ตัวอย่างลูกโซ่

ไล่ย้อนกลับจากโครงการ ไปจนถึงแหล่งอ้างอิง

ข้อทดสอบที่ใช้ได้กับทุกแผนคือ สุ่มโครงการมาสามโครงการ แล้วไล่ย้อนกลับทีละขั้น หากขาดตอนที่จุดใด แปลว่าโครงการนั้นไม่มีเหตุผลรองรับ หน้านี้แสดงห้าตัวอย่างที่ไล่ครบทั้งเจ็ดขั้นจริง ครอบคลุมประเด็นยุทธศาสตร์ทั้งห้าประเด็นของร่าง พ.ศ. 2571–2575 พร้อมระบุจุดที่ยังขาดของแต่ละตัวอย่าง

ร่าง พ.ศ. 2571–2575 ห้าตัวอย่างในหน้านี้ใช้ประเด็นยุทธศาสตร์ของร่างกรณีตัวอย่าง ไม่ใช่ห้าประเด็นของแผนปัจจุบัน พ.ศ. 2566–2570 ดังนั้นประเด็นที่ 5 ในหน้านี้คือระบบข้อมูลและกลไกบูรณาการ ไม่ใช่ความปลอดภัย ดูตารางเทียบกรอบที่ สองกรอบประเด็นยุทธศาสตร์

  • โครงการ
  • กลยุทธ์
  • ประเด็นยุทธศาสตร์
  • ปัญหา
  • สาเหตุราก
  • ข้อมูล
  • แหล่งอ้างอิง

อ่านสัญลักษณ์ก่อน ข้อมูลจริง คือข้อมูลที่ตรวจสอบได้จากเอกสารที่ระบุไว้ · สมมติ คือตัวเลขหรือข้อความที่สร้างขึ้นเพื่อสาธิตรูปแบบ ยังไม่เป็นความจริง · รอข้อมูล คือช่องที่ต้องเติมด้วยข้อมูลจริงก่อนใช้ ตัวอย่างทั้งห้าชุดนี้เป็นตัวอย่างเชิงวิธีการ ไม่ใช่โครงการที่ผ่านการอนุมัติของหน่วยงานใด

ความครอบคลุมของตัวอย่างทั้งห้า

แต่ละตัวอย่างมาจากคนละประเด็นของร่าง พ.ศ. 2571–2575 เพื่อให้เห็นว่าลูกโซ่ใช้ได้กับงานทุกลักษณะ
ตัวอย่างประเด็นของร่าง 2571–2575ลักษณะงานประเภทภารกิจผลการตรวจลูกโซ่
11 โอกาสและความเสมอภาคสร้างระบบข้อมูลติดตามผู้เรียน1 และ 3ไม่ขาดตอน
22 คุณภาพการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานคัดกรองและนิเทศ1 และ 2ขาดตอนบางส่วนที่ขั้น 6
35 ระบบข้อมูลและกลไกบูรณาการวางแผนรองรับความเสี่ยง1, 2 และ 4ไม่ขาดตอน
43 เส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นจัดทำแผนที่และระบบส่งต่อ1, 2 และ 3ไม่ขาดตอน
54 กำลังคนอยุธยาแปลและส่งต่อข้อมูลอุปสงค์3ไม่ขาดตอน

ตัวอย่างที่ 5 เคยขาดตอนและปิดได้แล้วเมื่อได้รับรายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัด ส่วนตัวอย่างที่ 2 ปิดขั้นปัญหาได้แล้วด้วยดัชนีความก้าวหน้าของคน เหลือเพียงขั้นข้อมูลที่ยังขาด เพราะผลสัมฤทธิ์ที่มีครอบคลุมเพียงร้อยละ 28.2 ของนักเรียนทั้งจังหวัด และยังไม่มีผลการคัดกรองการอ่านระดับต้น

ตัวอย่างที่ 1 บัญชีเด็กนอกระบบรายตำบล

โครงการจัดทำบัญชีเด็กอายุ 3–18 ปี ที่ไม่มีรายชื่อในสถานศึกษาใด จำแนกรายตำบล

ร่าง พ.ศ. 2571–2575 ประเด็นที่ 1 · ภารกิจประเภทที่ 1 สำหรับหน่วยงานในสังกัด ศธ. และประเภทที่ 3 สำหรับ อปท. และที่ทำการปกครองจังหวัด

ขั้นที่ 1 · โครงการ

เชื่อมข้อมูลทะเบียนราษฎรกับข้อมูลนักเรียนของทุกสังกัด เพื่อระบุเด็กที่ไม่มีรายชื่อในสถานศึกษาใด จัดทำบัญชีรายตำบล มอบหมายผู้รับผิดชอบรายตำบล และรายงานสถานะรายภาคเรียนต่อคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด

เจ้าภาพ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด กลุ่มพัฒนาการศึกษา · ระยะเวลา นำร่อง 2571 ขยายเต็มพื้นที่ 2572 · งบประมาณ 8–12 ล้านบาทตลอด 5 ปี สมมติ

ขั้นที่ 2 · กลยุทธ์

กลยุทธ์ 1.1 จัดตั้งระบบเฝ้าระวังและติดตามผู้เรียนรายบุคคลระดับตำบล

โครงการนี้เป็นหนึ่งในสี่กิจกรรมหลักของกลยุทธ์ ร่วมกับการจัดทำบัญชีเด็กกลุ่มเสี่ยง การมอบหมายผู้รับผิดชอบรายตำบล และการรายงานสถานะ

ขั้นที่ 3 · ประเด็นยุทธศาสตร์

ประเด็นที่ 1 โอกาสและความเสมอภาค ไม่มีเด็กอยุธยาคนใดหลุดจากการเรียนรู้

รองรับจุดเน้นของผู้บริหารข้อที่ 1 เรื่องเด็กหลุดจากระบบและกลุ่มด้อยโอกาส

ขั้นที่ 4 · ปัญหา

เด็กและเยาวชนจำนวนหนึ่งไม่อยู่ในระบบการเรียนรู้ และเด็กที่ถูกพากลับเข้ามาแล้วหลุดออกซ้ำ

ผลกระทบระยะยาวคือกำลังแรงงานทักษะต่ำ ความยากจนข้ามรุ่น และปัญหาสังคม

ขั้นที่ 5 · สาเหตุราก

ไม่มีระบบข้อมูลติดตามเด็กรายบุคคลที่ใช้ร่วมกันข้ามสังกัดและข้ามพื้นที่

การถามว่าทำไมสามชั้นจาก Problem Tree พบว่าสาเหตุสามสาย คือครอบครัวเคลื่อนย้ายตามงาน ฐานะยากจนร่วมกับอุทกภัยซ้ำ และโรงเรียนไม่ตอบโจทย์ความถนัด ทั้งสามสายวิ่งกลับมาที่จุดร่วมเดียวกันคือการไม่มีระบบข้อมูลร่วม

ขั้นที่ 6 · ข้อมูล

เด็กและเยาวชนที่ไม่มีรายชื่อในระบบการศึกษาทั้งประเทศมีจำนวน 982,304 คน ณ ธันวาคม 2567 โดยพบว่ามีการเคลื่อนเข้าและออกจากระบบตลอดเวลา ข้อมูลจริง

ค่าฐานการออกกลางคันของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในจังหวัด 1,181 คน เป้าหมายปี 2570 ที่แผนฉบับเดิมกำหนดไว้คือ 800 คน ข้อมูลจริง

จำนวนเด็กนอกระบบจำแนกรายอำเภอของจังหวัด รอข้อมูล

ขั้นที่ 7 · แหล่งอ้างอิง

มติคณะรัฐมนตรี วันที่ 28 พฤษภาคม 2567 เรื่อง มาตรการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ข้อมูลเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ณ ธันวาคม 2567
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2566–2570 ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ 2568 ตัวชี้วัดประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 ของแผนปัจจุบัน
ฐานอำนาจ ข้อ 11 (4) และ 11 (5) คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 19/2560

ผลการตรวจ ลูกโซ่ไม่ขาดตอน โครงการนี้มีเหตุผลรองรับครบทุกขั้น

จุดที่ยังขาดและต้องแก้ก่อนใช้จริง

  • ยังไม่มีค่าฐานของจำนวนเด็กนอกระบบระดับจังหวัดและรายอำเภอ จึงยังกำหนดค่าเป้าหมายไม่ได้
  • การแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้เรียนรายบุคคลระหว่างสังกัด ต้องส่งฝ่ายกฎหมายวินิจฉัยตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลก่อน
  • ตัวเลขงบประมาณเป็นการประมาณการเพื่อสาธิตรูปแบบ ต้องแทนที่ด้วยการประมาณการต้นทุนจริงรายกิจกรรม

ตัวอย่างที่ 2 การคัดกรองการอ่านและการนิเทศพื้นที่มุ่งเป้า

โครงการคัดกรองการอ่านของนักเรียน ป.1–ป.3 ทุกสังกัด และนิเทศเฉพาะกิจในพื้นที่มุ่งเป้า

ร่าง พ.ศ. 2571–2575 ประเด็นที่ 2 · ภารกิจประเภทที่ 1 สำหรับสถานศึกษาเอกชน และประเภทที่ 2 สำหรับสถานศึกษาสังกัด สพฐ.

ขั้นที่ 1 · โครงการ

คัดกรองการอ่านของนักเรียน ป.1–ป.3 ทุกสังกัดด้วยเครื่องมือเดียวกันปีละ 2 ครั้ง จัดกลุ่มโรงเรียนที่มีผลต่ำกว่าเกณฑ์เป็นพื้นที่มุ่งเป้า จัดทีมนิเทศเฉพาะกิจลงพื้นที่ไม่น้อยกว่า 4 ครั้งต่อโรงเรียนต่อปี และรายงานความก้าวหน้ารายโรงเรียนทุกภาคเรียน

เจ้าภาพ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผล · พื้นที่เป้าหมาย โรงเรียนที่มีผลต่ำกว่าเกณฑ์ ประมาณ 60–80 แห่ง สมมติ

ขั้นที่ 2 · กลยุทธ์

กลยุทธ์ 2.1 ปฏิบัติการอ่านออกเขียนได้ระดับจังหวัด มุ่งเป้าที่พื้นที่ที่มีช่องว่างมากที่สุด

ขั้นที่ 3 · ประเด็นยุทธศาสตร์

ประเด็นที่ 2 คุณภาพการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน อ่านออก เขียนได้ คิดเป็น

รองรับจุดเน้นของผู้บริหารข้อที่ 2 เรื่องการอ่านออกเขียนได้และผลสัมฤทธิ์

ขั้นที่ 4 · ปัญหา

ผู้เรียนที่อยู่ในระบบส่วนหนึ่งยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ตามเกณฑ์ และผลสัมฤทธิ์ของจังหวัดถดถอยเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น

คะแนนเฉลี่ย O-NET มัธยมปลายของจังหวัดอยู่ที่ 28.84 และตกจากอันดับ 36 เป็นอันดับ 57 ของประเทศในเวลาหนึ่งปี ข้อมูลจริง · คะแนนภาษาอังกฤษ ป.6 ลดลงร้อยละ 19.5 ในห้าปี จาก 40.59 เหลือ 32.68 ข้อมูลจริง เฉพาะ สพป. เขต 1

ผลการคัดกรองการอ่านของนักเรียน ป.1–ป.3 ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่ตรงกับโครงการนี้ที่สุด รอข้อมูล เพราะ O-NET ไม่ใช่ข้อมูลการอ่านระดับต้น

ขั้นที่ 5 · สาเหตุราก

โรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมากไม่มีครูครบทุกสาระ ประกอบกับไม่มีเครื่องมือคัดกรองที่ทุกสังกัดใช้ร่วมกัน ทำให้ไม่ทราบว่าเด็กคนใดต้องช่วยเหลือจนกระทั่งสายเกินไป

ขั้นที่ 6 · ข้อมูล

จังหวัดมีสถานศึกษา 737 แห่ง ผู้เรียน 148,373 คน เฉลี่ย 201 คนต่อแห่ง โดย สพป. เขต 2 มีค่าเฉลี่ยเพียง 130 คนต่อแห่ง ซึ่งต่ำที่สุดในจังหวัด ข้อมูลจริง

ค่าฐานร้อยละประชากรอายุ 6–14 ปี ที่เข้าเรียนภาคบังคับคือ 84.00 เป้าหมายปี 2570 คือ 90 ข้อมูลจริง

ผลสัมฤทธิ์ระดับจังหวัดมีแล้ว ดัชนีความก้าวหน้าของคนระบุคะแนน O-NET มัธยมปลาย 28.84 อันดับ 57 ของประเทศ และปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากร 15 ปีขึ้นไป 9.95 ปี อันดับ 10 ของประเทศ ข้อมูลจริง

ผลสัมฤทธิ์และผลการคัดกรองการอ่านจำแนกรายโรงเรียนครบทุกสังกัด รอข้อมูล ปัจจุบันมีเฉพาะ สพป. เขต 1 ซึ่งครอบคลุมร้อยละ 28.2 ของนักเรียนทั้งจังหวัด

ขั้นที่ 7 · แหล่งอ้างอิง

แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตารางที่ 7 ข้อมูล ณ 10 มิถุนายน 2568
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ 2568 ตัวชี้วัดประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 ของแผนปัจจุบัน
ฐานอำนาจ ข้อ 11 (7) และ 11 (10) คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 19/2560

ผลการตรวจ ขาดตอนบางส่วน ขั้นที่ 4 ปิดได้แล้วด้วยดัชนีความก้าวหน้าของคน ส่วนขั้นที่ 6 ยังขาด เพราะยังไม่มีผลการคัดกรองการอ่านรายโรงเรียนครบทุกสังกัด

จุดที่ยังขาดและต้องแก้ก่อนใช้จริง

  • ยังต้องดึงผลการคัดกรองการอ่านรายโรงเรียนครบทุกสังกัด ปัจจุบันมี O-NET เฉพาะ สพป. เขต 1 ซึ่งครอบคลุมร้อยละ 28.2 ของนักเรียนทั้งจังหวัด และ O-NET ไม่ใช่ตัวชี้วัดการอ่านระดับต้น
  • จำนวนโรงเรียนพื้นที่มุ่งเป้า 60–80 แห่ง เป็นตัวเลขสาธิต ต้องแทนที่ด้วยผลการคัดกรองจริง
  • หากพบว่าปัญหาไม่ได้กระจุกตัวตามที่สมมติไว้ ต้องปรับทั้งกลยุทธ์ ไม่ใช่ปรับเฉพาะตัวเลข

ตัวอย่างที่ 3 การวางแผนรองรับผู้เรียนภาคเอกชน

โครงการจัดทำบัญชีการวางแผนรองรับผู้เรียนรายตำบล และแนวปฏิบัติคุ้มครองผู้เรียนกรณีสถานศึกษาเปลี่ยนแปลงกิจการ

ร่าง พ.ศ. 2571–2575 ประเด็นที่ 5 · ภารกิจประเภทที่ 1 สำหรับการจัดทำข้อมูลและแนวปฏิบัติ ประเภทที่ 2 สำหรับการประสานสถานศึกษารัฐ และประเภทที่ 4 สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายต่อ สช.

ขั้นที่ 1 · โครงการ

รวบรวมแนวโน้มจำนวนผู้เรียนรายสถานศึกษาเอกชนย้อนหลัง 5 ปีจากข้อมูลที่กลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชนมีอยู่ในงานประจำ จัดทำบัญชีการวางแผนรองรับผู้เรียนรายตำบลเป็นเอกสารภายใน และจัดทำแนวปฏิบัติคุ้มครองผู้เรียนเสนอ ปส.กช. และคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเห็นชอบ

เจ้าภาพ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด กลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชน บุคลากร 4 คน · งบประมาณ ไม่ขอตั้งงบใหม่ในสองปีแรก ใช้งบประชุม ปส.กช. 19,000 บาทต่อปี และงบพัฒนาบุคลากร 60,000 บาทต่อปีที่มีอยู่แล้ว ข้อมูลจริง

ขั้นที่ 2 · กลยุทธ์

กลยุทธ์ 5.3 ระบบข้อมูลเพื่อการวางแผนรองรับผู้เรียน และแนวปฏิบัติคุ้มครองผู้เรียนกรณีสถานศึกษาเปลี่ยนแปลงกิจการ

ขั้นที่ 3 · ประเด็นยุทธศาสตร์

ประเด็นที่ 5 ระบบข้อมูลและกลไกบูรณาการระดับจังหวัด

เชื่อมกลับไปยังประเด็นที่ 1 ด้วย เพราะผู้เรียนที่ต้องย้ายสถานศึกษากลางปีคือกลุ่มเสี่ยงหลุดจากระบบโดยตรง

ขั้นที่ 4 · ปัญหา

เมื่อสถานศึกษาเอกชนเลิกกิจการโดยแจ้งล่วงหน้าระยะสั้น ผู้เรียนต้องย้ายกลางปีการศึกษาโดยไม่มีการเตรียมการ และสถานศึกษาของรัฐในพื้นที่ต้องรับภาระกะทันหัน

ขั้นที่ 5 · สาเหตุราก

ไม่มีระบบสัญญาณเตือนล่วงหน้าระดับจังหวัด ทำให้หน่วยงานทราบเรื่องเมื่อสถานศึกษายื่นขอเลิกกิจการแล้ว ซึ่งสายเกินกว่าจะวางแผนรองรับผู้เรียนได้ทัน

ขั้นที่ 6 · ข้อมูล

ผู้เรียนภาคเอกชนลดลงร้อยละ 8.1 ในหนึ่งปี จาก 26,812 เหลือ 24,642 คน ขณะที่ทั้งจังหวัดลดร้อยละ 3.9 ข้อมูลจริง

ภาคเอกชนเป็นต้นทางของการลดลงร้อยละ 36.2 ของผู้เรียนที่ลดลงทั้งจังหวัด ทั้งที่มีผู้เรียนเพียงร้อยละ 16.6 ข้อมูลจริง คำนวณจาก 2,170 ÷ 6,000

สถานศึกษาเอกชนมีขนาดเฉลี่ย 616 คนต่อแห่ง เทียบกับค่าเฉลี่ยจังหวัด 201 คนต่อแห่ง หากปิดหนึ่งแห่ง ผู้เรียนราว 600 คนต้องหาที่เรียนใหม่พร้อมกัน ข้อมูลจริง

สถิติการขออนุญาตเลิกกิจการย้อนหลัง 5 ปีของจังหวัด รอข้อมูล

ขั้นที่ 7 · แหล่งอ้างอิง

แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ 2568 ตารางที่ 10
แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ตารางที่ 7 ข้อมูล ณ 10 มิถุนายน 2568 ตารางที่ 17 อัตรากำลัง และบัญชีงบประมาณจัดสรร
พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554
ฐานอำนาจ ข้อ 11 (10) คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 19/2560 และประกาศ สป.ศธ. เรื่อง การแบ่งหน่วยงานภายในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ลงวันที่ 28 เมษายน 2566

ผลการตรวจ ลูกโซ่ไม่ขาดตอน และเป็นตัวอย่างที่มีสัดส่วนข้อมูลจริงสูงที่สุดในสามชุด

จุดที่ยังขาดและต้องแก้ก่อนใช้จริง

  • ยังไม่มีสถิติการขออนุญาตจัดตั้ง เปลี่ยนแปลง และเลิกกิจการย้อนหลัง ซึ่งเป็นข้อมูลที่หน่วยงานถือครองในงานประจำอยู่แล้ว
  • ตัวเลขจำนวนครูภาคเอกชนที่ลดลงร้อยละ 34.5 ในหนึ่งปีมีความผิดปกติ ต้องตรวจสอบนิยามก่อนนำมาใช้ประกอบการวิเคราะห์
  • ชั้นความลับของบัญชีการวางแผนรองรับ ต้องให้ฝ่ายกฎหมายกำหนดตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ

ตัวอย่างที่ 4 แผนที่เส้นทางการเรียนรู้ทางเลือกของจังหวัด

โครงการจัดทำแผนที่เส้นทางการเรียนรู้ทางเลือก และระบบส่งต่อผู้เรียนที่หลุดจากระบบเข้าสู่เส้นทางที่เหมาะกับเงื่อนไขชีวิต

ร่าง พ.ศ. 2571–2575 ประเด็นที่ 3 · ภารกิจประเภทที่ 1 สำหรับสถานศึกษาเอกชนนอกระบบ ประเภทที่ 2 สำหรับ สกร. และอาชีวศึกษา และประเภทที่ 3 สำหรับความร่วมมือกับสถานประกอบการ

ขั้นที่ 1 · โครงการ

จัดทำแผนที่เส้นทางการเรียนรู้ทางเลือกทั้งจังหวัด ครอบคลุมศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ อาชีวศึกษาระบบทวิภาคี โรงเรียนเอกชนนอกระบบ การศึกษาโดยครอบครัว และศูนย์การเรียนของสถานประกอบการ โดยระบุที่ตั้ง เงื่อนไขการรับ ความจุที่รับได้ และช่องทางสมัคร แล้วเชื่อมกับระบบส่งต่อจากบัญชีเด็กนอกระบบในตัวอย่างที่ 1

เจ้าภาพ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ร่วมกับ สกร.จังหวัด และอาชีวศึกษาจังหวัด · ระยะเวลา จัดทำแผนที่ 2571 เชื่อมระบบส่งต่อ 2572

ขั้นที่ 2 · กลยุทธ์

กลยุทธ์ 3.1 สร้างเส้นทางการเรียนรู้ทางเลือกสำหรับผู้เรียนที่ต้องทำงานหรือหลุดจากระบบ

เชื่อมกับระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ ซึ่งกำลังขยายผลผ่านสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้เรียนสะสมหน่วยกิตข้ามเส้นทางได้

ขั้นที่ 3 · ประเด็นยุทธศาสตร์

ประเด็นที่ 3 เส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เรียนรู้ตรงตามศักยภาพ

รองรับจุดเน้นของผู้บริหารข้อที่ 4 เรื่องการพัฒนาเด็กตรงตามศักยภาพ

ขั้นที่ 4 · ปัญหา

เด็กที่ถูกพากลับเข้าระบบจำนวนหนึ่งหลุดออกซ้ำ เพราะถูกส่งกลับเข้าเส้นทางเดิมที่ไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขชีวิต เช่น ต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัว หรือย้ายที่อยู่ตามงานของผู้ปกครอง

ปัญหานี้ต่อเนื่องจากตัวอย่างที่ 1 โดยตรง คือการพากลับอย่างเดียวไม่พอ ถ้าไม่มีเส้นทางที่รับเงื่อนไขของเด็กได้

ขั้นที่ 5 · สาเหตุราก

จังหวัดไม่มีแผนที่รวมว่ามีเส้นทางการเรียนรู้ทางเลือกใดบ้าง อยู่ที่ใด รับเงื่อนไขแบบใด และรับได้อีกเท่าใด ผู้ที่ทำหน้าที่ส่งต่อจึงส่งได้เฉพาะเส้นทางที่ตนรู้จัก และไม่มีระบบส่งต่อที่ข้ามสังกัดได้

ขั้นที่ 6 · ข้อมูล

ค่าฐานร้อยละประชากรอายุ 15–17 ปี ที่เข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและเทียบเท่าคือ 51.17 เป้าหมายปี 2570 ที่แผนฉบับเดิมกำหนดไว้คือ 60 ข้อมูลจริง แปลว่าเกือบครึ่งหนึ่งของเยาวชนกลุ่มนี้ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษาระดับดังกล่าว

เส้นทางทางเลือกที่มีอยู่จริงในจังหวัด ได้แก่ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ 16 แห่ง ผู้เรียน 11,603 คน · อาชีวศึกษาของรัฐ 9 แห่ง ผู้เรียน 7,244 คน · อาชีวศึกษาของเอกชน 5 แห่ง ผู้เรียน 3,779 คน · ศูนย์การเรียนรู้ปัญญาภิวัฒน์ 1 แห่ง ผู้เรียน 276 คน ซึ่งเป็นตัวอย่างศูนย์การเรียนของสถานประกอบการ ข้อมูลจริง

จำนวนและที่อยู่ของเยาวชนอายุ 15–17 ปีที่ไม่ได้เรียนต่อ จำแนกรายอำเภอ รอข้อมูล

ความจุที่เส้นทางทางเลือกแต่ละแห่งรับเพิ่มได้ รอข้อมูล

ขั้นที่ 7 · แหล่งอ้างอิง

แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ 2568 ตัวชี้วัดประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 ของแผนปัจจุบัน ค่าฐานร้อยละประชากรอายุ 15–17 ปี
แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ตารางที่ 7 ข้อมูล ณ 10 มิถุนายน 2568
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา การขยายผลระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติผ่านสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด
ฐานอำนาจ ข้อ 11 (5) ข้อ 11 (7) และข้อ 11 (10) คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 19/2560

ผลการตรวจ ลูกโซ่ไม่ขาดตอน และมีค่าฐานที่ชี้ขนาดของปัญหาได้ชัดเจนที่สุดในห้าตัวอย่าง

จุดที่ยังขาดและต้องแก้ก่อนใช้จริง

  • ค่าฐาน 51.17 ต้องตรวจสอบนิยามก่อนใช้ ว่านับเฉพาะผู้เรียนในจังหวัด หรือรวมผู้ที่ไปเรียนนอกจังหวัดด้วย เพราะอยุธยาอยู่ใกล้กรุงเทพมหานครและจังหวัดข้างเคียง
  • ยังไม่ทราบว่าเยาวชนที่ไม่ได้เรียนต่ออยู่อำเภอใด จึงยังกำหนดพื้นที่เป้าหมายไม่ได้
  • ยังไม่ทราบความจุที่รับเพิ่มได้ของแต่ละเส้นทาง หากส่งต่อโดยไม่ทราบความจุ อาจส่งไปยังที่ที่รับไม่ไหว
  • ต้องตรวจสอบสถานะปัจจุบันของระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติก่อนอ้างอิงในเอกสารจริง

ตัวอย่างที่ 5 รายงานความต้องการกำลังคนจังหวัดประจำปี

โครงการสำรวจความต้องการทักษะและตำแหน่งงานของสถานประกอบการ และจัดทำรายงานความต้องการกำลังคนจังหวัดเผยแพร่ประจำปี

ร่าง พ.ศ. 2571–2575 ประเด็นที่ 4 · ภารกิจประเภทที่ 3 ต้องร่วมดำเนินการ โดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้ประสาน ไม่ใช่ผู้รับผิดชอบผลสุดท้าย

ขั้นที่ 1 · โครงการ

สำรวจความต้องการทักษะและตำแหน่งงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัด หอการค้าจังหวัด สำนักงานแรงงานจังหวัด และสำนักงานจัดหางานจังหวัด ปีละ 1 ครั้ง จัดทำรายงานความต้องการกำลังคนจังหวัดเผยแพร่ให้ทุกสถานศึกษาภายในไตรมาสแรกของทุกปี และติดตามภาวะการมีงานทำของผู้จบการศึกษา

ผู้รับผิดชอบผลสุดท้าย สำนักงานแรงงานจังหวัดร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัด · บทบาทของ ศธจ. ผู้ประสานและผู้นำผลไปสู่สถานศึกษา · งบประมาณ 5–8 ล้านบาทตลอด 5 ปี สมมติ

ขั้นที่ 2 · กลยุทธ์

กลยุทธ์ 4.1 ระบบข้อมูลความต้องการกำลังคนระดับจังหวัด

ทำงานคู่กับกลยุทธ์ 4.2 การขยายความร่วมมือทวิภาคีกับสถานประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม และกลยุทธ์ 4.3 การพัฒนาเส้นทางอาชีพสายมรดกโลกและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ขั้นที่ 3 · ประเด็นยุทธศาสตร์

ประเด็นที่ 4 กำลังคนอยุธยา เรียนแล้วมีงานทำ ทั้งในอุตสาหกรรมและทุนวัฒนธรรม

รองรับจุดเน้นของผู้บริหารข้อที่ 3 เรื่องความสอดคล้องกับความต้องการแรงงานและการมีงานทำ

ขั้นที่ 4 · ปัญหา

สถานศึกษาวางแผนหลักสูตรและการรับผู้เรียนโดยไม่มีข้อมูลว่าสถานประกอบการในจังหวัดต้องการทักษะใดและขาดแคลนตำแหน่งใด ทำให้ผู้จบการศึกษาบางส่วนไม่ตรงกับงานที่มีอยู่ในพื้นที่

ขั้นที่ 5 · สาเหตุราก

ไม่มีกลไกถาวรที่แปลความต้องการฝั่งนายจ้างให้เป็นข้อมูลที่สถานศึกษานำไปวางแผนได้ การพบกันระหว่างสองฝ่ายเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวตามโครงการ ไม่ใช่รอบประจำปีที่คาดหมายได้ ข้อมูลจึงไม่สะสมและเทียบปีต่อปีไม่ได้

ขั้นที่ 6 · ข้อมูล

ปี 2568 จังหวัดมีตำแหน่งงานว่าง 15,371 อัตรา ผู้ลงทะเบียนสมัครงาน 11,310 คน และบรรจุงานได้ 9,477 คน คือมี 5,894 ตำแหน่งที่หาคนไม่ได้ ข้อมูลจริง

สายอาชีวศึกษาขาดแคลนกว่าสองเท่า ปวช. และ ปวส. รวมกันมีตำแหน่งงานว่าง 5,327 อัตรา แต่มีผู้สมัคร 2,567 คน คิดเป็น 2.08 ตำแหน่งต่อผู้สมัคร 1 คน ขณะที่สายมัธยมศึกษาสามัญมี 6,763 ตำแหน่ง แต่ผู้สมัคร 7,162 คน คือ 0.94 ข้อมูลจริง

ความต้องการกระจุกที่สองขั้ว คือ อาชีพขั้นพื้นฐานร้อยละ 52.5 และช่างเทคนิคร้อยละ 34.0 โดยช่างเทคนิคมีอัตราการบรรจุสูงสุดที่ร้อยละ 74.1 ข้อมูลจริง

ภาคการผลิตมีตำแหน่งงานว่างร้อยละ 72.2 ของทั้งหมดในไตรมาส 2 ปี 2569 ข้อมูลจริง

ภาวะการมีงานทำของผู้จบอาชีวศึกษารายบุคคล และความต้องการสมรรถนะเฉพาะเจาะจง รอข้อมูล

ขั้นที่ 7 · แหล่งอ้างอิง

สำนักงานแรงงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานสถานการณ์ด้านแรงงาน รายปี 2568 และไตรมาส 2 ปี 2569 ตารางที่ 27–31 ข้อมูลต้นทางจากสำนักงานจัดหางานจังหวัด
สภาอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ข้อมูลโรงงานและแรงงานภาคอุตสาหกรรม ปี 2565
แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ตารางที่ 7 ข้อมูล ณ 10 มิถุนายน 2568
เป้าหมายการพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อยุธยาเมืองมรดกโลก เป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ น่าเรียนรู้ น่าอยู่ น่าลงทุน
ฐานอำนาจ ข้อ 11 (9) สำหรับเส้นทางอาชีพสายวัฒนธรรมและมรดกโลก และข้อ 11 (11) สำหรับการประสานงานในจังหวัด

ผลการตรวจ ลูกโซ่ไม่ขาดตอนแล้ว หลังได้ข้อมูลอุปสงค์แรงงานจากสำนักงานแรงงานจังหวัด เดิมตัวอย่างนี้ขาดตอนที่ขั้นที่ 6

จุดที่ยังขาดและต้องแก้ก่อนใช้จริง

  • ข้อมูลอุปสงค์มีอยู่แล้ว ปัญหาที่แท้จริงจึงไม่ใช่การไม่มีข้อมูล แต่คือข้อมูลไม่ถูกแปลเป็นรูปแบบที่สถานศึกษาใช้วางแผนได้ และไม่ถูกส่งถึงสถานศึกษาตามรอบที่คาดหมายได้ กลยุทธ์จึงต้องเปลี่ยนจากการสร้างระบบใหม่ เป็นการแปลและส่งต่อข้อมูลที่มีอยู่
  • ข้อมูลอุปสงค์ครอบคลุมเฉพาะที่แจ้งผ่านสำนักงานจัดหางาน ภาคโรงแรมและภัตตาคารมีตำแหน่งงานว่างเพียง 3 อัตราในไตรมาสเดียว ซึ่งต่ำผิดปกติสำหรับเมืองมรดกโลก แปลว่าข้อมูลชุดนี้ไม่ครอบคลุมภาคท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์
  • ตัวเลขวุฒิอนุปริญญามีตำแหน่งงานว่าง 1,113 อัตราแต่ผู้สมัคร 44 คน คือ 25 เท่า ซึ่งไม่สมเหตุสมผล ต้องสอบถามสำนักงานจัดหางานก่อนใช้
  • ผู้รับผิดชอบผลสุดท้ายไม่ใช่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด การเขียนให้เป็นเจ้าภาพหลักจะเป็นการเขียนเกินอำนาจหน้าที่ ต้องระบุบทบาทเป็นผู้ประสานให้ชัด
  • ยังไม่ได้ตกลงกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดและหอการค้าจังหวัดว่าจะร่วมสำรวจหรือไม่ ซึ่งเป็นเงื่อนไขความสำเร็จข้อแรกของกลยุทธ์นี้

สิ่งที่ห้าตัวอย่างนี้แสดงให้เห็น

ลูกโซ่ที่ครบ ไม่ได้แปลว่าข้อมูลครบ

ตัวอย่างที่ 1 3 และ 4 มีลูกโซ่ครบทุกขั้น แต่ยังมีช่องที่รอข้อมูล ความต่างคือเรารู้ว่าขาดอะไรและขาดตรงไหน ซึ่งต่างจากการไม่รู้ว่าตัวเองขาด

ลูกโซ่ที่ขาด บอกว่าต้องทำอะไรก่อน

ตัวอย่างที่ 5 ปิดได้เมื่อได้ข้อมูลจากสำนักงานแรงงานจังหวัด และตัวอย่างที่ 2 ปิดขั้นปัญหาได้เมื่อได้ดัชนีความก้าวหน้าของคน ซึ่งพิสูจน์ว่าลูกโซ่ที่ขาดคือรายการสิ่งที่ต้องไปหา ไม่ใช่ข้อบกพร่องถาวร

ข้อมูลที่ใกล้ตัวที่สุด มักพร้อมใช้ที่สุด

ตัวอย่างที่ 3 มีสัดส่วนข้อมูลจริงสูงสุด เพราะเป็นเรื่องที่หน่วยงานถือครองข้อมูลเองในงานประจำ ไม่ต้องรอความร่วมมือจากสังกัดอื่น

เจ้าภาพไม่จำเป็นต้องเป็นเราเสมอไป

ตัวอย่างที่ 5 มีผู้รับผิดชอบผลสุดท้ายเป็นสำนักงานแรงงานจังหวัดร่วมกับสภาอุตสาหกรรม ส่วนสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้ประสาน การเขียนให้ตัวเองเป็นเจ้าภาพหลักจะเป็นการเขียนเกินอำนาจหน้าที่

โครงการที่ดีมักเชื่อมกันเอง

ตัวอย่างที่ 4 ต่อจากตัวอย่างที่ 1 โดยตรง เพราะการพากลับเข้าระบบอย่างเดียวไม่พอ ถ้าไม่มีเส้นทางที่รับเงื่อนไขชีวิตของเด็กได้ ลูกโซ่จึงช่วยให้เห็นว่าโครงการใดต้องทำคู่กัน

ค่าฐานที่มีอยู่แล้ว มีค่ามากกว่าที่คิด

ตัวเลขร้อยละ 51.17 ของเยาวชนอายุ 15–17 ปีที่เข้าเรียนระดับมัธยมปลายและเทียบเท่า อยู่ในแผนฉบับเดิมมาตลอด แต่จะเห็นความหมายก็ต่อเมื่อเอามาวางในลูกโซ่ของปัญหาที่ชัดเจน

กลับไปดูวิธีจัดทำและเครื่องมือทั้งชุด