถานะ
เจ้าภาพหลักสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ร่วมกับ สกร.จังหวัด สำนักงานแรงงานจังหวัด และ พมจ.
ตัวชี้วัดผลลัพธ์ร้อยละประชากรอายุ 15–17 ปีที่เข้าเรียนมัธยมปลายและเทียบเท่า · ค่าฐาน ต้องวินิจฉัย เพราะขัดแย้งกัน 25 จุด

เหตุผลที่ต้องสำรวจก่อนออกแบบมาตรการ คำอธิบายสามทางให้ผลต่อยุทธศาสตร์ต่างกันมาก หากเยาวชนกลุ่มนี้ทำงานนอกระบบอยู่จริง มาตรการที่ต้องใช้คือการศึกษาที่ยืดหยุ่นควบคู่การทำงาน แต่หากไปเรียนนอกจังหวัด ปัญหาจะเล็กกว่าที่ประมาณไว้มาก การเดาผิดหมายถึงการลงทุนผิดที่ตลอดห้าปี

โครงการที่ 4 · รายงานความต้องการกำลังคนจังหวัด เผยแพร่รายไตรมาส

แผนปัจจุบัน ข้อ 4 ทักษะอาชีพ · ภารกิจประเภทที่ 2 และ 3 · งบประมาณ 120,000 – 200,000 บาท ประมาณการ · ความเร่งด่วน สูงมาก

ปัญหาที่แก้สถานศึกษาวางแผนหลักสูตรและการรับผู้เรียนโดยไม่มีข้อมูลว่าสถานประกอบการในจังหวัดต้องการวุฒิใดและอาชีพใด
หลักฐาน จริงปี 2568 ตำแหน่งงานว่างสายอาชีวศึกษา 5,327 อัตรา ผู้สมัคร 2,567 คน คือ 2.08 ตำแหน่งต่อผู้สมัคร 1 คน ขณะที่สายมัธยมสามัญคือ 0.94 · ทั้งจังหวัดมี 5,894 ตำแหน่งที่หาคนไม่ได้ · ความต้องการกระจุกที่อาชีพขั้นพื้นฐานร้อยละ 52.5 และช่างเทคนิคร้อยละ 34.0 โดยช่างเทคนิคมีอัตราการบรรจุสูงสุดร้อยละ 74.1
สาเหตุรากข้อมูลมีอยู่แล้ว สำนักงานแรงงานจังหวัดจัดทำรายงานทุกไตรมาส แต่ไม่ถูกแปลเป็นรูปแบบที่สถานศึกษาใช้วางแผนได้ และไม่ถูกส่งถึงสถานศึกษาตามรอบที่คาดหมายได้
กิจกรรมหลักตกลงรูปแบบและรอบการส่งข้อมูลกับแรงงานจังหวัดและจัดหางานจังหวัด · แปลเป็นรายงานสั้นที่สถานศึกษาอ่านได้ใน 10 นาที · เผยแพร่ภายใน 30 วันหลังสิ้นไตรมาส · จัดเวทีหารือกับสภาอุตสาหกรรมและหอการค้าปีละ 1 ครั้ง · สอบถามความผิดปกติของข้อมูลวุฒิอนุปริญญาที่มีตำแหน่งว่าง 1,113 อัตราแต่ผู้สมัคร 44 คน
เจ้าภาพหลักสำนักงานแรงงานจังหวัด ร่วมกับสำนักงานจัดหางานจังหวัด โดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้ประสานและผู้นำผลสู่สถานศึกษา
ตัวชี้วัดผลลัพธ์อัตราส่วนตำแหน่งงานว่างต่อผู้สมัครสายอาชีวศึกษา · ค่าฐาน 2.08 ปี 2568 จริง · เป้าหมายลดลงเข้าใกล้ 1.00
ข้อจำกัดข้อมูลครอบคลุมเฉพาะตำแหน่งงานที่แจ้งผ่านสำนักงานจัดหางาน จึงไม่ครอบคลุมภาคท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เห็นได้จากภาคโรงแรมและภัตตาคารที่มีตำแหน่งงานว่างเพียง 3 อัตราในไตรมาสเดียว

เป็นโครงการที่ใช้งบน้อยที่สุดเทียบกับผลที่ได้ เพราะไม่ต้องสร้างระบบใหม่ เป็นการแปลและส่งต่อข้อมูลที่มีอยู่แล้ว

โครงการที่ 5 · ปฏิบัติการอ่านออกเขียนได้ มุ่งเป้าตามกลุ่มอำเภอ

แผนปัจจุบัน ข้อ 2 คุณภาพการเรียนรู้ · ภารกิจประเภทที่ 1 และ 2 · งบประมาณ 500,000 – 800,000 บาท ประมาณการ · ความเร่งด่วน สูง

ปัญหาที่แก้ผลสัมฤทธิ์ของจังหวัดถดถอยเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น และความเหลื่อมล้ำระหว่างอำเภอกว้างมาก แต่มาตรการที่ใช้อยู่เป็นมาตรการเดียวกันทั้งจังหวัด
หลักฐาน จริงคะแนนเฉลี่ย O-NET มัธยมปลายของจังหวัด 28.84 และ ตกจากอันดับ 36 เป็น 57 ของประเทศในหนึ่งปี · คะแนนภาษาอังกฤษ ป.6 ของ สพป. เขต 1 ลดจาก 40.59 เหลือ 32.68 คือร้อยละ 19.5 ในห้าปี ขณะที่ค่าเฉลี่ยรวมแทบไม่เปลี่ยน · อัตราส่วนนักเรียนต่อห้องเรียนรายอำเภอ 11 ต่อ 1 ถึง 28 ต่อ 1 ต่างกัน 2.5 เท่า
สาเหตุรากโรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมากไม่มีครูครบทุกสาระวิชา ประกอบกับไม่มีเครื่องมือคัดกรองที่ทุกสังกัดใช้ร่วมกัน จึงไม่ทราบว่าเด็กคนใดต้องช่วยเหลือจนสายเกินไป
กิจกรรมหลักคัดกรองการอ่าน ป.1–ป.3 ทุกสังกัดด้วยเครื่องมือเดียวกันปีละ 2 ครั้ง · จัดกลุ่มโรงเรียนที่มีผลต่ำกว่าเกณฑ์เป็นพื้นที่มุ่งเป้า · นิเทศเฉพาะกิจไม่น้อยกว่า 4 ครั้งต่อโรงเรียนต่อปี · จัดชุดมาตรการแยกตามกลุ่มอำเภอ โดยกลุ่มอำเภอขนาดเล็กเน้นการใช้ครูร่วม ส่วนเขตเมืองเน้นการดูแลเด็กที่ย้ายเข้าระหว่างปี
กลุ่มเป้าหมายนักเรียน ป.1–ป.3 ทุกสังกัด รวมสถานศึกษาเอกชน โดยใช้เกณฑ์เดียวกับสถานศึกษารัฐ ไม่แยกเกณฑ์
ตัวชี้วัดผลลัพธ์ช่องว่างผลการคัดกรองระหว่างกลุ่มอำเภอสูงสุดกับต่ำสุด · ค่าฐาน รอข้อมูล จะทราบหลังการคัดกรองรอบแรก
ข้อควรระวังอัตราส่วนนักเรียนต่อครูที่ต่ำไม่ได้แปลว่าคุณภาพดี อำเภอมหาราชมีนักเรียน 9 คนต่อครู 1 คน ซึ่งในโรงเรียนขนาดเล็กมักหมายถึงครูไม่ครบทุกสาระวิชา จึงต้องไม่ตีความว่าอำเภอนี้ไม่ต้องการความช่วยเหลือ

โครงการที่ 6 · แผนรองรับผู้เรียนภาคเอกชนใน 9 อำเภอ

แผนปัจจุบัน ข้อ 3 บริหารบูรณาการ เชื่อมกับข้อ 1 · ภารกิจประเภทที่ 1, 2 และ 4 · งบประมาณ ใช้งบที่มีอยู่แล้ว ประมาณการ · ความเร่งด่วน สูง

ปัญหาที่แก้หากสถานศึกษาเอกชนแห่งใดเลิกกิจการโดยแจ้งล่วงหน้าระยะสั้น ผู้เรียนต้องย้ายกลางปีการศึกษา ซึ่งเป็นจุดที่เด็กหลุดจากระบบ และสถานศึกษาของรัฐในพื้นที่ต้องรับภาระโดยไม่ได้วางแผน
หลักฐาน จริงผู้เรียนภาคเอกชนลดร้อยละ 8.1 ในหนึ่งปี ขณะที่ทั้งจังหวัดลดร้อยละ 3.9 คือ หดตัวเร็วกว่าค่าเฉลี่ยสองเท่า · ขนาดเฉลี่ย 616 คนต่อแห่ง เทียบค่าเฉลี่ยจังหวัด 201 คน · ผู้เรียนเอกชนร้อยละ 64.2 อยู่ในสองอำเภอ และมี 7 อำเภอที่ไม่มีโรงเรียนเอกชนเลย
กิจกรรมหลักรวบรวมแนวโน้มผู้เรียนรายสถานศึกษาย้อนหลัง 5 ปี จากข้อมูลในงานประจำ ไม่เก็บข้อมูลชุดใหม่ · จัดทำบัญชีการวางแผนรองรับ เฉพาะ 9 อำเภอที่มีสถานศึกษาเอกชน โดยจัดลำดับตามอัตราส่วนผู้เรียนต่อจำนวนสถานศึกษาในอำเภอ · จัดทำแนวปฏิบัติคุ้มครองผู้เรียน เสนอ ปส.กช. และ กศจ. · ประสาน สพป. และ สพม. เตรียมความจุรองรับระดับตำบล
เจ้าภาพหลักสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด กลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชน ซึ่งมีบุคลากร 4 คน
งบประมาณไม่ขอตั้งงบใหม่ ใช้งบประชุม ปส.กช. 19,000 บาทต่อปี และงบพัฒนาผู้บริหารครูและบุคลากร 60,000 บาทต่อปี ที่ สช. จัดสรรอยู่แล้ว จริง
การรักษาความลับ ต้องวินิจฉัยบัญชีการวางแผนรองรับเป็นเอกสารภายใน รายงานต่อ กศจ. เฉพาะข้อมูลรวมเชิงสถิติ ไม่ระบุรายชื่อสถานศึกษา ชั้นความลับต้องให้ฝ่ายกฎหมายกำหนด

กรอบเหตุผลที่ต้องใช้ในการอภิปราย โครงการนี้ไม่ใช่การเอื้อประโยชน์ผู้ประกอบการ แต่เป็นการคุ้มครองผู้เรียนและป้องกันความเสี่ยงของระบบทั้งจังหวัด เพราะภาระจะตกกับโรงเรียนของรัฐในพื้นที่เดียวกัน และใช้เกณฑ์คุณภาพชุดเดียวกับสถานศึกษารัฐ

โครงการที่ 7 · เตรียมความพร้อมเด็กปฐมวัยร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

แผนปัจจุบัน ข้อ 2 คุณภาพการเรียนรู้ · ภารกิจประเภทที่ 3 เท่านั้น · งบประมาณ 200,000 – 350,000 บาท ประมาณการ · ความเร่งด่วน สูง

ปัญหาที่แก้พัฒนาการสมวัยของเด็กอายุ 0–5 ปีเสื่อมถอยรุนแรง ซึ่งเป็นต้นน้ำที่สุดของระบบการศึกษา แต่ยังไม่มีมาตรการเจาะจงในแผน
หลักฐาน จริงพัฒนาการสมวัย ลดจากร้อยละ 97.80 ในปี 2562 เหลือร้อยละ 82.36 ในปี 2565 และอันดับประเทศตกจาก 29 เป็น 56 คือตก 27 อันดับ ซึ่งรุนแรงที่สุดในบรรดาตัวชี้วัดการศึกษาทั้งหมดของจังหวัด · จังหวัดมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัด อปท. 273 แห่ง ผู้เรียน 6,389 คน
สาเหตุรากรอข้อมูล ยังไม่ทราบสาเหตุของการเสื่อมถอย ต้องวิเคราะห์ร่วมกับสาธารณสุขจังหวัดซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลพัฒนาการเด็ก
กิจกรรมหลักวิเคราะห์สาเหตุร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ซึ่งต้องทำก่อนกิจกรรมอื่น · จัดเวทีประสานสามฝ่ายระหว่างสาธารณสุข ท้องถิ่น และการศึกษา ปีละ 2 ครั้ง · พัฒนาครูและผู้ดูแลเด็กโดยความสมัครใจของ อปท. · จัดทำแนวทางการส่งต่อข้อมูลพัฒนาการเด็กสู่โรงเรียนอนุบาล
เจ้าภาพหลักองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้ประสานผ่านกลไกจังหวัด
ตัวชี้วัดผลลัพธ์ร้อยละของเด็กอายุ 0–5 ปีที่มีพัฒนาการสมวัย · ค่าฐาน 82.36 ปี 2565 จริง · เป้าหมายไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 และไม่ตกอันดับประเทศต่ำกว่าที่ 50
ความเสี่ยงหากเขียนให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเป็นเจ้าภาพหลัก จะเป็นการเขียนเกินอำนาจหน้าที่และโครงการจะไม่เดิน เพราะศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอยู่ในสังกัด อปท.

ข้อจำกัดของหลักฐาน ข้อมูลพัฒนาการเด็กปฐมวัยล่าสุดที่มีคือปี 2565 ซึ่งเก่ากว่าข้อมูลอื่นในชุดนี้ 3 ถึง 4 ปี ต้องขอข้อมูลปีล่าสุดก่อนกำหนดค่าเป้าหมาย

โครงการที่ 8 · ความต่อเนื่องของการเรียนรู้ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย

แผนปัจจุบัน ข้อ 5 ความปลอดภัย · ภารกิจประเภทที่ 2 และ 3 · งบประมาณ 150,000 – 300,000 บาท ประมาณการ · ความเร่งด่วน ปานกลาง

ปัญหาที่แก้การเรียนหยุดชะงักซ้ำซากในพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจสูงกว่าพื้นที่อื่นอยู่แล้ว เด็กกลุ่มนี้จึงเผชิญความเสี่ยงสองชั้น
หลักฐาน จริงอำเภอบางบาลมีน้ำท่วมเป็นความเดือดร้อนอันดับหนึ่ง ร้อยละ 35.9 และ อำเภอผักไห่เป็นอันดับสอง ร้อยละ 26.1 · อำเภอผักไห่มีอัตราการหดตัวของประชากรเร็วที่สุดในจังหวัดที่ร้อยละ 0.95 ต่อปี
กิจกรรมหลักจัดทำบัญชีสถานศึกษาในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยซ้ำซาก เริ่มที่บางบาล ผักไห่ เสนา และบางไทร · จัดทำแนวทางแผนความต่อเนื่องของการเรียนรู้ระดับสถานศึกษา · ซักซ้อมแผนก่อนฤดูน้ำหลากปีละ 1 ครั้ง · ประสานกับ ปภ. จังหวัดและ อปท. · ติดตามจำนวนวันเรียนที่สูญเสียรายสถานศึกษา
เจ้าภาพหลักสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ร่วมกับ สพป. เขตที่รับผิดชอบพื้นที่
ตัวชี้วัดผลลัพธ์จำนวนวันเรียนที่สูญเสียจากอุทกภัยเฉลี่ยต่อสถานศึกษาในพื้นที่เสี่ยง · ค่าฐาน รอข้อมูล
ข้อสังเกตโครงการนี้เชื่อมกับการตัดสินใจเชิงนโยบายว่า ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 ของแผนปัจจุบัน ว่าด้วยความปลอดภัย จะคงเป็นประเด็นแยก หรือยุบเป็นกลยุทธ์ภายใต้ประเด็นด้านโอกาสในร่างรอบใหม่ ซึ่งควรตัดสินในการทบทวนรอบนี้ ดู ตารางเทียบสองกรอบ

คำถามห้าข้อสำหรับการแลกเปลี่ยนในที่ประชุม

ใช้ได้กับทุกโครงการที่นำมาอภิปราย ไม่เฉพาะแปดโครงการนี้

  1. ปัญหาที่โครงการนี้อ้าง มีจริงในพื้นที่ของท่านหรือไม่
    และถ้ามี รุนแรงเท่ากับที่ข้อมูลระดับจังหวัดชี้หรือไม่
  2. เจ้าภาพที่ระบุไว้ ถูกต้องหรือไม่
    และหน่วยงานนั้นรับทราบและยอมรับแล้วหรือยัง
  3. ตัวชี้วัดที่เสนอไว้ วัดได้จริงด้วยข้อมูลที่หน่วยงานของท่านมีหรือไม่
    ถ้าไม่มี ใครมี
  4. งบประมาณที่ประมาณการไว้ ใกล้เคียงความจริงหรือไม่
    และมีส่วนใดที่ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่แล้วแทนได้
  5. ถ้าต้องเลือกเพียงสามโครงการจากแปดโครงการนี้ ท่านจะเลือกข้อใด และเพราะเหตุใด
    คำถามข้อนี้สำคัญที่สุด เพราะการเลือกคือการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ที่แท้จริง ส่วนการบรรจุทุกโครงการโดยไม่จัดลำดับ คือการหลีกเลี่ยงการตัดสินใจ

ดาวน์โหลดเอกสารฉบับเต็ม (Word) กลับไปดูข้อเสนอต่อการทบทวนแผน