กรณีศึกษาการวางแผนการศึกษาระดับจังหวัด · พ.ศ. 2571–2575

แผนที่ไล่กลับไปหาเด็กได้ คือแผนที่ถูกใช้

เว็บไซต์นี้เปิดวิธีทำงานเบื้องหลังการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยาให้สาธารณะตรวจสอบและนำไปใช้ต่อ ทั้งกรอบกฎหมาย ข้อมูลจริง เครื่องมือวิเคราะห์ และข้อจำกัดที่ยังแก้ไม่ได้

ตัวเลขที่ไม่มีมาตรการใดเปลี่ยนได้ในกรอบห้าปี

ณ มกราคม 2569 จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีเด็กอายุ 0 ปี 4,610 คน และเยาวชนอายุ 17 ปี 9,665 คน จากข้อมูลประชากรรายอายุของกรมการปกครอง เด็กทุกคนที่จะอยู่ในวัยเรียนถึงปี 2575 เกิดและมีชื่อในทะเบียนราษฎรแล้ว

47.7% ขนาดรุ่นเด็กเกิดใหม่เทียบรุ่นอายุ 17 ปี 4,610 คน เทียบกับ 9,665 คน ณ มกราคม 2569
−23.2% ประชากรวัยภาคบังคับ 6–14 ปี ถึงปี 2575 74,308 คน เหลือ 57,040 คน จากรุ่นที่เกิดแล้ว

ยุทธศาสตร์ต้องออกแบบให้ทำงานในระบบที่เล็กลง ในเวลา 17 ปี ขนาดรุ่นเด็กเกิดใหม่ลดลงเหลือไม่ถึงครึ่ง นี่ไม่ใช่การคาดการณ์และไม่ใช่แนวโน้มที่ยังไม่แน่นอน ไม่มีมาตรการใดของแผนห้าปีเปลี่ยนแปลงตัวเลขนี้ได้ สิ่งที่ทำได้คือออกแบบระบบให้ทำงานได้ดีเมื่อมันเล็กลง

ดูตารางข้อมูลและการคาดการณ์ประชากรวัยเรียนฉบับเต็ม

เข้าสู่เนื้อหาสามเส้น

เลือกตามงานที่ต้องการทำ ไม่ต้องไล่ทั้งสิบหน้า

วิธีจัดทำ

กระบวนการ 7 ระยะ คำถาม 12 ข้อสำหรับทุกกลยุทธ์ และตัวอย่างที่ไล่ลูกโซ่จากโครงการถึงแหล่งอ้างอิงครบทั้ง 7 ขั้น

เปิดวิธีจัดทำ
ดูตัวอย่างลูกโซ่ 5 ตัวอย่าง

ข้อเสนอปี 2570

ทบทวนแผนพัฒนาการศึกษา พ.ศ. 2566–2570 จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ 2570 และตัวอย่างโครงการที่ไล่กลับไปหาเด็กได้

ดูข้อเสนอทั้งหมด
ดูตัวอย่างโครงการ

ข้อมูลและเอกสาร

ตารางข้อมูลจังหวัด เส้นแบ่งอำนาจสี่ระดับ และเอกสารให้ดาวน์โหลดฟรี ทั้งร่างยุทธศาสตร์ คู่มือ สไลด์ และใบงาน

ข้อมูลจังหวัด · อำนาจหน้าที่
เอกสารและลิงก์

ลูกโซ่การตรวจสอบย้อนกลับของยุทธศาสตร์ แผนภาพแสดงการไล่ย้อนกลับจากโครงการ ไปกลยุทธ์ ประเด็นยุทธศาสตร์ ปัญหา สาเหตุราก ข้อมูล และแหล่งอ้างอิง หากขาดตอนที่จุดใด แปลว่าโครงการนั้นไม่มีเหตุผลรองรับ โครงการ สิ่งที่ลงมือทำ กลยุทธ์ ประเด็นยุทธศาสตร์ ปัญหา สาเหตุราก ข้อมูล แหล่งอ้างอิง ที่ตรวจได้
ข้อทดสอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกแผน สุ่มโครงการมาสามโครงการ แล้วไล่ย้อนกลับตามลูกโซ่นี้ หากขาดตอนที่จุดใด แปลว่าโครงการนั้นไม่มีเหตุผลรองรับ ต้องแก้หรือตัดออก

ดูตัวอย่างที่ไล่ครบทั้ง 7 ขั้น 5 ตัวอย่าง

ตัวเลขที่กำหนดโจทย์

ข้อมูลจากเอกสารแผนของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเอง เปรียบเทียบระหว่างแผนพัฒนาการศึกษาฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ 2568 กับแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ 2569 ซึ่งมีข้อมูล ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2568

148,373 ผู้เรียนทั้งจังหวัด ลดจาก 154,373 คน หรือลดลงร้อยละ 3.9 ในหนึ่งปี
737 สถานศึกษาทั้งจังหวัด คงที่ทั้งสองปี ขณะที่ผู้เรียนลดลง 6,000 คน
16.6% สัดส่วนผู้เรียนภาคเอกชน 24,642 คน ใน 40 แห่ง คิดเป็นสถานศึกษาเพียงร้อยละ 5.4 ของจังหวัด
616 ผู้เรียนเฉลี่ยต่อสถานศึกษาเอกชน เทียบกับค่าเฉลี่ยทั้งจังหวัด 201 คนต่อแห่ง

วิธีอ่านตัวเลขชุดนี้ ผู้เรียนทั้งจังหวัดลดลง 6,000 คน โดยมาจากภาคเอกชน 2,170 คน คิดเป็นร้อยละ 36 ของการลดลงทั้งหมด ทั้งที่ภาคเอกชนมีผู้เรียนเพียงร้อยละ 16.6 หมายความว่าภาคเอกชนรับแรงกดจากการหดตัวของประชากรวัยเรียนในสัดส่วนที่สูงกว่าขนาดของตนเองกว่าสองเท่า

ดูตารางข้อมูลรายสังกัดฉบับเต็ม พร้อมข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนใช้

สามข้อที่ยืนยันไว้ตลอดทั้งงาน

ข้อมูลที่ไม่สวยงามมีค่ากว่าข้อมูลที่สวยงาม

หากพบว่าอำเภอหนึ่งมีผลสัมฤทธิ์ต่ำกว่าอำเภออื่นมาก นั่นคือข้อค้นพบที่มีค่าที่สุดของทั้งแผน เพราะเป็นจุดที่การลงทุนจะสร้างผลตอบแทนสูงสุด การเฉลี่ยรวมให้ดูดีเท่ากับทำให้แผนไร้ประโยชน์

การยอมรับว่าทำเองไม่ได้ คือความแม่นยำ

การเขียนให้หน่วยงานหนึ่งดำเนินการเรื่องที่อยู่ในอำนาจของหน่วยงานอื่น ทำให้แผนล้มเหลวทันที การระบุเจ้าภาพที่แท้จริงพร้อมกลไกที่มีอยู่จริง คือสิ่งที่ทำให้แผนเดินได้

ความเห็นของผู้บริหารเป็นสมมติฐาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริง

เมื่อผู้บริหารระบุว่าปัญหาสำคัญคือเรื่องใด ให้ถือเป็นสมมติฐานตั้งต้นที่ต้องตรวจสอบด้วยข้อมูล หากข้อมูลไม่ยืนยัน ก็ต้องรายงานตามจริง

ข้อจำกัดที่ยังแก้ไม่ได้

งานชิ้นนี้เปิดเผยข้อจำกัดของตัวเองตามหลักการเดียวกับที่เสนอให้ผู้อื่นใช้ ผู้ที่นำไปใช้ต่อควรทราบห้าข้อนี้ก่อน

  • ค่าฐานการออกกลางคันขัดแย้งกัน 10.7 เท่า ระหว่างแผนของหน่วยงาน 1,181 คน กับรายงานสถิติจังหวัด 110 คน ยังไม่มีข้อยุติ
  • ไม่มีหน่วยงานใดถือข้อมูลว่าเยาวชนอายุ 15–17 ปีที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษาราว 6,600–13,700 คน ปัจจุบันอยู่ที่ใดและทำอะไร
  • มีข้อมูลจำแนกรายอำเภอครบ 16 อำเภอแล้ว และประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 ของร่าง พ.ศ. 2571–2575 มีค่าฐานระดับจังหวัดจากดัชนีความก้าวหน้าของคนแล้ว แต่ยังขาดการจำแนกรายกลุ่มเปราะบาง และยังไม่มีผลสัมฤทธิ์รายโรงเรียนครบทุกสังกัด
  • ตัวเลขจำนวนครูและห้องเรียนของภาคเอกชนมีความผิดปกติที่ยังอธิบายไม่ได้ จึงยังห้ามนำไปใช้ก่อนตรวจสอบนิยาม
  • ข้อมูลกฎหมายทั้งหมดตรวจสอบจากเว็บไซต์หน่วยงาน ยังไม่ได้ตรวจทานกับตัวบทในราชกิจจานุเบกษาทุกฉบับ