ตัวอย่างลูกโซ่
ไล่ย้อนกลับจากโครงการ ไปจนถึงแหล่งอ้างอิง
ข้อทดสอบที่ใช้ได้กับทุกแผนคือ สุ่มโครงการมาสามโครงการ แล้วไล่ย้อนกลับทีละขั้น หากขาดตอนที่จุดใด แปลว่าโครงการนั้นไม่มีเหตุผลรองรับ หน้านี้แสดงห้าตัวอย่างที่ไล่ครบทั้งเจ็ดขั้นจริง ครอบคลุมประเด็นยุทธศาสตร์ทั้งห้าประเด็นของร่าง พ.ศ. 2571–2575 พร้อมระบุจุดที่ยังขาดของแต่ละตัวอย่าง
ร่าง พ.ศ. 2571–2575 ห้าตัวอย่างในหน้านี้ใช้ประเด็นยุทธศาสตร์ของร่างกรณีตัวอย่าง ไม่ใช่ห้าประเด็นของแผนปัจจุบัน พ.ศ. 2566–2570 ดังนั้นประเด็นที่ 5 ในหน้านี้คือระบบข้อมูลและกลไกบูรณาการ ไม่ใช่ความปลอดภัย ดูตารางเทียบกรอบที่ สองกรอบประเด็นยุทธศาสตร์
- โครงการ
- กลยุทธ์
- ประเด็นยุทธศาสตร์
- ปัญหา
- สาเหตุราก
- ข้อมูล
- แหล่งอ้างอิง
อ่านสัญลักษณ์ก่อน ข้อมูลจริง คือข้อมูลที่ตรวจสอบได้จากเอกสารที่ระบุไว้ · สมมติ คือตัวเลขหรือข้อความที่สร้างขึ้นเพื่อสาธิตรูปแบบ ยังไม่เป็นความจริง · รอข้อมูล คือช่องที่ต้องเติมด้วยข้อมูลจริงก่อนใช้ ตัวอย่างทั้งห้าชุดนี้เป็นตัวอย่างเชิงวิธีการ ไม่ใช่โครงการที่ผ่านการอนุมัติของหน่วยงานใด
ความครอบคลุมของตัวอย่างทั้งห้า
| ตัวอย่าง | ประเด็นของร่าง 2571–2575 | ลักษณะงาน | ประเภทภารกิจ | ผลการตรวจลูกโซ่ |
|---|---|---|---|---|
| 1 | 1 โอกาสและความเสมอภาค | สร้างระบบข้อมูลติดตามผู้เรียน | 1 และ 3 | ไม่ขาดตอน |
| 2 | 2 คุณภาพการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน | คัดกรองและนิเทศ | 1 และ 2 | ขาดตอนบางส่วนที่ขั้น 6 |
| 3 | 5 ระบบข้อมูลและกลไกบูรณาการ | วางแผนรองรับความเสี่ยง | 1, 2 และ 4 | ไม่ขาดตอน |
| 4 | 3 เส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น | จัดทำแผนที่และระบบส่งต่อ | 1, 2 และ 3 | ไม่ขาดตอน |
| 5 | 4 กำลังคนอยุธยา | แปลและส่งต่อข้อมูลอุปสงค์ | 3 | ไม่ขาดตอน |
ตัวอย่างที่ 5 เคยขาดตอนและปิดได้แล้วเมื่อได้รับรายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัด ส่วนตัวอย่างที่ 2 ปิดขั้นปัญหาได้แล้วด้วยดัชนีความก้าวหน้าของคน เหลือเพียงขั้นข้อมูลที่ยังขาด เพราะผลสัมฤทธิ์ที่มีครอบคลุมเพียงร้อยละ 28.2 ของนักเรียนทั้งจังหวัด และยังไม่มีผลการคัดกรองการอ่านระดับต้น
ตัวอย่างที่ 1 บัญชีเด็กนอกระบบรายตำบล
โครงการจัดทำบัญชีเด็กอายุ 3–18 ปี ที่ไม่มีรายชื่อในสถานศึกษาใด จำแนกรายตำบล
ร่าง พ.ศ. 2571–2575 ประเด็นที่ 1 · ภารกิจประเภทที่ 1 สำหรับหน่วยงานในสังกัด ศธ. และประเภทที่ 3 สำหรับ อปท. และที่ทำการปกครองจังหวัด
ขั้นที่ 1 · โครงการ
เชื่อมข้อมูลทะเบียนราษฎรกับข้อมูลนักเรียนของทุกสังกัด เพื่อระบุเด็กที่ไม่มีรายชื่อในสถานศึกษาใด จัดทำบัญชีรายตำบล มอบหมายผู้รับผิดชอบรายตำบล และรายงานสถานะรายภาคเรียนต่อคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด
ขั้นที่ 2 · กลยุทธ์
กลยุทธ์ 1.1 จัดตั้งระบบเฝ้าระวังและติดตามผู้เรียนรายบุคคลระดับตำบล
ขั้นที่ 3 · ประเด็นยุทธศาสตร์
ประเด็นที่ 1 โอกาสและความเสมอภาค ไม่มีเด็กอยุธยาคนใดหลุดจากการเรียนรู้
ขั้นที่ 4 · ปัญหา
เด็กและเยาวชนจำนวนหนึ่งไม่อยู่ในระบบการเรียนรู้ และเด็กที่ถูกพากลับเข้ามาแล้วหลุดออกซ้ำ
ขั้นที่ 5 · สาเหตุราก
ไม่มีระบบข้อมูลติดตามเด็กรายบุคคลที่ใช้ร่วมกันข้ามสังกัดและข้ามพื้นที่
ขั้นที่ 6 · ข้อมูล
เด็กและเยาวชนที่ไม่มีรายชื่อในระบบการศึกษาทั้งประเทศมีจำนวน 982,304 คน ณ ธันวาคม 2567 โดยพบว่ามีการเคลื่อนเข้าและออกจากระบบตลอดเวลา ข้อมูลจริง
ค่าฐานการออกกลางคันของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในจังหวัด 1,181 คน เป้าหมายปี 2570 ที่แผนฉบับเดิมกำหนดไว้คือ 800 คน ข้อมูลจริง
จำนวนเด็กนอกระบบจำแนกรายอำเภอของจังหวัด รอข้อมูล
ขั้นที่ 7 · แหล่งอ้างอิง
ตัวอย่างที่ 2 การคัดกรองการอ่านและการนิเทศพื้นที่มุ่งเป้า
โครงการคัดกรองการอ่านของนักเรียน ป.1–ป.3 ทุกสังกัด และนิเทศเฉพาะกิจในพื้นที่มุ่งเป้า
ร่าง พ.ศ. 2571–2575 ประเด็นที่ 2 · ภารกิจประเภทที่ 1 สำหรับสถานศึกษาเอกชน และประเภทที่ 2 สำหรับสถานศึกษาสังกัด สพฐ.
ขั้นที่ 1 · โครงการ
คัดกรองการอ่านของนักเรียน ป.1–ป.3 ทุกสังกัดด้วยเครื่องมือเดียวกันปีละ 2 ครั้ง จัดกลุ่มโรงเรียนที่มีผลต่ำกว่าเกณฑ์เป็นพื้นที่มุ่งเป้า จัดทีมนิเทศเฉพาะกิจลงพื้นที่ไม่น้อยกว่า 4 ครั้งต่อโรงเรียนต่อปี และรายงานความก้าวหน้ารายโรงเรียนทุกภาคเรียน
ขั้นที่ 2 · กลยุทธ์
กลยุทธ์ 2.1 ปฏิบัติการอ่านออกเขียนได้ระดับจังหวัด มุ่งเป้าที่พื้นที่ที่มีช่องว่างมากที่สุด
ขั้นที่ 3 · ประเด็นยุทธศาสตร์
ประเด็นที่ 2 คุณภาพการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน อ่านออก เขียนได้ คิดเป็น
ขั้นที่ 4 · ปัญหา
ผู้เรียนที่อยู่ในระบบส่วนหนึ่งยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ตามเกณฑ์ และผลสัมฤทธิ์ของจังหวัดถดถอยเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น
ขั้นที่ 5 · สาเหตุราก
โรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมากไม่มีครูครบทุกสาระ ประกอบกับไม่มีเครื่องมือคัดกรองที่ทุกสังกัดใช้ร่วมกัน ทำให้ไม่ทราบว่าเด็กคนใดต้องช่วยเหลือจนกระทั่งสายเกินไป
ขั้นที่ 6 · ข้อมูล
จังหวัดมีสถานศึกษา 737 แห่ง ผู้เรียน 148,373 คน เฉลี่ย 201 คนต่อแห่ง โดย สพป. เขต 2 มีค่าเฉลี่ยเพียง 130 คนต่อแห่ง ซึ่งต่ำที่สุดในจังหวัด ข้อมูลจริง
ค่าฐานร้อยละประชากรอายุ 6–14 ปี ที่เข้าเรียนภาคบังคับคือ 84.00 เป้าหมายปี 2570 คือ 90 ข้อมูลจริง
ผลสัมฤทธิ์ระดับจังหวัดมีแล้ว ดัชนีความก้าวหน้าของคนระบุคะแนน O-NET มัธยมปลาย 28.84 อันดับ 57 ของประเทศ และปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากร 15 ปีขึ้นไป 9.95 ปี อันดับ 10 ของประเทศ ข้อมูลจริง
ผลสัมฤทธิ์และผลการคัดกรองการอ่านจำแนกรายโรงเรียนครบทุกสังกัด รอข้อมูล ปัจจุบันมีเฉพาะ สพป. เขต 1 ซึ่งครอบคลุมร้อยละ 28.2 ของนักเรียนทั้งจังหวัด
ขั้นที่ 7 · แหล่งอ้างอิง
ตัวอย่างที่ 3 การวางแผนรองรับผู้เรียนภาคเอกชน
โครงการจัดทำบัญชีการวางแผนรองรับผู้เรียนรายตำบล และแนวปฏิบัติคุ้มครองผู้เรียนกรณีสถานศึกษาเปลี่ยนแปลงกิจการ
ร่าง พ.ศ. 2571–2575 ประเด็นที่ 5 · ภารกิจประเภทที่ 1 สำหรับการจัดทำข้อมูลและแนวปฏิบัติ ประเภทที่ 2 สำหรับการประสานสถานศึกษารัฐ และประเภทที่ 4 สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายต่อ สช.
ขั้นที่ 1 · โครงการ
รวบรวมแนวโน้มจำนวนผู้เรียนรายสถานศึกษาเอกชนย้อนหลัง 5 ปีจากข้อมูลที่กลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชนมีอยู่ในงานประจำ จัดทำบัญชีการวางแผนรองรับผู้เรียนรายตำบลเป็นเอกสารภายใน และจัดทำแนวปฏิบัติคุ้มครองผู้เรียนเสนอ ปส.กช. และคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเห็นชอบ
ขั้นที่ 2 · กลยุทธ์
กลยุทธ์ 5.3 ระบบข้อมูลเพื่อการวางแผนรองรับผู้เรียน และแนวปฏิบัติคุ้มครองผู้เรียนกรณีสถานศึกษาเปลี่ยนแปลงกิจการ
ขั้นที่ 3 · ประเด็นยุทธศาสตร์
ประเด็นที่ 5 ระบบข้อมูลและกลไกบูรณาการระดับจังหวัด
ขั้นที่ 4 · ปัญหา
เมื่อสถานศึกษาเอกชนเลิกกิจการโดยแจ้งล่วงหน้าระยะสั้น ผู้เรียนต้องย้ายกลางปีการศึกษาโดยไม่มีการเตรียมการ และสถานศึกษาของรัฐในพื้นที่ต้องรับภาระกะทันหัน
ขั้นที่ 5 · สาเหตุราก
ไม่มีระบบสัญญาณเตือนล่วงหน้าระดับจังหวัด ทำให้หน่วยงานทราบเรื่องเมื่อสถานศึกษายื่นขอเลิกกิจการแล้ว ซึ่งสายเกินกว่าจะวางแผนรองรับผู้เรียนได้ทัน
ขั้นที่ 6 · ข้อมูล
ผู้เรียนภาคเอกชนลดลงร้อยละ 8.1 ในหนึ่งปี จาก 26,812 เหลือ 24,642 คน ขณะที่ทั้งจังหวัดลดร้อยละ 3.9 ข้อมูลจริง
ภาคเอกชนเป็นต้นทางของการลดลงร้อยละ 36.2 ของผู้เรียนที่ลดลงทั้งจังหวัด ทั้งที่มีผู้เรียนเพียงร้อยละ 16.6 ข้อมูลจริง คำนวณจาก 2,170 ÷ 6,000
สถานศึกษาเอกชนมีขนาดเฉลี่ย 616 คนต่อแห่ง เทียบกับค่าเฉลี่ยจังหวัด 201 คนต่อแห่ง หากปิดหนึ่งแห่ง ผู้เรียนราว 600 คนต้องหาที่เรียนใหม่พร้อมกัน ข้อมูลจริง
สถิติการขออนุญาตเลิกกิจการย้อนหลัง 5 ปีของจังหวัด รอข้อมูล
ขั้นที่ 7 · แหล่งอ้างอิง
ตัวอย่างที่ 4 แผนที่เส้นทางการเรียนรู้ทางเลือกของจังหวัด
โครงการจัดทำแผนที่เส้นทางการเรียนรู้ทางเลือก และระบบส่งต่อผู้เรียนที่หลุดจากระบบเข้าสู่เส้นทางที่เหมาะกับเงื่อนไขชีวิต
ร่าง พ.ศ. 2571–2575 ประเด็นที่ 3 · ภารกิจประเภทที่ 1 สำหรับสถานศึกษาเอกชนนอกระบบ ประเภทที่ 2 สำหรับ สกร. และอาชีวศึกษา และประเภทที่ 3 สำหรับความร่วมมือกับสถานประกอบการ
ขั้นที่ 1 · โครงการ
จัดทำแผนที่เส้นทางการเรียนรู้ทางเลือกทั้งจังหวัด ครอบคลุมศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ อาชีวศึกษาระบบทวิภาคี โรงเรียนเอกชนนอกระบบ การศึกษาโดยครอบครัว และศูนย์การเรียนของสถานประกอบการ โดยระบุที่ตั้ง เงื่อนไขการรับ ความจุที่รับได้ และช่องทางสมัคร แล้วเชื่อมกับระบบส่งต่อจากบัญชีเด็กนอกระบบในตัวอย่างที่ 1
ขั้นที่ 2 · กลยุทธ์
กลยุทธ์ 3.1 สร้างเส้นทางการเรียนรู้ทางเลือกสำหรับผู้เรียนที่ต้องทำงานหรือหลุดจากระบบ
ขั้นที่ 3 · ประเด็นยุทธศาสตร์
ประเด็นที่ 3 เส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เรียนรู้ตรงตามศักยภาพ
ขั้นที่ 4 · ปัญหา
เด็กที่ถูกพากลับเข้าระบบจำนวนหนึ่งหลุดออกซ้ำ เพราะถูกส่งกลับเข้าเส้นทางเดิมที่ไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขชีวิต เช่น ต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัว หรือย้ายที่อยู่ตามงานของผู้ปกครอง
ขั้นที่ 5 · สาเหตุราก
จังหวัดไม่มีแผนที่รวมว่ามีเส้นทางการเรียนรู้ทางเลือกใดบ้าง อยู่ที่ใด รับเงื่อนไขแบบใด และรับได้อีกเท่าใด ผู้ที่ทำหน้าที่ส่งต่อจึงส่งได้เฉพาะเส้นทางที่ตนรู้จัก และไม่มีระบบส่งต่อที่ข้ามสังกัดได้
ขั้นที่ 6 · ข้อมูล
ค่าฐานร้อยละประชากรอายุ 15–17 ปี ที่เข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและเทียบเท่าคือ 51.17 เป้าหมายปี 2570 ที่แผนฉบับเดิมกำหนดไว้คือ 60 ข้อมูลจริง แปลว่าเกือบครึ่งหนึ่งของเยาวชนกลุ่มนี้ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษาระดับดังกล่าว
เส้นทางทางเลือกที่มีอยู่จริงในจังหวัด ได้แก่ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ 16 แห่ง ผู้เรียน 11,603 คน · อาชีวศึกษาของรัฐ 9 แห่ง ผู้เรียน 7,244 คน · อาชีวศึกษาของเอกชน 5 แห่ง ผู้เรียน 3,779 คน · ศูนย์การเรียนรู้ปัญญาภิวัฒน์ 1 แห่ง ผู้เรียน 276 คน ซึ่งเป็นตัวอย่างศูนย์การเรียนของสถานประกอบการ ข้อมูลจริง
จำนวนและที่อยู่ของเยาวชนอายุ 15–17 ปีที่ไม่ได้เรียนต่อ จำแนกรายอำเภอ รอข้อมูล
ความจุที่เส้นทางทางเลือกแต่ละแห่งรับเพิ่มได้ รอข้อมูล
ขั้นที่ 7 · แหล่งอ้างอิง
ตัวอย่างที่ 5 รายงานความต้องการกำลังคนจังหวัดประจำปี
โครงการสำรวจความต้องการทักษะและตำแหน่งงานของสถานประกอบการ และจัดทำรายงานความต้องการกำลังคนจังหวัดเผยแพร่ประจำปี
ร่าง พ.ศ. 2571–2575 ประเด็นที่ 4 · ภารกิจประเภทที่ 3 ต้องร่วมดำเนินการ โดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้ประสาน ไม่ใช่ผู้รับผิดชอบผลสุดท้าย
ขั้นที่ 1 · โครงการ
สำรวจความต้องการทักษะและตำแหน่งงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัด หอการค้าจังหวัด สำนักงานแรงงานจังหวัด และสำนักงานจัดหางานจังหวัด ปีละ 1 ครั้ง จัดทำรายงานความต้องการกำลังคนจังหวัดเผยแพร่ให้ทุกสถานศึกษาภายในไตรมาสแรกของทุกปี และติดตามภาวะการมีงานทำของผู้จบการศึกษา
ขั้นที่ 2 · กลยุทธ์
กลยุทธ์ 4.1 ระบบข้อมูลความต้องการกำลังคนระดับจังหวัด
ขั้นที่ 3 · ประเด็นยุทธศาสตร์
ประเด็นที่ 4 กำลังคนอยุธยา เรียนแล้วมีงานทำ ทั้งในอุตสาหกรรมและทุนวัฒนธรรม
ขั้นที่ 4 · ปัญหา
สถานศึกษาวางแผนหลักสูตรและการรับผู้เรียนโดยไม่มีข้อมูลว่าสถานประกอบการในจังหวัดต้องการทักษะใดและขาดแคลนตำแหน่งใด ทำให้ผู้จบการศึกษาบางส่วนไม่ตรงกับงานที่มีอยู่ในพื้นที่
ขั้นที่ 5 · สาเหตุราก
ไม่มีกลไกถาวรที่แปลความต้องการฝั่งนายจ้างให้เป็นข้อมูลที่สถานศึกษานำไปวางแผนได้ การพบกันระหว่างสองฝ่ายเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวตามโครงการ ไม่ใช่รอบประจำปีที่คาดหมายได้ ข้อมูลจึงไม่สะสมและเทียบปีต่อปีไม่ได้
ขั้นที่ 6 · ข้อมูล
ปี 2568 จังหวัดมีตำแหน่งงานว่าง 15,371 อัตรา ผู้ลงทะเบียนสมัครงาน 11,310 คน และบรรจุงานได้ 9,477 คน คือมี 5,894 ตำแหน่งที่หาคนไม่ได้ ข้อมูลจริง
สายอาชีวศึกษาขาดแคลนกว่าสองเท่า ปวช. และ ปวส. รวมกันมีตำแหน่งงานว่าง 5,327 อัตรา แต่มีผู้สมัคร 2,567 คน คิดเป็น 2.08 ตำแหน่งต่อผู้สมัคร 1 คน ขณะที่สายมัธยมศึกษาสามัญมี 6,763 ตำแหน่ง แต่ผู้สมัคร 7,162 คน คือ 0.94 ข้อมูลจริง
ความต้องการกระจุกที่สองขั้ว คือ อาชีพขั้นพื้นฐานร้อยละ 52.5 และช่างเทคนิคร้อยละ 34.0 โดยช่างเทคนิคมีอัตราการบรรจุสูงสุดที่ร้อยละ 74.1 ข้อมูลจริง
ภาคการผลิตมีตำแหน่งงานว่างร้อยละ 72.2 ของทั้งหมดในไตรมาส 2 ปี 2569 ข้อมูลจริง
ภาวะการมีงานทำของผู้จบอาชีวศึกษารายบุคคล และความต้องการสมรรถนะเฉพาะเจาะจง รอข้อมูล
ขั้นที่ 7 · แหล่งอ้างอิง
สิ่งที่ห้าตัวอย่างนี้แสดงให้เห็น
ลูกโซ่ที่ครบ ไม่ได้แปลว่าข้อมูลครบ
ตัวอย่างที่ 1 3 และ 4 มีลูกโซ่ครบทุกขั้น แต่ยังมีช่องที่รอข้อมูล ความต่างคือเรารู้ว่าขาดอะไรและขาดตรงไหน ซึ่งต่างจากการไม่รู้ว่าตัวเองขาด
ลูกโซ่ที่ขาด บอกว่าต้องทำอะไรก่อน
ตัวอย่างที่ 5 ปิดได้เมื่อได้ข้อมูลจากสำนักงานแรงงานจังหวัด และตัวอย่างที่ 2 ปิดขั้นปัญหาได้เมื่อได้ดัชนีความก้าวหน้าของคน ซึ่งพิสูจน์ว่าลูกโซ่ที่ขาดคือรายการสิ่งที่ต้องไปหา ไม่ใช่ข้อบกพร่องถาวร
ข้อมูลที่ใกล้ตัวที่สุด มักพร้อมใช้ที่สุด
ตัวอย่างที่ 3 มีสัดส่วนข้อมูลจริงสูงสุด เพราะเป็นเรื่องที่หน่วยงานถือครองข้อมูลเองในงานประจำ ไม่ต้องรอความร่วมมือจากสังกัดอื่น
เจ้าภาพไม่จำเป็นต้องเป็นเราเสมอไป
ตัวอย่างที่ 5 มีผู้รับผิดชอบผลสุดท้ายเป็นสำนักงานแรงงานจังหวัดร่วมกับสภาอุตสาหกรรม ส่วนสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้ประสาน การเขียนให้ตัวเองเป็นเจ้าภาพหลักจะเป็นการเขียนเกินอำนาจหน้าที่
โครงการที่ดีมักเชื่อมกันเอง
ตัวอย่างที่ 4 ต่อจากตัวอย่างที่ 1 โดยตรง เพราะการพากลับเข้าระบบอย่างเดียวไม่พอ ถ้าไม่มีเส้นทางที่รับเงื่อนไขชีวิตของเด็กได้ ลูกโซ่จึงช่วยให้เห็นว่าโครงการใดต้องทำคู่กัน
ค่าฐานที่มีอยู่แล้ว มีค่ามากกว่าที่คิด
ตัวเลขร้อยละ 51.17 ของเยาวชนอายุ 15–17 ปีที่เข้าเรียนระดับมัธยมปลายและเทียบเท่า อยู่ในแผนฉบับเดิมมาตลอด แต่จะเห็นความหมายก็ต่อเมื่อเอามาวางในลูกโซ่ของปัญหาที่ชัดเจน