ตัวอย่างโครงการ

ตัวอย่างโครงการสำคัญสำหรับแผนปฏิบัติการด้านการศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570

แปดโครงการที่ข้อมูลชี้ว่าจำเป็นสำหรับแผนปฏิบัติการ ปีงบประมาณ 2570

กลับไปหน้าเอกสาร ดาวน์โหลด Markdown ดาวน์โหลด Word

อ่านคำกำกับในเอกสารก่อนใช้ ฉบับนี้อาจมีตัวเลขสมมติหรืองบประมาณที่เป็นการประมาณการ ห้ามนำไปอ้างอิงแทนเอกสารทางการ

สถานะเอกสาร ตัวอย่างเชิงวิธีการเพื่อประกอบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ไม่ใช่โครงการที่ผ่านการอนุมัติของหน่วยงานใด จัดทำโดย บูรพาทิศ พลอยสุวรรณ์ ผู้วิจัยอิสระ · วันที่ 31 สิงหาคม 2569


⚠️ วิธีใช้เอกสารฉบับนี้ และสิ่งที่ต้องระวัง

สิ่งที่เอกสารนี้เป็น ตัวอย่างว่าโครงการที่มีที่มาจากข้อมูลจริงหน้าตาเป็นอย่างไร โดยทุกโครงการไล่ย้อนกลับไปหาข้อมูลที่ตรวจสอบได้

สิ่งที่เอกสารนี้ไม่เป็น

  1. ไม่ใช่โครงการที่ผ่านการเห็นชอบ ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดหรือหน่วยงานใด
  2. ตัวเลขงบประมาณทุกรายการเป็นการประมาณการของผู้จัดทำ กำกับด้วย ประมาณการ ทุกจุด ต้องแทนที่ด้วยการประมาณการต้นทุนจริงรายกิจกรรมก่อนบรรจุในแผน
  3. ไม่ใช่รายการที่ครบถ้วน เป็นเพียงแปดโครงการที่ข้อมูลชี้ว่าจำเป็น ยังมีความจำเป็นอื่นที่ผู้ปฏิบัติในพื้นที่รู้ดีกว่า

วิธีใช้ที่เหมาะสม ใช้เป็นตัวตั้งในการอภิปราย โดยถามสามคำถามกับแต่ละโครงการ คือ ปัญหานี้มีจริงในพื้นที่ของเราหรือไม่ · ใครควรเป็นเจ้าภาพจริง · และเราทำได้ด้วยทรัพยากรที่มีหรือไม่


ภาพรวมแปดโครงการ

# ชื่อโครงการ ประเด็นยุทธศาสตร์ ประเภทภารกิจ งบประมาณ ประมาณการ ความเร่งด่วน
1 บัญชีข้อมูลการศึกษาระดับจังหวัด 3 บริหารบูรณาการ 1 และ 2 150,000 – 250,000 สูงมากที่สุด
2 ระบบส่งต่อข้อมูลผู้เรียนข้ามสถานศึกษาและข้ามจังหวัด 1 โอกาสและความเสมอภาค 1 และ 3 400,000 – 600,000 สูงมากที่สุด
3 สำรวจสถานะเยาวชนอายุ 15–17 ปีที่ไม่อยู่ในระบบ 1 และ 4 3 300,000 – 500,000 สูงมาก
4 รายงานความต้องการกำลังคนจังหวัด เผยแพร่รายไตรมาส 4 ทักษะอาชีพ 2 และ 3 120,000 – 200,000 สูงมาก
5 ปฏิบัติการอ่านออกเขียนได้ มุ่งเป้าตามกลุ่มอำเภอ 2 คุณภาพการเรียนรู้ 1 และ 2 500,000 – 800,000 สูง
6 แผนรองรับผู้เรียนภาคเอกชนใน 9 อำเภอ 3 บริหารบูรณาการ 1, 2 และ 4 ใช้งบที่มีอยู่แล้ว สูง
7 เตรียมความพร้อมเด็กปฐมวัยร่วมกับท้องถิ่น 2 คุณภาพการเรียนรู้ 3 200,000 – 350,000 สูง
8 ความต่อเนื่องของการเรียนรู้ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย 5 ความปลอดภัย 2 และ 3 150,000 – 300,000 ปานกลาง
รวม 1,820,000 – 3,000,000

ข้อสังเกตเรื่องวงเงิน งบประมาณโครงการตามประเด็นยุทธศาสตร์ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดในปีงบประมาณ 2569 อยู่ที่ 3,670,899 บาท ชุดโครงการนี้จึงอยู่ในวิสัยที่เป็นไปได้ แต่ต้องแลกด้วยการลดหรือรวมโครงการเดิมบางรายการ ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ต้องทำในที่ประชุม

📌 สังเกตว่าสามโครงการแรกซึ่งเร่งด่วนที่สุด รวมกันใช้งบไม่ถึงหนึ่งล้านบาท เพราะเป็นโครงการด้านข้อมูลและกลไก ไม่ใช่โครงการจัดกิจกรรม

---

โครงการที่ 1

บัญชีข้อมูลการศึกษาระดับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

หัวข้อ รายละเอียด
ประเด็นยุทธศาสตร์ ที่ 3 ยกระดับการบริหารจัดการแบบบูรณาการจากทุกภาคส่วน
ปัญหาที่แก้ จังหวัดมีข้อมูลการศึกษาอยู่แล้วเกือบครบ แต่กระจายอยู่ในหน่วยงานต่าง ๆ และไม่ถูกรวบรวมมาที่เดียวกัน ทำให้ตัวชี้วัดของแผนไม่มีค่าฐาน
หลักฐาน จริง ข้อมูลที่มีอยู่แล้วแต่ไม่อยู่ในแผน ได้แก่ การศึกษารายอำเภอ 16 อำเภอ · อนุกรมเวลานักเรียน 5 ปี · การออกกลางคัน 10 ปี · สาเหตุการออกกลางคันรายอำเภอ · ประชากรรายอายุ · ดัชนีความก้าวหน้าของคน · ตำแหน่งงานว่างจำแนกวุฒิ · ผลการทดสอบ O-NET 5 ปี
สาเหตุราก ไม่มีกลไกและไม่มีผู้รับผิดชอบในการรวบรวม อีกทั้งแต่ละหน่วยงานไม่ทราบว่าหน่วยงานอื่นมีข้อมูลอะไร
วัตถุประสงค์ ให้จังหวัดมีบัญชีข้อมูลการศึกษาที่ระบุว่าข้อมูลใดมีอยู่ที่ใด ละเอียดถึงระดับใด ย้อนหลังกี่ปี และขอได้เมื่อใด
กิจกรรมหลัก (1) ออกแบบแบบฟอร์มบัญชีข้อมูล 5 ช่อง คือ ชื่อชุดข้อมูล · ระดับความละเอียด · จำนวนปีย้อนหลัง · รอบการจัดเก็บ · วันที่ส่งได้
(2) จัดประชุมชี้แจงและให้ทุกหน่วยงานกรอกในที่ประชุม
(3) รวบรวมเป็นบัญชีข้อมูลระดับจังหวัด
(4) ระบุช่องว่างข้อมูลที่ยังไม่มีผู้ใดถือครอง
(5) จัดทำข้อตกลงรอบการส่งข้อมูลประจำปี
กลุ่มเป้าหมาย หน่วยงานทางการศึกษาทุกสังกัดในจังหวัด และหน่วยงานภาคีที่ถือครองข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ประเภทภารกิจ ประเภทที่ 1 สำหรับการออกแบบและรวบรวม · ประเภทที่ 2 สำหรับการขอข้อมูลจากหน่วยงานในสังกัด ศธ. · ประเภทที่ 3 สำหรับหน่วยงานนอกสังกัด
เจ้าภาพหลัก สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด กลุ่มนโยบายและแผน
ตัวชี้วัดผลผลิต มีบัญชีข้อมูลการศึกษาระดับจังหวัดฉบับแรก ภายในไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ 2570
ตัวชี้วัดผลลัพธ์ สัดส่วนตัวชี้วัดในแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดที่มีค่าฐานจริงรองรับ · ค่าฐาน รอข้อมูล · เป้าหมาย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
งบประมาณ 150,000 – 250,000 บาท ประมาณการ ส่วนใหญ่เป็นค่าประชุมและค่าจัดทำเอกสาร
ระยะเวลา ไตรมาสที่ 1 ถึง 2 ของปีงบประมาณ 2570
ความเสี่ยง หน่วยงานส่งข้อมูลไม่ครบหรือไม่ตรงเวลา มาตรการลดความเสี่ยงคือให้กรอกในที่ประชุมทันที ไม่ใช่ส่งหนังสือขอแล้วรอ

📌 เหตุใดโครงการนี้จึงเร่งด่วนที่สุด เพราะเป็นเงื่อนไขของโครงการอื่นเกือบทั้งหมด และเป็นสิ่งที่กำหนดว่าแผนพัฒนาการศึกษารอบใหม่ พ.ศ. 2571–2575 จะมีค่าฐานตัวชี้วัดหรือไม่ หากทำได้เพียงโครงการเดียวในปี 2570 ควรเป็นโครงการนี้


โครงการที่ 2

ระบบส่งต่อข้อมูลผู้เรียนข้ามสถานศึกษาและข้ามจังหวัด

หัวข้อ รายละเอียด
ประเด็นยุทธศาสตร์ ที่ 1 สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และส่งเสริมโอกาสการเข้าถึงการให้บริการทางการศึกษา
ปัญหาที่แก้ เด็กที่ครอบครัวย้ายที่อยู่ตามงาน หลุดจากระบบระหว่างการย้าย เพราะโรงเรียนปลายทางไม่รู้ว่ามีเด็กกำลังจะมา และโรงเรียนต้นทางไม่รู้ว่าเด็กไปถึงหรือไม่
หลักฐาน จริง สาเหตุการออกกลางคันปีการศึกษา 2567 จำนวน 110 คน แยกเป็น อพยพตามครอบครัว 77 คน คิดเป็นร้อยละ 70.0 · ปัญหาครอบครัว 13 คน · ปัญหาการปรับตัว 10 คน · ฐานะยากจนเพียง 2 คน คิดเป็นร้อยละ 1.8
รายอำเภอ การออกกลางคันจากการอพยพสูงสุดที่พระนครศรีอยุธยา 22 คน บางปะอิน 11 คน วังน้อย 10 คน ซึ่งเป็นเขตเมืองและเขตอุตสาหกรรมทั้งสามอำเภอ
สาเหตุราก ไม่มีระบบข้อมูลติดตามผู้เรียนรายบุคคลที่ใช้ร่วมกันข้ามสังกัดและข้ามพื้นที่
วัตถุประสงค์ ลดจำนวนผู้เรียนที่หลุดจากระบบอันเนื่องมาจากการย้ายที่อยู่ของครอบครัว
กิจกรรมหลัก (1) จัดทำแนวปฏิบัติการส่งต่อข้อมูลผู้เรียนเมื่อมีการย้าย ครอบคลุมระยะเวลาแจ้ง เอกสารที่ต้องส่ง และผู้รับผิดชอบ
(2) มอบหมายผู้ประสานงานระดับอำเภอ โดยเริ่มที่ สามอำเภอเป้าหมายคือพระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และวังน้อย
(3) จัดทำระบบติดตามสถานะผู้เรียนที่แจ้งย้าย ว่าเข้าเรียนที่ใหม่แล้วหรือยัง
(4) ประสานกับจังหวัดปลายทางที่พบการย้ายบ่อย
(5) รายงานสถานะรายภาคเรียนต่อคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด
กลุ่มเป้าหมาย ผู้เรียนที่มีการย้ายที่อยู่ของครอบครัว โดยเน้นสามอำเภอเขตเมืองและเขตอุตสาหกรรม
ประเภทภารกิจ ประเภทที่ 1 สำหรับสถานศึกษาเอกชน · ประเภทที่ 3 สำหรับความร่วมมือกับ สพป. สพม. อปท. และที่ทำการปกครองจังหวัด
เจ้าภาพหลัก สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด กลุ่มพัฒนาการศึกษา ร่วมกับ สพป. สองเขต และ สพม.
ตัวชี้วัดผลผลิต มีแนวปฏิบัติการส่งต่อข้อมูลผู้เรียนที่ กศจ. เห็นชอบ · มีผู้ประสานงานระดับอำเภอครบสามอำเภอเป้าหมาย
ตัวชี้วัดผลลัพธ์ จำนวนผู้เรียนที่ออกกลางคันด้วยสาเหตุอพยพตามครอบครัว · ค่าฐาน 77 คน ปีการศึกษา 2567 จริง · เป้าหมาย ลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 30
งบประมาณ 400,000 – 600,000 บาท ประมาณการ
ระยะเวลา ตลอดปีงบประมาณ 2570
ความเสี่ยง ต้องวินิจฉัย การแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้เรียนรายบุคคลระหว่างสังกัด มีประเด็นตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ต้องให้ฝ่ายกฎหมายวินิจฉัยก่อนเริ่มดำเนินการ

⚠️ ข้อควรระวังในการอภิปราย ข้อมูลชุดนี้บอกว่าความยากจนเป็นสาเหตุเพียงร้อยละ 1.8 แต่ไม่ได้แปลว่าความยากจนไม่ใช่ปัญหา อาจหมายความว่ามาตรการช่วยเหลือด้านการเงินที่มีอยู่ทำงานได้ผลแล้ว จึงไม่ควรตัดมาตรการเดิมทิ้ง แต่ควรเพิ่มมาตรการใหม่ที่ตรงกับสาเหตุอันดับหนึ่ง


โครงการที่ 3

สำรวจสถานะเยาวชนอายุ 15–17 ปี ที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษา

หัวข้อ รายละเอียด
ประเด็นยุทธศาสตร์ ที่ 1 โอกาสและความเสมอภาค เชื่อมกับที่ 4 ทักษะอาชีพ
ปัญหาที่แก้ เยาวชนอายุ 15–17 ปีจำนวนมากไม่อยู่ในระบบการศึกษา และไม่ปรากฏในระบบจัดหางานด้วย จึงไม่มีหน่วยงานใดทราบว่าคนกลุ่มนี้อยู่ที่ใดและทำอะไร
หลักฐาน จริง อัตราการเข้าเรียนมัธยมปลายและเทียบเท่าอยู่ที่ร้อยละ 51.17 ตามแผน ศธจ. หรือร้อยละ 76.39 ตามแผนพัฒนาจังหวัด ซึ่งขัดแย้งกัน 25 จุด ทำให้ประมาณจำนวนผู้ไม่อยู่ในระบบได้ในช่วง 6,600 ถึง 13,700 คน
รายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัด ระบุว่าช่วงอายุ 15–17 ปีมีตำแหน่งงานว่าง 0 อัตรา ผู้ลงทะเบียนสมัครงาน 0 คน และบรรจุงาน 0 คน ตลอดปี 2568 และตลอดไตรมาส 2 ปี 2569
สาเหตุราก ไม่มีหน่วยงานใดถือข้อมูลสถานะปัจจุบันของเยาวชนกลุ่มนี้ จึงยังออกแบบมาตรการที่ถูกต้องไม่ได้
วัตถุประสงค์ ทราบว่าเยาวชนกลุ่มนี้อยู่ที่ใด ทำอะไร และต้องการอะไร เพื่อใช้ออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ที่ตรงกับเงื่อนไขชีวิต
กิจกรรมหลัก (1) หาข้อยุติเรื่องนิยามและตัวส่วนของอัตราการเข้าเรียน เพื่อให้ทราบจำนวนที่แท้จริง
(2) สำรวจตัวอย่างเยาวชนกลุ่มนี้ในสามกลุ่มอำเภอที่มีลักษณะต่างกัน คือเขตเมือง เขตอุตสาหกรรม และเขตเกษตร
(3) วิเคราะห์ว่าอยู่ในสามสถานะใด คือทำงานนอกระบบ · เรียนหรือทำงานนอกจังหวัด · หรือไม่ได้ทำอะไร
(4) จัดทำข้อเสนอเส้นทางการเรียนรู้ที่ตรงกับแต่ละสถานะ
กลุ่มเป้าหมาย เยาวชนอายุ 15–17 ปีที่ไม่มีรายชื่อในสถานศึกษาใดในจังหวัด
ประเภทภารกิจ ประเภทที่ 3 ต้องร่วมกับ สกร.จังหวัด สำนักงานแรงงานจังหวัด สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และที่ทำการปกครองจังหวัด
เจ้าภาพหลัก สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ร่วมกับ สกร.จังหวัด
ตัวชี้วัดผลผลิต มีรายงานสถานะเยาวชนอายุ 15–17 ปีที่ไม่อยู่ในระบบ พร้อมข้อเสนอเส้นทางการเรียนรู้
ตัวชี้วัดผลลัพธ์ ร้อยละประชากรอายุ 15–17 ปีที่เข้าเรียนมัธยมปลายและเทียบเท่า · ค่าฐาน ต้องวินิจฉัย เพราะขัดแย้งกัน 25 จุด · เป้าหมาย กำหนดหลังได้ข้อยุติเรื่องนิยาม
งบประมาณ 300,000 – 500,000 บาท ประมาณการ
ระยะเวลา ไตรมาสที่ 2 ถึง 4 ของปีงบประมาณ 2570
ความเสี่ยง เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายยาก เพราะไม่มีรายชื่อตั้งต้น มาตรการลดความเสี่ยงคือเริ่มจากบัญชีเด็กนอกระบบที่เชื่อมทะเบียนราษฎรกับข้อมูลนักเรียน ซึ่งเป็นผลผลิตของโครงการที่ 1 และ 2

📌 เหตุผลที่ต้องสำรวจก่อนออกแบบมาตรการ คำอธิบายสามทางให้ผลต่อยุทธศาสตร์ต่างกันมาก หากเยาวชนกลุ่มนี้ทำงานนอกระบบอยู่จริง มาตรการที่ต้องใช้คือการศึกษาที่ยืดหยุ่นควบคู่การทำงาน แต่หากไปเรียนนอกจังหวัด ปัญหาจะเล็กกว่าที่ประมาณไว้มาก การเดาผิดหมายถึงการลงทุนผิดที่ตลอดห้าปี


โครงการที่ 4

รายงานความต้องการกำลังคนจังหวัด เผยแพร่ให้สถานศึกษารายไตรมาส

หัวข้อ รายละเอียด
ประเด็นยุทธศาสตร์ ที่ 4 พัฒนาทักษะอาชีพและเพิ่มขีดสมรรถนะในการแข่งขัน
ปัญหาที่แก้ สถานศึกษาวางแผนหลักสูตรและการรับผู้เรียนโดยไม่มีข้อมูลว่าสถานประกอบการในจังหวัดต้องการวุฒิใดและอาชีพใด
หลักฐาน จริง ปี 2568 ตำแหน่งงานว่างสายอาชีวศึกษา ปวช. และ ปวส. รวม 5,327 อัตรา แต่มีผู้สมัคร 2,567 คน คิดเป็น 2.08 ตำแหน่งต่อผู้สมัคร 1 คน
สายมัธยมศึกษาสามัญมีตำแหน่งงานว่าง 6,763 อัตรา แต่ผู้สมัคร 7,162 คน คือ 0.94
ทั้งจังหวัดมีตำแหน่งงานว่าง 15,371 อัตรา บรรจุได้ 9,477 คน คือ มี 5,894 ตำแหน่งที่หาคนไม่ได้
ความต้องการกระจุกที่ อาชีพขั้นพื้นฐานร้อยละ 52.5 และช่างเทคนิคร้อยละ 34.0 โดยช่างเทคนิคมีอัตราการบรรจุสูงสุดที่ร้อยละ 74.1
สาเหตุราก ข้อมูลมีอยู่แล้ว สำนักงานแรงงานจังหวัดจัดทำรายงานทุกไตรมาสและทุกปี แต่ไม่ถูกแปลเป็นรูปแบบที่สถานศึกษาใช้วางแผนได้ และไม่ถูกส่งถึงสถานศึกษาตามรอบที่คาดหมายได้
วัตถุประสงค์ ให้สถานศึกษาที่จัดการศึกษาสายอาชีพทุกแห่งในจังหวัด ได้รับข้อมูลความต้องการกำลังคนตามรอบที่แน่นอน ในรูปแบบที่ใช้วางแผนได้
กิจกรรมหลัก (1) ตกลงรูปแบบและรอบการส่งข้อมูลกับสำนักงานแรงงานจังหวัดและสำนักงานจัดหางานจังหวัด
(2) แปลข้อมูลตำแหน่งงานว่างเป็นรายงานสั้นที่สถานศึกษาอ่านได้ใน 10 นาที โดยแยกตามวุฒิ สาขา และอาชีพ
(3) เผยแพร่ให้สถานศึกษาสายอาชีพทุกแห่งภายใน 30 วันหลังสิ้นไตรมาส
(4) จัดเวทีหารือกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดและหอการค้าจังหวัดปีละ 1 ครั้ง
(5) สอบถามความผิดปกติของข้อมูลวุฒิอนุปริญญาที่มีตำแหน่งงานว่าง 1,113 อัตราแต่ผู้สมัคร 44 คน
กลุ่มเป้าหมาย อาชีวศึกษาของรัฐ 9 แห่ง อาชีวศึกษาเอกชน 5 แห่ง สกร. 16 แห่ง และสถานศึกษาที่เปิดสอนสายอาชีพอื่น
ประเภทภารกิจ ประเภทที่ 2 สำหรับการส่งต่อถึงสถานศึกษาในสังกัด ศธ. · ประเภทที่ 3 สำหรับการร่วมกับแรงงานจังหวัด โดยผู้รับผิดชอบผลสุดท้ายไม่ใช่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด
เจ้าภาพหลัก สำนักงานแรงงานจังหวัด ร่วมกับสำนักงานจัดหางานจังหวัด โดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้ประสานและผู้นำผลสู่สถานศึกษา
ตัวชี้วัดผลผลิต จำนวนรอบที่เผยแพร่รายงานได้ตรงเวลา · เป้าหมาย 4 รอบต่อปี
ตัวชี้วัดผลลัพธ์ อัตราส่วนตำแหน่งงานว่างต่อผู้สมัครสายอาชีวศึกษา · ค่าฐาน 2.08 ปี 2568 จริง · เป้าหมาย ลดลงเข้าใกล้ 1.00
งบประมาณ 120,000 – 200,000 บาท ประมาณการ เป็นโครงการที่ใช้งบน้อยที่สุดเทียบกับผลที่ได้ เพราะไม่ต้องสร้างระบบใหม่
ระยะเวลา ตลอดปีงบประมาณ 2570
ข้อจำกัดที่ต้องระบุ ข้อมูลชุดนี้ครอบคลุมเฉพาะตำแหน่งงานที่แจ้งผ่านสำนักงานจัดหางาน จึงไม่ครอบคลุมภาคท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งเห็นได้จากภาคโรงแรมและภัตตาคารที่มีตำแหน่งงานว่างเพียง 3 อัตราในไตรมาสเดียว

โครงการที่ 5

ปฏิบัติการอ่านออกเขียนได้ มุ่งเป้าตามกลุ่มอำเภอ

หัวข้อ รายละเอียด
ประเด็นยุทธศาสตร์ ที่ 2 พัฒนาคุณภาพและกระบวนการเรียนรู้ทุกช่วงวัย
ปัญหาที่แก้ ผลสัมฤทธิ์ของจังหวัดถดถอยเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น และความเหลื่อมล้ำระหว่างอำเภอกว้างมาก แต่มาตรการที่ใช้อยู่เป็นมาตรการเดียวกันทั้งจังหวัด
หลักฐาน จริง คะแนนเฉลี่ย O-NET มัธยมปลายของจังหวัดอยู่ที่ 28.84 และ ตกจากอันดับ 36 เป็นอันดับ 57 ของประเทศในเวลาหนึ่งปี
คะแนนภาษาอังกฤษชั้น ป.6 ของ สพป. เขต 1 ลดจาก 40.59 เหลือ 32.68 คือลดลงร้อยละ 19.5 ในห้าปี ขณะที่ค่าเฉลี่ยรวมแทบไม่เปลี่ยน เพราะวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นชดเชย
อัตราส่วนนักเรียนต่อห้องเรียนรายอำเภออยู่ระหว่าง 11 ต่อ 1 ถึง 28 ต่อ 1 ต่างกัน 2.5 เท่า
สาเหตุราก โรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมากไม่มีครูครบทุกสาระวิชา ประกอบกับไม่มีเครื่องมือคัดกรองที่ทุกสังกัดใช้ร่วมกัน จึงไม่ทราบว่าเด็กคนใดต้องช่วยเหลือจนสายเกินไป
วัตถุประสงค์ ให้จังหวัดมีข้อมูลการอ่านรายโรงเรียนเป็นครั้งแรก และมุ่งทรัพยากรนิเทศไปที่พื้นที่ที่มีช่องว่างมากที่สุด
กิจกรรมหลัก (1) คัดกรองการอ่านของนักเรียน ป.1 ถึง ป.3 ทุกสังกัดด้วยเครื่องมือเดียวกันปีละ 2 ครั้ง
(2) จัดกลุ่มโรงเรียนที่มีผลต่ำกว่าเกณฑ์เป็นพื้นที่มุ่งเป้า
(3) จัดทีมนิเทศเฉพาะกิจลงพื้นที่ไม่น้อยกว่า 4 ครั้งต่อโรงเรียนต่อปี
(4) จัดชุดมาตรการแยกตามกลุ่มอำเภอ โดยกลุ่มอำเภอขนาดเล็กเน้นการใช้ครูร่วมและสื่อการสอน ส่วนกลุ่มเขตเมืองเน้นการดูแลเด็กที่ย้ายเข้าระหว่างปี
(5) รายงานความก้าวหน้ารายโรงเรียนต่อ กศจ. ทุกภาคเรียน
กลุ่มเป้าหมาย นักเรียน ป.1 ถึง ป.3 ทุกสังกัด รวมสถานศึกษาเอกชน โดยใช้เกณฑ์เดียวกับสถานศึกษารัฐ ไม่แยกเกณฑ์
ประเภทภารกิจ ประเภทที่ 1 สำหรับสถานศึกษาเอกชน · ประเภทที่ 2 สำหรับสถานศึกษาสังกัด สพฐ. · ประเภทที่ 3 สำหรับ อปท. โดยความสมัครใจ
เจ้าภาพหลัก สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผล
ตัวชี้วัดผลผลิต สัดส่วนโรงเรียนที่เข้าร่วมการคัดกรองครบทุกรอบ · มีข้อมูลผลการอ่านรายโรงเรียนครบทุกสังกัดเป็นครั้งแรก
ตัวชี้วัดผลลัพธ์ ช่องว่างผลการคัดกรองระหว่างกลุ่มอำเภอสูงสุดกับต่ำสุด · ค่าฐาน รอข้อมูล จะทราบหลังการคัดกรองรอบแรก
งบประมาณ 500,000 – 800,000 บาท ประมาณการ
ระยะเวลา ตลอดปีงบประมาณ 2570
ข้อควรระวัง อัตราส่วนนักเรียนต่อครูที่ต่ำไม่ได้แปลว่าคุณภาพดี อำเภอมหาราชมีนักเรียน 9 คนต่อครู 1 คน ซึ่งในโรงเรียนขนาดเล็กมักหมายถึงครูไม่ครบทุกสาระวิชา จึงต้องไม่ตีความว่าอำเภอนี้ไม่ต้องการความช่วยเหลือ

โครงการที่ 6

แผนรองรับผู้เรียนภาคเอกชนใน 9 อำเภอ

หัวข้อ รายละเอียด
ประเด็นยุทธศาสตร์ ที่ 3 ยกระดับการบริหารจัดการแบบบูรณาการ เชื่อมกับที่ 1 โอกาสและความเสมอภาค
ปัญหาที่แก้ หากสถานศึกษาเอกชนแห่งใดเลิกกิจการโดยแจ้งล่วงหน้าระยะสั้น ผู้เรียนต้องย้ายกลางปีการศึกษา ซึ่งเป็นจุดที่เด็กหลุดจากระบบ และสถานศึกษาของรัฐในพื้นที่ต้องรับภาระโดยไม่ได้วางแผน
หลักฐาน จริง ผู้เรียนภาคเอกชนลดลงร้อยละ 8.1 ในหนึ่งปี จาก 26,812 เหลือ 24,642 คน ขณะที่ทั้งจังหวัดลดร้อยละ 3.9 คือหดตัวเร็วกว่าค่าเฉลี่ยสองเท่า
สถานศึกษาเอกชนมีขนาดเฉลี่ย 616 คนต่อแห่ง เทียบค่าเฉลี่ยจังหวัด 201 คนต่อแห่ง
ผู้เรียนเอกชนร้อยละ 64.2 อยู่ในสองอำเภอ คือพระนครศรีอยุธยาและบางปะอิน และมี 7 อำเภอที่ไม่มีโรงเรียนเอกชนเลย
สาเหตุราก ไม่มีระบบข้อมูลที่ทำให้จังหวัดทราบแนวโน้มล่วงหน้า จึงทราบเรื่องเมื่อสถานศึกษายื่นขอเลิกกิจการแล้ว ซึ่งสายเกินกว่าจะวางแผนรองรับ
วัตถุประสงค์ ให้จังหวัดมีความพร้อมรองรับผู้เรียน หากสถานศึกษาเอกชนแห่งใดเปลี่ยนแปลงหรือเลิกกิจการ
กิจกรรมหลัก (1) รวบรวมแนวโน้มจำนวนผู้เรียนรายสถานศึกษาเอกชนย้อนหลัง 5 ปี จากข้อมูลที่กลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชนมีอยู่แล้วในงานประจำ ไม่เก็บข้อมูลชุดใหม่
(2) จัดทำบัญชีการวางแผนรองรับ เฉพาะ 9 อำเภอที่มีสถานศึกษาเอกชน โดยจัดลำดับตามอัตราส่วนผู้เรียนต่อจำนวนสถานศึกษาในอำเภอ ไม่ใช่ตามจำนวนสถานศึกษา
(3) จัดทำแนวปฏิบัติคุ้มครองผู้เรียนกรณีเปลี่ยนแปลงกิจการ เสนอ ปส.กช. และ กศจ. เห็นชอบ
(4) ประสาน สพป. และ สพม. เตรียมความจุรองรับระดับตำบล
กลุ่มเป้าหมาย ผู้เรียน 24,642 คน ในสถานศึกษาเอกชน 40 แห่ง
ประเภทภารกิจ ประเภทที่ 1 เต็มรูปแบบ ตามข้อ 11 (10) · ประเภทที่ 2 สำหรับการประสานสถานศึกษารัฐ · ประเภทที่ 4 สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายต่อ สช.
เจ้าภาพหลัก สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด กลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชน ซึ่งมีบุคลากร 4 คน
ตัวชี้วัดผลลัพธ์ จำนวนผู้เรียนที่หลุดจากระบบอันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงกิจการของสถานศึกษา · ค่าฐาน รอข้อมูล · เป้าหมาย 0 คน
งบประมาณ ไม่ขอตั้งงบใหม่ ใช้งบประชุม ปส.กช. 19,000 บาทต่อปี และงบพัฒนาผู้บริหารครูและบุคลากร 60,000 บาทต่อปี ที่ สช. จัดสรรอยู่แล้ว จริง
ระยะเวลา ตลอดปีงบประมาณ 2570
การรักษาความลับ ต้องวินิจฉัย บัญชีการวางแผนรองรับเป็นเอกสารภายใน รายงานต่อ กศจ. เฉพาะข้อมูลรวมเชิงสถิติ ไม่ระบุรายชื่อสถานศึกษา ชั้นความลับต้องให้ฝ่ายกฎหมายกำหนด

📌 กรอบเหตุผลที่ต้องใช้ในการอภิปราย โครงการนี้ไม่ใช่การเอื้อประโยชน์ผู้ประกอบการ แต่เป็นการคุ้มครองผู้เรียนและป้องกันความเสี่ยงของระบบทั้งจังหวัด เพราะภาระจะตกกับโรงเรียนของรัฐในพื้นที่เดียวกัน และใช้เกณฑ์คุณภาพชุดเดียวกับสถานศึกษารัฐ ไม่แยกเกณฑ์


โครงการที่ 7

เตรียมความพร้อมเด็กปฐมวัยร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

หัวข้อ รายละเอียด
ประเด็นยุทธศาสตร์ ที่ 2 พัฒนาคุณภาพและกระบวนการเรียนรู้ทุกช่วงวัย
ปัญหาที่แก้ พัฒนาการสมวัยของเด็กอายุ 0–5 ปีเสื่อมถอยรุนแรง ซึ่งเป็นต้นน้ำที่สุดของระบบการศึกษา แต่ยังไม่มีมาตรการเจาะจงในแผน
หลักฐาน จริง ร้อยละของเด็กอายุ 0–5 ปีที่มีพัฒนาการสมวัย ลดจากร้อยละ 97.80 ในปี 2562 เหลือร้อยละ 82.36 ในปี 2565 และอันดับประเทศตกจากอันดับ 29 เป็นอันดับ 56 คือตก 27 อันดับ ซึ่งรุนแรงที่สุดในบรรดาตัวชี้วัดการศึกษาทั้งหมดของจังหวัด
ประชากรวัยปฐมวัยอายุ 3–5 ปีมี 18,836 คน และจะลดลงต่อเนื่อง
จังหวัดมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัด อปท. 273 แห่ง ผู้เรียน 6,389 คน
สาเหตุราก รอข้อมูล ยังไม่ทราบสาเหตุของการเสื่อมถอย ต้องวิเคราะห์ร่วมกับสาธารณสุขจังหวัดซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลพัฒนาการเด็ก
วัตถุประสงค์ หยุดแนวโน้มการเสื่อมถอยของพัฒนาการเด็กปฐมวัย และเชื่อมการทำงานระหว่างสาธารณสุข ท้องถิ่น และการศึกษา
กิจกรรมหลัก (1) วิเคราะห์สาเหตุร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ซึ่งต้องทำก่อนกิจกรรมอื่น
(2) จัดเวทีประสานสามฝ่ายระหว่างสาธารณสุข ท้องถิ่น และการศึกษา ปีละ 2 ครั้ง
(3) พัฒนาครูและผู้ดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโดยความสมัครใจของ อปท.
(4) จัดทำแนวทางการส่งต่อข้อมูลพัฒนาการเด็กจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสู่โรงเรียนอนุบาล
กลุ่มเป้าหมาย เด็กอายุ 0–5 ปี และผู้ดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 273 แห่ง
ประเภทภารกิจ ประเภทที่ 3 เท่านั้น เพราะศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอยู่ในสังกัด อปท. ซึ่งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ไม่มีอำนาจกำกับ
เจ้าภาพหลัก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้ประสานผ่านกลไกจังหวัด
ตัวชี้วัดผลลัพธ์ ร้อยละของเด็กอายุ 0–5 ปีที่มีพัฒนาการสมวัย · ค่าฐาน 82.36 ปี 2565 จริง · เป้าหมาย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 และไม่ตกอันดับประเทศต่ำกว่าที่ 50
งบประมาณ 200,000 – 350,000 บาท ประมาณการ ส่วนใหญ่เป็นค่าเวทีประสานและการพัฒนาบุคลากร
ระยะเวลา ตลอดปีงบประมาณ 2570
ความเสี่ยง หากเขียนให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเป็นเจ้าภาพหลัก จะเป็นการเขียนเกินอำนาจหน้าที่และโครงการจะไม่เดิน ต้องระบุเจ้าภาพที่แท้จริงและใช้กลไกจังหวัดเป็นเวที

⚠️ ข้อจำกัดของหลักฐาน ข้อมูลพัฒนาการเด็กปฐมวัยล่าสุดที่มีคือปี 2565 ซึ่งเก่ากว่าข้อมูลอื่นในชุดนี้ 3 ถึง 4 ปี ต้องขอข้อมูลปีล่าสุดก่อนกำหนดค่าเป้าหมาย


โครงการที่ 8

ความต่อเนื่องของการเรียนรู้ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย

หัวข้อ รายละเอียด
ประเด็นยุทธศาสตร์ ที่ 5 ส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย
ปัญหาที่แก้ การเรียนหยุดชะงักซ้ำซากในพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจสูงกว่าพื้นที่อื่นอยู่แล้ว เด็กกลุ่มนี้จึงเผชิญความเสี่ยงสองชั้น
หลักฐาน จริง ผลการสำรวจความเดือดร้อนของประชาชนในหมู่บ้าน ระบุว่า อำเภอบางบาลมีน้ำท่วมเป็นความเดือดร้อนอันดับหนึ่ง ร้อยละ 35.9 และ อำเภอผักไห่มีน้ำท่วมเป็นอันดับสอง ร้อยละ 26.1
อำเภอผักไห่มีอัตราการหดตัวของประชากรเร็วที่สุดในจังหวัดที่ร้อยละ 0.95 ต่อปี
อำเภอบางบาลมีอัตราส่วนนักเรียนต่อห้องเรียนเพียง 11 ต่อ 1 ซึ่งต่ำที่สุดกลุ่มหนึ่งของจังหวัด
สาเหตุราก ไม่มีแผนความต่อเนื่องของการเรียนรู้ระดับสถานศึกษาที่ซักซ้อมไว้ล่วงหน้า จึงต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทุกครั้งที่เกิดเหตุ
วัตถุประสงค์ ให้สถานศึกษาในพื้นที่เสี่ยงมีแผนความต่อเนื่องของการเรียนรู้ที่ซักซ้อมแล้ว และลดจำนวนวันเรียนที่สูญเสีย
กิจกรรมหลัก (1) จัดทำบัญชีสถานศึกษาในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยซ้ำซาก โดยเริ่มที่อำเภอบางบาล ผักไห่ เสนา และบางไทร
(2) จัดทำแนวทางแผนความต่อเนื่องของการเรียนรู้ระดับสถานศึกษา
(3) ซักซ้อมแผนก่อนฤดูน้ำหลากปีละ 1 ครั้ง
(4) ประสานกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดและ อปท. ในพื้นที่
(5) ติดตามจำนวนวันเรียนที่สูญเสียรายสถานศึกษา
กลุ่มเป้าหมาย สถานศึกษาในกลุ่มอำเภอเขตเกษตรและเสี่ยงอุทกภัย
ประเภทภารกิจ ประเภทที่ 2 สำหรับสถานศึกษาในสังกัด ศธ. · ประเภทที่ 3 สำหรับการร่วมกับ ปภ. จังหวัดและ อปท.
เจ้าภาพหลัก สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ร่วมกับ สพป. เขตที่รับผิดชอบพื้นที่
ตัวชี้วัดผลลัพธ์ จำนวนวันเรียนที่สูญเสียจากอุทกภัยเฉลี่ยต่อสถานศึกษาในพื้นที่เสี่ยง · ค่าฐาน รอข้อมูล
งบประมาณ 150,000 – 300,000 บาท ประมาณการ
ระยะเวลา จัดทำแผนไตรมาสที่ 1 ถึง 2 · ซักซ้อมก่อนฤดูน้ำหลาก
ข้อสังเกต โครงการนี้เชื่อมกับการตัดสินใจเชิงนโยบายว่า ประเด็นยุทธศาสตร์ด้านความปลอดภัยจะคงเป็นประเด็นแยก หรือยุบเป็นกลยุทธ์ภายใต้ประเด็นด้านโอกาส ซึ่งควรตัดสินในการทบทวนรอบนี้

---

ตารางสรุป ความเชื่อมโยงระหว่างโครงการกับข้อมูล

โครงการ ตัวเลขที่เป็นเหตุผลรองรับ สถานะข้อมูล
1 บัญชีข้อมูล ข้อมูล 8 ชุดมีอยู่แล้วแต่ไม่อยู่ในแผน จริง
2 ระบบส่งต่อข้อมูลผู้เรียน อพยพตามครอบครัวร้อยละ 70 ของการออกกลางคัน จริง
3 สำรวจเยาวชน 15–17 ปี ไม่อยู่ในระบบ 6,600–13,700 คน และ 0 คนในระบบจัดหางาน 【จริง แต่ค่าฐานขัดแย้ง】
4 รายงานความต้องการกำลังคน 2.08 ตำแหน่งต่อผู้สมัคร 1 คน สายอาชีวศึกษา จริง
5 ปฏิบัติการอ่านออกเขียนได้ O-NET ม.ปลาย ตก 21 อันดับ · อังกฤษ ป.6 ลดร้อยละ 19.5 【จริง เฉพาะ สพป. เขต 1】
6 รองรับผู้เรียนภาคเอกชน ผู้เรียนเอกชนลดร้อยละ 8.1 · ขนาดเฉลี่ย 616 คนต่อแห่ง จริง
7 ปฐมวัย พัฒนาการสมวัยตก 27 อันดับ เหลือร้อยละ 82.36 【จริง แต่เป็นข้อมูลปี 2565】
8 พื้นที่เสี่ยงอุทกภัย บางบาลร้อยละ 35.9 · ผักไห่ร้อยละ 26.1 จริง

คำถามสำหรับการแลกเปลี่ยนในที่ประชุม

ผู้จัดทำเสนอให้ใช้คำถามห้าข้อนี้กับทุกโครงการที่นำมาอภิปราย ไม่เฉพาะแปดโครงการนี้

  1. ปัญหาที่โครงการนี้อ้าง มีจริงในพื้นที่ของท่านหรือไม่ และถ้ามี รุนแรงเท่ากับที่ข้อมูลระดับจังหวัดชี้หรือไม่
  2. เจ้าภาพที่ระบุไว้ ถูกต้องหรือไม่ และหน่วยงานนั้นรับทราบและยอมรับแล้วหรือยัง
  3. ตัวชี้วัดที่เสนอไว้ วัดได้จริงด้วยข้อมูลที่หน่วยงานของท่านมีหรือไม่ ถ้าไม่มี ใครมี
  4. งบประมาณที่ประมาณการไว้ ใกล้เคียงความจริงหรือไม่ และมีส่วนใดที่ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่แล้วแทนได้
  5. ถ้าต้องเลือกเพียงสามโครงการจากแปดโครงการนี้ ท่านจะเลือกข้อใด และเพราะเหตุใด

📌 คำถามข้อที่ห้าสำคัญที่สุด เพราะการเลือกคือการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ที่แท้จริง ส่วนการบรรจุทุกโครงการโดยไม่จัดลำดับ คือการหลีกเลี่ยงการตัดสินใจ


แหล่งอ้างอิงของข้อมูลที่ใช้ในเอกสารฉบับนี้

  1. สำนักงานสถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานสถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2568 ตารางที่ 1.1 3.1 3.8 3.10 3.11 3.12 7.4
  2. กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ข้อมูลประชากรจำแนกรายอายุ รายจังหวัด ปีเดือน 6901
  3. สำนักงานแรงงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัด รายปี 2568 และไตรมาส 2 ปี 2569
  4. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แผนพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ตารางที่ 2.1 และ 2.5
  5. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัด ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ 2568 และ แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
  6. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 ระบบ BIGDATA ผลทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน

ตัวเลขงบประมาณทุกรายการเป็นการประมาณการของผู้จัดทำ ไม่ได้มาจากเอกสารใด และต้องแทนที่ด้วยการประมาณการต้นทุนจริงก่อนบรรจุในแผน


ตัวอย่างโครงการสำหรับแผนปฏิบัติการ ปีงบประมาณ 2570 จัดทำเมื่อ 31 สิงหาคม 2569 โดย บูรพาทิศ พลอยสุวรรณ์ ผู้วิจัยอิสระ