อำนาจหน้าที่

เส้นแบ่งที่ทำให้แผนเดินได้หรือล้มเหลว

สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมีอำนาจไม่เท่ากันกับทุกสังกัด การเขียนแผนโดยไม่รู้เส้นแบ่งนี้ ทำให้แผนล้มเหลวตั้งแต่วันที่ประกาศใช้ เพราะไม่มีใครทำตาม

ฐานอำนาจในการจัดทำแผน

สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดจัดตั้งขึ้นตามข้อ 11 ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 3 เมษายน 2560 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 ฯ พ.ศ. 2565

ข้อ 11 (2) ระบุตรงตัวว่า จัดทำแผนพัฒนาการศึกษาและแผนปฏิบัติการ ดังนั้นการจัดทำยุทธศาสตร์ระดับจังหวัดอยู่ในหน้าที่และอำนาจโดยตรง ไม่มีปัญหาด้านฐานอำนาจในการจัดทำ

ข้อ 11 (10) คือการส่งเสริม สนับสนุน และดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการศึกษาเอกชน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมีอำนาจดำเนินการโดยตรงสูงที่สุด

อำนาจ 4 ระดับ ที่ต้องแยกให้ออก

จุดที่คณะทำงานมักประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง คือหลายคนเข้าใจว่าสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมีอำนาจต่อสถานศึกษาเอกชนเท่ากับที่มีต่อโรงเรียนสังกัด สพฐ. ซึ่งไม่ถูกต้อง

ระดับอำนาจของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดต่อหน่วยงานแต่ละกลุ่ม
ระดับกลุ่มตัวอย่างหน่วยงานสิ่งที่ทำได้
1 สถานศึกษาเอกชน โรงเรียนเอกชนสังกัด สช. 35 แห่ง และวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชน 5 แห่ง ดำเนินการโดยตรงเต็มรูปแบบ ออกใบอนุญาตจัดตั้ง ควบคุมการเปลี่ยนแปลงกิจการ อุดหนุนและสงเคราะห์ พัฒนาบุคลากร ตามข้อ 11 (10) และกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน
2 ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการอื่น ๆ สพป. เขต 1 และเขต 2, สพม.พระนครศรีอยุธยา, อาชีวศึกษาของรัฐ, สกร.จังหวัด, ศูนย์การศึกษาพิเศษ กำกับ ติดตาม เร่งรัด และประเมินผลตามนโยบายกระทรวง ตามข้อ 11 (3) แต่ไม่มีอำนาจบริหารจัดการ
3 นอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ แต่จัดการศึกษา สถานศึกษาสังกัด อปท. 28 แห่ง, ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 273 แห่ง, สถาบันอุดมศึกษาสังกัด อว., โรงเรียนพระปริยัติธรรม ประสานและส่งเสริมเท่านั้น ไม่มีอำนาจกำกับ
4 ภาคีนอกภาคการศึกษา สาธารณสุข พัฒนาสังคม แรงงาน วัฒนธรรม อุตสาหกรรม ปกครอง ประสานผ่านกลไกจังหวัด

ข้อสังเกตที่ขัดกับความเข้าใจทั่วไป การศึกษาเอกชนคือพื้นที่ที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมีอำนาจตามกฎหมายสูงที่สุด ในบรรดาหน่วยจัดการศึกษาทุกสังกัดในจังหวัด และเป็นพื้นที่เดียวที่แสดงผลงานที่วัดได้จริงโดยไม่ต้องรอความร่วมมือจากสังกัดอื่น อ่านการวิเคราะห์เรื่องนี้เต็ม

ภารกิจ 4 ประเภท ใช้กับทุกมาตรการ

ทุกมาตรการที่เขียนต้องระบุว่าเป็นประเภทใดใน 4 ประเภทนี้ ประเภทที่ 4 ไม่ใช่การยอมแพ้ แต่คือการเขียนให้ถูกต้อง เพราะการเสนอเรื่องต่อผู้มีอำนาจก็เป็นงานที่ต้องทำจริงและวัดผลได้จริง

ประเภทความหมายถ้อยคำที่ควรใช้ในเอกสาร
1ดำเนินการได้เองสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดดำเนินการ…
2ประสาน ส่งเสริม กำกับ หรือติดตามสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดประสานและติดตาม โดยมี [หน่วยงาน] เป็นผู้ดำเนินการ
3ต้องร่วมดำเนินการกับหน่วยงานอื่นดำเนินการร่วมระหว่าง [ก] [ข] [ค] โดยมี [ก] เป็นเจ้าภาพหลัก
4ต้องเสนอผู้มีอำนาจพิจารณาเสนอ [ผู้ว่าราชการจังหวัด / กระทรวง / ก.ค.ศ.] พิจารณา

ตาราง RACI และกฎเหล็ก 3 ข้อ

RACI เป็นวิธีจัดการเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสังกัดด้วยเครื่องมือทางเทคนิค แทนการพูดถึงตรง ๆ ในที่ประชุม โดย R คือผู้ลงมือทำ A คือผู้รับผิดชอบผลสุดท้าย C คือผู้ให้คำปรึกษา และ I คือผู้รับทราบ

แต่ละแถวต้องมี A เพียงหนึ่งเดียว

ถ้ามีสอง แปลว่ายังไม่ตกลงกันจริง

ห้ามใส่ A ให้หน่วยงานที่ไม่มีอำนาจตัดสินใจ

เช่น กลไกความร่วมมือข้ามสังกัด ผู้รับผิดชอบผลสุดท้ายควรเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ใช่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด

หน่วยงานที่ได้ R ต้องรู้ตัวและยอมรับก่อน

ไม่ใช่เพิ่งรู้ตอนอ่านแผนที่ประกาศใช้แล้ว

ตัวอย่างจากกรณีศึกษา สังเกตสองแถวสุดท้ายที่ผู้รับผิดชอบผลสุดท้ายต่างกัน
กลยุทธ์ศธจ.สพป./สพม.อาชีวศึกษาเอกชนอปท.จังหวัด
ระบบเฝ้าระวังผู้เรียนA/RRRRCI
ปฏิบัติการอ่านออกเขียนได้A/RRIRCI
ข้อมูลความต้องการกำลังคนRIRIIC
กลไกความร่วมมือข้ามสังกัดRCCCCA
วางแผนรองรับผู้เรียนภาคเอกชนA/RCIRII

สองแถวสุดท้ายแสดงให้เห็นว่า การรู้ขอบเขตอำนาจของตนเองอย่างแม่นยำ ทำให้เขียนได้ทั้งเจียมตัวในเรื่องที่ควรเจียม และมั่นใจในเรื่องที่มีอำนาจจริง

กฎหมายและแผนที่ต้องตรวจสอบสถานะ

รายการต่อไปนี้เป็นขอบเขตขั้นต่ำ ห้ามสันนิษฐานว่าเอกสารใดยังมีผลบังคับใช้ในรูปแบบเดิม ต้องตรวจสอบจากราชกิจจานุเบกษาทุกครั้ง

กรอบทั่วไป

  • รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
  • ยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทฉบับปรับปรุง
  • พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
  • พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
  • พระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย และการศึกษาภาคบังคับ
  • พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา และการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ
  • พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
  • พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ และคุ้มครองเด็ก
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 4

เฉพาะด้านการศึกษาเอกชน

  • พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554
  • กฎกระทรวงว่าด้วยการขอรับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนในระบบ พ.ศ. 2555 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560
  • กฎกระทรวงการขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ พ.ศ. 2555
  • กฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับการประกอบกิจการโรงเรียนเอกชน
  • ระเบียบและประกาศว่าด้วยการอุดหนุนและการสงเคราะห์
  • ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัด

ไปที่รายการเว็บไซต์หน่วยงานสำหรับตรวจสอบต้นฉบับ