วิธีจัดทำ

กระบวนการและเครื่องมือที่ใช้ซ้ำได้

ส่วนนี้สรุปวิธีทำงานที่ใช้ในกรณีศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกแบบให้จังหวัดอื่นและผู้สนใจนำไปปรับใช้ได้ โดยไม่ต้องพึ่งข้อมูลเฉพาะของจังหวัดใด

เหตุใดแผนส่วนใหญ่จึงไม่ถูกใช้

ก่อนพูดถึงวิธีทำให้ถูก ควรรู้จักลักษณะของแผนที่ทำแล้วไม่มีใครใช้ อาการทั้งหกข้อนี้ไม่ได้เกิดจากความไม่ตั้งใจ แต่เกิดจากการข้ามขั้นตอน โดยเฉพาะการข้ามการวิเคราะห์สาเหตุ

อาการที่มองเห็น เทียบกับสาเหตุที่แท้จริง
อาการที่มองเห็นสาเหตุที่แท้จริง
อ่านแล้วไม่รู้ว่าจังหวัดนี้ต่างจากจังหวัดอื่นอย่างไรคัดลอกถ้อยคำจากแผนระดับบนโดยไม่วิเคราะห์เชิงพื้นที่
มีโครงการเต็มไปหมด แต่ไม่รู้ว่าแก้ปัญหาอะไรกำหนดโครงการก่อนวิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุ
ตัวชี้วัดมีแต่จำนวนผู้เข้าร่วมอบรมเลือกวัดสิ่งที่วัดง่าย ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญ
ค่าเป้าหมายเป็นเลขกลม เช่น ร้อยละ 80 ทุกตัวไม่มีค่าฐาน จึงตั้งเป้าตามความรู้สึก
หน่วยงานอื่นไม่ทำตามเขียนสั่งการหน่วยงานที่ไม่ได้อยู่ในสายบังคับบัญชา
พอถึงปีที่สามไม่มีใครรายงานผลไม่มีระบบข้อมูลรองรับตัวชี้วัดที่เขียนไว้

กระบวนการ 7 ระยะ

กับดักที่พบบ่อยที่สุดคือการเริ่มที่ระยะ 5 ทันที เพราะการเขียนวิสัยทัศน์และประเด็นยุทธศาสตร์ทำได้เร็วและรู้สึกว่ามีความคืบหน้า ขณะที่การวิเคราะห์ข้อมูลใช้เวลานาน ผลคือได้เอกสารที่สวยงามแต่ไม่เชื่อมกับปัญหาจริง

  1. กำหนดกรอบและตรวจสอบความพร้อม
    ขอบเขตงาน คำถามยุทธศาสตร์ นิยามศัพท์ บัญชีข้อมูลที่มีและที่ขาด เกณฑ์คุณภาพข้อมูล
  2. ทบทวนกฎหมาย นโยบาย และองค์ความรู้
    บัญชีกฎหมายพร้อมสถานะ ตารางความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ บทวิเคราะห์อำนาจหน้าที่ บทเรียนจากแผนฉบับเดิม
  3. วิเคราะห์สถานการณ์เชิงพื้นที่
    ตารางข้อมูลย้อนหลัง ตารางความแตกต่างรายอำเภอ PESTEL Problem Tree SWOT ที่มีหลักฐาน TOWS
  4. รับฟังและสังเคราะห์ความต้องการ
    เครื่องมือเก็บข้อมูล รายงานผลการรับฟังที่แยกความเห็นออกจากข้อเท็จจริง
  5. กำหนดทิศทางยุทธศาสตร์ — ห้ามเริ่มก่อนจบระยะ 3 และ 4
    ทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ 2–3 ทาง วิสัยทัศน์ เป้าประสงค์ ประเด็นยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ Theory of Change
  6. ตัวชี้วัดและการติดตามประเมินผล
    ชุดตัวชี้วัดครบ 13 องค์ประกอบ ค่าฐาน ค่าเป้าหมายพร้อมเหตุผล
  7. แผนขับเคลื่อนและการควบคุมคุณภาพ
    RACI แผนงานโครงการ กรอบงบประมาณ แผนความเสี่ยง บทสรุปผู้บริหาร บัญชีข้อจำกัด

ก่อนเปลี่ยนระยะทุกครั้ง ให้สรุปสี่อย่าง คือ สิ่งที่ทำแล้ว สิ่งที่ยังขาด สมมติฐานที่ใช้ และประเด็นที่ต้องให้ผู้บริหารตัดสินใจ

คำถาม 12 ข้อที่ทุกกลยุทธ์ต้องตอบได้

หากตอบครบทั้ง 12 ข้อ จะเขียนกลยุทธ์ด้วยถ้อยคำกว้าง ๆ ไม่ได้เลย เพราะทุกช่องบังคับให้ระบุสิ่งที่เจาะจง

  • ปัญหาหรือโอกาสคืออะไร
  • มีหลักฐานใดรองรับ
  • สาเหตุรากคืออะไร
  • ใครและพื้นที่ใดได้รับผลกระทบ
  • เกี่ยวข้องกับกฎหมายหรือแผนใด
  • ผลลัพธ์ที่ต้องการคืออะไร
  • กลไกใดจะทำให้เกิดผลลัพธ์นั้น
  • หน่วยงานใดรับผิดชอบ
  • ต้องใช้ทรัพยากรอะไร
  • มีความเสี่ยงและผลกระทบที่ไม่ตั้งใจอะไร
  • จะวัดความสำเร็จอย่างไร
  • หากผลไม่เป็นไปตามเป้าหมายจะปรับตัวอย่างไร

กับดักคำสี่คำ

ห้ามใช้คำว่า ส่งเสริม พัฒนา ยกระดับ บูรณาการ โดยไม่ระบุว่าทำอะไร กับใคร ด้วยกลไกใด และวัดผลอย่างไร ตัวอย่างสองคู่ต่อไปนี้เป็นเรื่องเดียวกัน ต่างกันที่ฝั่งขวาบอกได้ว่าใครต้องทำอะไร เมื่อไหร่ และวัดผลอย่างไร

ก่อนแก้

ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการอ่านของผู้เรียน

หลังแก้

คัดกรองการอ่านของนักเรียน ป.1–ป.3 ทุกสังกัดด้วยเครื่องมือเดียวกันปีละ 2 ครั้ง จัดกลุ่มโรงเรียนที่มีผลต่ำกว่าเกณฑ์เป็นพื้นที่มุ่งเป้า จัดทีมนิเทศเฉพาะกิจลงพื้นที่ไม่น้อยกว่า 4 ครั้งต่อโรงเรียนต่อปี และรายงานความก้าวหน้ารายโรงเรียนต่อคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดทุกภาคเรียน

ก่อนแก้ — กรณีเขียนเกินอำนาจ

ให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดจัดสรรอัตราครูเพิ่มเติมให้โรงเรียนขนาดเล็ก

หลังแก้

รวบรวมข้อมูลอัตรากำลังครูของสถานศึกษาขนาดเล็กรายอำเภอ วิเคราะห์ช่องว่างตามสาระวิชา และเสนอต่อ ก.ค.ศ. และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานพิจารณาจัดสรร ซึ่งเป็นภารกิจประเภทที่ 4 พร้อมกันนั้นให้ประสานการใช้ครูหมุนเวียนระหว่างโรงเรียนในตำบลเดียวกันโดยความสมัครใจ ซึ่งเป็นประเภทที่ 3

SWOT ทุกข้อต้องมีช่องหลักฐาน

ข้อห้ามเด็ดขาดคือการเขียน SWOT จากความคิดเห็นในที่ประชุมโดยไม่มีหลักฐาน ข้อทดสอบง่าย ๆ คือ อ่านข้อที่เขียนแล้วถามตัวเองว่า ถ้ามีคนถามว่ารู้ได้อย่างไร ตอบได้ไหม ถ้าตอบไม่ได้ ให้ตัดออกหรือย้ายไปไว้ในรายการสมมติฐานที่ต้องตรวจสอบ

ตัวอย่างจากกรณีศึกษา ทุกข้อมีแหล่งอ้างอิงกำกับ
รหัสประเด็นหลักฐานอ้างอิง
S1ฐานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เป็นแหล่งความร่วมมือและการจ้างงานโรงงานมากกว่า 2,134 แห่ง แรงงานประมาณ 300,000 คน จากสภาอุตสาหกรรมจังหวัด ปี 2565
S5สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมีอำนาจดำเนินการโดยตรงต่อสถานศึกษาเอกชน 40 แห่งข้อ 11 (10) คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 19/2560 และตารางที่ 7 แผนปฏิบัติราชการปีงบประมาณ 2569
W1ไม่มีระบบข้อมูลการศึกษาระดับจังหวัดที่ใช้ร่วมกันทุกสังกัดมีข้อมูลรายอำเภอจากรายงานสถิติจังหวัดแล้ว แต่ยังไม่มีระบบที่ใช้ร่วมกันทุกสังกัด พบข้อมูลขัดแย้งกันเองในเอกสารแผนฉบับเดียวกัน และนิยามครูมีสามแหล่งสามตัวเลข จัดเป็นหลักฐานเชิงลบ
T4ภาคเอกชนหดตัวเร็วกว่าค่าเฉลี่ยจังหวัดกว่าสองเท่าผู้เรียนเอกชนลดร้อยละ 8.1 เทียบกับทั้งจังหวัดร้อยละ 3.9 จากเอกสารแผนของหน่วยงานเอง

ตัวชี้วัด กับดักที่พบบ่อยที่สุด

ห้าข้อผิดพลาดที่ทำให้ตัวชี้วัดใช้บริหารไม่ได้
กับดักตัวอย่างที่ผิดวิธีแก้
วัดกิจกรรมแทนผลลัพธ์จำนวนครูที่เข้ารับการอบรมสัดส่วนนักเรียนที่อ่านออกเขียนได้ตามเกณฑ์
วัดค่าเฉลี่ยแทนช่องว่างคะแนนเฉลี่ยการอ่านของจังหวัดช่องว่างคะแนนระหว่างกลุ่มอำเภอสูงสุดกับต่ำสุด
วัดสะสมแทนอัตราใหม่จำนวนเด็กที่พากลับสะสมอัตราการหลุดออกจากระบบใหม่รายภาคเรียน
ตั้งเป้าโดยไม่มีค่าฐานตั้งร้อยละ 80 ทุกตัวชี้วัดระบุว่ารอกำหนดหลังจัดทำข้อมูลฐาน
เลือกวัดสิ่งที่วัดง่ายจำนวนโครงการที่ดำเนินการผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เรียนจริง

บทเรียนจริงจากแผนฉบับเดิมของจังหวัด ในแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ 2568 พบตัวชี้วัดที่มีค่าฐานร้อยละ 88.02 แต่ตั้งค่าเป้าหมายปี 2570 ไว้เพียงร้อยละ 84 ซึ่งแปลว่าแผนตั้งเป้าให้ผลงานแย่ลง และพบอีกรายการที่มีค่าฐานเท่ากันพอดีทั้งที่วัดคนละเรื่อง ประเด็นนี้ยกขึ้นมาเพื่อเป็นบทเรียนร่วม ไม่ใช่การจับผิดผู้จัดทำ เพราะเป็นข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้ง่ายมากเมื่อไม่มีการตรวจสอบความสอดคล้องภายใน

เกณฑ์ตรวจก่อนส่งงานทุกครั้ง

  • ข้อมูลเป็นปัจจุบันและมีที่มาครบทุกตัวเลข
  • กฎหมายและแผนที่อ้างอิงยังมีผลบังคับใช้
  • ข้อเสนออยู่ในขอบเขตอำนาจ และจำแนกประเภทภารกิจครบ
  • ข้อสรุปทุกข้อเชื่อมโยงกลับไปยังหลักฐานได้
  • ไม่มีตัวเลขหรือแหล่งอ้างอิงที่สร้างขึ้น
  • กลุ่มเปราะบางและความแตกต่างเชิงพื้นที่ได้รับการพิจารณา
  • ตัวชี้วัดสะท้อนผลลัพธ์และความเสมอภาค
  • ค่าเป้าหมายมีค่าฐานและเหตุผลรองรับ
  • ระบุความเสี่ยง สมมติฐาน และข้อจำกัดแล้ว
  • ทุกมาตรการมีเจ้าภาพจริงที่รับทราบและยอมรับ
  • ภาษาและรูปแบบเหมาะสมกับเอกสารราชการ
  • ผู้อ่านตรวจสอบย้อนกลับไปถึงปัญหาและข้อมูลได้
  • มีภาคผนวกบัญชีข้อจำกัดและช่องว่างข้อมูล

ดูตัวอย่างลูกโซ่ 5 ตัวอย่างที่ไล่ครบ 7 ขั้น ดาวน์โหลดคู่มือฉบับเต็ม

ตัวอย่างลูกโซ่ใช้ประเด็นยุทธศาสตร์ของร่าง พ.ศ. 2571–2575 ไม่ใช่ห้าประเด็นของแผนปัจจุบัน ดูตารางเทียบกรอบที่ สองกรอบประเด็นยุทธศาสตร์