ข้อเสนอ

ข้อเสนอต่อการทบทวนแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ข้อเสนอ 12 ข้อต่อการทบทวนแผนพัฒนาการศึกษา พ.ศ. 2566–2570

กลับไปหน้าเอกสาร ดาวน์โหลด Markdown ดาวน์โหลด Word

สถานะเอกสาร: ข้อเสนอเชิงวิชาการเพื่อประกอบการพิจารณา ไม่ใช่เอกสารทางการของหน่วยงานใด วันตัดยอดข้อมูล: 31 สิงหาคม 2569


⚠️ ข้อจำกัดที่ต้องอ่านก่อน

ที่ปรึกษายังไม่ได้เห็นแผนฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

เอกสารที่ใช้วิเคราะห์ตลอดโครงการคือ ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ร่วมกับแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และแผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี พ.ศ. 2566–2570

ดังนั้นข้อเสนอในเอกสารฉบับนี้จึงมีสองลักษณะที่ต้องแยกให้ชัด

ลักษณะ ความหมาย สิ่งที่ผู้อ่านต้องทำ
ข้อบกพร่องที่ยืนยันแล้ว พบในฉบับทบทวน 2568 ที่ที่ปรึกษาอ่านจริง ตรวจสอบว่าฉบับทบทวน 2569 ได้แก้ไขแล้วหรือยัง
ข้อเสนอเชิงป้องกัน สิ่งที่ควรมีในการทบทวนรอบนี้ โดยอนุมานจากโครงสร้างเดิม พิจารณาว่าตรงกับฉบับปัจจุบันหรือไม่

หากผู้ว่าจ้างส่งฉบับทบทวน 2569 มา ที่ปรึกษาจะตรวจสอบให้ได้ว่าข้อบกพร่องใดได้รับการแก้แล้ว และข้อใดยังคงอยู่ ซึ่งจะทำให้ข้อเสนอชุดนี้แม่นยำขึ้นมาก


ส่วนที่ 1: เหตุใดการทบทวนรอบปีงบประมาณ 2569 จึงสำคัญกว่าทุกรอบที่ผ่านมา

แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดฉบับปัจจุบันครอบคลุมปี 2566 ถึง 2570 การทบทวนประจำปีงบประมาณ 2569 จึงเป็น การทบทวนรอบรองสุดท้ายก่อนแผนสิ้นอายุ และเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่จังหวัดต้องเริ่มจัดทำแผนรอบใหม่ พ.ศ. 2571–2575

ผลที่ตามมาสามประการ

หนึ่ง การทบทวนรอบนี้ทำหน้าที่เป็นสะพาน ไม่ใช่แค่การปรับปรุงแผนเดิมให้เป็นปัจจุบัน แต่เป็นโอกาสวางฐานข้อมูลและค่าฐานตัวชี้วัดให้แผนรอบใหม่ใช้ต่อได้ทันที

สอง ค่าฐานที่จัดทำในรอบนี้จะกลายเป็นค่าฐานของแผนรอบใหม่ หากปล่อยให้ตัวชี้วัดที่มีข้อบกพร่องคงอยู่ ข้อบกพร่องนั้นจะติดไปกับแผนรอบใหม่อีกห้าปี

สาม รอบนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่แก้ไขได้โดยไม่ต้องรื้อโครงสร้าง เพราะการแก้ในรอบทบทวนถือเป็นการปรับปรุงตามปกติ ต่างจากการแก้ในแผนที่ประกาศใช้แล้วซึ่งต้องเสนอขออนุมัติใหม่


ส่วนที่ 2: ข้อเสนอเร่งด่วน 5 ข้อ — แก้ข้อบกพร่องที่ยืนยันแล้ว

ข้อเสนอทั้งห้าข้อนี้อ้างอิงจากข้อบกพร่องที่ที่ปรึกษาพบในฉบับทบทวน 2568 โดยตรง

ข้อเสนอที่ 1 แก้ค่าเป้าหมายที่ต่ำกว่าค่าฐาน 2 รายการ ⚠️ เร่งด่วนที่สุด

ตัวชี้วัด ค่าฐาน เป้าหมาย 2570 ที่ปรากฏในแผน ปัญหา
ร้อยละประชากรอายุ 3–5 ปี เข้าเรียนระดับปฐมวัย 88.02 84 เป้าหมายต่ำกว่าค่าฐาน 4.02 จุด
ร้อยละผู้พิการที่ขึ้นทะเบียนได้เข้าเรียนและพัฒนาตามศักยภาพ 88.02 70 เป้าหมายต่ำกว่าค่าฐาน 18.02 จุด

ปัญหาในทางปฏิบัติ เมื่อค่าเป้าหมายต่ำกว่าค่าฐาน แผนจะรายงานว่า "บรรลุเป้าหมาย" ได้ทุกปีโดยไม่ต้องทำอะไร และหากผลงานแย่ลงจริง ระบบรายงานก็ยังแสดงว่าบรรลุ ตัวชี้วัดจึงสูญเสียหน้าที่ในการบริหารทั้งหมด

ข้อเสนอ เลือกทางใดทางหนึ่งจากสามทาง และระบุเหตุผลกำกับ

  1. แก้ค่าเป้าหมายให้สูงกว่าค่าฐาน พร้อมเหตุผลว่าเหตุใดจึงเลือกค่านั้น
  2. แก้ค่าฐาน หากตรวจสอบพบว่าค่าฐาน 88.02 ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะกรณีผู้พิการที่มีค่าฐานซ้ำกับตัวชี้วัดปฐมวัยพอดี
  3. ระงับตัวชี้วัดไว้ก่อน และระบุว่ารอจัดทำข้อมูลฐานใหม่ ซึ่งซื่อตรงกว่าการคงตัวเลขที่รู้ว่าผิด

ข้อเสนอที่ 2 ตรวจสอบค่าฐานที่ซ้ำกันโดยไม่มีเหตุผล

ตัวชี้วัดร้อยละประชากรอายุ 3–5 ปีเข้าเรียนปฐมวัย และตัวชี้วัดร้อยละผู้พิการที่ขึ้นทะเบียนได้เข้าเรียน มีค่าฐานเท่ากันพอดีที่ 88.02 ทั้งที่วัดสองเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันและมีตัวส่วนต่างกันโดยสิ้นเชิง

ข้อสันนิษฐาน น่าจะเกิดจากการคัดลอกค่าจากช่องหนึ่งไปอีกช่องหนึ่งในระหว่างจัดทำตาราง

ข้อเสนอ ให้กลุ่มนโยบายและแผนตรวจสอบต้นทางของทั้งสองค่า และแก้ไขให้ตรงกับข้อมูลจริง หากค่าใดหาต้นทางไม่ได้ ให้ระงับไว้ก่อน ไม่ควรคงตัวเลขที่ไม่ทราบที่มา

ข้อเสนอที่ 3 หาข้อยุติเรื่องค่าฐานการออกกลางคัน ⚠️ ความขัดแย้ง 10.7 เท่า

แหล่ง ตัวเลข
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัด ฉบับทบทวน 2568 ตัวชี้วัดประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 1,181 คน
รายงานสถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2568 ตารางที่ 3.11 ปีการศึกษา 2567 110 คน

อนุกรมเวลา 10 ปีจากรายงานสถิติจังหวัด 37 · 37 · 68 · 91 · 96 · 183 · 157 · 240 · 154 · 110 คน ไม่มีปีใดใกล้เคียง 1,181 คน ปีที่สูงที่สุดคือ 2565 ที่ 240 คน ซึ่งยังต่ำกว่าค่าฐานในแผนถึง 5 เท่า

ผลกระทบที่ร้ายแรง แผนกำหนดเป้าหมายปี 2570 ไว้ที่ 800 คน หากค่าฐานที่ถูกต้องคือ 110 คน แผนกำลังตั้งเป้าให้ตัวเลขเพิ่มขึ้นเกือบ 8 เท่า ซึ่งร้ายแรงกว่ากรณีเป้าหมายต่ำกว่าค่าฐานในข้อเสนอที่ 1

สมมติฐานสามข้อที่อธิบายได้ นิยามต่างกันระหว่างการออกกลางคันกับเด็กนอกระบบ · ครอบคลุมช่วงวัยต่างกัน · เป็นยอดสะสมหลายปีไม่ใช่รายปี

ข้อเสนอ

  1. สอบถามนิยามและวิธีนับจากผู้จัดทำค่าฐาน 1,181 คน
  2. สอบถามนิยามจากเจ้าของข้อมูล 110 คน คือสำนักงานสถิติจังหวัดหรือ สพป. และ สพม.
  3. หากเป็นสองนิยามที่ต่างกันจริง ให้แยกเป็นสองตัวชี้วัด คือ อัตราการออกกลางคัน และ จำนวนเด็กและเยาวชนนอกระบบ พร้อมค่าฐานของแต่ละตัว
  4. ห้ามเลือกใช้ค่าใดค่าหนึ่งโดยไม่อธิบายความขัดแย้งนี้ในเอกสาร เพราะเป็นการปกปิดข้อมูลที่ขัดแย้งกับข้อสรุป

ข้อเสนอที่ 4 ปรับตัวชี้วัดที่ตั้งค่าฐาน 100 และเป้าหมาย 100 ทุกปี

พบตัวชี้วัดที่กำหนดค่าฐานไว้ที่ 100 และค่าเป้าหมาย 100 ทุกปีตลอดช่วงแผน เช่น ร้อยละหน่วยงานที่ได้รับการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการแบบบูรณาการ และร้อยละหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่มีส่วนร่วม

ปัญหา ตัวชี้วัดที่บรรลุอยู่แล้วตั้งแต่ปีฐานและไม่มีช่องให้เปลี่ยนแปลง ไม่ให้ข้อมูลใดที่ใช้ตัดสินใจได้ และทำให้รายงานผลดูดีโดยไม่สะท้อนการทำงาน

ข้อเสนอ เปลี่ยนจากการวัดว่า "ครบทุกหน่วยงานหรือไม่" เป็นการวัดที่มีช่องให้เปลี่ยนแปลง เช่น

แทนที่ ด้วย
ร้อยละหน่วยงานที่ได้รับการพัฒนา = 100 จำนวนครั้งที่หน่วยงานส่งข้อมูลตามรอบที่กำหนดได้ครบถ้วนและตรงเวลา
ร้อยละหน่วยงานที่มีส่วนร่วม = 100 จำนวนมาตรการที่มีหน่วยงานร่วมดำเนินการจริงและรายงานผลได้

ข้อเสนอที่ 5 แก้ข้อมูลที่ขัดแย้งกันเองภายในเอกสารเล่มเดียว

ในฉบับทบทวน 2568 เนื้อความ ระบุผู้เรียนทั้งจังหวัด 150,594 คน ห้องเรียน 6,174 ห้อง ครู 9,245 คน ขณะที่ ตารางที่ 10 ในเอกสารฉบับเดียวกัน รวมได้ 154,373 / 6,504 / 9,547 ต่างกัน 3,779 คน

ข้อสังเกต ส่วนต่าง 3,779 คน ใกล้เคียงกับจำนวนนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนที่ 3,796 คน จึงตั้งข้อสังเกตว่าเนื้อความอาจไม่ได้นับรวมวิทยาลัยเอกชน แต่ตัวเลขห้องเรียนและครูไม่สอดคล้องกับสมมติฐานนี้ จึงยังไม่ยุติ

ข้อเสนอ ตรวจสอบและแก้ให้ตรงกันทั้งเล่ม พร้อม ระบุขอบเขตกำกับทุกตัวเลขว่านับสังกัดใดและระดับใด เพราะโครงการนี้พบว่าจำนวนผู้เรียนของจังหวัดมีถึงสามตัวเลขจากสามแหล่ง คือ 148,373 · 115,123 · 81,776 คน ซึ่งถูกทั้งหมดแต่ขอบเขตต่างกัน


ส่วนที่ 3: ข้อเสนอเรื่องข้อมูลที่ควรเพิ่มในการทบทวนรอบนี้

โครงการนี้รวบรวมข้อมูลที่ยังไม่ปรากฏในแผนฉบับทบทวน 2568 ได้จำนวนมาก ซึ่งมีอยู่แล้วในเอกสารทางการของหน่วยงานอื่นในจังหวัด ทั้งหมดขอได้ทันทีโดยไม่ต้องสำรวจใหม่

ชุดข้อมูล แหล่ง ประโยชน์ต่อแผน
การศึกษารายอำเภอครบ 16 อำเภอ ทั้งโรงเรียน นักเรียน ห้องเรียน ครู และอัตราส่วน รายงานสถิติจังหวัด พ.ศ. 2568 ตารางที่ 3.1 3.8 3.10 ทำให้มาตรการระบุพื้นที่เป้าหมายได้ แทนการเขียนมาตรการที่ใช้เหมือนกันทั้งจังหวัด
อนุกรมเวลานักเรียน 5 ปี และการออกกลางคัน 10 ปี รายงานสถิติจังหวัด ตารางที่ 7.4 และ 3.11 ทำให้แยกได้ว่าเป็นแนวโน้มถาวรหรือความผันผวนชั่วคราว
สาเหตุการออกกลางคันรายอำเภอ รายงานสถิติจังหวัด ตารางที่ 3.12 เปลี่ยนมาตรการจากทุนการศึกษาเป็นระบบส่งต่อข้อมูล เพราะสาเหตุอันดับหนึ่งคือการอพยพตามครอบครัวร้อยละ 70
ประชากรรายอายุปีเดียว ทำให้คาดการณ์จำนวนผู้เรียนถึงปี 2575 ได้ กรมการปกครอง ข้อมูลรายเดือน ทำให้วางแผนทรัพยากรได้จากรุ่นที่เกิดแล้ว ไม่ต้องประมาณ
ดัชนีความก้าวหน้าของคน มิติการศึกษา 4 รายการพร้อมอันดับประเทศ แผนพัฒนาจังหวัด ฉบับทบทวน 2570 ตารางที่ 2.1 ให้ค่าฐานของประเด็นยุทธศาสตร์ด้านคุณภาพ ซึ่งแผนปัจจุบันยังไม่มี
ตำแหน่งงานว่างจำแนกตามวุฒิ สาขา อาชีพ และอุตสาหกรรม รายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัด รายไตรมาสและรายปี ให้ข้อมูลฝั่งความต้องการกำลังคน ซึ่งแผนปัจจุบันยังไม่มีเลย
ผลการทดสอบ O-NET รายเขตพื้นที่ 5 ปี ระบบ BIGDATA ของ สพป. และ สพม. ให้ค่าฐานผลสัมฤทธิ์ ซึ่งแผนปัจจุบันยังไม่มี

📌 ข้อสังเกตที่สำคัญ ข้อมูลทั้งเจ็ดชุดนี้เป็นเอกสารเผยแพร่ของหน่วยงานราชการในจังหวัดเดียวกัน ปัญหาจึงไม่ใช่การไม่มีข้อมูล แต่คือข้อมูลไม่ถูกรวบรวมมาที่เดียวกัน ซึ่งเป็นสาเหตุรากที่โครงการนี้ระบุไว้ตั้งแต่ต้น


ส่วนที่ 4: ข้อเสนอเรื่องความสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด

4.1 จุดเชื่อมที่แข็งแรงที่สุดซึ่งควรระบุในแผน

แผนพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ 2570 ตารางที่ 2.5 กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จตามเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดไว้ 4 ข้อ โดยข้อที่ 4 คือ ระดับดัชนีความก้าวหน้าของคน ค่าฐาน 0.68 เป้าหมายปี 2570 เท่ากับ 0.70

ดัชนีนี้มีมิติด้านการศึกษาอยู่ภายในโดยตรง 4 รายการ

รายการในดัชนี 2565 อันดับประเทศ 2565
จำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 9.95 ปี 10
การเข้าเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายและอาชีวศึกษา ร้อยละ 76.39 52
เด็กอายุ 0–5 ปีที่มีพัฒนาการสมวัย ร้อยละ 82.36 56
คะแนนเฉลี่ยการทดสอบ O-NET ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 28.84 57

ข้อเสนอ ระบุในตารางความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดว่า แผนการศึกษาเป็นกลไกหลักที่ทำให้จังหวัดบรรลุตัวชี้วัดข้อที่ 4 และกำหนดตัวชี้วัดของแผนการศึกษาให้ตรงกับสี่รายการนี้ ซึ่งจะทำให้การเสนอโครงการเข้าสู่แผนพัฒนาจังหวัดมีเหตุผลรองรับที่ตรวจสอบได้

4.2 ⚠️ ข้อเตือนจากความผิดพลาดของที่ปรึกษาเอง

ในรายงานฉบับก่อนหน้า ที่ปรึกษาระบุว่าตัวชี้วัดเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดข้อแรกคือจำนวนแหล่งเรียนรู้ ซึ่งไม่ถูกต้อง เกิดจากการอ้างอิงบรรยายสรุปจังหวัดแทนแผนฉบับเต็ม

บทเรียนสำหรับการทบทวนแผน เมื่ออ้างอิงตัวชี้วัดของแผนระดับอื่น ต้องอ้างจากตัวแผนฉบับเต็มเสมอ ไม่ใช่จากเอกสารบรรยายสรุปหรือเอกสารประชาสัมพันธ์ และต้องระบุเลขตารางหรือเลขหน้ากำกับ เพื่อให้ผู้อ่านตรวจสอบย้อนกลับได้


ส่วนที่ 5: ข้อเสนอเรื่องการวางฐานให้แผนรอบใหม่ พ.ศ. 2571–2575

การทบทวนรอบนี้ควรทำสิ่งที่ทำให้แผนรอบใหม่เริ่มต้นได้ทันทีโดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์

5.1 สามสิ่งที่ควรเริ่มในปีงบประมาณ 2569

ลำดับ สิ่งที่ควรทำ เหตุผล เจ้าภาพ
1 จัดทำบัญชีข้อมูลการศึกษาระดับจังหวัด โดยรวบรวมชุดข้อมูล 7 ชุดในส่วนที่ 3 มาไว้ที่เดียวกัน พร้อมระบุนิยาม ปี ขอบเขต และแหล่งที่มา เป็นเงื่อนไขที่ทำให้แผนรอบใหม่มีค่าฐานตัวชี้วัดได้จริง ศธจ. กลุ่มนโยบายและแผน
2 หาข้อยุติเรื่องนิยามที่ขัดแย้ง 3 รายการ คือ ค่าฐานการออกกลางคัน · จำนวนครู · อัตราการเข้าเรียนมัธยมปลาย หากไม่แก้ในรอบนี้ ข้อบกพร่องจะติดไปกับแผนรอบใหม่อีกห้าปี ศธจ. ร่วมกับหน่วยงานเจ้าของข้อมูล
3 สำรวจสถานะของเยาวชนอายุ 15–17 ปีที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษา ซึ่งมีจำนวนในช่วง 6,600–13,700 คน ปัจจุบันไม่มีหน่วยงานใดถือข้อมูลนี้ และกลุ่มนี้ไม่ปรากฏในระบบจัดหางานเลย จึงยังออกแบบมาตรการไม่ได้ ศธจ. ร่วมกับ สกร. และแรงงานจังหวัด

5.2 สามรายการที่ควรทบทวนเนื้อหาเพราะข้อมูลใหม่เปลี่ยนข้อสรุปเดิม

ประเด็นในแผนปัจจุบัน ข้อมูลใหม่ที่เปลี่ยนข้อสรุป สิ่งที่ควรทบทวน
มาตรการแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบ ที่เน้นการช่วยเหลือด้านการเงิน สาเหตุอันดับหนึ่งคือ การอพยพตามครอบครัวร้อยละ 70 ขณะที่ฐานะยากจนมีเพียงร้อยละ 1.8 เปลี่ยนมาตรการหลักเป็น ระบบส่งต่อข้อมูลผู้เรียนข้ามสถานศึกษาและข้ามจังหวัด
มาตรการด้านคุณภาพที่ใช้ค่าเฉลี่ยจังหวัด ช่องว่างนักเรียนต่อห้องเรียนระหว่างอำเภอกว้าง 2.5 เท่า คือ 11 ต่อ 1 ถึง 28 ต่อ 1 เพิ่มมาตรการที่จำแนกตามกลุ่มอำเภอ และเพิ่มตัวชี้วัดที่วัดช่องว่าง ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย
ไม่มีมาตรการเจาะจงด้านปฐมวัย พัฒนาการสมวัยของเด็ก 0–5 ปี ลดจากร้อยละ 97.80 เหลือ 82.36 และตกอันดับประเทศ 27 อันดับ เพิ่มมาตรการด้านปฐมวัย ซึ่งเป็นต้นน้ำที่สุดของระบบและมีสัญญาณเสื่อมถอยชัดเจนที่สุด

5.3 ข้อเสนอเรื่องโครงสร้างประเด็นยุทธศาสตร์

แผนฉบับปัจจุบันมี 5 ประเด็นยุทธศาสตร์ ซึ่งตรงกับโครงสร้างที่โครงการนี้เสนอ 4 ใน 5 ประเด็น จึงไม่จำเป็นต้องรื้อโครงสร้างในการทบทวนรอบนี้

สิ่งที่ควรตัดสินใจในรอบนี้เพื่อให้แผนรอบใหม่ชัดเจน คือประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 ของแผนปัจจุบัน พ.ศ. 2566–2570 ว่าด้วยการจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย จะคงเป็นประเด็นแยก หรือยุบเป็นกลยุทธ์ภายใต้ประเด็นด้านโอกาสและความเสมอภาคในร่าง พ.ศ. 2571–2575 เพราะการตัดสินใจนี้กระทบการจัดสรรงบประมาณและการรายงานผลของแผนรอบใหม่ทั้งหมด ห้ามปนเลขประเด็นของสองกรอบนี้ เพราะประเด็นที่ 5 ของร่างรอบใหม่คือระบบข้อมูลและกลไกบูรณาการ ไม่ใช่ความปลอดภัย


ส่วนที่ 6: ตารางสรุปข้อเสนอทั้งหมด

# ข้อเสนอ ความเร่งด่วน เจ้าภาพ ทำได้ในรอบทบทวนนี้
1 แก้ค่าเป้าหมายที่ต่ำกว่าค่าฐาน 2 รายการ สูงมากที่สุด กลุ่มนโยบายและแผน
2 ตรวจสอบค่าฐานที่ซ้ำกันที่ 88.02 สูงมากที่สุด กลุ่มนโยบายและแผน
3 หาข้อยุติค่าฐานการออกกลางคัน 1,181 เทียบ 110 สูงมากที่สุด ศธจ. ร่วมกับ สพป. สพม. และสำนักงานสถิติจังหวัด
4 ปรับตัวชี้วัดที่ตั้งค่าฐาน 100 เป้า 100 สูง กลุ่มนโยบายและแผน
5 แก้ข้อมูลที่ขัดแย้งกันเองภายในเล่ม สูง กลุ่มนโยบายและแผน
6 เพิ่มชุดข้อมูล 7 ชุดที่มีอยู่แล้วในจังหวัด สูงมาก กลุ่มนโยบายและแผน
7 ระบุจุดเชื่อมกับดัชนีความก้าวหน้าของคนของแผนจังหวัด สูง กลุ่มนโยบายและแผน
8 จัดทำบัญชีข้อมูลการศึกษาระดับจังหวัด สูงมาก ศธจ. ทุกกลุ่มงาน
9 หาข้อยุติเรื่องนิยามที่ขัดแย้ง 3 รายการ สูงมากที่สุด ศธจ. ร่วมกับหน่วยงานเจ้าของข้อมูล
10 สำรวจสถานะเยาวชน 15–17 ปีที่ไม่อยู่ในระบบ สูงมาก ศธจ. ร่วมกับ สกร. และแรงงานจังหวัด ต้องใช้งบและเวลา อาจข้ามไปแผนรอบใหม่
11 ทบทวนมาตรการ 3 รายการที่ข้อมูลใหม่เปลี่ยนข้อสรุป สูง คณะทำงานทุกประเด็นยุทธศาสตร์
12 ตัดสินใจเรื่องประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 ปานกลาง กศจ.

📌 ข้อสังเกตที่ควรเห็น ข้อเสนอ 11 จาก 12 ข้อทำได้ในรอบทบทวนนี้ และ ส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้งบประมาณเพิ่ม เพราะเป็นการแก้ตัวเลข ตรวจสอบนิยาม และรวบรวมข้อมูลที่มีอยู่แล้ว


ส่วนที่ 7: สิ่งที่ข้อเสนอชุดนี้ไม่ครอบคลุม

เพื่อความซื่อตรง ที่ปรึกษาระบุขอบเขตที่ไม่ครอบคลุมไว้ด้วย

  1. ไม่ได้ตรวจสอบฉบับทบทวน 2569 จึงไม่ทราบว่าข้อบกพร่องใดได้รับการแก้ไขแล้ว
  2. ไม่ได้ตรวจสอบผลการดำเนินงานตามแผนที่ผ่านมา ว่าโครงการใดทำได้และทำไม่ได้ ซึ่งเป็นหัวใจของการทบทวนแผนตามปกติ
  3. ไม่ได้ตรวจสอบงบประมาณที่ได้รับจัดสรรจริงเทียบกับที่ตั้งไว้ ซึ่งจำเป็นต่อการประเมินความเป็นไปได้
  4. ไม่ได้ตรวจสอบตัวบทกฎหมายจากราชกิจจานุเบกษา ข้อมูลกฎหมายตรวจจากเว็บไซต์หน่วยงานเท่านั้น
  5. ไม่ได้รับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ข้อเสนอทั้งหมดเป็นการวิเคราะห์เอกสาร

หากผู้ว่าจ้างส่งฉบับทบทวน 2569 และรายงานผลการดำเนินงานตามแผนมา ที่ปรึกษาจะจัดทำข้อเสนอที่ครอบคลุมสามข้อแรกให้ได้


แหล่งอ้างอิง

  1. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2566–2570 ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 — วิสัยทัศน์และประเด็นยุทธศาสตร์ ตัวชี้วัดประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 และ 3 ตารางที่ 10
  2. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 — ตารางที่ 7 17 และบัญชีงบประมาณจัดสรร
  3. สำนักงานสถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานสถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2568 — ตารางที่ 1.1 1.5 3.1 3.8 3.10 3.11 3.12 7.4
  4. กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ข้อมูลประชากรจำแนกรายอายุ รายจังหวัด ปีเดือน 6901
  5. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แผนพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2566–2570 ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 — ตารางที่ 2.1 และ 2.5
  6. สำนักงานแรงงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัด รายปี 2568 และไตรมาส 2 ปี 2569
  7. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 ระบบ BIGDATA ผลทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2563–2567

ข้อเสนอต่อการทบทวนแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัด จัดทำเมื่อ 31 สิงหาคม 2569 โดย บูรพาทิศ พลอยสุวรรณ์ ผู้วิจัยอิสระ