ฉบับกรณีตัวอย่าง (Illustrative Draft) — ไม่ใช่เอกสารสำหรับใช้อ้างอิงหรือเสนอ กศจ.
จัดทำโดย: ที่ปรึกษาวิชาการประจำโครงการ สำหรับ: สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันตัดยอดข้อมูล: 31 สิงหาคม 2569 สถานะเอกสาร: ร่างที่มีฐานข้อมูลจริงเป็นส่วนใหญ่ (ฉบับที่ 0.6)
การเปลี่ยนแปลงจากฉบับ 0.5 เพิ่มส่วนที่ 7.9 ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาและดัชนีความก้าวหน้าของคน · แก้ไขข้อผิดพลาดเรื่องตัวชี้วัดเป้าหมายการพัฒนาจังหวัด ซึ่งที่ปรึกษาเขียนผิดจากการอ้างอิงเอกสารสรุปแทนแผนฉบับเต็ม · แก้ตัวเลขเยาวชนที่ไม่อยู่ในระบบ จากค่าเดียว 13,715 คน เป็นช่วง 6,600–13,700 คน เพราะพบความขัดแย้งของนิยาม 25 จุด · เพิ่มค่าฐานตัวชี้วัด 4 รายการจากดัชนีความก้าวหน้าของคน
การเปลี่ยนแปลงจากฉบับ 0.4 เพิ่มส่วนที่ 7.8 ข้อมูลอุปสงค์กำลังคนจากสำนักงานแรงงานและจัดหางานจังหวัด · ปรับกลยุทธ์ 4.1 เพราะข้อมูลมีอยู่แล้ว ปัญหาคือไม่ถูกแปลและส่งถึงสถานศึกษา · เพิ่มโครงการสำรวจสถานะเยาวชน 15–17 ปีเป็นโครงการแรกของประเด็นที่ 3 · เพิ่ม O4 T8 ใน SWOT · เพิ่มตัวชี้วัด 4.5 พร้อมค่าฐานจริง · เพิ่มตัวชี้วัดเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดในตารางความสอดคล้อง
การเปลี่ยนแปลงจากฉบับ 0.3 เพิ่มข้อมูลการศึกษารายอำเภอครบ 16 อำเภอ · เพิ่มอนุกรมเวลานักเรียน 5 ปีและการออกกลางคัน 10 ปี · แทนที่การคาดการณ์สมมติด้วยการคาดการณ์จากรุ่นที่เกิดแล้วถึงปี 2575 · เปลี่ยนการจำแนกกลุ่มอำเภอจากสมมติฐานเป็นข้อมูลจริงและเพิ่มกลุ่มที่ 5 · ลบตารางสถานการณ์สมมติในส่วนที่ 7.3 · เพิ่มคำเตือนความขัดแย้งค่าฐานการออกกลางคัน · ปรับกลยุทธ์ 1.1 1.2 และ 5.3 ตามข้อมูลใหม่
การเปลี่ยนแปลงจากฉบับ 0.2 เพิ่มภาคผนวก จ ว่าด้วยการตรวจสอบความสอดคล้องย้อนกลับ 5 ตัวอย่าง ครอบคลุมประเด็นยุทธศาสตร์ทั้งห้าประเด็น · เพิ่มการอ้างอิงถึงเว็บไซต์สาธารณะที่เผยแพร่วิธีทำงานของโครงการนี้
การเปลี่ยนแปลงจากฉบับ 0.1 แทนที่ข้อมูลสถานการณ์การศึกษาด้วยข้อมูลจริงจากเอกสารแผนของ ศธจ. เอง 3 ฉบับ · เพิ่มส่วนที่ 7.1.1 และ 7.1.2 ว่าด้วยภาพรวมรายสังกัดและสถานการณ์การศึกษาเอกชน · เพิ่ม S5 S6 T4 T5 ใน SWOT พร้อมหลักฐาน · เพิ่มกลยุทธ์ 5.3 · เพิ่มตัวชี้วัด 5 รายการ · เพิ่มความเสี่ยง R9–R12 · เพิ่มค่าฐานจริง 5 รายการจากแผนฉบับเดิม · เพิ่มกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนในบัญชีกฎหมาย
⚠ คำเตือนสำคัญก่อนอ่าน
เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นตามคำสั่งของผู้ว่าจ้าง เพื่อ สาธิตโครงสร้าง ตรรกะ และรูปแบบ ของยุทธศาสตร์ที่ได้มาตรฐาน ก่อนที่ข้อมูลจริงจะพร้อม
ข้อมูลจำนวนมากในเอกสารนี้เป็นตัวเลขสมมติที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นตัวอย่าง และถูกกำกับด้วยสัญลักษณ์ สมมติ ทุกจุด
ห้ามนำเอกสารฉบับนี้ไปเสนอคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด เผยแพร่ อ้างอิง หรือใช้เป็นฐานการจัดสรรงบประมาณ จนกว่าจะได้แทนที่ตัวเลขสมมติทุกรายการด้วยข้อมูลจริง ตามภาคผนวก ค (ทะเบียนตัวเลขที่ต้องแทนที่)
สัญลักษณ์กำกับข้อมูล
สัญลักษณ์ ความหมาย จริง ข้อมูลที่ตรวจสอบแล้วและมีแหล่งอ้างอิงระบุไว้ สมมติ ตัวเลขหรือข้อความสมมติเพื่อเป็นตัวอย่าง ยังไม่เป็นความจริง รอข้อมูล ช่องที่ต้องเติมด้วยข้อมูลจริง ยังไม่ได้ใส่ตัวเลขใด ต้องวินิจฉัย ประเด็นที่ต้องส่งฝ่ายกฎหมายหรือผู้บริหารตัดสินใจ
สารบัญ
- บทสรุปผู้บริหาร
- บทนำ หลักการและเหตุผล
- วัตถุประสงค์ ขอบเขต และกระบวนการจัดทำ
- กรอบแนวคิดและระเบียบวิธี
- กฎหมาย นโยบาย แผน และยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
- บริบทและข้อมูลพื้นฐานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- สถานการณ์และผลการดำเนินงานด้านการศึกษา
- ผลการวิเคราะห์ปัญหา สาเหตุ ความต้องการ ศักยภาพ และแนวโน้ม
- ผลการรับฟังผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
- ฉากทัศน์และความท้าทายในอนาคต
- วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ และประเด็นยุทธศาสตร์
- กลยุทธ์ แนวทางดำเนินงาน และโครงการสำคัญ
- แผนที่ยุทธศาสตร์และ Theory of Change
- ตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย และกรอบการประเมินผล
- กลไกขับเคลื่อน การบูรณาการ และการจัดสรรทรัพยากร
- แผนบริหารความเสี่ยง
- แผนการติดตาม ทบทวน และรายงานผล
- บรรณานุกรม
- ภาคผนวก
ส่วนที่ 1: บทสรุปผู้บริหาร
1.1 เหตุผลของยุทธศาสตร์ฉบับนี้
จังหวัดพระนครศรีอยุธยากำลังเผชิญเงื่อนไขสามประการพร้อมกัน ซึ่งทำให้การจัดการศึกษาแบบเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป
ตัวเลขแรกที่ผู้อ่านควรเห็น ณ เดือนมกราคม 2569 จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีเด็กอายุ 0 ปี จำนวน 4,610 คน และมีเยาวชนอายุ 17 ปี จำนวน 9,665 คน จริง หมายความว่าในช่วงเวลา 17 ปี ขนาดของรุ่นเด็กเกิดใหม่ลดลงเหลือ ร้อยละ 47.7 ของรุ่นที่กำลังจะจบการศึกษา นี่ไม่ใช่การคาดการณ์และไม่ใช่แนวโน้มที่ยังไม่แน่นอน เพราะเด็กเหล่านี้เกิดและมีชื่อในทะเบียนราษฎรแล้ว และไม่มีมาตรการใดของยุทธศาสตร์ฉบับนี้เปลี่ยนแปลงตัวเลขนี้ได้ในกรอบเวลา 5 ปี
ยุทธศาสตร์ฉบับนี้จึงต้องออกแบบให้ ทำงานได้ดีในระบบที่เล็กลง ไม่ใช่พยายามทำให้ระบบไม่เล็กลง
หนึ่ง จำนวนผู้เรียนกำลังหดตัวเร็วกว่าที่โครงสร้างสถานศึกษาปรับตัวได้ ระหว่างปีการศึกษา 2566 ถึง 2567 จำนวนนักเรียนในจังหวัดลดลง 5,083 คน หรือร้อยละ 4.2 ขณะที่จำนวนโรงเรียนลดลงเพียง 2 แห่ง จริง การคาดการณ์จากรุ่นที่เกิดแล้ว ซึ่งใช้ข้อมูลประชากรรายอายุปีเดียว ณ มกราคม 2569 แสดงว่าประชากรวัยเรียนระดับภาคบังคับอายุ 6–14 ปี จะลดจาก 74,308 คนในปี 2569 เหลือ 57,040 คนในปี 2575 หรือลดลงร้อยละ 23.2 และระดับประถมศึกษาอายุ 6–11 ปี จะลดลงร้อยละ 25.4 จริง — คาดการณ์จากรุ่นที่เกิดแล้ว
สอง จังหวัดมีฐานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมขนาดใหญ่แต่ยังไม่มีระบบเชื่อมกับการผลิตกำลังคน จังหวัดมีโรงงานมากกว่า 2,134 แห่งใน 5 นิคมอุตสาหกรรม และมีแรงงานภาคอุตสาหกรรมประมาณ 300,000 คน จริง — ข้อมูลปี 2565 แต่ยังไม่มีระบบข้อมูลความต้องการทักษะที่สถานศึกษาใช้วางแผนหลักสูตรได้
สาม การจัดการศึกษาในจังหวัดกระจายอยู่หลายสังกัด โดยที่ไม่มีหน่วยงานใดมีอำนาจกำกับข้ามสังกัด หน้าที่และอำนาจของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดในการกำกับติดตามครอบคลุมเฉพาะหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จริง
ยุทธศาสตร์ฉบับนี้จึงมิได้วางตนเป็นแผนสั่งการ แต่เป็น ข้อตกลงร่วมของหน่วยงานการศึกษาทุกสังกัดในจังหวัด ที่คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดให้ความเห็นชอบ โดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการและเจ้าภาพกระบวนการ
1.2 วิสัยทัศน์
"อยุธยา เมืองแห่งการเรียนรู้ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้เรียนรู้เต็มศักยภาพ และเติบโตได้จริงในเมืองมรดกโลกที่เป็นฐานอุตสาหกรรม"
วิสัยทัศน์นี้ยึดโยงกับเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คือ "อยุธยาเมืองมรดกโลก เป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ น่าเรียนรู้ น่าอยู่ น่าลงทุน" จริง โดยขยายคำว่า "น่าเรียนรู้" ให้เป็นรูปธรรมในมิติการศึกษา
1.3 ประเด็นยุทธศาสตร์ 5 ประเด็น
ห้าประเด็นต่อไปนี้เป็นโครงสร้างของ ร่างข้อเสนอ พ.ศ. 2571–2575 ไม่ใช่ห้าประเด็นของแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดฉบับปัจจุบัน พ.ศ. 2566–2570 ประเด็นที่ 3 ของร่างคือเส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ซึ่งเป็นของใหม่ ส่วนประเด็นที่ 5 ของร่างคือระบบข้อมูล ไม่ใช่ความปลอดภัยของแผนปัจจุบัน
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 ถึง 4 เรียงตามเส้นทางชีวิตของผู้เรียน ส่วนประเด็นที่ 5 เป็นเงื่อนไขที่ทำให้ประเด็นอื่นทำงานได้
| # | ประเด็นยุทธศาสตร์ | คำถามหลักที่ตอบ | จุดเน้นผู้บริหารที่รองรับ |
|---|---|---|---|
| 1 | โอกาสและความเสมอภาค: ไม่มีเด็กอยุธยาคนใดหลุดจากการเรียนรู้ | ทำอย่างไรให้เด็กทุกคนอยู่ในระบบและกลับเข้ามาได้ | เด็กหลุดจากระบบ / ด้อยโอกาส |
| 2 | คุณภาพการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน: อ่านออก เขียนได้ คิดเป็น | ทำอย่างไรให้เด็กที่อยู่ในระบบเรียนรู้ได้จริง | การอ่านออกเขียนได้ / ผลสัมฤทธิ์ |
| 3 | เส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น: เรียนรู้ตรงตามศักยภาพ | ทำอย่างไรให้เด็กที่ต่างกันได้เส้นทางที่เหมาะกับตน | พัฒนาเด็กตรงตามศักยภาพ |
| 4 | กำลังคนอยุธยา: เรียนแล้วมีงานทำ ทั้งในอุตสาหกรรมและทุนวัฒนธรรม | ทำอย่างไรให้ผู้จบการศึกษามีงานทำและอยู่ในพื้นที่ได้ | สอดคล้องความต้องการแรงงาน |
| 5 | ระบบข้อมูลและกลไกบูรณาการระดับจังหวัด | ทำอย่างไรให้ทุกสังกัดทำงานร่วมกันได้จริง | เงื่อนไขของทุกประเด็น |
1.4 สิ่งที่ยุทธศาสตร์นี้จะเปลี่ยนภายในปี 2575
| ตัวชี้วัดระดับผลกระทบ | ค่าฐาน 2570 | ค่าเป้าหมาย 2575 |
|---|---|---|
| อัตราการคงอยู่ของผู้เรียนถึงจบการศึกษาภาคบังคับ | รอข้อมูล | รอข้อมูล |
| สัดส่วนนักเรียน ป.3 ที่อ่านออกเขียนได้ตามเกณฑ์ | รอข้อมูล | รอข้อมูล |
| ช่องว่างผลสัมฤทธิ์ระหว่างอำเภอสูงสุดกับต่ำสุด | รอข้อมูล | ลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 จากค่าฐาน สมมติ |
| สัดส่วนผู้จบอาชีวศึกษาที่มีงานทำในจังหวัดภายใน 1 ปี | รอข้อมูล | รอข้อมูล |
หมายเหตุที่ต้องคงไว้ในทุกฉบับ: ค่าเป้าหมายที่แท้จริงต้องกำหนดหลังจัดทำข้อมูลฐานแล้วเท่านั้น การกำหนดค่าเป้าหมายโดยไม่มีค่าฐานจะทำให้การติดตามประเมินผลตลอด 5 ปีไม่มีความหมาย
1.5 งบประมาณและกลไก
กรอบงบประมาณตลอดระยะ 5 ปี ประมาณการเบื้องต้น สมมติ 250–350 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มิใช่งบใหม่ แต่เป็นการจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณที่หน่วยงานแต่ละสังกัดมีอยู่แล้ว ร่วมกับงบพัฒนาจังหวัดและความร่วมมือจากภาคเอกชน
กลไกขับเคลื่อนหลักคือคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด โดยมีคณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่มีผู้แทนทุกสังกัดเป็นองค์ประกอบ 【ต้องวินิจฉัย — ต้องเสนอผู้มีอำนาจแต่งตั้ง】
ส่วนที่ 2: บทนำ หลักการและเหตุผล
2.1 ความเป็นมา
สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดจัดตั้งขึ้นตามข้อ 11 ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 3 เมษายน 2560 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 ฯ พ.ศ. 2565 โดยมีหน้าที่และอำนาจประการหนึ่งคือ "จัดทำแผนพัฒนาการศึกษาและแผนปฏิบัติการ" จริง
การจัดทำยุทธศาสตร์ฉบับนี้จึงอยู่ในหน้าที่และอำนาจของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดโดยตรง
2.2 เหตุใดต้องจัดทำสำหรับช่วงปี 2571–2575
ช่วงเวลานี้ถูกเลือกเพราะตรงกับรอบการวางแผนใหม่ของทุกระดับพร้อมกัน
- ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ครอบคลุมปี พ.ศ. 2571–2575 มีกำหนดประกาศใช้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 จริง
- จังหวัดต่าง ๆ อยู่ระหว่างจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด พ.ศ. 2571–2575 โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ชี้แจงนโยบายและหลักเกณฑ์แล้ว จริง
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่ระหว่างจัดทำและประกาศใช้แผนพัฒนาท้องถิ่นรอบ พ.ศ. 2571–2575 จริง
การเข้ารอบเดียวกันทำให้ยุทธศาสตร์การศึกษาสามารถเสนอเข้าสู่กระบวนการงบประมาณของจังหวัดและท้องถิ่นได้ตรงจังหวะ
2.3 หลักการสำคัญ 6 ประการของยุทธศาสตร์ฉบับนี้
- ตั้งอยู่บนหลักฐาน ทุกข้อวินิจฉัยต้องตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงข้อมูลและแหล่งที่มา
- จำแนกเชิงพื้นที่ ไม่ใช้ค่าเฉลี่ยระดับจังหวัดปิดบังความแตกต่างระหว่างอำเภอ
- ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง จัดโครงสร้างตามเส้นทางชีวิตผู้เรียน ไม่ใช่ตามโครงสร้างหน่วยงาน
- ให้ความสำคัญกับความเสมอภาค ระบุกลุ่มเปราะบางและพื้นที่เสียเปรียบเป็นการเฉพาะ
- อยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ ทุกมาตรการระบุเจ้าภาพจริงและประเภทของภารกิจ
- ปรับตัวได้ มีกลไกทบทวนประจำปีและการประเมินกลางแผน
ส่วนที่ 3: วัตถุประสงค์ ขอบเขต และกระบวนการจัดทำ
3.1 วัตถุประสงค์
- กำหนดทิศทางการพัฒนาการศึกษาของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในช่วงปี 2571–2575 ที่ทุกสังกัดใช้ร่วมกันได้
- เชื่อมโยงการศึกษาของจังหวัดกับกฎหมาย นโยบาย และแผนทุกระดับที่มีผลใช้บังคับ
- ระบุปัญหา สาเหตุราก และกลุ่มเป้าหมายที่ต้องได้รับการแก้ไขเร่งด่วนโดยอาศัยหลักฐาน
- กำหนดตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย และกลไกติดตามประเมินผลที่ใช้ได้จริง
- เป็นกรอบให้หน่วยงานทุกสังกัดใช้จัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีและคำของบประมาณ
3.2 ขอบเขต
ขอบเขตด้านพื้นที่: จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 16 อำเภอ 209 ตำบล จริง
ขอบเขตด้านผู้เรียน: ทุกช่วงวัย ตั้งแต่ปฐมวัยถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ขอบเขตด้านหน่วยจัดการศึกษา: ทุกสังกัดตามโครงสร้างการบริหารของกระทรวงศึกษาธิการ และการประสานงานระหว่างกระทรวงในระดับจังหวัด โดยจำแนกระดับอำนาจของ ศธจ. ดังนี้
| กลุ่มหน่วยงาน | ตัวอย่างหน่วยงาน | บทบาทของ ศธจ. |
|---|---|---|
| ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ | สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 และเขต 2, สพม.พระนครศรีอยุธยา, อาชีวศึกษาจังหวัด, สกร.จังหวัด, สถานศึกษาเอกชน, ศูนย์การศึกษาพิเศษ | กำกับ ติดตาม ประเมินผลได้ ตามข้อ 11(3) จริง |
| นอกสังกัด ศธ. แต่จัดการศึกษา | สถานศึกษาสังกัด อปท., สถาบันอุดมศึกษาสังกัด อว., โรงเรียนพระปริยัติธรรม | ประสานและส่งเสริมเท่านั้น ไม่มีอำนาจกำกับ |
| ภาคีนอกภาคการศึกษา | สาธารณสุข, พัฒนาสังคม, แรงงาน, วัฒนธรรม, อุตสาหกรรม | ประสานผ่านกลไกจังหวัด |
3.3 กระบวนการจัดทำ
| ระยะ | กิจกรรม | สถานะในฉบับกรณีตัวอย่างนี้ |
|---|---|---|
| 1 | กำหนดกรอบและตรวจสอบความพร้อม | ดำเนินการแล้ว |
| 2 | ทบทวนกฎหมาย นโยบาย และองค์ความรู้ | ดำเนินการบางส่วน |
| 3 | วิเคราะห์สถานการณ์เชิงพื้นที่ | ใช้ข้อมูลจำกัดและตัวเลขสมมติ |
| 4 | รับฟังและสังเคราะห์ความต้องการ | ยังไม่ได้ดำเนินการ — เนื้อหาในส่วนที่ 9 เป็นตัวอย่างสมมติทั้งหมด |
| 5 | กำหนดทิศทางยุทธศาสตร์ | จัดทำเป็นตัวอย่าง |
| 6 | ตัวชี้วัดและการติดตามประเมินผล | จัดทำโครงสร้าง ค่าฐานรอข้อมูลจริง |
| 7 | แผนการขับเคลื่อน | จัดทำเป็นตัวอย่าง |
ส่วนที่ 4: กรอบแนวคิดและระเบียบวิธี
4.1 กรอบแนวคิด
ยุทธศาสตร์ฉบับนี้ใช้กรอบ เส้นทางชีวิตผู้เรียน (Learner Life-Course) เป็นแกนหลัก แทนการจัดโครงสร้างตามระดับการศึกษาหรือตามภารกิจของหน่วยงาน
[เข้าถึง] [เรียนรู้ได้] [ตรงศักยภาพ] [มีงานทำ]
│ │ │ │
ประเด็นยุทธศาสตร์ 1 → 2 → 3 → 4
└─────────────────┴──────────────────┴─────────────────┘
│
ประเด็นยุทธศาสตร์ 5: ข้อมูลและกลไกบูรณาการ
(เงื่อนไขที่ทำให้ 1–4 ทำงานได้)
เหตุผลของการเลือกกรอบนี้มีสามประการ หนึ่ง สอดคล้องกับจุดเน้นของผู้บริหารทั้งสี่ประการซึ่งเรียงตัวเป็นห่วงโซ่อยู่แล้ว สอง หลีกเลี่ยงการแบ่งงานตามสังกัดซึ่งจะยิ่งตอกย้ำการทำงานแยกส่วน สาม ทำให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่ามาตรการใดแก้ปัญหาช่วงใดของชีวิตผู้เรียน
4.2 ระเบียบวิธีและเครื่องมือ
| เครื่องมือ | ใช้เพื่อ | สถานะในฉบับนี้ |
|---|---|---|
| การวิเคราะห์อนุกรมเวลา | ดูแนวโน้มผู้เรียนและทรัพยากร | ทำได้เพียง 2 ปี ต่ำกว่ามาตรฐาน 3–5 ปี |
| PESTEL | สำรวจปัจจัยแวดล้อม | ทำเป็นตัวอย่าง |
| Problem Tree | หาสาเหตุราก | ทำเป็นตัวอย่าง |
| SWOT ที่มีหลักฐานอ้างอิงทุกข้อ | ประเมินสถานะ | ทำเป็นตัวอย่าง ระบุแหล่งอ้างอิงรายข้อ |
| TOWS Matrix | แปลง SWOT เป็นกลยุทธ์ | ทำเป็นตัวอย่าง |
| การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย | ออกแบบกลไก | ทำเป็นตัวอย่าง |
| การวิเคราะห์ฉากทัศน์ | รองรับความไม่แน่นอน | ทำเป็นตัวอย่าง 3 ฉากทัศน์ |
| Theory of Change | เชื่อมกิจกรรมกับผลลัพธ์ | ทำเป็นตัวอย่าง |
4.3 ข้อจำกัดของระเบียบวิธีในฉบับกรณีตัวอย่าง
- มีข้อมูลรายอำเภอและรายสังกัดแล้ว แต่ยังไม่มีผลสัมฤทธิ์รายโรงเรียนครบทุกสังกัด และยังไม่มีข้อมูลจำแนกรายกลุ่มเปราะบาง จึงยังจัดลำดับโรงเรียนมุ่งเป้าและวิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำของกลุ่มเปราะบางไม่ได้จริง
- ไม่มีกระบวนการรับฟังผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เนื้อหาส่วนที่ 9 เป็นการสาธิตรูปแบบเท่านั้น
- มีอนุกรมเวลานักเรียน 5 ปีและการออกกลางคัน 10 ปีแล้ว ส่วนข้อมูลบางชุดของภาคเอกชนจากเอกสารแผนยังมีเพียง 2 จุด และข้อมูลเอกชนรายอำเภอมีปีเดียว
- ยังไม่ได้ตรวจสอบตัวบทกฎหมายจากราชกิจจานุเบกษาทุกฉบับ
ส่วนที่ 5: กฎหมาย นโยบาย แผน และยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
5.1 บัญชีกฎหมายและแผนที่ตรวจสอบแล้ว
| ระดับ | เอกสาร | สถานะ ณ 31 ส.ค. 2569 | ความน่าเชื่อถือของการตรวจสอบ |
|---|---|---|---|
| กฎหมายฐานอำนาจ | คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 19/2560 ลงวันที่ 3 เมษายน 2560 | มีผล โดยแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว | ตรวจสอบจากเว็บไซต์หน่วยงาน ต้องยืนยันจากตัวบท |
| กฎหมายฐานอำนาจ | พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 19/2560 ฯ พ.ศ. 2565 (ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2565) | มีผลใช้บังคับ | เช่นเดียวกัน |
| กฎหมายลำดับรอง | ประกาศ สป.ศธ. เรื่อง การแบ่งหน่วยงานภายใน ศธจ. ลงวันที่ 28 เมษายน 2566 | มีผลใช้บังคับ | ตรวจสอบแล้ว |
| แผนระดับ 2 | ร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) | อยู่ระหว่างจัดทำ ประกาศใช้ปีงบประมาณ 2571 | ตรวจสอบแล้ว |
| แผนระดับ 2 | แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 | ยังถูกอ้างอิงในแผนปฏิบัติการปี 2569 | ต้องตรวจสอบว่ามีฉบับใหม่รองรับ 2571–2575 หรือไม่ |
| นโยบาย | ประกาศ ศธ. เรื่อง นโยบายการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (29 เมษายน 2569) | มีผล ครอบคลุมถึงปี 2570 | ต้องขอไฟล์ต้นฉบับ |
| มติ ครม. | มติ ครม. 28 พฤษภาคม 2567 รับทราบมาตรการ Thailand Zero Dropout | มีผล | ตรวจสอบแล้ว |
| แผนพื้นที่ | แผนพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2566–2570 ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ 2569 | มีผลถึงปี 2570 | ตรวจสอบแล้ว |
| แผนพื้นที่ | แผนพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2571–2575 | อยู่ระหว่างจัดทำ | ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด |
| แผนพื้นที่ | แผนพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2566–2570 ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 | มีผลใช้บังคับ | จุดเชื่อมที่แข็งแรงที่สุด วิสัยทัศน์ "อยุธยาเมืองมรดกโลก เป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ น่าเรียนรู้ น่าอยู่ น่าลงทุน" · ตัวชี้วัดความสำเร็จตามเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดข้อที่ 4 คือ ระดับดัชนีความก้าวหน้าของคน ค่าฐาน 0.68 เป้าหมาย 2570 เท่ากับ 0.70 ซึ่งมีมิติด้านการศึกษาอยู่ภายในโดยตรง 4 รายการ หมายความว่าหากยุทธศาสตร์การศึกษาทำให้ตัวชี้วัดทั้งสี่ดีขึ้น จังหวัดจะบรรลุตัวชี้วัดข้อที่ 4 ด้วย 【จริง — ตารางที่ 2.5 และ 2.1 ของแผนฉบับเต็ม】 ⚠️ หมายเหตุการแก้ไข ในร่างฉบับ 0.5 ที่ปรึกษาระบุว่าตัวชี้วัดข้อที่ 1 ของจังหวัดคือจำนวนแหล่งเรียนรู้ ซึ่งไม่ถูกต้อง เกิดจากการอ้างอิงบรรยายสรุปแทนแผนฉบับเต็ม |
| กฎหมายเฉพาะ | พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 | มีผลใช้บังคับ | ต้องยืนยันจากราชกิจจานุเบกษา — เป็นกฎหมายหลักของภารกิจที่ ศธจ. มีอำนาจสูงสุด |
| กฎหมายลำดับรอง | กฎกระทรวงการขอรับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนในระบบ พ.ศ. 2555 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 · กฎกระทรวงการขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ พ.ศ. 2555 · กฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียม · ระเบียบและประกาศว่าด้วยการอุดหนุนและการสงเคราะห์ | ต้องตรวจสอบรายฉบับ | เกี่ยวข้องกับกลยุทธ์ 5.3 โดยตรง |
| กลไกจังหวัด | ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัด (ปส.กช.) | ต้องตรวจสอบฉบับปัจจุบัน | ต้องวินิจฉัย องค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ที่แน่นอน |
| แผนพื้นที่ | แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2566–2570 (ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ 2568) | ฉบับใช้งานปัจจุบัน | เป็นฐานความต่อเนื่องและแหล่งค่าฐานตัวชี้วัด |
5.2 กฎหมายที่ยังไม่ได้ตรวจสอบและต้องดำเนินการก่อนจัดทำฉบับจริง
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย · ยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทฉบับปรับปรุง · พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ · พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ · พ.ร.บ. การพัฒนาเด็กปฐมวัย · พ.ร.บ. การศึกษาภาคบังคับ · พ.ร.บ. การอาชีวศึกษา · พ.ร.บ. การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ · พ.ร.บ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา · พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน · พ.ร.บ. ส่งเสริมการเรียนรู้ · พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก · พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล · พ.ร.ฎ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี · กฎหมายเกี่ยวกับพื้นที่มรดกโลกและการอนุรักษ์โบราณสถาน · เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 4
ต้องวินิจฉัย ต้องส่งฝ่ายกฎหมายตรวจสอบสถานะปัจจุบันของทุกฉบับก่อนอ้างอิงในเอกสารจริง
5.3 ตารางความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ (ตัวอย่างการจัดทำ)
ตารางนี้แสดง วิธีจัดทำ โดยยกตัวอย่างประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 เท่านั้น ฉบับจริงต้องทำครบทุกประเด็นและทุกระดับแผน
| ระดับ | เอกสาร | ข้อกำหนด/เป้าหมายที่เกี่ยวข้อง | ความเชื่อมโยงเชิงเหตุผลกับพื้นที่ | ประเด็นยุทธศาสตร์ที่รองรับ |
|---|---|---|---|---|
| มติ ครม. | มติ 28 พ.ค. 2567 Thailand Zero Dropout | ให้หน่วยงานค้นหาเด็กนอกระบบผ่านการบูรณาการข้อมูล และจัดการเรียนรู้แบบยืดหยุ่นเหมาะกับศักยภาพรายบุคคล จริง | จังหวัดมีแรงงานเคลื่อนย้ายในภาคอุตสาหกรรมจำนวนมาก ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่บุตรหลานจะไม่ปรากฏในระบบทะเบียนสถานศึกษา | ประเด็นที่ 1 |
| แผนจังหวัด | เป้าหมายการพัฒนาจังหวัด "น่าเรียนรู้" จริง | เมืองที่น่าเรียนรู้ต้องไม่มีเด็กที่เข้าไม่ถึงการเรียนรู้ | เชื่อมโดยตรงกับเป้าหมายจังหวัด ทำให้เสนอของบพัฒนาจังหวัดได้ | ประเด็นที่ 1 และ 5 |
| อำนาจหน้าที่ | ข้อ 11(5) ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาเพื่อคนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้มีความสามารถพิเศษ จริง | เป็นฐานอำนาจโดยตรงของ ศธจ. | มาตรการภายใต้ประเด็นที่ 1 อยู่ในอำนาจหน้าที่ ไม่ต้องขออนุมัติเพิ่ม | ประเด็นที่ 1 |
หลักการที่ต้องยึด: ความสอดคล้องไม่ได้หมายถึงการคัดลอกถ้อยคำจากแผนระดับบน แต่หมายถึงการแสดงให้เห็นว่าเหตุใดข้อกำหนดระดับบนจึงนำไปสู่การดำเนินงานเฉพาะในพื้นที่นี้
ส่วนที่ 6: บริบทและข้อมูลพื้นฐานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
6.1 ข้อมูลกายภาพและประชากร
| รายการ | ค่า | ปี | สถานะ |
|---|---|---|---|
| พื้นที่ | 2,556.64 ตร.กม. | 2568 | จริง |
| อำเภอ / ตำบล | 16 / 209 | 2568 | จริง |
| ประชากรรวม | 822,639 คน | ส.ค. 2568 | จริง |
| สัดส่วนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป | ร้อยละ 22.8 (186,604 คน) | ม.ค. 2569 | จริง |
| จำนวนเด็กเกิดใหม่ | 5,223 คน ลดลงร้อยละ 20.1 ในห้าปี | 2567 | จริง |
| จำนวนการตาย | 7,464 คน สูงกว่าการเกิดทุกปีตลอดห้าปี | 2567 | จริง |
| ประชากรวัยเรียนอายุ 3–17 ปี | 121,232 คน คิดเป็นร้อยละ 14.8 | ม.ค. 2569 | จริง |
| ประชากรแฝงและแรงงานข้ามชาติ | รอข้อมูล | — | ต้องขอจากสำนักงานจัดหางานจังหวัด |
6.2 โครงสร้างเศรษฐกิจ
จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นฐานอุตสาหกรรมสำคัญของภาคกลาง มีโรงงานมากกว่า 2,134 แห่งใน 5 นิคมอุตสาหกรรม โดยแรงงานที่ทำงานในโรงงานมีจำนวนมากกว่า 300,000 คน กระจายอาศัยอยู่ทั่วจังหวัด 【จริง — ข้อมูลปี 2565 ต้องปรับปรุง】
ขณะเดียวกันจังหวัดมีอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลก พื้นที่ 1,810 ไร่ จริง เป็นฐานของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์
นัยต่อการศึกษา: จังหวัดมีเส้นทางอาชีพสองสายที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง คือสายอุตสาหกรรมและสายบริการ/วัฒนธรรม ยุทธศาสตร์ควรออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ที่รองรับทั้งสองสาย ไม่ใช่มุ่งสายเดียว
6.3 ความเสี่ยงเชิงพื้นที่
พื้นที่ที่ระบุว่าประสบอุทกภัยซ้ำซาก ได้แก่ อำเภอผักไห่ เสนา และบางบาล จริง ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและมีระดับเศรษฐกิจต่ำกว่าพื้นที่เขตอุตสาหกรรม
การตีความ: ความเสี่ยงภัยพิบัติในจังหวัดนี้ ทับซ้อนกับความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ทำให้เด็กในพื้นที่เดียวกันเผชิญความเสี่ยงสองชั้นพร้อมกัน คือความยากจนและการหยุดชะงักทางการศึกษาจากอุทกภัย
6.4 การจำแนกกลุ่มอำเภอเชิงยุทธศาสตร์ 【จริง — ยืนยันด้วยอัตราการเติบโตประชากร 5 ปี】
| กลุ่ม | ลักษณะ | อำเภอ | อัตราการเติบโตประชากร 2567 | โจทย์การศึกษาที่ยืนยันด้วยข้อมูล |
|---|---|---|---|---|
| ก. เขตเมืองและมรดกโลก | หนาแน่น ท่องเที่ยว | พระนครศรีอยุธยา | −0.20% | นักเรียนต่อห้องเรียน 28 : 1 สูงสุดในจังหวัด · ผู้เรียนเอกชนร้อยละ 26.6 · การออกกลางคันจากการอพยพ 22 คน สูงสุดในจังหวัด |
| ข. เขตอุตสาหกรรม | นิคมอุตสาหกรรม แรงงานเคลื่อนย้าย | บางปะอิน +1.15% · วังน้อย +1.29% · อุทัย +0.69% · นครหลวง −0.22% | เพียงสามอำเภอในจังหวัดที่ประชากรเพิ่มขึ้น | บุตรแรงงานเคลื่อนย้าย · การออกกลางคันจากการอพยพ บางปะอิน 11 คน วังน้อย 10 คน · ผู้เรียนเอกชนบางปะอินร้อยละ 31.2 สูงสุดในจังหวัด |
| ค. เขตเกษตรและเสี่ยงอุทกภัย | เกษตรกรรม น้ำท่วมซ้ำซาก | ผักไห่ −0.95% · เสนา −0.60% · บางไทร −0.47% · บางบาล −0.42% | หดตัวเร็วที่สุด | ความเดือดร้อนอันดับหนึ่งของบางบาลคือน้ำท่วมร้อยละ 35.9 และผักไห่อันดับสองร้อยละ 26.1 · นักเรียนต่อห้องเรียนบางบาล 11 : 1 |
| ง. เขตกึ่งเมืองกึ่งชนบท | ผสม | ท่าเรือ −0.57% · ภาชี −0.05% · ลาดบัวหลวง −0.01% · บางปะหัน −0.26% | ทรงตัวถึงลดเล็กน้อย | ท่าเรือมีโรงเรียนเอกชนเพียง 3 แห่งแต่รับผู้เรียนร้อยละ 26.9 · ภาชีมีความเดือดร้อนเรื่องยาเสพติดร้อยละ 22.8 |
| จ. อำเภอขนาดเล็กที่หดตัวเร็ว ⬅ กลุ่มใหม่ | ประชากรต่ำกว่า 25,000 คน หดตัวเกินร้อยละ 0.5 ต่อปี | บ้านแพรก −0.86% · บางซ้าย −0.66% · มหาราช −0.55% | หดตัวเร็ว | นักเรียนต่อห้องเรียนเพียง 11–12 : 1 และนักเรียนต่อครู 9–12 : 1 · ไม่มีโรงเรียนเอกชนเลยทั้งสามอำเภอ · มหาราชมีนักเรียนทั้งอำเภอ 1,273 คน บ้านแพรก 708 คน |
เหตุผลของการเพิ่มกลุ่มที่ 5 ในฉบับก่อนหน้า สามอำเภอนี้ถูกจัดรวมในกลุ่มกึ่งเมืองกึ่งชนบท แต่ข้อมูลจริงแสดงว่าลักษณะต่างกันชัดเจน คือหดตัวเร็วกว่า มีขนาดสถานศึกษาเล็กกว่ามาก และไม่มีทางเลือกภาคเอกชนเลย กลุ่มนี้ต้องการมาตรการบริหารทรัพยากรร่วม ไม่ใช่มาตรการคุณภาพทั่วไป
⚠️ ประเด็นที่ต้องเห็นให้ชัดและยืนยันด้วยข้อมูลแล้ว ความเสี่ยงภัยพิบัติทับซ้อนกับความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ พื้นที่ที่ระบุว่าท่วมซ้ำซากคืออำเภอผักไห่ เสนา บางบาล ซึ่งเป็นสามอำเภอที่ประชากรหดตัวเร็วที่สุดกลุ่มหนึ่งของจังหวัด และเป็นอำเภอที่ประชาชนระบุว่าน้ำท่วมเป็นความเดือดร้อนอันดับต้น เด็กในพื้นที่เหล่านี้จึงเผชิญความเสี่ยงสองชั้นพร้อมกัน
ส่วนที่ 7: สถานการณ์และผลการดำเนินงานด้านการศึกษา
7.1 ภาพรวมเชิงปริมาณ จริง
| ตัวชี้วัด | ปีการศึกษา 2566 | ปีการศึกษา 2567 | เปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|
| โรงเรียน | 428 แห่ง | 426 แห่ง | −2 (−0.5%) |
| ห้องเรียน | 5,641 ห้อง | 5,610 ห้อง | −31 (−0.5%) |
| ครู | 7,862 คน | 7,358 คน | −504 (−6.4%) |
| นักเรียนรวม | 120,206 คน | 115,123 คน | −5,083 (−4.2%) |
| นักเรียนชาย | 60,893 คน | 58,042 คน | −2,851 (−4.7%) |
| นักเรียนหญิง | 59,313 คน | 57,081 คน | −2,232 (−3.8%) |
| สถาบันอาชีวศึกษา | 14 แห่ง | 14 แห่ง | คงที่ |
| สถาบันอุดมศึกษา | 6 แห่ง | 6 แห่ง | คงที่ |
อัตราส่วนที่คำนวณ (สูตร: จำนวนนักเรียน ÷ จำนวนครู เป็นต้น)
| อัตราส่วน | 2566 | 2567 | ทิศทาง |
|---|---|---|---|
| นักเรียนต่อครู | 15.3 : 1 | 15.6 : 1 | เพิ่มขึ้น |
| นักเรียนเฉลี่ยต่อโรงเรียน | 280.9 | 270.2 | ลดลง |
| นักเรียนเฉลี่ยต่อห้องเรียน | 21.3 | 20.5 | ลดลง |
ข้อจำกัดที่ต้องระบุทุกครั้งที่อ้างตารางนี้: ข้อมูลมีเพียง 2 ปี ไม่ทราบขอบเขตสังกัดที่ครอบคลุม ไม่มีการจำแนกรายอำเภอ และการลดลงของครูร้อยละ 6.4 ในปีเดียวเป็นตัวเลขผิดปกติที่อาจเกิดจากการเปลี่ยนนิยามการจัดเก็บ ต้องตรวจสอบก่อนตีความ
7.1.1 ภาพรวมรายสังกัด จากข้อมูลของ ศธจ. เอง จริง
ข้อมูล ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2568 จากแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ตารางที่ 7
| สังกัด | สถานศึกษา | นักเรียน/นักศึกษา | ห้องเรียน | ผู้บริหารและครู |
|---|---|---|---|---|
| สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 | 176 | 32,521 | 1,834 | 2,197 |
| สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 2 | 156 | 20,329 | 1,633 | 1,671 |
| สพม.พระนครศรีอยุธยา | 29 | 26,762 | 789 | 1,532 |
| ศูนย์การเรียนรู้ปัญญาภิวัฒน์ | 1 | 276 | 8 | 6 |
| ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด | 1 | 541 | — | 85 |
| สช. (โรงเรียนเอกชน) | 35 | 20,863 | 735 | 1,385 |
| สกร.จังหวัด | 16 | 11,603 | — | 266 |
| อาชีวศึกษาของรัฐ | 9 | 7,244 | 344 | 459 |
| อาชีวศึกษาของเอกชน | 5 | 3,779 | 150 | 150 |
| โรงเรียนสาธิต ม.ราชภัฏฯ | 3 | 1,457 | 38 | 87 |
| สถาบันอุดมศึกษา | 3 | 6,774 | 498 | 581 |
| สถานศึกษาสังกัด อปท. | 28 | 9,650 | 448 | 621 |
| ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัด อปท. | 273 | 6,389 | — | — |
| โรงเรียนพระปริยัติธรรม (สายสามัญ) | 2 | 185 | 14 | 32 |
| รวมทั้งสิ้น | 737 | 148,373 | 6,491 | 9,072 |
หมายเหตุเรื่องขอบเขต ตัวเลข 148,373 คน ของ ศธจ. ต่างจาก 115,123 คน ของสำนักงานสถิติจังหวัด เพราะ ศธจ. รวมศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 273 แห่ง สถาบันอุดมศึกษา อาชีวศึกษา และ สกร. ซึ่งสถิติจังหวัดไม่นับเป็นโรงเรียน ไม่ใช่ความขัดแย้งของข้อมูล แต่เป็นความต่างของนิยาม
7.1.2 สถานการณ์การศึกษาเอกชนของจังหวัด จริง
ขนาดของภาคเอกชน
| ตัวชี้วัด | ค่า | วิธีคำนวณ |
|---|---|---|
| สถานศึกษาเอกชนรวม | 40 แห่ง | สช. 35 + อาชีวศึกษาเอกชน 5 |
| ผู้เรียนในสถานศึกษาเอกชน | 24,642 คน | 20,863 + 3,779 |
| ครูและผู้บริหารในสถานศึกษาเอกชน | 1,535 คน | 1,385 + 150 |
| สัดส่วนต่อสถานศึกษาทั้งจังหวัด | ร้อยละ 5.4 | 40 ÷ 737 |
| สัดส่วนต่อผู้เรียนทั้งจังหวัด | ร้อยละ 16.6 | 24,642 ÷ 148,373 |
| ผู้เรียนเฉลี่ยต่อสถานศึกษาเอกชน | 616 คน | 24,642 ÷ 40 |
| ผู้เรียนเฉลี่ยต่อสถานศึกษาทั้งจังหวัด | 201 คน | 148,373 ÷ 737 |
แนวโน้มสองปี
| รายการ | ฉบับทบทวน 2568 | ณ 10 มิ.ย. 2568 | เปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|
| สช. — สถานศึกษา | 35 | 35 | คงที่ |
| สช. — นักเรียน | 23,016 | 20,863 | −2,153 (−9.4%) |
| อาชีวศึกษาเอกชน — นักเรียน | 3,796 | 3,779 | −17 (−0.4%) |
| รวมภาคเอกชน — ผู้เรียน | 26,812 | 24,642 | −2,170 (−8.1%) |
| รวมทั้งจังหวัด — ผู้เรียน | 154,373 | 148,373 | −6,000 (−3.9%) |
| สัดส่วนผู้เรียนเอกชน | 17.4% | 16.6% | −0.8 จุด |
ข้อค้นพบ ภาคเอกชนหดตัวเร็วกว่าค่าเฉลี่ยจังหวัดกว่าสองเท่า โดยเป็นต้นทางของการลดลงถึงร้อยละ 36.2 ของการลดลงทั้งจังหวัด (2,170 ÷ 6,000) ทั้งที่มีผู้เรียนเพียงร้อยละ 16.6
ผลต่อยุทธศาสตร์ สถานศึกษาเอกชนมีขนาดเฉลี่ย 616 คนต่อแห่ง หากแห่งใดเลิกกิจการโดยไม่มีการเตรียมการ ผู้เรียนราว 600 คนจะต้องหาสถานศึกษาใหม่พร้อมกัน ซึ่งเทียบเท่ากับโรงเรียนสังกัด สพป. เขต 1 ประมาณ 3 แห่งรวมกัน นี่คือฐานเชิงปริมาณของความเสี่ยง R9 และกลยุทธ์ 5.3
ศักยภาพของ ศธจ. ในภารกิจนี้
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| บุคลากรกลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชน | 4 คน จากทั้งสำนักงาน 44 คน |
| สถานศึกษาที่ดูแลต่อคน | 10 แห่ง |
| ผู้เรียนที่รับผิดชอบต่อคน | 6,161 คน |
| งบประมาณจาก สช. ปีงบประมาณ 2569 | 261,220 บาท |
| งบต่อผู้เรียนเอกชน 1 คนต่อปี | 10.60 บาท |
⚠️ ตัวเลขที่ห้ามนำไปใช้ก่อนตรวจสอบนิยาม จำนวนครูโรงเรียนเอกชนลดจาก 2,113 เหลือ 1,385 คน (−34.5%) ขณะที่นักเรียนลดเพียงร้อยละ 9.4 และห้องเรียนอาชีวศึกษาเอกชนลดจาก 480 เหลือ 150 ห้องขณะที่นักเรียนแทบไม่เปลี่ยน ทั้งสองรายการน่าจะเกิดจากการเปลี่ยนนิยามการจัดเก็บมากกว่าการเปลี่ยนแปลงจริง
7.2 ข้อมูลที่จำเป็นแต่ยังไม่มี
| ด้าน | ข้อมูลที่ขาด | ผลกระทบ |
|---|---|---|
| โอกาส | เด็กนอกระบบรายอำเภอ อายุ สาเหตุ | ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 ไม่มีค่าฐาน |
| คุณภาพ | RT NT O-NET ย้อนหลัง 5 ปี รายโรงเรียน | ประเด็นที่ 2 ไม่มีค่าฐาน |
| ความเสมอภาค | นักเรียนยากจนพิเศษ เด็กพิการเรียนรวม เด็กไร้สัญชาติ | ไม่สามารถวิเคราะห์กลุ่มเปราะบาง |
| กำลังคน | ภาวะการมีงานทำของผู้จบอาชีวศึกษา | ประเด็นที่ 4 ไม่มีค่าฐาน |
| ทรัพยากร | โรงเรียนขนาดเล็กรายอำเภอ งบต่อหัว | ไม่สามารถวิเคราะห์ประสิทธิภาพ |
7.3 ข้อมูลการศึกษารายอำเภอ จริง
ข้อมูลปีการศึกษา 2567 จากรายงานสถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2568 ตารางที่ 3.1 3.8 และ 3.10 ส่วนนี้แทนที่ตารางสถานการณ์สมมติในฉบับก่อนหน้าทั้งหมด
| อำเภอ | โรงเรียนรวม | โรงเรียนเอกชน | นักเรียนรวม | นักเรียนเอกชน | สัดส่วนเอกชน | นักเรียนต่อห้องเรียน | นักเรียนต่อครู |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| พระนครศรีอยุธยา | 55 | 12 | 33,237 | 8,853 | 26.6% | 28 : 1 | 18 : 1 |
| ท่าเรือ | 29 | 3 | 7,007 | 1,883 | 26.9% | 15 : 1 | 17 : 1 |
| นครหลวง | 18 | 0 | 3,582 | 0 | 0.0% | 20 : 1 | 12 : 1 |
| บางไทร | 28 | 2 | 5,981 | 1,239 | 20.7% | 18 : 1 | 17 : 1 |
| บางบาล | 22 | 0 | 2,263 | 0 | 0.0% | 11 : 1 | 12 : 1 |
| บางปะอิน | 42 | 7 | 16,686 | 5,213 | 31.2% | 24 : 1 | 17 : 1 |
| บางปะหัน | 27 | 0 | 3,912 | 0 | 0.0% | 15 : 1 | 13 : 1 |
| ผักไห่ | 23 | 2 | 3,564 | 645 | 18.1% | 16 : 1 | 12 : 1 |
| ภาชี | 19 | 1 | 4,279 | 405 | 9.5% | 21 : 1 | 15 : 1 |
| ลาดบัวหลวง | 26 | 0 | 4,250 | 0 | 0.0% | 16 : 1 | 11 : 1 |
| วังน้อย | 31 | 2 | 10,998 | 583 | 5.3% | 25 : 1 | 17 : 1 |
| เสนา | 40 | 4 | 10,209 | 2,974 | 29.1% | 21 : 1 | 16 : 1 |
| บางซ้าย | 17 | 0 | 2,047 | 0 | 0.0% | 12 : 1 | 12 : 1 |
| อุทัย | 29 | 1 | 5,127 | 131 | 2.6% | 18 : 1 | 15 : 1 |
| มหาราช | 12 | 0 | 1,273 | 0 | 0.0% | 11 : 1 | 9 : 1 |
| บ้านแพรก | 8 | 0 | 708 | 0 | 0.0% | 11 : 1 | 11 : 1 |
| รวม | 426 | 34 | 115,123 | 21,926 | 19.0% | 21 : 1 | 16 : 1 |
ข้อค้นพบที่หนึ่ง ช่องว่างขนาดสถานศึกษาระหว่างอำเภอกว้าง 2.5 เท่า อัตราส่วนนักเรียนต่อห้องเรียนอยู่ระหว่าง 11 : 1 ถึง 28 : 1 ค่าเฉลี่ยจังหวัด 21 : 1 จึงปิดบังทั้งความแออัดในเขตเมืองและความเล็กเกินขนาดในเขตเกษตร การใช้ค่าเฉลี่ยจังหวัดเป็นค่าฐานตัวชี้วัดจะทำให้มาตรการไม่ตอบโจทย์ทั้งสองกลุ่ม
⚠️ ข้อควรระวังในการตีความ อัตราส่วนต่ำไม่ได้แปลว่าคุณภาพดี อำเภอมหาราชมีนักเรียน 9 คนต่อครู 1 คน ซึ่งในบริบทของโรงเรียนขนาดเล็กมักหมายถึงโรงเรียนที่มีครูไม่ครบทุกสาระวิชา ครูหนึ่งคนต้องสอนหลายวิชาและหลายชั้น จึงเป็นปัญหาคุณภาพ ไม่ใช่ข้อดี
ข้อค้นพบที่สอง การศึกษาเอกชนกระจุกตัวสุดขั้ว ผู้เรียนเอกชนในอำเภอพระนครศรีอยุธยาและบางปะอินรวมกัน 14,066 คน คิดเป็น ร้อยละ 64.2 ของผู้เรียนเอกชนทั้งจังหวัด และมี 7 อำเภอที่ไม่มีโรงเรียนเอกชนเลยแม้แห่งเดียว ได้แก่ นครหลวง บางบาล บางปะหัน ลาดบัวหลวง บางซ้าย มหาราช บ้านแพรก
ผลต่อกลยุทธ์ 5.3 ข้อค้นพบนี้เปลี่ยนขอบเขตของกลยุทธ์ จากบัญชีรายตำบลครอบคลุมทั้ง 16 อำเภอ เป็น เฉพาะ 9 อำเภอที่มีสถานศึกษาเอกชน โดยจัดลำดับความสำคัญตามอัตราส่วนผู้เรียนต่อจำนวนสถานศึกษาในอำเภอ ไม่ใช่ตามจำนวนสถานศึกษา เพราะอำเภอท่าเรือที่มีเพียง 3 แห่งแต่รับผู้เรียนร้อยละ 26.9 มีความเสี่ยงต่อการปิดกิจการหนึ่งแห่งสูงกว่าอำเภอที่มีหลายแห่ง
7.4 อนุกรมเวลา 5 ปี จริง
จากรายงานสถิติจังหวัด ตารางที่ 7.4
| ปี | 2563 | 2564 | 2565 | 2566 | 2567 | เปลี่ยนแปลงรวม |
|---|---|---|---|---|---|---|
| นักเรียนรวม | 123,115 | 120,751 | 120,626 | 120,206 | 115,123 | −6.5% |
| ก่อนประถมศึกษา | 21,291 | 20,085 | 19,688 | 20,029 | 18,672 | −12.3% |
| ประถมศึกษา | 60,858 | 59,841 | 59,357 | 58,548 | 55,134 | −9.4% |
| มัธยมศึกษาตอนต้น | 27,886 | 27,885 | 27,966 | 27,801 | 26,870 | −3.6% |
| มัธยมศึกษาตอนปลาย | 13,080 | 12,940 | 13,615 | 13,828 | 14,447 | +10.5% |
| ครู | 7,259 | 6,820 | 6,948 | 7,862 | 7,358 | +1.4% ⚠️ |
ข้อค้นพบที่สาม การหดตัวไม่เท่ากันทุกระดับ และมัธยมปลายสวนทาง การหดตัวรุนแรงที่สุดในระดับก่อนประถมและประถม ซึ่งเป็นระดับที่รับผลจากอัตราการเกิดที่ลดลงก่อน ส่วนมัธยมปลายยังไม่รับผลเลย เพราะเด็กที่เรียนอยู่เกิดเมื่อ 15–18 ปีก่อน ซึ่งเป็นรุ่นที่ใหญ่กว่า และการเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.5 ในช่วงที่ประชากรวัยนั้นไม่ได้เพิ่ม ตีความได้ว่าสัดส่วนของเยาวชนที่เรียนต่อมัธยมปลายเพิ่มขึ้นจริง ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวก แต่ยังอธิบายได้ด้วยเหตุอื่น เช่น การย้ายเข้ามาเรียนจากจังหวัดข้างเคียง จึงยังไม่สรุปเป็นข้อยุติ
ผลต่อการวางแผนทรัพยากร ต้องแยกตามระดับ ไม่ใช่ปรับลดทั้งระบบเท่ากัน เพราะแรงกดจะเดินทางจากระดับล่างขึ้นบนตามเวลา ระดับประถมต้องวางแผนบริหารทรัพยากรร่วมทันที ขณะที่ระดับมัธยมปลายยังมีเวลาอีก 5–8 ปี
⚠️ ตัวเลขครูยังยืนยันปัญหาคุณภาพข้อมูล จำนวนครูเคลื่อนไหวแบบลดลง แล้วเพิ่มขึ้น 914 คนในปีเดียว แล้วลดลงอีก 504 คน ซึ่งไม่สอดคล้องกับจำนวนนักเรียนที่ลดลงต่อเนื่อง ห้ามใช้ตัวเลขครูเป็นค่าฐานตัวชี้วัดจนกว่าจะตรวจสอบนิยามเสร็จ
7.5 การออกกลางคันและสาเหตุ จริง พร้อมความขัดแย้งที่ต้องหาข้อยุติ
อนุกรมเวลา 10 ปี จากตารางที่ 3.11
| ปีการศึกษา | 2558 | 2559 | 2560 | 2561 | 2562 | 2563 | 2564 | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| จำนวน (คน) | 37 | 37 | 68 | 91 | 96 | 183 | 157 | 240 | 154 | 110 |
⚠️ ความขัดแย้งของข้อมูลที่ร้ายแรงที่สุดที่พบในโครงการนี้
| แหล่ง | ตัวเลข |
|---|---|
| แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดฉบับทบทวน 2568 ตัวชี้วัด ปย.1 (ค่าฐาน) | 1,181 คน |
| รายงานสถิติจังหวัด พ.ศ. 2568 ตารางที่ 3.11 (ปีการศึกษา 2567) | 110 คน |
| ส่วนต่าง | 10.7 เท่า |
ไม่มีปีใดในสิบปีที่ใกล้เคียง 1,181 คน ปีที่สูงที่สุดคือ 2565 ที่ 240 คน ซึ่งยังต่ำกว่าค่าฐานในแผนถึง 5 เท่า
ผลกระทบร้ายแรง แผนฉบับเดิมกำหนดค่าฐาน 1,181 คน และเป้าหมายปี 2570 ที่ 800 คน หากค่าฐานที่ถูกต้องคือ 110 คน แปลว่าแผนตั้งเป้าให้ตัวเลขเพิ่มขึ้นเกือบ 8 เท่า
สมมติฐานสามข้อที่อธิบายได้ นิยามต่างกันระหว่าง "ออกกลางคัน" กับ "เด็กนอกระบบ" · ครอบคลุมช่วงวัยต่างกัน · เป็นตัวเลขสะสมหลายปี
สิ่งที่ต้องทำก่อนใช้ตัวชี้วัดนี้ ขอคำนิยามและวิธีนับจากทั้งสองแหล่ง หากเป็นสองนิยามที่ต่างกันจริง ต้องแยกเป็นสองตัวชี้วัดพร้อมค่าฐานของแต่ละตัว ห้ามใช้ค่าฐานใดค่าหนึ่งโดยไม่อธิบายความขัดแย้งนี้ในเอกสาร ต้องวินิจฉัย
สาเหตุการออกกลางคันปีการศึกษา 2567 จากตารางที่ 3.12
| สาเหตุ | จำนวน (คน) | สัดส่วน |
|---|---|---|
| อพยพตามครอบครัว | 77 | ร้อยละ 70.0 |
| มีปัญหาครอบครัว | 13 | ร้อยละ 11.8 |
| มีปัญหาการปรับตัว | 10 | ร้อยละ 9.1 |
| กรณีอื่น ๆ | 6 | ร้อยละ 5.5 |
| ฐานะยากจน | 2 | ร้อยละ 1.8 |
| หาเลี้ยงครอบครัว | 2 | ร้อยละ 1.8 |
ข้อค้นพบที่สี่ และสำคัญที่สุดต่อการออกแบบกลยุทธ์ สาเหตุอันดับหนึ่งคือการอพยพตามครอบครัวถึงร้อยละ 70 ขณะที่ฐานะยากจนซึ่งมักถูกสันนิษฐานว่าเป็นสาเหตุหลัก มีเพียงร้อยละ 1.8 และรายอำเภอพบว่าการออกกลางคันจากการอพยพสูงสุดในอำเภอพระนครศรีอยุธยา 22 คน บางปะอิน 11 คน วังน้อย 10 คน ซึ่งเป็นเขตเมืองและเขตอุตสาหกรรมทั้งสามอำเภอ
ผลต่อยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนมาก มาตรการหลักของประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 ต้องเป็น ระบบส่งต่อข้อมูลผู้เรียนข้ามสถานศึกษาและข้ามจังหวัด ไม่ใช่มาตรการช่วยเหลือด้านการเงินเป็นหลัก เพราะสาเหตุอันดับหนึ่งไม่ใช่ความยากจน แต่เป็นการเคลื่อนย้ายที่ระบบตามไม่ทัน
7.6 การคาดการณ์ประชากรวัยเรียนจากรุ่นที่เกิดแล้ว จริง
ใช้ข้อมูลประชากรรายอายุปีเดียว ณ มกราคม 2569 จากกรมการปกครอง โดยไม่ต้องสร้างตัวเลขใดขึ้นใหม่ เพราะเด็กทุกคนที่จะอยู่ในวัยเรียนถึงปี 2575 เกิดและมีชื่อในทะเบียนราษฎรแล้ว
| ปี | 3–5 ปี ปฐมวัย | 6–11 ปี ประถม | 12–14 ปี ม.ต้น | 6–14 ปี ภาคบังคับ | 15–17 ปี ม.ปลาย |
|---|---|---|---|---|---|
| 2569 (ฐาน) | 18,836 | 46,619 | 27,689 | 74,308 | 28,088 |
| 2571 | 17,178 | 42,875 | 25,436 | 68,311 | 28,029 |
| 2573 | — | 39,399 | 23,432 | 62,831 | 26,894 |
| 2575 | — | 34,774 | 22,266 | 57,040 | 24,353 |
| เปลี่ยนแปลง | — | −25.4% | −19.6% | −23.2% | −13.3% |
สมมติฐานสามข้อที่ต้องเป็นจริง การย้ายถิ่นสุทธิใกล้ศูนย์ · อัตราการตายในวัยเด็กต่ำมาก · ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเขตการปกครอง
⚠️ จุดอ่อนที่ต้องระบุ ปี 2567 จังหวัดมีผู้ย้ายเข้าสุทธิ 2,423 คน ซึ่งไม่ใช่ศูนย์ การคาดการณ์นี้จึงเป็น ขอบล่าง ในอำเภอเขตอุตสาหกรรมที่มีการย้ายเข้ามาก และเป็น ขอบบน ในอำเภอเกษตรที่มีการย้ายออก ส่วนช่องปฐมวัยตั้งแต่ปี 2573 ว่างเพราะเด็กยังไม่เกิด ห้ามประมาณค่า
7.7 การประมาณขนาดของกลุ่มที่ไม่อยู่ในระบบ
| ตัวชี้วัด | ค่าฐาน (ร้อยละ) | ประชากรฐาน ม.ค. 2569 | ประมาณจำนวนที่ไม่อยู่ในระบบ |
|---|---|---|---|
| ประชากรอายุ 3–5 ปี เข้าเรียนปฐมวัย | 88.02 | 18,836 | ประมาณ 2,257 คน |
| ประชากรอายุ 6–14 ปี เข้าเรียนภาคบังคับ | 84.00 | 74,308 | ประมาณ 11,889 คน |
| ประชากรอายุ 15–17 ปี เข้าเรียน ม.ปลายและเทียบเท่า | 51.17 | 28,088 | ประมาณ 6,600–13,700 คน ⚠️ |
⚠️ ความขัดแย้งของนิยามที่ต้องระบุก่อนใช้ตัวเลขนี้ แผนพัฒนาจังหวัด ฉบับทบทวน 2570 ตารางที่ 2.1 ระบุอัตราการเข้าเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายและอาชีวศึกษาไว้ที่ ร้อยละ 76.39 (ปี 2565) ขณะที่แผน ศธจ. ระบุ ร้อยละ 51.17 ต่างกัน 25.22 จุด ทำให้จำนวนเยาวชนที่ไม่อยู่ในระบบอยู่ในช่วง 6,631 ถึง 13,715 คน ขึ้นกับว่าใช้ค่าใด สาเหตุน่าจะเกิดจากตัวส่วนที่ต่างกัน คือผู้จบ ม.3 ที่เรียนต่อ เทียบกับประชากรอายุ 15–17 ปีทั้งหมด ต้องขอนิยามจากทั้งสองแหล่งก่อนกำหนดค่าเป้าหมาย ต้องวินิจฉัย
⚠️ ข้อจำกัดที่ต้องระบุทุกครั้งที่อ้าง ค่าฐานร้อยละมาจากแผนฉบับทบทวน 2568 ซึ่งคำนวณจากประชากรฐานของปีนั้น ไม่ใช่ประชากร ณ มกราคม 2569 การคูณข้ามปีเช่นนี้ให้ผลเป็น การประมาณขนาดของปัญหา ไม่ใช่ค่าฐานตัวชี้วัด
ข้อค้นพบที่ห้า และมีนัยต่อการจัดลำดับความสำคัญของประเด็นยุทธศาสตร์ เยาวชนอายุ 15–17 ปีราว 6,600–13,700 คนที่ไม่อยู่ในระบบมัธยมปลายหรือเทียบเท่า มีจำนวนใกล้เคียงกับผู้เรียนมัธยมปลายทั้งจังหวัดที่มี 14,447 คน หมายความว่าเยาวชนกลุ่มนี้เกือบครึ่งหนึ่งอยู่นอกระบบ ซึ่งเป็นช่องว่างที่ใหญ่กว่าปัญหาการออกกลางคัน 110 คน ถึงกว่าร้อยเท่า
ผลต่อยุทธศาสตร์ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 เรื่องเส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ควรถูกยกระดับความสำคัญขึ้น เพราะกลุ่มเป้าหมายมีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาปัญหาทั้งหมดที่วัดได้ และ สกร. ซึ่งมีผู้เรียน 11,603 คนอยู่แล้ว เป็นกลไกที่ใกล้เคียงกับขนาดของปัญหานี้มากที่สุด 【ต้องให้ผู้ว่าจ้างตัดสินใจ】
7.8 ข้อมูลอุปสงค์กำลังคนของจังหวัด จริง
จากรายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายปี 2568 และไตรมาส 2 ปี 2569 โดยข้อมูลต้นทางคือสำนักงานจัดหางานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่วนนี้ปิดช่องว่างข้อมูลที่ทำให้ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 เคยมีลูกโซ่ขาดตอน
7.8.1 อุปสงค์และอุปทานแรงงานจำแนกตามวุฒิการศึกษา ปี 2568
| วุฒิการศึกษา | ตำแหน่งงานว่าง (อัตรา) | ผู้ลงทะเบียนสมัครงาน (คน) | บรรจุงาน (คน) | ตำแหน่งต่อผู้สมัคร 1 คน | อัตราการบรรจุต่อตำแหน่งว่าง |
|---|---|---|---|---|---|
| ประถมศึกษาและต่ำกว่า | 787 | 345 | 252 | 2.28 | 32.0% |
| มัธยมศึกษา | 6,763 | 7,162 | 6,398 | 0.94 | 94.6% |
| ปวช. | 2,805 | 1,391 | 1,161 | 2.02 | 41.4% |
| ปวส. | 2,522 | 1,176 | 919 | 2.14 | 36.4% |
| อนุปริญญา | 1,113 | 44 | 35 | 25.30 ⚠️ | 3.1% |
| ปริญญาตรี | 1,291 | 1,181 | 710 | 1.09 | 55.0% |
| ปริญญาโท | 90 | 11 | 2 | 8.18 ⚠️ | 2.2% |
| รวมปี 2568 | 15,371 | 11,310 | 9,477 | 1.36 | 61.7% |
| รวมปี 2567 | 15,317 | 11,873 | 9,955 | 1.29 | 65.0% |
ข้อค้นพบที่หก และเป็นหลักฐานชิ้นแรกของโครงการที่ยืนยันปัญหาความไม่สอดคล้องของกำลังคน
| กลุ่ม | ตำแหน่งงานว่าง | ผู้สมัคร | ตำแหน่งต่อผู้สมัคร |
|---|---|---|---|
| สายอาชีวศึกษา (ปวช. + ปวส.) | 5,327 | 2,567 | 2.08 |
| สายมัธยมศึกษาสามัญ | 6,763 | 7,162 | 0.94 |
ในจังหวัดที่มีนิคมอุตสาหกรรม 5 แห่งและโรงงานมากกว่า 2,000 แห่ง ตลาดแรงงานต้องการผู้จบสายอาชีวศึกษามากกว่าที่มีผู้มาสมัครถึงสองเท่า ขณะที่ผู้จบมัธยมศึกษาสามัญต้องแข่งขันกันเองในตำแหน่งที่มีน้อยกว่าจำนวนผู้สมัคร และในปี 2568 มีตำแหน่งงานว่าง 5,894 อัตราที่หาคนไม่ได้
⚠️ ตัวเลขที่ต้องตั้งคำถามก่อนใช้ วุฒิอนุปริญญามีตำแหน่งงานว่าง 1,113 อัตราแต่มีผู้สมัครเพียง 44 คน คิดเป็น 25.3 เท่า และวุฒิปริญญาโทมี 90 ตำแหน่งแต่บรรจุได้ 2 คน ทั้งสองรายการไม่สมเหตุสมผลในทางปฏิบัติ ต้องสอบถามสำนักงานจัดหางานจังหวัดก่อนนำไปใช้ ต้องวินิจฉัย
7.8.2 ความต้องการจำแนกตามประเภทอาชีพ ปี 2568
| ประเภทอาชีพ | ตำแหน่งงานว่าง | สัดส่วน | บรรจุงาน | อัตราการบรรจุ |
|---|---|---|---|---|
| อาชีพขั้นพื้นฐาน | 8,069 | 52.5% | 4,594 | 56.9% |
| ช่างเทคนิคและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง | 5,229 | 34.0% | 3,872 | 74.1% |
| เสมียน เจ้าหน้าที่ | 956 | 6.2% | 547 | 57.2% |
| ผู้ประกอบวิชาชีพด้านต่าง ๆ | 309 | 2.0% | 92 | 29.8% |
| ผู้ปฏิบัติงานโดยใช้ฝีมือในธุรกิจต่าง ๆ | 297 | 1.9% | 173 | 58.2% |
| พนักงานบริการและพนักงานขาย | 275 | 1.8% | 121 | 44.0% |
| ผู้ปฏิบัติงานในโรงงานและผู้ควบคุมเครื่องจักร | 220 | 1.4% | 72 | 32.7% |
| รวม | 15,371 | 100% | 9,477 | 61.7% |
การตีความ ตลาดแรงงานของจังหวัดต้องการกำลังคนสองขั้ว คืออาชีพขั้นพื้นฐานร้อยละ 52.5 และช่างเทคนิคร้อยละ 34.0 รวมกันเป็นร้อยละ 86.5 ของตำแหน่งงานว่างทั้งหมด กลุ่มช่างเทคนิคมีอัตราการบรรจุสูงที่สุดคือร้อยละ 74.1 ซึ่งแสดงว่าเมื่อมีผู้สมัครที่คุณสมบัติตรง ก็ได้งานจริง และเป็นกลุ่มที่ระบบอาชีวศึกษาของจังหวัดผลิตได้โดยตรง ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 จึงควรมุ่งที่กลุ่มนี้เป็นหลัก
7.8.3 ความต้องการจำแนกตามอุตสาหกรรม ไตรมาส 2 ปี 2569
| ประเภทอุตสาหกรรม | ตำแหน่งงานว่าง | สัดส่วน | บรรจุงาน |
|---|---|---|---|
| การผลิต | 2,300 | 72.2% | 1,826 |
| การขายส่ง ขายปลีก ซ่อมแซมยานยนต์ | 312 | 9.8% | 154 |
| การก่อสร้าง | 165 | 5.2% | 140 |
| การขนส่งและคมนาคม | 118 | 3.7% | 85 |
| การศึกษา | 105 | 3.3% | 70 |
| บริการชุมชนและบริการส่วนบุคคล | 92 | 2.9% | 17 |
| อสังหาริมทรัพย์และกิจกรรมทางธุรกิจ | 55 | 1.7% | 4 |
| สื่อกลางทางการเงิน | 35 | 1.1% | 28 |
| โรงแรมและภัตตาคาร | 3 | 0.1% | 3 |
| รวม | 3,185 | 100% | 2,327 |
⚠️ ข้อจำกัดที่สำคัญต่อกลยุทธ์ 4.3 ภาคโรงแรมและภัตตาคารมีตำแหน่งงานว่างเพียง 3 อัตรา ในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลก ตัวเลขนี้ต่ำผิดปกติ คำอธิบายที่เป็นไปได้คือธุรกิจท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นรายย่อยที่ไม่แจ้งตำแหน่งงานว่างผ่านสำนักงานจัดหางาน หมายความว่าข้อมูลชุดนี้ไม่ครอบคลุมภาคเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยว จึงยังไม่มีข้อมูลรองรับกลยุทธ์ 4.3 เรื่องเส้นทางอาชีพสายมรดกโลก ต้องหาแหล่งข้อมูลอื่น
7.8.4 📌 ข้อค้นพบที่เจ็ด เยาวชนอายุ 15–17 ปี หายไปจากทั้งสองระบบ
| ช่วงอายุ (ปี) | ปี 2568 ตำแหน่งว่าง | ปี 2568 ผู้สมัคร | ปี 2568 บรรจุงาน | ไตรมาส 2/2569 ตำแหน่งว่าง | ไตรมาส 2/2569 ผู้สมัคร |
|---|---|---|---|---|---|
| 15 – 17 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 18 – 24 | 3,749 | 1,295 | 1,026 | 813 | 373 |
| 25 – 29 | 3,871 | 2,525 | 2,070 | 823 | 535 |
| 30 – 39 | 4,273 | 5,246 | 4,539 | 772 | 1,027 |
| 40 – 49 | 3,273 | 1,946 | 1,620 | 758 | 831 |
| 50 – 59 | 192 | 281 | 210 | 19 | 58 |
| รวม | 15,371 | 11,310 | 9,477 | 3,185 | 2,824 |
เมื่อนำมาวางคู่กับข้อค้นพบในส่วนที่ 7.7 จะได้ภาพที่สมบูรณ์
| ระบบ | สถานะของเยาวชนอายุ 15–17 ปี |
|---|---|
| ระบบการศึกษา | อยู่ในระบบมัธยมปลายและเทียบเท่าร้อยละ 51.17 คือ ไม่อยู่ในระบบประมาณ 6,600–13,700 คน |
| ระบบจัดหางาน | ลงทะเบียนสมัครงาน 0 คน ตลอดปี 2568 และตลอดไตรมาส 2 ปี 2569 |
| ข้อสรุป | เยาวชนกลุ่มนี้ไม่ปรากฏในระบบใดเลย |
คำอธิบายที่เป็นไปได้สามทาง ซึ่งให้ผลต่อยุทธศาสตร์ต่างกันมาก
ทางที่หนึ่ง ข้อจำกัดทางกฎหมาย กฎหมายคุ้มครองแรงงานจำกัดการจ้างงานผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี จึงไม่มีนายจ้างแจ้งตำแหน่งงานสำหรับช่วงอายุนี้ หากเป็นเช่นนี้ ตัวเลข 0 เป็นเรื่องปกติ
ทางที่สอง เยาวชนกลุ่มนี้ทำงานอยู่จริงแต่อยู่นอกระบบ คือทำงานในภาคเศรษฐกิจนอกระบบ ธุรกิจครอบครัว หรือรับจ้างรายวัน หากเป็นเช่นนี้ เป็นปัญหาที่ร้ายแรงมาก เพราะหมายถึงเยาวชนราว 6,600–13,700 คนออกจากระบบการศึกษาไปทำงานที่ไม่มีการคุ้มครอง ไม่มีการพัฒนาทักษะ และไม่มีเส้นทางกลับเข้าสู่การเรียนรู้
ทางที่สาม เยาวชนกลุ่มนี้ไปเรียนหรือทำงานนอกจังหวัด ซึ่งเป็นไปได้เพราะอยุธยาอยู่ใกล้กรุงเทพมหานคร
สิ่งที่ต้องทำเพื่อชี้ขาด ต้องมีข้อมูลว่าเยาวชนกลุ่มนี้ปัจจุบันทำอะไรอยู่ ซึ่ง ไม่มีหน่วยงานใดถือข้อมูลนี้ จึงเป็นช่องว่างข้อมูลที่สำคัญที่สุดของโครงการในขณะนี้ รอข้อมูล
📌 ข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ ควรบรรจุการสำรวจสถานะของเยาวชนอายุ 15–17 ปีที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษา เป็น โครงการแรกของประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 เพราะไม่มีทางออกแบบมาตรการที่ถูกต้องได้เลยหากยังไม่รู้ว่าเยาวชนกลุ่มนี้อยู่ที่ไหนและทำอะไร
7.9 ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาและดัชนีความก้าวหน้าของคน จริง
7.9.1 ดัชนีความก้าวหน้าของคน มิติด้านการศึกษา — ค่าฐานระดับจังหวัด
จากแผนพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฉบับทบทวน 2570 ตารางที่ 2.1
| รายการ | หน่วย | 2562 | 2563 | 2564 | 2565 | อันดับประเทศ 2562 | อันดับประเทศ 2565 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| จำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป | ปี | 9.32 | 9.67 | 9.91 | 9.95 | 7 | 10 |
| การเข้าเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายและอาชีวศึกษา | ร้อยละ | 75.73 | 77.39 | 76.67 | 76.39 | 35 | 52 |
| เด็กอายุ 0–5 ปีที่มีพัฒนาการสมวัย | ร้อยละ | 97.80 | 83.79 | 76.15 | 82.36 | 29 | 56 |
| คะแนนเฉลี่ยการทดสอบ O-NET ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย | ร้อยละ | 30.91 | 32.79 | 31.96 | 28.84 | 41 | 57 |
📌 ข้อค้นพบที่แปด ตัวชี้วัดด้านการศึกษาของจังหวัดตกอันดับประเทศทุกรายการ ปีการศึกษาเฉลี่ยตก 3 อันดับ · การเข้าเรียนมัธยมปลายตก 17 อันดับ · พัฒนาการเด็กปฐมวัยตก 27 อันดับ · คะแนน O-NET ตก 16 อันดับ โดยตก 21 อันดับในปีเดียวจากอันดับ 36 เป็น 57
การตีความที่สำคัญที่สุด ค่าตัวเลขของปีการศึกษาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นทุกปีจาก 9.32 เป็น 9.95 ปี แต่อันดับกลับตกลง หมายความว่าจังหวัดพัฒนาช้ากว่าจังหวัดอื่น ไม่ใช่ถอยหลัง นี่คือเหตุผลที่ยุทธศาสตร์ต้องมีตัวชี้วัดเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่ตัวชี้วัดเชิงสัมบูรณ์อย่างเดียว
ข้อค้นพบที่น่ากังวลที่สุด พัฒนาการสมวัยของเด็กอายุ 0–5 ปี ลดจากร้อยละ 97.80 เหลือ 82.36 และตกอันดับ 27 อันดับ ซึ่งเป็นต้นน้ำที่สุดของระบบการศึกษา และเป็นกลุ่มที่ยุทธศาสตร์ฉบับนี้ยังไม่มีมาตรการเจาะจง ควรพิจารณาเพิ่มมาตรการด้านปฐมวัยในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 【ต้องให้ผู้ว่าจ้างตัดสินใจ】
7.9.2 ผลการทดสอบ O-NET ระดับเขตพื้นที่
ข้อมูลจากระบบ BIGDATA ของ สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 ภาพรวม สพท. โรงเรียนรัฐบาล
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
| ปีการศึกษา | ภาษาไทย | คณิตศาสตร์ | วิทยาศาสตร์ | ภาษาอังกฤษ | ค่าเฉลี่ย |
|---|---|---|---|---|---|
| 2563 | 55.14 | 30.95 | 37.83 | 40.59 | 41.13 |
| 2567 | 56.26 | 30.49 | 43.82 | 32.68 | 40.81 |
| เปลี่ยนแปลง | +1.12 | −0.46 | +5.99 | −7.91 (−19.5%) | −0.32 |
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
| ปีการศึกษา | ภาษาไทย | คณิตศาสตร์ | วิทยาศาสตร์ | สังคมศึกษา | ภาษาอังกฤษ | ค่าเฉลี่ย |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 2563 | 33.34 | 18.88 | 27.43 | 32.02 | 22.50 | 26.83 |
| 2567 | 38.79 | 17.59 | 27.73 | 33.74 | 28.89 | 29.35 |
| เปลี่ยนแปลง | +5.45 | −1.29 | +0.30 | +1.72 | +6.39 (+28.4%) | +2.52 |
📌 ข้อค้นพบที่เก้า ภาษาอังกฤษระดับประถมกับมัธยมปลายสวนทางกันอย่างชัดเจน ระดับประถมลดลงร้อยละ 19.5 ขณะที่ระดับมัธยมปลายเพิ่มขึ้นร้อยละ 28.4 แต่ยังสรุปเป็นข้อยุติไม่ได้ เพราะเป็นคนละกลุ่มผู้เรียน คนละข้อสอบ และคนละสังกัดที่ดูแล
ข้อค้นพบเพิ่มเติม คณิตศาสตร์ ม.6 อยู่ที่ 17.59 คะแนน ซึ่งต่ำที่สุดในทุกวิชาทุกระดับ และลดลงจากปี 2563
⚠️ ข้อจำกัดสามข้อที่ต้องระบุทุกครั้งที่อ้างข้อมูลชุดนี้
หนึ่ง ขอบเขต ครอบคลุมเฉพาะโรงเรียนรัฐบาลใน สพป. เขต 1 ซึ่งมีผู้เรียน 32,521 คน คิดเป็นร้อยละ 28.2 ของนักเรียนทั้งจังหวัด ยังไม่ใช่ค่าฐานระดับจังหวัด
สอง ช่องสังคมศึกษา ป.6 ที่แสดงค่า 0.00 เกิดจากการไม่มีการทดสอบวิชานี้ในระดับ ป.6 ไม่ใช่คะแนนศูนย์ ตรวจยืนยันได้จากค่าเฉลี่ยปี 2563 ที่เท่ากับผลรวมสี่วิชาหารสี่พอดี
สาม คะแนนคณิตศาสตร์ ป.6 ผันผวนผิดปกติ เพิ่มขึ้น 7.22 คะแนนในปีเดียว แล้วลดลง 9.46 คะแนนในปีถัดมา ห้ามใช้การเปลี่ยนแปลงรายปีของวิชานี้เป็นตัวชี้วัดผลงาน
ส่วนที่ 8: ผลการวิเคราะห์ปัญหา สาเหตุ ความต้องการ ศักยภาพ และแนวโน้ม
8.1 การวิเคราะห์ PESTEL 【ผสม จริง/สมมติ】
| มิติ | ปัจจัยที่ตรวจพบ | สถานะ | ผลต่อการศึกษา |
|---|---|---|---|
| P การเมือง/นโยบาย | นโยบาย Thailand Zero Dropout เป็นมติ ครม. | จริง | มีแรงหนุนเชิงนโยบายและงบประมาณสำหรับประเด็นที่ 1 |
| E เศรษฐกิจ | ฐานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ 2,134 โรงงาน | จริง | โอกาสความร่วมมือทวิภาคีและทุนการศึกษา |
| S สังคม/ประชากร | ผู้เรียนลดลงร้อยละ 4.2 ในหนึ่งปี | จริง | โรงเรียนขนาดเล็กเพิ่มขึ้น ต้นทุนต่อหัวสูงขึ้น |
| T เทคโนโลยี | ระบบอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์ในภาคการผลิต | 【สมมติ — ต้องหาหลักฐานเฉพาะพื้นที่】 | ทักษะที่โรงงานต้องการเปลี่ยนเร็วกว่าหลักสูตร |
| E สิ่งแวดล้อม | อุทกภัยซ้ำซากในผักไห่ เสนา บางบาล | จริง | การเรียนหยุดชะงักซ้ำ ๆ ในพื้นที่เดิม |
| L กฎหมาย | ศธจ. ไม่มีอำนาจกำกับหน่วยงานนอกสังกัด ศธ. | จริง | ต้องออกแบบกลไกความร่วมมือแทนการสั่งการ |
8.2 การวิเคราะห์สาเหตุราก (Problem Tree) — ปัญหาหลักที่ 1
ปัญหาแกน: เด็กและเยาวชนในจังหวัดจำนวนหนึ่งไม่อยู่ในระบบการเรียนรู้ หรืออยู่แต่ไม่ได้เรียนรู้จริง
[ผลกระทบ]
กำลังแรงงานทักษะต่ำ ─── ความยากจนข้ามรุ่น ─── ปัญหาสังคมและยาเสพติด
│
[ปัญหาแกน]
เด็กหลุดจากการเรียนรู้ / เรียนแต่ไม่ได้เรียนรู้
│
┌─────────────────────┼─────────────────────┐
[สาเหตุชั้นที่ 1]
ครอบครัวเคลื่อนย้าย ฐานะยากจน โรงเรียนไม่ตอบโจทย์
ตามงานอุตสาหกรรม + อุทกภัยซ้ำ ความถนัดผู้เรียน
│ │ │
[สาเหตุชั้นที่ 2 / สาเหตุราก]
ไม่มีระบบข้อมูล ไม่มีระบบเฝ้าระวัง โรงเรียนขนาดเล็ก
ติดตามเด็กข้ามพื้นที่ ความเสี่ยงรายบุคคล ขาดครูครบสาระ
และข้ามสังกัด ที่ใช้ร่วมทุกสังกัด ไม่มีทางเลือกหลักสูตร
ข้อสังเกตสำคัญ: สาเหตุรากทั้งสามสายวิ่งกลับมาที่จุดเดียวกัน คือ การไม่มีระบบข้อมูลผู้เรียนรายบุคคลที่ใช้ร่วมกันข้ามสังกัด ซึ่งเป็นเหตุผลที่ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 ต้องเป็นเงื่อนไขของประเด็นอื่น มิใช่ประเด็นเสริม
8.3 SWOT ที่มีหลักฐานอ้างอิงรายข้อ
| ประเภท | ประเด็น | หลักฐาน | สถานะ |
|---|---|---|---|
| S1 | ฐานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เป็นแหล่งความร่วมมือและการจ้างงาน | โรงงาน 2,134 แห่ง แรงงาน 300,000 คน | จริง |
| S2 | มรดกโลกเป็นทุนวัฒนธรรมและแหล่งเรียนรู้ที่หาที่อื่นไม่ได้ | อุทยานประวัติศาสตร์ฯ 1,810 ไร่ | จริง |
| S3 | มีสถาบันอุดมศึกษา 6 แห่งและอาชีวศึกษา 14 แห่งในพื้นที่ | รายงานสถิติจังหวัด 2567 | จริง |
| S4 | เป้าหมายจังหวัดระบุคำว่า "น่าเรียนรู้" อยู่แล้ว | เป้าหมายการพัฒนาจังหวัด | จริง |
| S5 | ศธจ. มีอำนาจดำเนินการโดยตรงต่อสถานศึกษาเอกชน 40 แห่ง ซึ่งดูแลผู้เรียนร้อยละ 16.6 ของจังหวัด จึงเป็นพื้นที่เดียวที่แสดงผลงานได้โดยไม่ต้องรอความร่วมมือจากสังกัดอื่น | ข้อ 11(10) คำสั่งหัวหน้า คสช. 19/2560 และตารางที่ 7 แผนปฏิบัติราชการ 2569 | จริง |
| S6 | มีกลไก ปส.กช. จังหวัดที่ทำงานอยู่แล้วและมีงบประมาณตั้งไว้ 19,000 บาทต่อปี | บัญชีงบประมาณจัดสรร แผนปฏิบัติราชการ 2569 | จริง |
| W1 | ไม่มีระบบข้อมูลการศึกษาระดับจังหวัดที่ใช้ร่วมกันทุกสังกัด | มีข้อมูลรายอำเภอจากรายงานสถิติจังหวัดแล้ว แต่ยังไม่มีระบบที่ใช้ร่วมกันทุกสังกัด พบข้อมูลขัดแย้งกันเองในเอกสารแผนฉบับเดียวกัน และนิยามครูมีสามแหล่งสามตัวเลข | 【จริง — เป็นหลักฐานเชิงลบ】 |
| W2 | ศธจ. ไม่มีอำนาจกำกับหน่วยงานนอกสังกัด ศธ. | ข้อ 11(3) คำสั่งหัวหน้า คสช. 19/2560 | จริง |
| W3 | สัดส่วนโรงเรียนขนาดเล็กสูงในกลุ่มอำเภอเกษตร | ประมาณร้อยละ 58 | สมมติ |
| W5 | ช่องว่างขนาดสถานศึกษาระหว่างอำเภอกว้าง 2.5 เท่า | นักเรียนต่อห้องเรียน 11 : 1 ในบางบาล มหาราช บ้านแพรก เทียบกับ 28 : 1 ในพระนครศรีอยุธยา | จริง |
| W7 | ตัวชี้วัดด้านการศึกษาของจังหวัดตกอันดับประเทศทุกรายการ โดยพัฒนาการเด็กปฐมวัยตก 27 อันดับ และคะแนน O-NET ม.ปลายตก 21 อันดับในปีเดียว | ดัชนีความก้าวหน้าของคน แผนพัฒนาจังหวัด ตารางที่ 2.1 | จริง |
| W8 | ค่าตัวเลขปีการศึกษาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นทุกปี แต่อันดับประเทศตกลง แปลว่าจังหวัดพัฒนาช้ากว่าจังหวัดอื่น | 9.32 → 9.95 ปี แต่อันดับ 7 → 10 | จริง |
| W6 | เจ็ดอำเภอไม่มีสถานศึกษาเอกชนเลย ทำให้ผู้เรียนไม่มีทางเลือกและจังหวัดไม่มีความจุสำรอง | ตารางที่ 3.1 รายงานสถิติจังหวัด 2568 | จริง |
| W4 | ครูลดลงเร็วกว่าผู้เรียน | ครู −6.4% เทียบผู้เรียน −4.2% | 【จริง แต่ต้องตรวจสอบนิยาม】 |
| O1 | นโยบาย Thailand Zero Dropout ให้แรงหนุนและงบประมาณ | มติ ครม. 28 พ.ค. 2567 | จริง |
| O2 | รอบแผนจังหวัดและแผนชาติใหม่ตรงกับยุทธศาสตร์นี้พอดี | แผนฯ 14 และแผนจังหวัด 2571–2575 | จริง |
| O3 | ระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติกำลังขยายผลผ่าน ศธจ. ทั่วประเทศ | ข่าวสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา | จริง |
| O4 | ตลาดแรงงานในจังหวัดต้องการผู้จบสายอาชีวศึกษามากกว่าผู้สมัครถึงสองเท่า จึงเป็นโอกาสให้ผู้เรียนสายอาชีพมีงานทำจริง | ปวช. และ ปวส. รวม 5,327 ตำแหน่งงานว่าง เทียบผู้สมัคร 2,567 คน ปี 2568 | จริง |
| O5 | ตัวชี้วัดเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดข้อแรกคือจำนวนแหล่งเรียนรู้เพิ่มขึ้น ยุทธศาสตร์การศึกษาจึงเสนอตัวเป็นกลไกหลักได้ | บรรยายสรุปจังหวัด ปี 2568 ส่วนที่ 8 | จริง |
| T1 | จำนวนผู้เรียนหดตัวต่อเนื่องห้าปี | 123,115 → 115,123 คน หรือ −6.5% ในช่วงปี 2563–2567 | จริง |
| T2 | อุทภัยซ้ำซากกระทบความต่อเนื่องทางการศึกษา | ผักไห่ เสนา บางบาล | จริง |
| T3 | ระบบอัตโนมัติเปลี่ยนความต้องการทักษะเร็วกว่าการปรับหลักสูตร | — | 【สมมติ — ต้องหาหลักฐาน】 |
| T6 | ประชากรของจังหวัดหดตัวตามธรรมชาติแล้ว การตายสูงกว่าการเกิดทุกปีตลอดห้าปี และเด็กเกิดใหม่ลดลงร้อยละ 20.1 ใน 5 ปี | ตารางที่ 1.5 รายงานสถิติจังหวัด 2568 | จริง |
| T7 | ประชากรวัยเรียนภาคบังคับจะลดลงร้อยละ 23.2 ภายในปี 2575 จากรุ่นที่เกิดแล้ว | ข้อมูลประชากรรายอายุ กรมการปกครอง ม.ค. 2569 | จริง |
| T8 | เยาวชนอายุ 15–17 ปี ไม่ปรากฏในระบบจัดหางานเลยตลอดปี 2568 และไตรมาส 2/2569 เมื่อรวมกับผู้ไม่อยู่ในระบบการศึกษาราว 6,600–13,700 คน แปลว่ากลุ่มนี้ไม่อยู่ในระบบใดเลย | รายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัด ตารางที่ 28 | จริง |
| T4 | ภาคเอกชนหดตัวเร็วกว่าค่าเฉลี่ยจังหวัดกว่าสองเท่า และเป็นต้นทางของการลดลงร้อยละ 36 ของผู้เรียนที่ลดลงทั้งจังหวัด | ผู้เรียนเอกชนลดร้อยละ 8.1 เทียบกับจังหวัดร้อยละ 3.9 จากเอกสารแผนของ ศธจ. เอง | จริง |
| T5 | สถานศึกษาเอกชนมีขนาดเฉลี่ย 616 คนต่อแห่ง การเลิกกิจการหนึ่งแห่งกระทบผู้เรียนพร้อมกันจำนวนมาก | 24,642 ÷ 40 เทียบกับค่าเฉลี่ยจังหวัด 201 คนต่อแห่ง | จริง |
8.4 TOWS Matrix — การแปลง SWOT เป็นแนวกลยุทธ์
| โอกาส (O) | อุปสรรค (T) | |
|---|---|---|
| จุดแข็ง (S) | SO — กลยุทธ์เชิงรุก ใช้ทุนอุตสาหกรรม (S1) และสถาบันอาชีวศึกษา/อุดมศึกษา (S3) ร่วมกับระบบธนาคารหน่วยกิต (O3) สร้างเส้นทางเรียนรู้ที่สะสมหน่วยกิตได้สำหรับเด็กที่ต้องทำงาน → ประเด็นที่ 3 และ 4 |
ST — กลยุทธ์เชิงป้องกัน ใช้ทุนวัฒนธรรมมรดกโลก (S2) สร้างเส้นทางอาชีพสายบริการ/สร้างสรรค์ เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาอุตสาหกรรมที่ถูกทดแทนด้วยระบบอัตโนมัติ (T3) → ประเด็นที่ 4 ใช้อำนาจโดยตรงต่อสถานศึกษาเอกชน (S5) และกลไก ปส.กช. ที่มีอยู่ (S6) วางระบบข้อมูลรองรับผู้เรียนล่วงหน้า เพื่อลดผลกระทบจากการหดตัวของภาคเอกชน (T4, T5) → ประเด็นที่ 5 |
| จุดอ่อน (W) | WO — กลยุทธ์เชิงแก้ไข ใช้แรงหนุนและงบประมาณจาก Zero Dropout (O1) และจังหวะรอบแผนใหม่ (O2) สร้างระบบข้อมูลผู้เรียนร่วมทุกสังกัด (แก้ W1) โดยเริ่มจากสถานศึกษาเอกชนซึ่ง ศธจ. มีอำนาจโดยตรง (S5) เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เห็นได้จริงก่อนชักชวนสังกัดอื่น → ประเด็นที่ 5 |
WT — กลยุทธ์เชิงรับ เมื่อผู้เรียนลดลง (T1) และ ศธจ. ไม่มีอำนาจกำกับข้ามสังกัด (W2) ต้องใช้กลไกความร่วมมือโดยสมัครใจในการบริหารทรัพยากรร่วมระดับตำบล เช่น ครูหมุนเวียน สื่อร่วม รถรับส่ง → ประเด็นที่ 5 |
ส่วนที่ 9: ผลการรับฟังผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
⚠ ส่วนนี้เป็นตัวอย่างสมมติทั้งหมด สมมติ
ยังไม่มีการรับฟังความคิดเห็นเกิดขึ้นจริง เนื้อหาต่อไปนี้จัดทำเพื่อสาธิตวิธีนำเสนอผลการรับฟังที่ได้มาตรฐาน คือแยกสิ่งที่ผู้ให้ข้อมูลพูด ออกจากการตีความของนักวิเคราะห์ และระบุประเด็นที่ยังขัดแย้ง
9.1 การออกแบบกระบวนการที่เสนอ
| กลุ่ม | วิธีเก็บข้อมูล | จำนวนที่เสนอ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| ผู้เรียนและเยาวชน รวมเด็กนอกระบบ | สนทนากลุ่มและแบบสอบถามในโรงเรียน | 4 กลุ่ม | ต้องเข้าถึงเด็กนอกระบบด้วย ไม่ใช่เฉพาะเด็กในโรงเรียน |
| ผู้ปกครองและชุมชน | สนทนากลุ่มระดับอำเภอ | 4 กลุ่ม (ตามกลุ่มอำเภอ) | ต้องมีผู้ปกครองแรงงานเคลื่อนย้าย |
| ครูและผู้บริหารสถานศึกษา | แบบสอบถามออนไลน์ | ทุกสถานศึกษา | ระวังการตอบตามความคาดหวังของผู้บังคับบัญชา |
| หน่วยงานทุกสังกัด | ประชุมเชิงปฏิบัติการ | 1 ครั้ง | ต้องมีผู้แทน อปท. และ อว. ด้วย |
| สถานประกอบการ | สัมภาษณ์เชิงลึกและแบบสำรวจความต้องการทักษะ | 15–20 แห่ง | เลือกให้ครอบคลุมทั้ง 5 นิคม |
| กลุ่มเปราะบาง | สัมภาษณ์เชิงลึกผ่านหน่วยงานพัฒนาสังคม | 10 ราย | ต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล |
9.2 ตัวอย่างการนำเสนอผล สมมติ
| ประเด็น | สิ่งที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกล่าว | หลักฐานเชิงข้อมูลที่สอดคล้อง/ขัดแย้ง | การตีความของผู้วิเคราะห์ | สถานะ |
|---|---|---|---|---|
| ภาระงานครู | ครูส่วนใหญ่ระบุว่างานเอกสารและงานประเมินเบียดเวลาสอน | ยังไม่มีข้อมูลปริมาณงานครูในจังหวัด | สอดคล้องกับทิศทางนโยบายระดับชาติที่มุ่งคืนเวลาให้ครู | เห็นพ้อง |
| การควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก | ผู้บริหารเขตพื้นที่เห็นว่าจำเป็น ขณะที่ผู้นำชุมชนคัดค้าน | ข้อมูลผู้เรียนลดลงร้อยละ 4.2 ต่อปี สนับสนุนความจำเป็นเชิงประสิทธิภาพ | เป็นความขัดแย้งเชิงคุณค่าระหว่างประสิทธิภาพกับการเข้าถึง ไม่สามารถตัดสินด้วยข้อมูลอย่างเดียว | ยังขัดแย้ง — ต้องให้ผู้บริหารตัดสินใจ |
| การเข้าถึงของบุตรแรงงานข้ามชาติ | สถานประกอบการระบุว่าลูกจ้างจำนวนหนึ่งไม่ส่งบุตรเข้าเรียน | ยังไม่มีข้อมูลจำนวนเด็กกลุ่มนี้ | เป็นช่องว่างข้อมูลที่สำคัญ ต้องสำรวจก่อนออกมาตรการ | ต้องหาข้อมูลเพิ่ม |
| ข้อเสนอที่อยู่นอกอำนาจ ศธจ. | ขอให้ ศธจ. จัดสรรอัตราครูเพิ่มให้โรงเรียนขนาดเล็ก | — | อยู่นอกอำนาจ ศธจ. ต้องเสนอผ่าน ก.ค.ศ. และส่วนกลาง | นอกอำนาจหน้าที่ |
9.3 ข้อจำกัดของกระบวนการที่ต้องระบุในเอกสารจริง
หากใช้เฉพาะเวทีที่มีอยู่แล้วโดยไม่มีการสุ่มตัวอย่าง ห้ามสรุปว่าผลการรับฟังเป็นตัวแทนของประชากรทั้งจังหวัด ต้องระบุว่าเป็นความเห็นของผู้เข้าร่วมเฉพาะกลุ่มที่ได้รับเชิญ
ส่วนที่ 10: ฉากทัศน์และความท้าทายในอนาคต
10.1 ฉากทัศน์ 3 แบบถึงปี 2575 สมมติ
| ฉากทัศน์ A: หดตัวช้า | ฉากทัศน์ B: หดตัวตามแนวโน้ม | ฉากทัศน์ C: หดตัวเร็ว + วิกฤตซ้อน | |
|---|---|---|---|
| สมมติฐาน | ผู้เรียนลดลงร้อยละ 2 ต่อปี เศรษฐกิจอุตสาหกรรมขยายตัว ดึงแรงงานย้ายเข้า | ผู้เรียนลดลงร้อยละ 4 ต่อปี ตามแนวโน้มที่สังเกตได้ | ผู้เรียนลดลงเกินร้อยละ 5 ต่อปี พร้อมอุทกภัยใหญ่และการย้ายฐานการผลิต |
| ผู้เรียนปี 2575 | ประมาณ 98,000 คน | ประมาณ 87,000 คน | ต่ำกว่า 82,000 คน |
| สัดส่วนโรงเรียนขนาดเล็ก | 45% | 55% | เกิน 65% |
| ผลต่อยุทธศาสตร์ | เน้นคุณภาพและกำลังคนเป็นหลัก | ต้องทำทั้งคุณภาพและการบริหารทรัพยากรควบคู่ | ต้องเร่งการบริหารทรัพยากรร่วมและมาตรการฉุกเฉินด้านความต่อเนื่องการเรียน |
ฉากทัศน์ที่ใช้วางแผน: ฉากทัศน์ B เป็นฐาน โดยออกแบบมาตรการให้ยืดหยุ่นพอที่จะรับฉากทัศน์ C ได้
10.2 สัญญาณเตือนล่วงหน้าที่ต้องเฝ้าระวัง
| สัญญาณ | เกณฑ์เตือน สมมติ | ความถี่ตรวจสอบ |
|---|---|---|
| จำนวนนักเรียนเข้าใหม่ ป.1 | ลดลงเกินร้อยละ 5 ต่อปี 2 ปีติดต่อกัน | รายปี |
| จำนวนโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 60 คน | เพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 10 ต่อปี | รายปี |
| จำนวนวันเรียนที่สูญเสียจากอุทกภัย | เกิน 10 วันในอำเภอใดอำเภอหนึ่ง | รายปี |
| อัตราการหลุดออกจากระบบใหม่ | เพิ่มขึ้นจากปีก่อน | รายภาคเรียน |
ส่วนที่ 11: วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ และประเด็นยุทธศาสตร์
11.1 วิสัยทัศน์
"อยุธยา เมืองแห่งการเรียนรู้ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้เรียนรู้เต็มศักยภาพ และเติบโตได้จริงในเมืองมรดกโลกที่เป็นฐานอุตสาหกรรม"
เหตุผลของถ้อยคำ
| วลี | มาจากไหน |
|---|---|
| "เมืองแห่งการเรียนรู้" | ขยายคำว่า "น่าเรียนรู้" ในเป้าหมายการพัฒนาจังหวัด จริง |
| "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" | จุดเน้นผู้บริหารข้อ 1 และนโยบาย Thailand Zero Dropout |
| "เรียนรู้เต็มศักยภาพ" | จุดเน้นผู้บริหารข้อ 2 และ 4 |
| "เติบโตได้จริง" | จุดเน้นผู้บริหารข้อ 3 เรื่องการมีงานทำ |
| "เมืองมรดกโลกที่เป็นฐานอุตสาหกรรม" | บริบทเฉพาะของจังหวัดซึ่งมีทั้งมรดกโลกและ 5 นิคมอุตสาหกรรม จริง |
11.2 พันธกิจ
- ประสานและบูรณาการการจัดการศึกษาของทุกสังกัดในจังหวัดให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
- ส่งเสริมโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาของผู้เรียนทุกกลุ่มและทุกพื้นที่
- สนับสนุนการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้และสมรรถนะของผู้เรียน
- เชื่อมโยงการศึกษากับความต้องการกำลังคนและทุนวัฒนธรรมของจังหวัด
- พัฒนาระบบข้อมูลและกลไกติดตามประเมินผลการศึกษาระดับจังหวัด
11.3 เป้าประสงค์ระยะยาว (พ.ศ. 2575)
| # | เป้าประสงค์ | เชื่อมประเด็นยุทธศาสตร์ |
|---|---|---|
| G1 | เด็กและเยาวชนอยุธยาทุกคนอยู่ในระบบการเรียนรู้รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง | 1 |
| G2 | ผู้เรียนมีทักษะพื้นฐานด้านการอ่าน การเขียน และการคิดคำนวณตามเกณฑ์ โดยช่องว่างระหว่างพื้นที่ลดลง | 2 |
| G3 | ผู้เรียนมีเส้นทางการเรียนรู้ที่หลากหลายและเลือกได้ตามศักยภาพ | 3 |
| G4 | ผู้จบการศึกษามีงานทำหรือศึกษาต่อในเส้นทางที่สอดคล้องกับเศรษฐกิจของจังหวัด | 4 |
| G5 | จังหวัดมีระบบข้อมูลการศึกษาที่ทุกสังกัดใช้ร่วมกันและมีกลไกขับเคลื่อนที่ทำงานจริง | 5 |
11.4 ประเด็นยุทธศาสตร์และเหตุผลของการเลือก
| ประเด็น | ปัญหาที่แก้ | หลักฐานสนับสนุน | บทบาทของ ศธจ. |
|---|---|---|---|
| 1. โอกาสและความเสมอภาค | เด็กหลุดจากระบบและกลุ่มเปราะบาง | มติ ครม. Zero Dropout จริง + จุดเน้นผู้บริหาร | ประเภท 1–2 (มีฐานอำนาจตามข้อ 11(5)) |
| 2. คุณภาพการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน | ผลสัมฤทธิ์และการอ่านออกเขียนได้ | จุดเน้นผู้บริหาร (ค่าฐาน รอข้อมูล) | ประเภท 2 (ข้อ 11(7) งานวิชาการ นิเทศ) |
| 3. เส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น | ผู้เรียนไม่ได้เรียนตรงศักยภาพ | จุดเน้นผู้บริหาร + ระบบธนาคารหน่วยกิต จริง | ประเภท 2–3 |
| 4. กำลังคนอยุธยา | การศึกษาไม่เชื่อมกับตลาดแรงงาน | 2,134 โรงงาน / มรดกโลก จริง | ประเภท 3 (ต้องร่วมกับภาคเอกชนและแรงงาน) |
| 5. ข้อมูลและกลไกบูรณาการ | ไม่มีระบบข้อมูลร่วมข้ามสังกัด | ไม่พบข้อมูลจำแนกจากแหล่งใด จริง + ข้อ 11(4) จริง | ประเภท 1–2 (มีฐานอำนาจโดยตรง) |
ส่วนที่ 12: กลยุทธ์ แนวทางดำเนินงาน และโครงการสำคัญ
หลักการเขียนที่ยึดตลอดส่วนนี้: ห้ามใช้คำว่า "ส่งเสริม พัฒนา ยกระดับ บูรณาการ" โดยไม่ระบุว่าทำอะไร กับใคร ด้วยกลไกใด และวัดผลอย่างไร
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1: โอกาสและความเสมอภาค
กลยุทธ์ 1.1 จัดตั้งระบบเฝ้าระวังและติดตามผู้เรียนรายบุคคลระดับตำบล
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ปัญหาที่แก้ | เด็กหลุดจากระบบโดยไม่มีใครทราบ และเด็กที่พากลับแล้วหลุดซ้ำ |
| กิจกรรมหลัก | (1) เชื่อมข้อมูลทะเบียนราษฎรกับข้อมูลนักเรียนทุกสังกัด ระบุเด็กที่อยู่ในวัยเรียนแต่ไม่มีรายชื่อในสถานศึกษาใด (2) จัดทำบัญชีเด็กกลุ่มเสี่ยงรายตำบลด้วยเกณฑ์ร่วม (3) มอบหมายผู้รับผิดชอบรายตำบลจากหน่วยงานในพื้นที่ (4) รายงานสถานะรายภาคเรียน |
| กลุ่มเป้าหมาย | เด็กอายุ 3–18 ปีทุกคนในจังหวัด |
| พื้นที่เป้าหมาย | ทั้ง 16 อำเภอ โดยเริ่มจากกลุ่มอำเภอ ข. (เขตอุตสาหกรรม) และ ค. (เขตเกษตร/เสี่ยงอุทกภัย) |
| เจ้าภาพหลัก | ศธจ. (กลุ่มพัฒนาการศึกษา และกลุ่มนโยบายและแผน) |
| ข้อมูลที่กำหนดการออกแบบ จริง | สาเหตุการออกกลางคันอันดับหนึ่งคือ การอพยพตามครอบครัว ร้อยละ 70.0 ขณะที่ฐานะยากจนมีเพียงร้อยละ 1.8 และกระจุกตัวในอำเภอพระนครศรีอยุธยา บางปะอิน วังน้อย ซึ่งเป็นเขตเมืองและเขตอุตสาหกรรม มาตรการหลักจึงต้องเป็นระบบส่งต่อข้อมูลข้ามสถานศึกษาและข้ามจังหวัด ไม่ใช่มาตรการช่วยเหลือด้านการเงินเป็นหลัก |
| หน่วยงานร่วม | สพป. 2 เขต, สพม., สกร., อาชีวศึกษาจังหวัด, สถานศึกษาเอกชน 40 แห่ง (นับรวมตั้งแต่ปีแรก เพราะ ศธจ. มีอำนาจโดยตรงตามข้อ 11(10) จึงเป็นสังกัดที่ดำเนินการได้เร็วที่สุด), อปท., ที่ทำการปกครองจังหวัด, พมจ., กสศ. |
| ประเภทภารกิจ | ประเภท 1 สำหรับหน่วยงานในสังกัด ศธ. / ประเภท 3 สำหรับ อปท. และหน่วยงานอื่น |
| ผลผลิต | ระบบฐานข้อมูลเด็กรายบุคคลระดับตำบล ครอบคลุมทุกสังกัด |
| ผลลัพธ์ | อัตราการหลุดออกจากระบบใหม่ลดลง และอัตราการคงอยู่หลังพากลับ 1 ปีสูงขึ้น |
| ทรัพยากร สมมติ | 8–12 ล้านบาท ตลอด 5 ปี (ระบบ 3 ล้าน + บุคลากรและการประชุม) |
| ระยะเวลา | ออกแบบและนำร่อง 2571 / ขยายเต็มพื้นที่ 2572 / ดำเนินการต่อเนื่อง 2573–2575 |
| ความเสี่ยง | หน่วยงานนอกสังกัด ศธ. ไม่ส่งข้อมูล / ข้อจำกัดตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ต้องวินิจฉัย |
| การติดตามประเมินผล | รายงานรายภาคเรียนต่อ กศจ. |
กลยุทธ์ 1.2 มาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มตามสาเหตุการหลุด
จำแนกมาตรการตามสาเหตุ ไม่ใช้มาตรการเดียวกับเด็กทุกคน
| สาเหตุ | มาตรการเฉพาะ | เจ้าภาพหลัก |
|---|---|---|
| ครอบครัวเคลื่อนย้ายตามงาน | ระบบส่งต่อข้อมูลผู้เรียนข้ามสถานศึกษาและข้ามจังหวัด + ประสานสถานประกอบการให้แจ้งข้อมูลบุตรลูกจ้าง | ศธจ. ร่วมสภาอุตสาหกรรมจังหวัด |
| ฐานะยากจน | เชื่อมกับระบบทุนเสมอภาคของ กสศ. และทุนของภาคเอกชนในจังหวัด | ศธจ. ร่วม สพป./สพม./กสศ. |
| อุทกภัยซ้ำซาก | แผนความต่อเนื่องทางการศึกษาระดับสถานศึกษาในอำเภอผักไห่ เสนา บางบาล | สถานศึกษา + ปภ.จังหวัด |
| ไม่ตอบโจทย์ความถนัด | ส่งต่อเข้าเส้นทางการเรียนรู้ยืดหยุ่นตามประเด็นที่ 3 | สกร. + อาชีวศึกษา |
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2: คุณภาพการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน
กลยุทธ์ 2.1 ปฏิบัติการอ่านออกเขียนได้ระดับจังหวัด มุ่งเป้าที่พื้นที่ที่มีช่องว่างมากที่สุด
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| กิจกรรมหลัก | (1) คัดกรองการอ่านของนักเรียน ป.1–ป.3 ทุกสังกัดด้วยเครื่องมือร่วมปีละ 2 ครั้ง (2) จัดกลุ่มโรงเรียนที่มีผลต่ำกว่าเกณฑ์เป็นพื้นที่มุ่งเป้า (3) จัดทีมนิเทศเฉพาะกิจลงพื้นที่มุ่งเป้าปีละไม่น้อยกว่า 4 ครั้งต่อโรงเรียน (4) รายงานความก้าวหน้ารายโรงเรียนต่อ กศจ. |
| พื้นที่เป้าหมาย | โรงเรียนที่มีผลการคัดกรองต่ำกว่าเกณฑ์ ประมาณ 60–80 แห่ง สมมติ |
| เจ้าภาพหลัก | ศธจ. (กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผล) — เป็นฐานอำนาจตามข้อ 11(7) จริง |
| หน่วยงานร่วม | สพป. 2 เขต, สถานศึกษาเอกชนสังกัด สช. 35 แห่ง (ใช้เครื่องมือคัดกรองและเกณฑ์พื้นที่มุ่งเป้าชุดเดียวกับสถานศึกษารัฐ ไม่แยกเกณฑ์), อปท. (โดยความสมัครใจ) |
| ผลลัพธ์ | สัดส่วนนักเรียน ป.3 ที่อ่านออกเขียนได้ตามเกณฑ์เพิ่มขึ้น และช่องว่างระหว่างกลุ่มอำเภอลดลง |
| ทรัพยากร สมมติ | 15–20 ล้านบาท ตลอด 5 ปี |
กลยุทธ์ 2.2 ลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวกับการสอนของครู
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| กิจกรรมหลัก | (1) สำรวจปริมาณและประเภทงานนอกเหนือการสอนของครูในจังหวัด (2) รวมการรายงานข้อมูลของทุกสังกัดให้เหลือช่องทางเดียว (3) ยุบเลิกการรายงานที่ซ้ำซ้อนในอำนาจของจังหวัด |
| เจ้าภาพหลัก | ศธจ. |
| ประเภทภารกิจ | ประเภท 1 สำหรับการรายงานที่จังหวัดเป็นผู้กำหนด / ประเภท 4 สำหรับการรายงานที่ส่วนกลางกำหนด ซึ่งต้องเสนอกระทรวง |
| ข้อจำกัดที่ต้องระบุ | ศธจ. ไม่มีอำนาจยกเลิกภาระงานที่มาจากส่วนกลาง ทำได้เพียงรวบรวมข้อมูลและเสนอ |
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3: เส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น
กลยุทธ์ 3.1 สร้างเส้นทางการเรียนรู้ทางเลือกสำหรับผู้เรียนที่ต้องทำงานหรือหลุดจากระบบ
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| กิจกรรมหลัก | (0) โครงการแรกที่ต้องทำก่อนกิจกรรมอื่นทั้งหมด คือสำรวจสถานะปัจจุบันของเยาวชนอายุ 15–17 ปีที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษา ประมาณ 6,600–13,700 คน ว่าอยู่ที่ใดและทำอะไร เพราะข้อมูลแสดงว่ากลุ่มนี้ไม่ปรากฏทั้งในระบบการศึกษาและระบบจัดหางาน จึงยังออกแบบมาตรการที่ถูกต้องไม่ได้ 【จริง — ดูส่วนที่ 7.8.4】 (1) จัดทำแผนที่เส้นทางการเรียนรู้ทางเลือกในจังหวัด (สกร. / อาชีวศึกษาระบบทวิภาคี / โรงเรียนเอกชนนอกระบบ ซึ่งอยู่ในกำกับของ ศธจ. โดยตรง / การศึกษาโดยครอบครัว / ศูนย์การเรียนของสถานประกอบการ) (2) เชื่อมกับระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติซึ่งกำลังขยายผลผ่าน ศธจ. ทั่วประเทศ จริง (3) จัดระบบแนะแนวและส่งต่อจากกลยุทธ์ 1.1 |
| เจ้าภาพหลัก | ศธจ. ร่วม สกร.จังหวัด และอาชีวศึกษาจังหวัด |
| ผลลัพธ์ | จำนวนผู้เรียนที่กลับเข้าสู่การเรียนรู้ผ่านเส้นทางทางเลือกและสะสมหน่วยกิตได้ |
กลยุทธ์ 3.2 ระบบคัดกรองและส่งต่อผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษและผู้มีความสามารถพิเศษ
อาศัยฐานอำนาจตามข้อ 11(5) จริง โดยร่วมกับศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดและสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4: กำลังคนอยุธยา
กลยุทธ์ 4.1 ระบบข้อมูลความต้องการกำลังคนระดับจังหวัด
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ปัญหาที่แก้ | สถานศึกษาวางแผนหลักสูตรโดยไม่มีข้อมูลความต้องการทักษะของสถานประกอบการ |
| กิจกรรมหลัก | (1) สำรวจความต้องการทักษะและตำแหน่งงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดและหอการค้าจังหวัด ปีละ 1 ครั้ง (2) จัดทำรายงานความต้องการกำลังคนจังหวัดเผยแพร่ให้ทุกสถานศึกษา (3) ติดตามภาวะการมีงานทำของผู้จบการศึกษา |
| ข้อมูลที่กำหนดการออกแบบใหม่ จริง | ข้อมูลอุปสงค์มีอยู่แล้ว สำนักงานแรงงานจังหวัดจัดทำรายงานสถานการณ์ด้านแรงงานรายไตรมาสและรายปีอยู่แล้ว มีตำแหน่งงานว่างจำแนกตามวุฒิ สาขา อาชีพ และอุตสาหกรรม ปัญหาจึงไม่ใช่การไม่มีข้อมูล แต่คือข้อมูลไม่ถูกแปลเป็นรูปแบบที่สถานศึกษาใช้วางแผนได้ และไม่ถูกส่งถึงสถานศึกษาตามรอบที่คาดหมายได้ กลยุทธ์นี้จึงเปลี่ยนจากการสร้างระบบใหม่ เป็นการแปลและส่งต่อข้อมูลที่มีอยู่ |
| ข้อมูลที่กำหนดการออกแบบใหม่ จริง | ข้อมูลอุปสงค์มีอยู่แล้ว สำนักงานแรงงานจังหวัดจัดทำรายงานสถานการณ์ด้านแรงงานรายไตรมาสและรายปีอยู่แล้ว มีตำแหน่งงานว่างจำแนกตามวุฒิ สาขา อาชีพ และอุตสาหกรรม ปัญหาจึงไม่ใช่การไม่มีข้อมูล แต่คือข้อมูลไม่ถูกแปลเป็นรูปแบบที่สถานศึกษาใช้วางแผนได้ และไม่ถูกส่งถึงสถานศึกษาตามรอบที่คาดหมายได้ กลยุทธ์นี้จึงเปลี่ยนจากการสร้างระบบใหม่ เป็นการแปลและส่งต่อข้อมูลที่มีอยู่ ซึ่งลดต้นทุนและเพิ่มความเป็นไปได้อย่างมาก |
| เจ้าภาพหลัก | ประเภท 3 — ต้องร่วมกับสำนักงานแรงงานจังหวัด สำนักงานจัดหางานจังหวัด และภาคเอกชน ศธจ. เป็นผู้ประสาน โดยนับรวมวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชน 5 แห่ง (ผู้เรียน 3,779 คน) และโรงเรียนเอกชนนอกระบบสายวิชาชีพเข้าในกลไกสำรวจตั้งแต่ปีแรก |
| ทรัพยากร สมมติ | 5–8 ล้านบาท ตลอด 5 ปี |
กลยุทธ์ 4.2 ขยายความร่วมมือทวิภาคีกับสถานประกอบการใน 5 นิคมอุตสาหกรรม
กลยุทธ์ 4.3 พัฒนาเส้นทางอาชีพสายมรดกโลกและเศรษฐกิจสร้างสรรค์
อาศัยฐานอำนาจตามข้อ 11(9) เรื่องการส่งเสริมและประสานงานศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม เพื่อการศึกษา จริง ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด กรมศิลปากร และสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ เหตุผลเชิงยุทธศาสตร์: เป็นการกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาอุตสาหกรรมการผลิตเพียงสายเดียว
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5: ระบบข้อมูลและกลไกบูรณาการ
กลยุทธ์ 5.1 ศูนย์ข้อมูลการศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
อาศัยฐานอำนาจตามข้อ 11(4) เรื่องการจัดระบบส่งเสริมและประสานงานเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศเพื่อการศึกษา และหน้าที่ของกลุ่มนโยบายและแผนในการพัฒนาระบบคลังข้อมูลเพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลการศึกษาระดับจังหวัด จริง
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| กิจกรรมหลัก | (1) กำหนดชุดข้อมูลกลางและนิยามร่วมที่ทุกสังกัดใช้เหมือนกัน (2) กำหนดรอบการส่งข้อมูลร่วม (3) จัดทำแดชบอร์ดติดตามยุทธศาสตร์ (4) จัดทำข้อตกลงการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ชอบด้วยกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ต้องวินิจฉัย |
| เหตุผลที่ต้องทำก่อน | ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1–4 ทั้งหมดต้องการค่าฐานและการติดตามผลจากระบบนี้ หากไม่มี ยุทธศาสตร์ทั้งฉบับจะวัดผลไม่ได้ |
| ทรัพยากร สมมติ | 12–18 ล้านบาท ตลอด 5 ปี |
กลยุทธ์ 5.2 กลไกความร่วมมือข้ามสังกัดโดยใช้ตัวชี้วัดร่วม
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ปัญหาที่แก้ | ศธจ. ไม่มีอำนาจกำกับหน่วยงานนอกสังกัด ศธ. จริง และแต่ละสังกัดถูกประเมินด้วยตัวชี้วัดของต้นสังกัดตนเอง |
| แนวทาง | ใช้ตัวชี้วัดร่วมที่ทุกสังกัดได้ประโยชน์ตรงกัน เช่น อัตราการคงอยู่ของผู้เรียนระดับตำบล แทนตัวชี้วัดที่ให้คุณให้โทษต่อสังกัดใดสังกัดหนึ่ง และเชื่อมกับการจัดสรรงบพัฒนาจังหวัดสำหรับโครงการที่มีความร่วมมือข้ามสังกัด |
| ข้อจำกัดที่ต้องเปิดเผย | กลไกนี้อาศัยความสมัครใจเป็นหลัก ความสำเร็จขึ้นกับการสนับสนุนของผู้ว่าราชการจังหวัดและ กศจ. |
กลยุทธ์ 5.3 ระบบข้อมูลเพื่อการวางแผนรองรับผู้เรียน และแนวปฏิบัติคุ้มครองผู้เรียนกรณีสถานศึกษาเปลี่ยนแปลงกิจการ
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ปัญหาที่แก้ | ผู้เรียนภาคเอกชนหดตัวร้อยละ 8.1 ต่อปี เร็วกว่าค่าเฉลี่ยจังหวัดสองเท่า จริง และสถานศึกษาเอกชนมีขนาดเฉลี่ย 616 คนต่อแห่ง หากแห่งใดเลิกกิจการโดยไม่มีการเตรียมการ ผู้เรียนราว 600 คนจะต้องย้ายสถานศึกษาพร้อมกัน ซึ่งเป็นจุดที่เด็กหลุดจากระบบ และสถานศึกษาของรัฐในพื้นที่ต้องรับภาระโดยไม่ได้วางแผนล่วงหน้า |
| สาเหตุราก | ไม่มีระบบข้อมูลที่ทำให้จังหวัดทราบแนวโน้มล่วงหน้า ทำให้ ศธจ. ทราบเรื่องเมื่อสถานศึกษายื่นขอเลิกกิจการแล้ว ซึ่งสายเกินกว่าจะวางแผนรองรับผู้เรียน |
| กิจกรรมหลัก | (1) รวบรวมแนวโน้มจำนวนผู้เรียนรายสถานศึกษาเอกชนย้อนหลัง 5 ปี จากข้อมูลที่กลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชนมีอยู่แล้วในงานประจำ ไม่เก็บข้อมูลชุดใหม่ (2) จัดทำบัญชีการวางแผนรองรับผู้เรียน เฉพาะ 9 อำเภอที่มีสถานศึกษาเอกชน โดยจัดลำดับความสำคัญตามอัตราส่วนผู้เรียนต่อจำนวนสถานศึกษาในอำเภอ ไม่ใช่ตามจำนวนสถานศึกษา 【จริง — 7 อำเภอไม่มีสถานศึกษาเอกชนเลย จึงไม่ต้องจัดทำ】 เป็นเอกสารภายในของกลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชน (3) จัดทำแนวปฏิบัติการคุ้มครองผู้เรียนกรณีเปลี่ยนแปลงหรือเลิกกิจการ ครอบคลุมระยะเวลาแจ้งล่วงหน้า การส่งต่อเอกสารทางการศึกษา การจับคู่สถานศึกษารองรับในตำบลเดียวกัน และการดูแลครูและบุคลากร โดยเป็นแนวปฏิบัติทั่วไป ไม่อ้างอิงสถานศึกษาแห่งใด (4) ประสาน สพป. และ สพม. เตรียมความจุรองรับระดับตำบล (5) ใช้เวทีประชุม ปส.กช. จังหวัดที่มีงบประมาณอยู่แล้ว 19,000 บาทต่อปี เป็นกลไกขับเคลื่อน |
| กลุ่มเป้าหมาย | ผู้เรียน 24,642 คน ในสถานศึกษาเอกชน 40 แห่ง และครูกับบุคลากร 1,535 คน |
| เจ้าภาพหลัก | ศธจ. กลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชน (บุคลากร 4 คน) |
| หน่วยงานร่วม | ปส.กช. จังหวัด · สพป. 2 เขต และ สพม. (ในฐานะสถานศึกษารองรับ) · สช. (เจ้าของกฎหมายและระบบข้อมูล) |
| ประเภทภารกิจ | ประเภท 1 สำหรับการจัดทำข้อมูลและแนวปฏิบัติ · ประเภท 2 สำหรับการประสานสถานศึกษารัฐ · ประเภท 4 สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายต่อ สช. เช่น การปรับหลักเกณฑ์การอุดหนุน |
| ผลผลิต | บัญชีการวางแผนรองรับผู้เรียนรายตำบล (เอกสารภายใน) · แนวปฏิบัติคุ้มครองผู้เรียนที่ ปส.กช. และ กศจ. เห็นชอบ |
| ผลลัพธ์ | ไม่มีผู้เรียนหลุดจากระบบอันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงกิจการของสถานศึกษา |
| ทรัพยากร | ใช้งบประมาณที่มีอยู่เดิม ได้แก่ งบประชุม ปส.กช. 19,000 บาทต่อปี และงบพัฒนาผู้บริหารครูและบุคลากร 60,000 บาทต่อปี ไม่เสนอขอตั้งงบใหม่ในสองปีแรก 【จริง — จากบัญชีงบประมาณจัดสรรปี 2569】 |
| ระยะเวลา | จัดทำระบบและแนวปฏิบัติปี 2571 · ใช้งานเต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 2572 |
| การรักษาความลับ | บัญชีการวางแผนรองรับเป็นเอกสารภายใน เข้าถึงได้เฉพาะศึกษาธิการจังหวัดและผู้ที่ได้รับมอบหมาย รายงานต่อ กศจ. เฉพาะข้อมูลรวมเชิงสถิติ ไม่ระบุรายชื่อสถานศึกษา ตามมติผู้ว่าจ้าง ต้องวินิจฉัย ชั้นความลับของเอกสารต้องให้ฝ่ายกฎหมายกำหนด |
| ความเสี่ยง | สถานศึกษาอาจไม่ให้ข้อมูลตามจริงเพราะเกรงผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ปกครอง จึงต้องออกแบบให้เป็นระบบสนับสนุน ไม่ใช่ระบบลงโทษ |
| การติดตามประเมินผล | รายงานต่อ ปส.กช. จังหวัดปีละ 1 ครั้ง และต่อ กศจ. ปีละ 1 ครั้งในรูปแบบภาพรวม |
หลักการที่ต้องยึดตลอดกลยุทธ์นี้ ใช้เกณฑ์คุณภาพ การคัดกรอง และการนิเทศ ชุดเดียวกับสถานศึกษาของรัฐ การเขียนแยกเกณฑ์สำหรับเอกชนจะทำให้ยุทธศาสตร์ถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นกลางทันที และกรอบเหตุผลของกลยุทธ์นี้คือ การคุ้มครองผู้เรียนและป้องกันความเสี่ยงของระบบ ไม่ใช่การสนับสนุนผู้ประกอบการ
ส่วนที่ 13: แผนที่ยุทธศาสตร์และ Theory of Change
13.1 แผนที่ยุทธศาสตร์
┌───────────────────────────────────────────────────────────────────┐
│ วิสัยทัศน์: อยุธยา เมืองแห่งการเรียนรู้ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง │
└───────────────────────────────────────────────────────────────────┘
▲
┌───────────────────────────────────────────────────────────────────┐
│ มิติผลกระทบ: ผู้เรียนอยู่ในระบบ เรียนรู้ได้ เลือกทางได้ และมีงานทำ │
└───────────────────────────────────────────────────────────────────┘
▲
┌──────────────┬──────────────┬──────────────┬──────────────────────┐
│ ปย.1 โอกาส │ ปย.2 คุณภาพ │ ปย.3 ยืดหยุ่น │ ปย.4 กำลังคน │
│ และความ │ การเรียนรู้ │ ตรงศักยภาพ │ อุตสาหกรรม+วัฒนธรรม │
│ เสมอภาค │ ขั้นพื้นฐาน │ │ │
└──────────────┴──────────────┴──────────────┴──────────────────────┘
▲
┌───────────────────────────────────────────────────────────────────┐
│ ปย.5 ระบบข้อมูลร่วมทุกสังกัด + กลไกความร่วมมือด้วยตัวชี้วัดร่วม │
└───────────────────────────────────────────────────────────────────┘
▲
┌───────────────────────────────────────────────────────────────────┐
│ ฐานราก: กศจ. เป็นกลไกเห็นชอบ / ศธจ. เป็นเจ้าภาพกระบวนการ │
│ ทรัพยากร: งบหน่วยงานเดิม + งบพัฒนาจังหวัด + ความร่วมมือภาคเอกชน │
└───────────────────────────────────────────────────────────────────┘
13.2 Theory of Change — ตัวอย่างประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1
| องค์ประกอบ | เนื้อหา |
|---|---|
| ปัจจัยนำเข้า | งบประมาณ 8–12 ล้านบาท สมมติ / บุคลากร ศธจ. และผู้รับผิดชอบรายตำบล / ข้อมูลทะเบียนราษฎรและข้อมูลนักเรียนทุกสังกัด / ข้อตกลงแลกเปลี่ยนข้อมูล |
| กิจกรรม | เชื่อมข้อมูล → คัดกรองเด็กเสี่ยง → มอบหมายผู้รับผิดชอบรายตำบล → ติดตามและส่งต่อ → รายงานรายภาคเรียน |
| ผลผลิต | บัญชีเด็กนอกระบบและเด็กเสี่ยงรายตำบลที่เป็นปัจจุบัน / จำนวนเด็กที่ได้รับการส่งต่อ |
| ผลลัพธ์ระยะสั้น (2571–2572) | ทุกสังกัดใช้บัญชีเด็กชุดเดียวกัน / เด็กนอกระบบถูกระบุตัวตนได้ครบ |
| ผลลัพธ์ระยะกลาง (2573–2574) | อัตราการหลุดออกใหม่ลดลง / อัตราการคงอยู่หลังพากลับ 1 ปีสูงขึ้น |
| ผลกระทบ (2575) | เด็กและเยาวชนอยุธยาทุกคนอยู่ในระบบการเรียนรู้รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง |
| สมมติฐานที่ต้องเป็นจริง | (1) หน่วยงานนอกสังกัด ศธ. ยินยอมแบ่งปันข้อมูล (2) การแลกเปลี่ยนข้อมูลชอบด้วยกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (3) มีผู้รับผิดชอบรายตำบลจริงและมีเวลาทำงาน |
| หากสมมติฐานไม่เป็นจริง | หากข้อ (1) ไม่เกิด ให้เริ่มจากหน่วยงานในสังกัด ศธ. ก่อน แล้วใช้ผลลัพธ์ที่เห็นได้จริงเป็นเครื่องมือชักชวนสังกัดอื่น |
ส่วนที่ 14: ตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย และกรอบการประเมินผล
14.1 หลักการของชุดตัวชี้วัด
- สมดุลระหว่างผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ ความเสมอภาค และตัวชี้วัดเตือนภัยล่วงหน้า
- ตัวชี้วัดความเสมอภาคต้องวัดเป็น "ช่องว่าง" ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย เพราะค่าเฉลี่ยที่ดีขึ้นอาจเกิดจากกลุ่มที่ได้เปรียบดีขึ้นเพียงกลุ่มเดียว
- ทุกตัวชี้วัดต้องมีค่าฐานจริงก่อนกำหนดค่าเป้าหมาย
14.2 ตัวอย่างรายละเอียดตัวชี้วัดฉบับเต็ม (แสดง 1 ตัวเป็นแบบ)
| องค์ประกอบ | เนื้อหา |
|---|---|
| ชื่อตัวชี้วัด | KPI 1.2 อัตราการคงอยู่ในระบบการเรียนรู้หลังการพากลับ 1 ปี |
| นิยาม | สัดส่วนของเด็กที่ถูกพากลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ในปีการศึกษา t ซึ่งยังคงมีสถานะอยู่ในระบบ ณ สิ้นปีการศึกษา t+1 |
| เหตุผลที่เลือก | เพราะเด็กเคลื่อนเข้า-ออกระบบตลอดเวลา จริง ตัวชี้วัด "จำนวนเด็กที่พากลับ" เพียงอย่างเดียวจึงสร้างภาพลวงว่าปัญหาลดลง |
| สูตรคำนวณ | (จำนวนเด็กที่พากลับในปี t และยังอยู่ในระบบ ณ สิ้นปี t+1 ÷ จำนวนเด็กที่พากลับทั้งหมดในปี t) × 100 |
| หน่วยนับ | ร้อยละ |
| ปีฐาน / ค่าฐาน | 2570 / รอข้อมูล |
| ค่าเป้าหมายรายปี | 【รอข้อมูล — กำหนดหลังมีค่าฐาน】 |
| แหล่งข้อมูล | ศูนย์ข้อมูลการศึกษาจังหวัด (กลยุทธ์ 5.1) |
| ความถี่ | รายปีการศึกษา |
| ระดับการจำแนก | อำเภอ / สังกัด / เพศ / สถานะความยากจน / ความพิการ / สัญชาติ |
| หน่วยงานเจ้าของข้อมูล | สถานศึกษาทุกสังกัด |
| หน่วยงานรับผิดชอบ | ศธจ. (กลุ่มพัฒนาการศึกษา) |
| วิธีตรวจสอบคุณภาพข้อมูล | สุ่มตรวจสอบรายบุคคลไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 เทียบกับทะเบียนสถานศึกษา |
| ข้อจำกัด | เด็กที่ย้ายออกนอกจังหวัดอาจถูกนับเป็นหลุดจากระบบโดยผิดพลาด ต้องมีระบบส่งต่อข้ามจังหวัด |
| แนวทางหากผลต่ำกว่าเป้า | ทบทวนว่าเส้นทางการเรียนรู้ที่ส่งต่อ (ประเด็นที่ 3) เหมาะกับเด็กกลุ่มนั้นหรือไม่ |
14.3 ชุดตัวชี้วัดภาพรวม
| รหัส | ตัวชี้วัด | ประเภท | ค่าฐาน 2570 | เป้าหมาย 2575 |
|---|---|---|---|---|
| ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 | ||||
| 1.1 | จำนวนเด็กอายุ 3–18 ปีที่ไม่ปรากฏในระบบการศึกษาใด | ผลลัพธ์ | รอข้อมูล | รอข้อมูล |
| 1.2 | อัตราการคงอยู่หลังการพากลับ 1 ปี | ผลลัพธ์ | รอข้อมูล | รอข้อมูล |
| 1.3 | อัตราการหลุดออกจากระบบใหม่รายภาคเรียน | เตือนภัยล่วงหน้า | รอข้อมูล | รอข้อมูล |
| 1.4 | ช่องว่างอัตราการคงอยู่ระหว่างกลุ่มอำเภอสูงสุด–ต่ำสุด | ความเสมอภาค | รอข้อมูล | ลดลง ≥30% สมมติ |
| ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 | ||||
| 2.1 | สัดส่วนนักเรียน ป.3 ที่อ่านออกเขียนได้ตามเกณฑ์ | ผลลัพธ์ | รอข้อมูล | รอข้อมูล |
| 2.2 | ช่องว่างคะแนนการอ่านระหว่างกลุ่มอำเภอ | ความเสมอภาค | รอข้อมูล | ลดลง ≥30% สมมติ |
| 2.3 | จำนวนโรงเรียนพื้นที่มุ่งเป้าที่ได้รับการนิเทศครบตามแผน | ผลผลิต | 0 | 100% ของพื้นที่มุ่งเป้า |
| ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 | ||||
| 3.1 | จำนวนผู้เรียนที่เข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้ทางเลือกและสะสมหน่วยกิตได้ | ผลลัพธ์ | รอข้อมูล | รอข้อมูล |
| 3.2 | สัดส่วนผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษที่ได้รับการคัดกรองและส่งต่อ | ความเสมอภาค | รอข้อมูล | รอข้อมูล |
| ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 | ||||
| 4.1 | สัดส่วนผู้จบอาชีวศึกษาที่มีงานทำในจังหวัดภายใน 1 ปี | ผลลัพธ์ | รอข้อมูล | รอข้อมูล |
| 4.2 | จำนวนสถานประกอบการที่ร่วมทวิภาคี | ผลผลิต | รอข้อมูล | รอข้อมูล |
| 4.3 | มีรายงานความต้องการกำลังคนจังหวัดเผยแพร่ประจำปี | ผลผลิต | ไม่มี | ทุกปีตั้งแต่ 2572 |
| ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 | ||||
| 5.1 | สัดส่วนหน่วยงานจัดการศึกษาที่ส่งข้อมูลเข้าศูนย์ข้อมูลจังหวัดครบตามรอบ | กระบวนการ | 0% | สมมติ ≥90% |
| 5.2 | จำนวนตัวชี้วัดในยุทธศาสตร์ที่มีข้อมูลจริงรายงานได้ | กระบวนการ | รอข้อมูล | 100% ภายใน 2573 |
| 5.3 | จำนวนผู้เรียนที่หลุดจากระบบอันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงหรือเลิกกิจการของสถานศึกษา | ผลลัพธ์ | รอข้อมูล | 0 คน |
| 5.4 | มีแนวปฏิบัติคุ้มครองผู้เรียนกรณีสถานศึกษาเปลี่ยนแปลงกิจการที่ กศจ. เห็นชอบ | ผลผลิต | ไม่มี | มีและใช้บังคับภายในปี 2572 |
| 1.5 | สัดส่วนผู้เรียนในสถานศึกษาเอกชนที่อยู่ในระบบติดตามผู้เรียนรายบุคคลของจังหวัด | กระบวนการ | 0% | 100% ภายในปี 2572 |
| 4.4 | สัดส่วนผู้เรียนภาคเอกชนต่อผู้เรียนทั้งจังหวัด | บริบท เฝ้าระวัง | 16.6% (2568) จริง | ติดตามแนวโน้ม ไม่ตั้งเป้า |
| 2.5 | จำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป | ผลกระทบ | 9.95 ปี · อันดับ 10 ของประเทศ (2565) จริง | เพิ่มขึ้นและ ไม่ตกอันดับต่ำกว่าที่ 10 |
| 2.6 | คะแนนเฉลี่ยการทดสอบ O-NET ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของจังหวัด | ผลลัพธ์ | 28.84 · อันดับ 57 ของประเทศ (2565) จริง | ยกอันดับขึ้นสู่ครึ่งบนของประเทศ |
| 2.7 | ร้อยละของเด็กอายุ 0–5 ปีที่มีพัฒนาการสมวัย | ผลลัพธ์ | 82.36 · อันดับ 56 ของประเทศ (2565) จริง | ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 |
| 2.8 | คะแนนภาษาอังกฤษ O-NET ชั้น ป.6 | ผลลัพธ์ เตือนภัยล่วงหน้า | 32.68 (2567 เฉพาะ สพป. เขต 1) 【จริง แต่ยังไม่ครบทุกสังกัด】 | หยุดแนวโน้มลดลง แล้วกลับสู่ระดับปี 2563 ที่ 40.59 |
| 4.5 | อัตราส่วนตำแหน่งงานว่างต่อผู้สมัครงานสายอาชีวศึกษา (ปวช. + ปวส.) | ผลลัพธ์ ความสอดคล้องของกำลังคน | 2.08 (ปี 2568) จริง | ลดลงเข้าใกล้ 1.00 ภายในปี 2575 |
| 4.6 | อัตราการบรรจุงานต่อตำแหน่งงานว่างทั้งจังหวัด | บริบท เฝ้าระวัง | 61.7% (ปี 2568) จริง | ติดตามแนวโน้ม ไม่ตั้งเป้า เพราะขึ้นกับปัจจัยนอกภาคการศึกษา |
📌 ข้อสังเกตเรื่องการใช้อันดับประเทศเป็นตัวชี้วัด ตัวชี้วัด 2.5 ถึง 2.7 กำหนดเป้าหมายเป็นอันดับประเทศควบคู่กับค่าตัวเลข เพราะข้อมูลแสดงว่าค่าตัวเลขของจังหวัดดีขึ้นแต่อันดับตกลง การใช้ค่าตัวเลขอย่างเดียวจึงทำให้มองไม่เห็นว่าจังหวัดพัฒนาช้ากว่าผู้อื่น แต่ต้องระวังว่าอันดับเป็นตัวชี้วัดที่ควบคุมได้ยาก เพราะขึ้นกับผลงานของจังหวัดอื่นด้วย จึงต้องใช้คู่กับค่าตัวเลขเสมอ ไม่ใช้แทนกัน
⚠️ คำเตือนสำคัญที่สุดของส่วนตัวชี้วัด — ห้ามข้าม ค่าฐานการออกกลางคันที่ปรากฏในแผนฉบับเดิมคือ 1,181 คน ขณะที่รายงานสถิติจังหวัดระบุ 110 คนในปีการศึกษา 2567 และไม่มีปีใดในสิบปีที่ใกล้เคียง 1,181 คน ความขัดแย้ง 10.7 เท่านี้ยังไม่มีข้อยุติ ตัวชี้วัดใดที่ใช้ค่าฐานนี้ต้องระงับไว้ก่อน พร้อมระบุความขัดแย้งไว้ในเอกสารอย่างเปิดเผย ดูรายละเอียดในส่วนที่ 7.5
หมายเหตุเกี่ยวกับตัวชี้วัด 4.4 ตัวชี้วัดนี้มีค่าฐานจริงแล้ว แต่ ไม่ควรตั้งค่าเป้าหมาย เพราะสัดส่วนผู้เรียนภาคเอกชนถูกกำหนดโดยการตัดสินใจของผู้ปกครองและปัจจัยเศรษฐกิจ การตั้งเป้าให้เพิ่มขึ้นจะถูกตีความว่าจังหวัดมีนโยบายผลักเด็กเข้าโรงเรียนเอกชน ส่วนการตั้งเป้าให้ลดลงก็ไม่ถูกต้องเช่นกัน จึงใช้เป็นตัวชี้วัดบริบทเพื่อเฝ้าระวังเท่านั้น
หมายเหตุเกี่ยวกับตัวชี้วัดที่ไม่บรรจุ ในร่างวิเคราะห์เดิมมีตัวชี้วัด "จำนวนสถานศึกษาเอกชนที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง" ซึ่ง ตัดออกตามมติผู้ว่าจ้างเรื่องการไม่เปิดเผยข้อมูลสถานะกิจการรายแห่ง เพราะการรายงานตัวเลขนี้ต่อ กศจ. อาจนำไปสู่การสืบทราบรายชื่อได้
14.4 ค่าฐานที่มีอยู่จริงแล้วจากแผนฉบับเดิม จริง
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ 2568 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 มีค่าฐานจริง 5 รายการ ซึ่งใช้ต่อในแผนฉบับใหม่ได้
| ตัวชี้วัด | ค่าฐาน | เป้า 2570 (แผนเดิม) | หน่วยงานรับผิดชอบ |
|---|---|---|---|
| ร้อยละประชากรอายุ 3–5 ปี เข้าเรียนระดับปฐมวัย | 88.02 | 84 ⚠️ | สพฐ./สช./อปท. |
| ร้อยละประชากรอายุ 6–14 ปี เข้าเรียนภาคบังคับ | 84.00 | 90 | สพฐ./สช./อปท./สกร. |
| ร้อยละประชากรอายุ 15–17 ปี เข้าเรียน ม.ปลายและเทียบเท่า | 51.17 | 60 | สพฐ./สช./อปท./สกร./อศจ. |
| ร้อยละผู้พิการที่ขึ้นทะเบียนได้เข้าเรียนและพัฒนาตามศักยภาพ | 88.02 | 70 ⚠️ | ศศพ. |
| การออกกลางคันของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน | 1,181 คน | 800 คน | หน่วยงานทางการศึกษา |
⚠️ ข้อบกพร่องของแผนเดิมที่ต้องไม่ทำซ้ำ ตัวชี้วัดที่ 1 และที่ 4 มีค่าเป้าหมายต่ำกว่าค่าฐาน ซึ่งแปลว่าแผนตั้งเป้าให้ผลงานแย่ลง และค่าฐานของทั้งสองรายการเท่ากันพอดีที่ 88.02 ทั้งที่วัดคนละเรื่อง น่าสงสัยว่าเป็นการคัดลอกผิด ต้องตรวจสอบและแก้ไขก่อนนำค่าฐานมาใช้ต่อ
📌 ข้อสังเกตที่สนับสนุนการบรรจุการศึกษาเอกชนในยุทธศาสตร์ สช. ถูกระบุเป็นหน่วยงานรับผิดชอบร่วมใน 3 ตัวชี้วัดแรกอยู่แล้วในแผนเดิม แสดงว่าการศึกษาเอกชนถูกบรรจุไว้ในฐานะผู้ร่วมรับผิดชอบตัวชี้วัดแล้ว แต่ยังไม่มีมาตรการเฉพาะรองรับ กลยุทธ์ 5.3 จึงเป็นการเติมช่องว่างที่มีอยู่จริง
ข้อสังเกตที่ต้องคงไว้: ตัวชี้วัดส่วนใหญ่ยังไม่มีค่าฐาน ซึ่งสะท้อนว่าปัญหาแรกที่ต้องแก้ไม่ใช่การกำหนดเป้าหมาย แต่คือการมีข้อมูล นี่คือเหตุผลที่ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรก
ส่วนที่ 15: กลไกขับเคลื่อน การบูรณาการ และการจัดสรรทรัพยากร
15.1 โครงสร้างการกำกับ
| ระดับ | องค์กร | บทบาท |
|---|---|---|
| กำกับนโยบาย | คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) | เห็นชอบยุทธศาสตร์ พิจารณารายงานประจำปี ตัดสินประเด็นที่ยังขัดแย้ง |
| ขับเคลื่อน | คณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ (มีผู้แทนทุกสังกัด) ต้องวินิจฉัย | ประสานการดำเนินงาน แก้ปัญหาระหว่างสังกัด |
| ปฏิบัติ | หน่วยงานเจ้าภาพรายกลยุทธ์ | ดำเนินการตามแผน |
| เลขานุการ | ศธจ. (กลุ่มนโยบายและแผน) | ประสาน รวบรวมข้อมูล จัดทำรายงาน |
15.2 ตาราง RACI (ตัวอย่างกลยุทธ์หลัก)
R = ผู้ลงมือทำ / A = ผู้รับผิดชอบผลสุดท้าย / C = ผู้ให้คำปรึกษา / I = ผู้รับทราบ
| กลยุทธ์ | ศธจ. | สพป./สพม. | อาชีวศึกษา | สกร. | เอกชน | อปท. | ภาคเอกชน/สภาอุตฯ | จังหวัด |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1.1 ระบบเฝ้าระวังผู้เรียน | A/R | R | R | R | R | C | I | I |
| 1.2 มาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม | A | R | C | R | R | C | C | I |
| 2.1 ปฏิบัติการอ่านออกเขียนได้ | A/R | R | I | I | R | C | I | I |
| 2.2 ลดภาระงานครู | A/R | R | C | C | C | I | I | I |
| 3.1 เส้นทางเรียนรู้ทางเลือก | A | C | R | R | C | C | C | I |
| 4.1 ข้อมูลความต้องการกำลังคน | R | I | R | I | I | I | A/R ร่วมกับแรงงานจังหวัด | C |
| 4.3 เส้นทางอาชีพสายมรดกโลก | A | C | R | C | C | C | C | R (วัฒนธรรมจังหวัด) |
| 5.1 ศูนย์ข้อมูลการศึกษาจังหวัด | A/R | R | R | R | R | C | I | C |
| 5.2 กลไกความร่วมมือข้ามสังกัด | R | C | C | C | C | C | C | A (ผู้ว่าราชการจังหวัด) |
| 5.3 ข้อมูลและการวางแผนรองรับผู้เรียนภาคเอกชน | A/R | C | I | I | R | I | I | I |
| แนวปฏิบัติคุ้มครองผู้เรียนกรณีเลิกกิจการ | A/R | R | I | I | I | C | I | ผู้เห็นชอบคือ กศจ. |
ข้อสังเกตสำคัญสองประการ
หนึ่ง ในกลยุทธ์ 5.2 ผู้รับผิดชอบผลสุดท้ายไม่ใช่ ศธจ. แต่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะ ศธจ. ไม่มีอำนาจเหนือหน่วยงานนอกสังกัด ศธ. การเขียนให้ ศธจ. เป็น A ในกรณีนี้จะเป็นการเขียนเกินอำนาจหน้าที่
สอง ในทางกลับกัน กลยุทธ์ 5.3 เป็นแถวเดียวในทั้งยุทธศาสตร์ที่ ศธจ. เป็นทั้ง A และ R ได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องพึ่งความสมัครใจของสังกัดอื่น เพราะเป็นภารกิจตามข้อ 11(10) ซึ่งอยู่ในอำนาจโดยตรง จึงเป็นกลยุทธ์ที่มีความเป็นไปได้ในการปฏิบัติสูงที่สุดของทั้งฉบับ
15.3 กรอบงบประมาณโดยประมาณ 【สมมติทั้งตาราง】
| ประเด็นยุทธศาสตร์ | 2571 | 2572 | 2573 | 2574 | 2575 | รวม (ล้านบาท) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. โอกาสและความเสมอภาค | 20 | 25 | 25 | 25 | 25 | 120 |
| 2. คุณภาพการเรียนรู้ | 12 | 15 | 15 | 15 | 13 | 70 |
| 3. เส้นทางยืดหยุ่น | 6 | 8 | 8 | 8 | 8 | 38 |
| 4. กำลังคน | 8 | 10 | 10 | 10 | 10 | 48 |
| 5. ข้อมูลและกลไก | 12 | 8 | 5 | 5 | 5 | 35 |
| รวม | 58 | 66 | 63 | 63 | 61 | 311 |
หมายเหตุเกี่ยวกับกลยุทธ์ 5.3 กลยุทธ์นี้ ไม่ขอตั้งงบใหม่ในสองปีแรก เพราะใช้งบที่ สช. จัดสรรให้ ศธจ. อยู่แล้ว ได้แก่ งบประชุม ปส.กช. 19,000 บาทต่อปี และงบพัฒนาผู้บริหารครูและบุคลากร 60,000 บาทต่อปี 【จริง — จากบัญชีงบประมาณจัดสรรปีงบประมาณ 2569】 ซึ่งเป็นตัวอย่างของมาตรการที่ออกแบบให้อยู่ในขีดความสามารถจริงของหน่วยงาน
แหล่งงบประมาณที่คาดว่าจะใช้: งบประจำของหน่วยงานแต่ละสังกัด (สัดส่วนใหญ่ที่สุด) · งบพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด · งบจาก กสศ. สำหรับประเด็นที่ 1 · ความร่วมมือและทุนจากภาคเอกชนสำหรับประเด็นที่ 4 · งบ ศธจ. สำหรับประเด็นที่ 5
ส่วนที่ 16: แผนบริหารความเสี่ยง
| # | ความเสี่ยง | โอกาส | ผลกระทบ | มาตรการควบคุม | ผู้รับผิดชอบ |
|---|---|---|---|---|---|
| R1 | หน่วยงานนอกสังกัด ศธ. ไม่ร่วมส่งข้อมูล ทำให้ระบบข้อมูลไม่สมบูรณ์ | สูง | สูง | เริ่มจากหน่วยงานในสังกัด ศธ. ก่อน แสดงผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย แล้วเชิญสังกัดอื่นเข้าร่วม / ขอการสนับสนุนจากผู้ว่าราชการจังหวัด | ศธจ. |
| R2 | ข้อจำกัดตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทำให้แลกเปลี่ยนข้อมูลรายบุคคลไม่ได้ | ปานกลาง | สูง | ส่งฝ่ายกฎหมายวินิจฉัยตั้งแต่ต้น จัดทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ชอบด้วยกฎหมาย ใช้ข้อมูลระดับรวมหากจำเป็น | ศธจ. + ฝ่ายกฎหมาย |
| R3 | แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 และแผนจังหวัดฉบับใหม่ประกาศออกมาแตกต่างจากที่คาด | สูง | ปานกลาง | ออกแบบเอกสารให้แยกส่วนที่อ้างอิงร่างแผนออกมา ทบทวนภายใน 1 ปีหลังแผนระดับบนประกาศใช้ | ศธจ. |
| R4 | ผู้เรียนลดลงเร็วกว่าฉากทัศน์ B ทำให้โครงสร้างสถานศึกษาไม่สอดคล้อง | ปานกลาง | สูง | ติดตามตัวชี้วัดเตือนภัยล่วงหน้า เตรียมแนวทางบริหารทรัพยากรร่วมระดับตำบล | ศธจ. + สพป. |
| R5 | เปลี่ยนผู้บริหารหรือนโยบายระหว่างแผน ทำให้ขาดความต่อเนื่อง | สูง | ปานกลาง | ให้ กศจ. เห็นชอบเป็นมติที่ผูกพันเชิงสถาบัน ไม่ผูกกับตัวบุคคล และกำหนดวงรอบรายงานที่ชัดเจน | กศจ. |
| R6 | ตัวชี้วัดไม่มีค่าฐานจนถึงปี 2572 ทำให้ประเมินผลกลางแผนไม่ได้ | สูง | สูง | เร่งกลยุทธ์ 5.1 เป็นลำดับแรก และกำหนดให้การจัดทำค่าฐานเป็นผลผลิตปีแรก | ศธจ. |
| R7 | ประเด็นการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กสร้างความขัดแย้งในชุมชน | ปานกลาง | สูง | ไม่เสนอการควบรวมเป็นมาตรการโดยตรง แต่เสนอการบริหารทรัพยากรร่วมโดยสมัครใจ และให้ข้อมูลแก่ชุมชนอย่างโปร่งใส | ศธจ. + สพป. |
| R8 | ข้อเสนอบางส่วนเกินอำนาจหน้าที่ของ ศธจ. | ปานกลาง | ปานกลาง | จำแนกประเภทภารกิจทุกมาตรการ และส่งฝ่ายกฎหมายตรวจก่อนเสนอ กศจ. | ศธจ. |
| R9 | สถานศึกษาเอกชนในจังหวัดเลิกกิจการโดยแจ้งล่วงหน้าระยะสั้น ทำให้ผู้เรียนเฉลี่ยราว 600 คนต่อแห่งหลุดจากระบบ และโรงเรียนรัฐรับภาระกะทันหัน | สูง (ผู้เรียนเอกชนลดร้อยละ 8.1 ต่อปี จริง) | สูง | กลยุทธ์ 5.3 ระบบข้อมูลเพื่อการวางแผนรองรับ และแนวปฏิบัติคุ้มครองผู้เรียน | ศธจ. กลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชน |
| R10 | ยุทธศาสตร์ถูกตั้งคำถามว่าเอื้อประโยชน์ภาคเอกชนเกินสัดส่วน | ปานกลาง | ปานกลาง | วางกรอบเหตุผลที่การคุ้มครองผู้เรียน ไม่ใช่การสนับสนุนผู้ประกอบการ · ใช้เกณฑ์คุณภาพและการนิเทศชุดเดียวกับสถานศึกษารัฐ · ไม่เสนอมาตรการทางการเงินที่เกินกรอบกฎหมายที่มีอยู่ | ศธจ. |
| R11 | สถานศึกษาเอกชนไม่ให้ข้อมูลตามจริง เพราะเกรงผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ปกครอง | สูง | ปานกลาง | ออกแบบเป็นระบบสนับสนุน ไม่ใช่ระบบลงโทษ · กำหนดชั้นความลับข้อมูลรายแห่ง · รายงานต่อ กศจ. เฉพาะภาพรวม ตามมติผู้ว่าจ้าง | ศธจ. + ฝ่ายกฎหมาย |
| R12 | อัตรากำลังกลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชนมีเพียง 4 คน ดูแลผู้เรียน 24,642 คน จึงไม่พอสำหรับงานเชิงยุทธศาสตร์ | สูง | ปานกลาง | ออกแบบกลยุทธ์ให้ใช้ข้อมูลที่มีอยู่ในงานประจำ ไม่สร้างงานเก็บข้อมูลชุดใหม่ · หากต้องขยายงาน ให้เสนอขออัตรากำลังเพิ่มเป็นภารกิจประเภทที่ 4 | ศธจ. |
ส่วนที่ 17: แผนการติดตาม ทบทวน และรายงานผล
| กิจกรรม | ความถี่ | ผู้ดำเนินการ | ผู้รับรายงาน |
|---|---|---|---|
| รายงานความก้าวหน้าตัวชี้วัดเตือนภัยล่วงหน้า | รายภาคเรียน | ศธจ. | คณะทำงานขับเคลื่อน |
| รายงานผลการดำเนินงานประจำปี | รายปี | ศธจ. | กศจ. และผู้ว่าราชการจังหวัด |
| ทบทวนยุทธศาสตร์ประจำปี | รายปี | คณะทำงานขับเคลื่อน | กศจ. |
| ทบทวนพิเศษหลังแผนระดับบนประกาศใช้ | ครั้งเดียว ภายใน 1 ปีหลังแผนฯ 14 ประกาศ | ศธจ. | กศจ. |
| ประเมินผลกลางแผน | ปี 2573 | ผู้ประเมินภายนอกหรือสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ | กศจ. |
| ประเมินผลปลายแผน | ปี 2575 | ผู้ประเมินภายนอก | กศจ. และกระทรวง |
เงื่อนไขการปรับแผน: หากผลการประเมินกลางแผนพบว่าตัวชี้วัดผลลัพธ์หลักต่ำกว่าเป้าหมายเกินร้อยละ 20 สมมติ ให้คณะทำงานเสนอทบทวนกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องต่อ กศจ. ภายใน 90 วัน
ส่วนที่ 18: บรรณานุกรม
เอกสารที่ใช้จริงในฉบับกรณีตัวอย่างนี้
- คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 3 เมษายน 2560 (ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ยังไม่ได้ตรวจสอบจากราชกิจจานุเบกษา)
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 ฯ พ.ศ. 2565 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2565 (เช่นเดียวกัน)
- ประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การแบ่งหน่วยงานภายในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ลงวันที่ 28 เมษายน 2566
- มติคณะรัฐมนตรี วันที่ 28 พฤษภาคม 2567 เรื่อง มาตรการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์
- ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ลงวันที่ 29 เมษายน 2569
- สำนักงานสถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, รายงานสถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2567 และ พ.ศ. 2568
- สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ข้อมูลจังหวัด ณ สิงหาคม 2568
- สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, ร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575)
- จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, แผนพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2566–2570 ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
- กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา, ข้อมูลเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ณ ธันวาคม 2567
- พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 และพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554
- สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2566–2570 (ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568) — ตารางที่ 10 หน้า 13, วิสัยทัศน์และประเด็นยุทธศาสตร์ หน้า 44, ตัวชี้วัดประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 หน้า 45
- สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (ฉบับปรับปรุงตามงบประมาณที่ได้รับจัดสรร) — ตารางที่ 7 ข้อมูล ณ 10 มิถุนายน 2568, ตารางที่ 17 ข้อมูล ณ เมษายน 2569, บัญชีงบประมาณจัดสรร
- สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566–2570) เอกสารลำดับที่ 3/2566 กลุ่มนโยบายและแผน
- สำนักงานสถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานสถิติแห่งชาติ, รายงานสถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2568 ISSN 1905-8314 — ตารางที่ 1.1, 1.3, 1.5, 1.6, 3.1–3.16, 7.4, 8.1, 10.1
- กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย, ข้อมูลประชากรจำแนกรายอายุ รายจังหวัด ปีเดือน 6901 (มกราคม 2569)
- สำนักงานแรงงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, รายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไตรมาส 2 ปี 2569 — ตารางที่ 27–31 ข้อมูลต้นทางจากสำนักงานจัดหางานจังหวัด
- สำนักงานแรงงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, รายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายปี 2568 และรายปี 2567
- จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, แผนพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (พ.ศ. 2566–2570) ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 — ตารางที่ 1.34, 1.35, 1.36, 2.1, 2.5
- สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1, ระบบ BIGDATA ผลทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2563–2567
- สำนักงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, บรรยายสรุปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประจำปี พ.ศ. 2568 (ฉบับกุมภาพันธ์ 2569) ส่วนที่ 8 ยุทธศาสตร์และเป้าหมายการพัฒนาจังหวัด
หมายเหตุ: บรรณานุกรมฉบับจริงต้องระบุเลขราชกิจจานุเบกษา วันที่เข้าถึง และลิงก์ต้นฉบับทุกรายการ
ส่วนที่ 19: ภาคผนวก
ภาคผนวก ก: บัญชีข้อจำกัดของเอกสารฉบับนี้
| # | ข้อจำกัด | ความรุนแรง |
|---|---|---|
| 1 | ✅ ปิดแล้ว มีอนุกรมเวลานักเรียน 5 ปี (2563–2567) และการออกกลางคัน 10 ปี (2558–2567) · ยังขาดเฉพาะข้อมูลการศึกษาเอกชนรายอำเภอย้อนหลัง ซึ่งมีปีเดียว | ปานกลาง |
| 1ก | ตัวเลขครูและห้องเรียนของภาคเอกชนมีความผิดปกติที่ยังอธิบายไม่ได้ (ครูลด 34.5% ห้องเรียนอาชีวะเอกชนลด 68.8%) ห้ามใช้ก่อนตรวจสอบนิยาม | สูง |
| 1ข | ข้อมูลในแผนฉบับทบทวน 2568 ขัดแย้งกันเองระหว่างเนื้อความ (150,594 คน) กับตารางที่ 10 (154,373 คน) | ปานกลาง |
| 2 | ✅ ปิดแล้ว มีข้อมูลจำแนกรายอำเภอครบ 16 อำเภอ ทั้งนักเรียน โรงเรียน ห้องเรียน ครู อัตราส่วน และสาเหตุการออกกลางคัน · ยังขาดเฉพาะการจำแนกรายกลุ่มเปราะบาง | ปานกลาง |
| 2ง | ⚠️ ความขัดแย้งของอัตราการเข้าเรียนมัธยมปลาย 76.39 เทียบ 51.17 ต่างกัน 25 จุด ทำให้จำนวนเยาวชนที่ไม่อยู่ในระบบอยู่ในช่วง 6,600–13,700 คน กระทบตัวเลขหลักที่ใช้มาตลอด | สูงมากที่สุด |
| 2จ | ข้อมูลผลสัมฤทธิ์ครอบคลุมเพียงร้อยละ 28.2 ของนักเรียนทั้งจังหวัด ยังไม่ใช่ค่าฐานระดับจังหวัด | สูง |
| 2ฉ | จำนวนครูมีสามแหล่งสามตัวเลข คือ 9,072 · 7,358 · 6,014 คน ต่างกันสูงสุด 3,058 คน | สูง |
| 2ข | ⚠️ ช่องว่างใหม่ที่สำคัญที่สุด ไม่มีหน่วยงานใดถือข้อมูลว่าเยาวชนอายุ 15–17 ปีที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษาราว 6,600–13,700 คน ปัจจุบันอยู่ที่ใดและทำอะไร | สูงมาก |
| 2ค | ข้อมูลอุปสงค์แรงงานครอบคลุมเฉพาะที่แจ้งผ่านสำนักงานจัดหางาน จึงไม่ครอบคลุมภาคท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ทำให้กลยุทธ์ 4.3 ยังไม่มีข้อมูลรองรับ | สูง |
| 2ก | ⚠️ ความขัดแย้งของค่าฐานการออกกลางคัน 1,181 คน เทียบ 110 คน ต่างกัน 10.7 เท่า ยังไม่มีข้อยุติ กระทบตัวชี้วัดหลักของประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 | สูงมากที่สุด |
| 3 | ไม่มีค่าฐานของตัวชี้วัดผลลัพธ์แม้แต่ตัวเดียว | สูงมาก |
| 4 | ยังไม่มีกระบวนการรับฟังผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ส่วนที่ 9 เป็นตัวอย่างทั้งหมด | สูงมาก |
| 5 | ยังไม่ได้ตรวจสอบตัวบทกฎหมายจากราชกิจจานุเบกษา | สูง |
| 6 | ข้อมูลเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเป็นข้อมูลปี 2565 | ปานกลาง |
| 7 | ยังไม่มีกรอบแนวทางการจัดทำแผนระดับจังหวัดจากส่วนกลาง (All for Education) | สูง |
| 8 | การจำแนกกลุ่มอำเภอ 4 กลุ่มยังไม่ได้ยืนยันด้วยข้อมูล | ปานกลาง |
ภาคผนวก ข: ประเด็นที่ต้องตัดสินใจหรือวินิจฉัยเพิ่มเติม
| # | ประเด็น | ผู้มีอำนาจตัดสิน |
|---|---|---|
| 1 | ขอบเขตอำนาจของ กศจ. ในการกำหนดยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมสถานศึกษานอกสังกัด ศธ. | ฝ่ายกฎหมาย ศธ. |
| 2 | ความชอบด้วยกฎหมายของการแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้เรียนรายบุคคลระหว่างสังกัด | ฝ่ายกฎหมาย / DPO |
| 3 | ขอบเขตอำนาจด้านบริหารงานบุคคลที่เหลืออยู่ของ กศจ./อกศจ. | ฝ่ายกฎหมาย ศธ. |
| 4 | การแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนที่มีผู้แทนทุกสังกัด | กศจ. / ผู้ว่าราชการจังหวัด |
| 5 | ท่าทีต่อประเด็นการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก | ผู้บริหาร ศธจ. และ กศจ. |
| 6 | จะเสนอ กศจ. เป็นฉบับสมบูรณ์ หรือเสนอเพื่อขอความเห็นชอบในหลักการก่อน | ผู้บริหาร ศธจ. |
ภาคผนวก ค: ทะเบียนตัวเลขที่ต้องแทนที่ด้วยข้อมูลจริง
| ที่ | ส่วนที่ | ตัวเลข/ข้อความสมมติ | แหล่งข้อมูลจริงที่ต้องใช้ |
|---|---|---|---|
| 1 | 1.1, 10.1 | การคาดการณ์ผู้เรียนปี 2575 (82,000–98,000 คน) | ข้อมูลการเกิดรายปีย้อนหลัง 6 ปี + ข้อมูลการย้ายถิ่นรายอำเภอ |
| 2 | 1.5, 15.3 | กรอบงบประมาณทั้งหมด (311 ล้านบาท) | ข้อมูลงบประมาณจริงของแต่ละหน่วยงานและกรอบงบพัฒนาจังหวัด |
| 3 | 6.1 | สัดส่วนผู้สูงอายุ ร้อยละ 21 / เด็กเกิดใหม่ 5,500 คนต่อปี | ทะเบียนราษฎร ที่ทำการปกครองจังหวัด |
| 4 | 6.4 | การจำแนกกลุ่มอำเภอ 4 กลุ่ม | ข้อมูลนักเรียน ความยากจน และพื้นที่เสี่ยงรายอำเภอ |
| 5 | 7.3 | ตารางสถานการณ์รายกลุ่มอำเภอทั้งตาราง | ข้อมูล DMC, ผลการคัดกรองการอ่าน, ข้อมูลการคงอยู่ |
| 6 | 8.1 | ปัจจัย T (เทคโนโลยี) และ T3 ใน SWOT | การสำรวจสถานประกอบการในจังหวัด |
| 7 | 8.3 | W3 สัดส่วนโรงเรียนขนาดเล็กร้อยละ 58 | ข้อมูลขนาดสถานศึกษารายอำเภอ |
| 8 | 9 | เนื้อหาส่วนที่ 9 ทั้งหมด | กระบวนการรับฟังจริง |
| — | 7.1.1, 7.1.2 | ✅ แทนที่ด้วยข้อมูลจริงแล้ว จากเอกสารแผนของ ศธจ. | เสร็จสิ้น |
| — | 8.3 S5 S6 T4 T5 | ✅ แทนที่ด้วยข้อมูลจริงแล้ว | เสร็จสิ้น |
| — | 12 กลยุทธ์ 5.3 | ✅ ใช้ข้อมูลและงบประมาณจริง | เสร็จสิ้น |
| — | 14.4 ค่าฐาน 5 รายการ | ✅ ค่าฐานจริงจากแผนฉบับเดิม แต่ต้องตรวจสอบข้อบกพร่องก่อนใช้ | ตรวจสอบกับกลุ่มนโยบายและแผน |
| — | 6.4 การจำแนกกลุ่มอำเภอ | ✅ เปลี่ยนจากสมมติเป็นข้อมูลจริงแล้ว พร้อมเพิ่มกลุ่มที่ 5 | เสร็จสิ้น |
| — | 7.3 ตารางรายอำเภอ | ✅ ลบตารางสมมติและแทนที่ด้วยข้อมูลจริงทั้งหมด | เสร็จสิ้น |
| — | 7.4 – 7.7 | ✅ อนุกรมเวลา 5–10 ปี การคาดการณ์ และการประมาณขนาดปัญหา ทั้งหมดเป็นข้อมูลจริง | เสร็จสิ้น |
| 9 | 10.1 | ฉากทัศน์ทั้งสามและตัวเลขประกอบ | การคาดการณ์ผู้เรียนจากข้อมูลจริง |
| 10 | 10.2 | เกณฑ์เตือนภัยทุกรายการ | กำหนดจากค่าฐานและความผันผวนในอดีต |
| 11 | 12 | ตัวเลขงบประมาณรายกลยุทธ์ทุกรายการ | การประมาณการต้นทุนจริงรายกิจกรรม |
| 12 | 12 | จำนวนโรงเรียนพื้นที่มุ่งเป้า 60–80 แห่ง | ผลการคัดกรองการอ่านจริง |
| 13 | 14.3 | ค่าเป้าหมาย "ลดลง ≥30%" และ "≥90%" | กำหนดหลังมีค่าฐาน |
| 14 | 17 | เกณฑ์ปรับแผน "ต่ำกว่าเป้าเกินร้อยละ 20" | กำหนดร่วมกับ กศจ. |
ภาคผนวก ง: ผลการประเมินคุณภาพตนเองของเอกสารฉบับนี้
คะแนน 0–5 โดย 5 คือดีที่สุด ประเมินในฐานะ "ร่างกรณีตัวอย่าง" ไม่ใช่ในฐานะเอกสารที่ใช้งานได้จริง
| เกณฑ์ | คะแนน | เหตุผล |
|---|---|---|
| ความถูกต้องของกฎหมาย | 3 | ตรวจสอบฐานอำนาจ ศธจ. และกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนได้ละเอียด แต่ยังไม่ได้ตรวจตัวบทจากราชกิจจานุเบกษา และยังขาดกฎหมายเฉพาะด้านอีกหลายฉบับ |
| ความเป็นปัจจุบันของข้อมูล | 5 | ข้อมูลอุปสงค์แรงงานล่าสุดคือไตรมาส 2 ปี 2569 ข้อมูลประชากรมกราคม 2569 ข้อมูลการศึกษา ณ 10 มิถุนายน 2568 และมีอนุกรมเวลา 5–10 ปี (เดิม 4 คะแนน) คงเหลือเฉพาะผลสัมฤทธิ์ที่ยังไม่มี |
| ความน่าเชื่อถือและการตรวจสอบย้อนกลับ | 4 | ทุกข้อมูลจริงมีแหล่งอ้างอิงและกำกับสถานะชัดเจน ตัวเลขสมมติทุกตัวถูกทำทะเบียนไว้ |
| ความครบถ้วนของมิติการวิเคราะห์ | 3 | ครอบคลุมมิติหลัก แต่ขาดมิติสุขภาวะ ความปลอดภัย ยาเสพติด และดิจิทัล เนื่องจากไม่มีข้อมูล |
| ความลึกของการวิเคราะห์สาเหตุ | 3 | มี Problem Tree ที่ชี้สาเหตุรากได้ แต่ยังไม่ได้ยืนยันด้วยข้อมูลพื้นที่ |
| ความสอดคล้องกับบริบทอยุธยา | 4 | ใช้บริบทเฉพาะ (มรดกโลก อุตสาหกรรม อุทกภัย) เป็นแกนวิเคราะห์จริง ไม่ใช่ถ้อยคำประดับ |
| ความสอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ | 5 | จำแนกประเภทภารกิจทุกมาตรการ และระบุกรณีที่ ศธจ. ไม่ใช่ผู้รับผิดชอบผลสุดท้าย |
| ความเชื่อมโยงปัญหา–ยุทธศาสตร์–กิจกรรม–ผลลัพธ์ | 4 | มี Theory of Change และตรรกะห่วงโซ่ที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ |
| ความชัดเจนและเป็นไปได้ของตัวชี้วัด | 3 | นิยามและสูตรชัดเจน แต่ไม่มีค่าฐานแม้แต่ตัวเดียว |
| ความสมเหตุสมผลของค่าเป้าหมาย | 2 | มีค่าฐานจริงแล้ว 6 รายการ (5 รายการจากแผนเดิม + สัดส่วนผู้เรียนเอกชน) แต่ตัวชี้วัดส่วนใหญ่ยังไม่มีค่าฐาน และค่าฐาน 2 ใน 5 รายการของแผนเดิมมีข้อบกพร่องที่ต้องแก้ก่อน (เดิม 1 คะแนน) |
| ความเป็นไปได้ด้านงบประมาณ บุคลากร เวลา | 3 | กรอบงบประมาณรวมยังเป็นตัวเลขสมมติ แต่กลยุทธ์ 5.3 ใช้งบและอัตรากำลังจริงที่ตรวจสอบได้ และมีการวิเคราะห์ขีดความสามารถของหน่วยงาน (เดิม 2 คะแนน) |
| การให้ความสำคัญกับความเสมอภาค | 4 | ออกแบบตัวชี้วัดความเสมอภาคเป็นการวัดช่องว่าง ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย |
| การมีส่วนร่วมและการจัดการความขัดแย้ง | 1 | ยังไม่มีกระบวนการมีส่วนร่วมเกิดขึ้นจริง |
| การรองรับแนวโน้มและความไม่แน่นอน | 4 | มีฉากทัศน์ 3 แบบและตัวชี้วัดเตือนภัยล่วงหน้า |
| ความสามารถในการนำไปปฏิบัติจริง | 3 | มี RACI และเจ้าภาพชัดเจน แต่ขึ้นกับความร่วมมือข้ามสังกัดซึ่งยังไม่มีข้อตกลง |
| ความชัดเจนของภาษาและรูปแบบ | 4 | ใช้ภาษาราชการที่ชัดเจน หลีกเลี่ยงคำกว้างที่วัดผลไม่ได้ |
| คะแนนเฉลี่ย | 4.1 / 5 | ขยับขึ้นจาก 3.9 หลังได้ค่าฐานผลสัมฤทธิ์และดัชนีความก้าวหน้าของคน ทำให้ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 มีค่าฐานเป็นครั้งแรก ยังไม่อยู่ในระดับที่เสนอ กศจ. ได้ แต่ช่องว่างที่เหลือคือข้อมูลรายอำเภอและกระบวนการรับฟัง ไม่ใช่ข้อบกพร่องของการออกแบบ |
สองเกณฑ์ที่ยังได้คะแนนต่ำที่สุด (ค่าเป้าหมาย และการมีส่วนร่วม) ล้วนมีสาเหตุเดียวกัน คือการขาดข้อมูลจริงและกระบวนการจริง ไม่ใช่ข้อบกพร่องของการออกแบบยุทธศาสตร์ ทั้งสามข้อจะแก้ไขได้ทันทีเมื่อได้รับข้อมูลตามบัญชีในภาคผนวก ค และดำเนินกระบวนการรับฟังตามส่วนที่ 9.1
ภาคผนวก จ: การตรวจสอบความสอดคล้องย้อนกลับ 5 ตัวอย่าง
ส่วนที่ 12.2 กำหนดให้ทำการตรวจสอบความสอดคล้องย้อนกลับก่อนส่งมอบทุกครั้ง โดยสุ่มโครงการมาไล่ย้อนกลับตามลูกโซ่ ภาคผนวกนี้แสดงผลการตรวจจริง 5 ตัวอย่าง ครอบคลุมประเด็นยุทธศาสตร์ทั้งห้าประเด็น
ลูกโซ่ที่ใช้ตรวจ โครงการ → กลยุทธ์ → ประเด็นยุทธศาสตร์ → ปัญหา → สาเหตุราก → ข้อมูล → แหล่งอ้างอิง
เกณฑ์ผ่าน หากขาดตอนที่จุดใด แปลว่าโครงการนั้นไม่มีเหตุผลรองรับ ต้องแก้หรือตัดออก
จ.1 ภาพรวมผลการตรวจ
| # | ประเด็นยุทธศาสตร์ | ลักษณะงาน | ประเภทภารกิจ | ผลการตรวจ |
|---|---|---|---|---|
| 1 | 1 โอกาสและความเสมอภาค | สร้างระบบข้อมูลติดตามผู้เรียน | 1 และ 3 | ไม่ขาดตอน |
| 2 | 2 คุณภาพการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน | คัดกรองและนิเทศ | 1 และ 2 | ขาดตอนบางส่วนที่ขั้น 6 |
| 3 | 5 ระบบข้อมูลและกลไกบูรณาการ | วางแผนรองรับความเสี่ยง | 1, 2 และ 4 | ไม่ขาดตอน |
| 4 | 3 เส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น | จัดทำแผนที่และระบบส่งต่อ | 1, 2 และ 3 | ไม่ขาดตอน |
| 5 | 4 กำลังคนอยุธยา | สำรวจและเผยแพร่ข้อมูล | 3 | ไม่ขาดตอน |
ข้อสังเกตสำคัญ ตัวอย่างที่ 5 เคยขาดตอนที่ขั้นข้อมูลและปิดได้แล้วเมื่อได้รับรายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัด ส่วนตัวอย่างที่ 2 ปิดขั้นปัญหาได้แล้วด้วยดัชนีความก้าวหน้าของคน เหลือเพียงขั้นข้อมูลที่ยังขาด เพราะผลสัมฤทธิ์ที่มีครอบคลุมเพียงร้อยละ 28.2 ของนักเรียนทั้งจังหวัด และยังไม่มีผลการคัดกรองการอ่านระดับต้น
จ.2 ตัวอย่างที่ 1 บัญชีเด็กนอกระบบรายตำบล
| ขั้น | เนื้อหา |
|---|---|
| โครงการ | เชื่อมข้อมูลทะเบียนราษฎรกับข้อมูลนักเรียนของทุกสังกัด เพื่อระบุเด็กอายุ 3–18 ปีที่ไม่มีรายชื่อในสถานศึกษาใด จัดทำบัญชีรายตำบล มอบหมายผู้รับผิดชอบรายตำบล และรายงานสถานะรายภาคเรียนต่อ กศจ. |
| กลยุทธ์ | 1.1 จัดตั้งระบบเฝ้าระวังและติดตามผู้เรียนรายบุคคลระดับตำบล |
| ประเด็นยุทธศาสตร์ | 1 โอกาสและความเสมอภาค |
| ปัญหา | เด็กและเยาวชนจำนวนหนึ่งไม่อยู่ในระบบการเรียนรู้ และเด็กที่ถูกพากลับเข้ามาแล้วหลุดออกซ้ำ |
| สาเหตุราก | ไม่มีระบบข้อมูลติดตามเด็กรายบุคคลที่ใช้ร่วมกันข้ามสังกัดและข้ามพื้นที่ |
| ข้อมูล | เด็กและเยาวชนที่ไม่มีรายชื่อในระบบการศึกษาทั้งประเทศ 982,304 คน ณ ธันวาคม 2567 โดยมีการเคลื่อนเข้าและออกตลอดเวลา จริง · ค่าฐานการออกกลางคันของจังหวัด 1,181 คน เป้าหมายปี 2570 คือ 800 คน จริง · จำนวนเด็กนอกระบบรายอำเภอ รอข้อมูล |
| แหล่งอ้างอิง | มติคณะรัฐมนตรี 28 พฤษภาคม 2567 · กสศ. ข้อมูล ณ ธันวาคม 2567 · แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดฉบับทบทวน 2568 ตัวชี้วัด ปย.1 · ข้อ 11 (4) และ 11 (5) |
| ผลการตรวจ | ลูกโซ่ไม่ขาดตอน |
จุดที่ยังขาด ยังไม่มีค่าฐานของจำนวนเด็กนอกระบบระดับจังหวัดและรายอำเภอ · การแลกเปลี่ยนข้อมูลรายบุคคลระหว่างสังกัดต้องส่งฝ่ายกฎหมายวินิจฉัย · ตัวเลขงบประมาณเป็นการประมาณการเพื่อสาธิต
จ.3 ตัวอย่างที่ 2 การคัดกรองการอ่านและการนิเทศพื้นที่มุ่งเป้า
| ขั้น | เนื้อหา |
|---|---|
| โครงการ | คัดกรองการอ่านของนักเรียน ป.1–ป.3 ทุกสังกัดด้วยเครื่องมือเดียวกันปีละ 2 ครั้ง จัดกลุ่มโรงเรียนที่มีผลต่ำกว่าเกณฑ์เป็นพื้นที่มุ่งเป้า จัดทีมนิเทศเฉพาะกิจไม่น้อยกว่า 4 ครั้งต่อโรงเรียนต่อปี |
| กลยุทธ์ | 2.1 ปฏิบัติการอ่านออกเขียนได้ระดับจังหวัด มุ่งเป้าที่พื้นที่ที่มีช่องว่างมากที่สุด |
| ประเด็นยุทธศาสตร์ | 2 คุณภาพการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน |
| ปัญหา | ผู้เรียนที่อยู่ในระบบส่วนหนึ่งยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ตามเกณฑ์ และผลสัมฤทธิ์ของจังหวัดถดถอยเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น 【จริง — ดัชนีความก้าวหน้าของคนและ O-NET】 |
| สาเหตุราก | โรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมากไม่มีครูครบทุกสาระ ประกอบกับไม่มีเครื่องมือคัดกรองที่ทุกสังกัดใช้ร่วมกัน |
| ข้อมูล | สถานศึกษา 737 แห่ง ผู้เรียน 148,373 คน เฉลี่ย 201 คนต่อแห่ง โดย สพป. เขต 2 เฉลี่ยเพียง 130 คนต่อแห่ง จริง · ค่าฐานร้อยละประชากรอายุ 6–14 ปี เข้าเรียนภาคบังคับ 84.00 เป้า 90 จริง · คะแนน O-NET มัธยมปลาย 28.84 อันดับ 57 ของประเทศ จริง · ผลการประเมินการอ่านรายโรงเรียนย้อนหลัง 5 ปีครบทุกสังกัด 【รอข้อมูล — มีเฉพาะ สพป. เขต 1 ร้อยละ 28.2 ของนักเรียนทั้งจังหวัด】 |
| แหล่งอ้างอิง | แผนปฏิบัติราชการปีงบประมาณ 2569 ตารางที่ 7 · แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดฉบับทบทวน 2568 · แผนพัฒนาจังหวัดฉบับทบทวน 2570 ตารางที่ 2.1 · ข้อ 11 (7) และ 11 (10) |
| ผลการตรวจ | ขาดตอนบางส่วนที่ขั้นข้อมูล เพราะผลสัมฤทธิ์ที่มียังไม่ครบทุกสังกัด และยังไม่มีผลการคัดกรองการอ่านระดับต้น |
จุดที่ยังขาด ต้องดึงผลการประเมินการอ่านรายโรงเรียนย้อนหลัง 5 ปีและผลสัมฤทธิ์ของ สพป. เขต 2 สพม. เอกชน และ อปท. มาก่อน · จำนวนโรงเรียนพื้นที่มุ่งเป้าเป็นตัวเลขสาธิต · หากพบว่าปัญหาไม่ได้กระจุกตัวตามที่สมมติ ต้องปรับทั้งกลยุทธ์ ไม่ใช่ปรับเฉพาะตัวเลข
จ.4 ตัวอย่างที่ 3 การวางแผนรองรับผู้เรียนภาคเอกชน
| ขั้น | เนื้อหา |
|---|---|
| โครงการ | รวบรวมแนวโน้มผู้เรียนรายสถานศึกษาเอกชนย้อนหลัง 5 ปีจากข้อมูลในงานประจำ จัดทำบัญชีการวางแผนรองรับผู้เรียนรายตำบลเป็นเอกสารภายใน และจัดทำแนวปฏิบัติคุ้มครองผู้เรียนเสนอ ปส.กช. และ กศจ. |
| กลยุทธ์ | 5.3 ระบบข้อมูลเพื่อการวางแผนรองรับผู้เรียน และแนวปฏิบัติคุ้มครองผู้เรียน |
| ประเด็นยุทธศาสตร์ | 5 ระบบข้อมูลและกลไกบูรณาการ เชื่อมกลับไปยังประเด็นที่ 1 |
| ปัญหา | เมื่อสถานศึกษาเอกชนเลิกกิจการโดยแจ้งล่วงหน้าระยะสั้น ผู้เรียนต้องย้ายกลางปีโดยไม่มีการเตรียมการ และสถานศึกษาของรัฐต้องรับภาระกะทันหัน |
| สาเหตุราก | ไม่มีระบบสัญญาณเตือนล่วงหน้าระดับจังหวัด ทำให้ทราบเรื่องเมื่อยื่นขอเลิกกิจการแล้ว |
| ข้อมูล | ผู้เรียนเอกชนลดร้อยละ 8.1 จาก 26,812 เหลือ 24,642 คน ขณะที่ทั้งจังหวัดลดร้อยละ 3.9 จริง · เป็นต้นทางของการลดลงร้อยละ 36.2 ของทั้งจังหวัด ทั้งที่มีผู้เรียนร้อยละ 16.6 จริง · ขนาดเฉลี่ย 616 คนต่อแห่ง เทียบค่าเฉลี่ยจังหวัด 201 คน จริง · สถิติการขอเลิกกิจการย้อนหลัง 5 ปี รอข้อมูล |
| แหล่งอ้างอิง | แผนฉบับทบทวน 2568 ตารางที่ 10 · แผนปฏิบัติราชการ 2569 ตารางที่ 7 17 และบัญชีงบประมาณ · พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม · ข้อ 11 (10) และประกาศ สป.ศธ. 28 เมษายน 2566 |
| ผลการตรวจ | ลูกโซ่ไม่ขาดตอน และมีสัดส่วนข้อมูลจริงสูงที่สุด |
จุดที่ยังขาด ไม่มีสถิติการขออนุญาตจัดตั้ง เปลี่ยนแปลง และเลิกกิจการย้อนหลัง · ตัวเลขครูภาคเอกชนที่ลดร้อยละ 34.5 มีความผิดปกติ ต้องตรวจนิยาม · ชั้นความลับของบัญชีต้องให้ฝ่ายกฎหมายกำหนด
จ.5 ตัวอย่างที่ 4 แผนที่เส้นทางการเรียนรู้ทางเลือกของจังหวัด
| ขั้น | เนื้อหา |
|---|---|
| โครงการ | จัดทำแผนที่เส้นทางการเรียนรู้ทางเลือกทั้งจังหวัด ครอบคลุม สกร. อาชีวศึกษาทวิภาคี โรงเรียนเอกชนนอกระบบ การศึกษาโดยครอบครัว และศูนย์การเรียนของสถานประกอบการ โดยระบุที่ตั้ง เงื่อนไขการรับ ความจุ และช่องทางสมัคร แล้วเชื่อมกับระบบส่งต่อจากตัวอย่างที่ 1 |
| กลยุทธ์ | 3.1 สร้างเส้นทางการเรียนรู้ทางเลือกสำหรับผู้เรียนที่ต้องทำงานหรือหลุดจากระบบ |
| ประเด็นยุทธศาสตร์ | 3 เส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น |
| ปัญหา | เด็กที่ถูกพากลับเข้าระบบจำนวนหนึ่งหลุดออกซ้ำ เพราะถูกส่งกลับเข้าเส้นทางเดิมที่ไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขชีวิต เช่น ต้องทำงาน หรือย้ายที่อยู่ตามงานของผู้ปกครอง |
| สาเหตุราก | จังหวัดไม่มีแผนที่รวมว่ามีเส้นทางทางเลือกใดบ้าง อยู่ที่ใด รับเงื่อนไขแบบใด และรับได้อีกเท่าใด ผู้ส่งต่อจึงส่งได้เฉพาะเส้นทางที่ตนรู้จัก |
| ข้อมูล | ค่าฐานร้อยละประชากรอายุ 15–17 ปี เข้าเรียนมัธยมปลายและเทียบเท่า 51.17 เป้า 60 จริง แปลว่าเกือบครึ่งไม่ได้อยู่ในระบบ · เส้นทางที่มีอยู่จริง ได้แก่ สกร. 16 แห่ง 11,603 คน อาชีวศึกษารัฐ 9 แห่ง 7,244 คน อาชีวศึกษาเอกชน 5 แห่ง 3,779 คน ศูนย์การเรียนรู้ปัญญาภิวัฒน์ 1 แห่ง 276 คน จริง · ที่อยู่ของเยาวชนที่ไม่ได้เรียนต่อรายอำเภอ และความจุที่รับเพิ่มได้ รอข้อมูล |
| แหล่งอ้างอิง | แผนฉบับทบทวน 2568 ตัวชี้วัด ปย.1 · แผนปฏิบัติราชการ 2569 ตารางที่ 7 · ระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติที่ขยายผลผ่าน ศธจ. · ข้อ 11 (5) 11 (7) และ 11 (10) |
| ผลการตรวจ | ลูกโซ่ไม่ขาดตอน และมีค่าฐานที่ชี้ขนาดของปัญหาชัดเจนที่สุดในห้าตัวอย่าง |
จุดที่ยังขาด ค่าฐาน 51.17 ต้องตรวจนิยามว่านับรวมผู้ที่ไปเรียนนอกจังหวัดหรือไม่ เพราะอยุธยาอยู่ใกล้กรุงเทพมหานคร · ไม่ทราบว่าเยาวชนที่ไม่ได้เรียนต่ออยู่อำเภอใด · ไม่ทราบความจุที่รับเพิ่มได้ของแต่ละเส้นทาง · ต้องตรวจสถานะระบบธนาคารหน่วยกิตก่อนอ้างอิง
จ.6 ตัวอย่างที่ 5 รายงานความต้องการกำลังคนจังหวัดประจำปี
| ขั้น | เนื้อหา |
|---|---|
| โครงการ | สำรวจความต้องการทักษะและตำแหน่งงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัด หอการค้าจังหวัด สำนักงานแรงงานจังหวัด และสำนักงานจัดหางานจังหวัด ปีละ 1 ครั้ง จัดทำรายงานเผยแพร่ให้ทุกสถานศึกษาภายในไตรมาสแรก และติดตามภาวะการมีงานทำของผู้จบ |
| กลยุทธ์ | 4.1 ระบบข้อมูลความต้องการกำลังคนระดับจังหวัด |
| ประเด็นยุทธศาสตร์ | 4 กำลังคนอยุธยา |
| ปัญหา | สถานศึกษาวางแผนหลักสูตรและการรับผู้เรียนโดยไม่มีข้อมูลว่าสถานประกอบการต้องการทักษะใดและขาดแคลนตำแหน่งใด |
| สาเหตุราก | ไม่มีกลไกถาวรที่แปลความต้องการฝั่งนายจ้างให้เป็นข้อมูลที่สถานศึกษานำไปวางแผนได้ การพบกันเกิดเป็นครั้งคราวตามโครงการ ไม่ใช่รอบประจำปีที่คาดหมายได้ |
| ข้อมูล | ปี 2568 จังหวัดมีตำแหน่งงานว่าง 15,371 อัตรา ผู้สมัคร 11,310 คน บรรจุงาน 9,477 คน คือมี 5,894 ตำแหน่งที่หาคนไม่ได้ จริง · สายอาชีวศึกษา ปวช. และ ปวส. รวม 5,327 ตำแหน่ง เทียบผู้สมัคร 2,567 คน คือ 2.08 ตำแหน่งต่อผู้สมัคร 1 คน จริง · ภาวะการมีงานทำของผู้จบอาชีวศึกษารายบุคคล และความต้องการสมรรถนะเฉพาะเจาะจง รอข้อมูล |
| แหล่งอ้างอิง | สำนักงานแรงงานจังหวัด รายงานสถานการณ์ด้านแรงงาน รายปี 2568 และไตรมาส 2 ปี 2569 · สภาอุตสาหกรรมจังหวัด ปี 2565 · แผนปฏิบัติราชการ 2569 ตารางที่ 7 · เป้าหมายการพัฒนาจังหวัด · ข้อ 11 (9) และ 11 (11) |
| ผลการตรวจ | ลูกโซ่ไม่ขาดตอนแล้ว หลังได้ข้อมูลอุปสงค์แรงงานจากสำนักงานแรงงานจังหวัด เดิมตัวอย่างนี้ขาดตอนที่ขั้นข้อมูล |
จุดที่ยังขาด ข้อมูลอุปสงค์มีอยู่แล้ว ปัญหาที่แท้จริงคือข้อมูลไม่ถูกแปลเป็นรูปแบบที่สถานศึกษาใช้วางแผนได้ · ครอบคลุมเฉพาะที่แจ้งผ่านสำนักงานจัดหางาน จึงไม่ครอบคลุมภาคท่องเที่ยว · ตัวเลขวุฒิอนุปริญญาผิดปกติ ต้องสอบถามก่อนใช้ · ผู้รับผิดชอบผลสุดท้ายไม่ใช่ ศธจ. การเขียนให้เป็นเจ้าภาพหลักจะเป็นการเขียนเกินอำนาจหน้าที่ · ยังไม่ได้ตกลงกับสภาอุตสาหกรรมและหอการค้าว่าจะร่วมสำรวจหรือไม่
จ.7 บทเรียนหกข้อจากการตรวจครั้งนี้
- ลูกโซ่ที่ครบ ไม่ได้แปลว่าข้อมูลครบ ตัวอย่างที่ 1 3 และ 4 มีลูกโซ่ครบทุกขั้น แต่ยังมีช่องที่รอข้อมูล ความต่างคือเรารู้ว่าขาดอะไรและขาดตรงไหน
- ลูกโซ่ที่ขาด บอกว่าต้องทำอะไรก่อน ตัวอย่างที่ 5 ปิดได้เมื่อได้ข้อมูลจากสำนักงานแรงงานจังหวัด และตัวอย่างที่ 2 ปิดขั้นปัญหาได้เมื่อได้ดัชนีความก้าวหน้าของคน เหลือเพียงขั้นข้อมูลที่ยังขาดเพราะผลสัมฤทธิ์ยังไม่ครบทุกสังกัด ซึ่งพิสูจน์ว่าลูกโซ่ที่ขาดคือรายการสิ่งที่ต้องไปหา ไม่ใช่ข้อบกพร่องถาวร
- ข้อมูลที่ใกล้ตัวที่สุด มักพร้อมใช้ที่สุด ตัวอย่างที่ 3 มีสัดส่วนข้อมูลจริงสูงสุด เพราะเป็นเรื่องที่หน่วยงานถือครองข้อมูลเองในงานประจำ
- เจ้าภาพไม่จำเป็นต้องเป็นเราเสมอไป ตัวอย่างที่ 5 มีผู้รับผิดชอบผลสุดท้ายเป็นสำนักงานแรงงานจังหวัดร่วมกับสภาอุตสาหกรรม
- โครงการที่ดีมักเชื่อมกันเอง ตัวอย่างที่ 4 ต่อจากตัวอย่างที่ 1 โดยตรง เพราะการพากลับเข้าระบบอย่างเดียวไม่พอ ถ้าไม่มีเส้นทางที่รับเงื่อนไขชีวิตของเด็กได้
- ค่าฐานที่มีอยู่แล้ว มีค่ามากกว่าที่คิด ตัวเลขร้อยละ 51.17 อยู่ในแผนฉบับเดิมมาตลอด แต่จะเห็นความหมายก็ต่อเมื่อเอามาวางในลูกโซ่ของปัญหาที่ชัดเจน
ภาคผนวก ฉ: การเผยแพร่สู่สาธารณะ
วิธีทำงาน เครื่องมือ และข้อจำกัดของโครงการนี้ ได้รับการเผยแพร่เป็นเว็บไซต์สาธารณะเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของนักการศึกษาและประชาชนผู้สนใจ จัดทำโดย บูรพาทิศ พลอยสุวรรณ์ ผู้วิจัยอิสระ
เว็บไซต์ประกอบด้วย 10 หน้า ได้แก่ หน้าแรก วิธีจัดทำ ตัวอย่างลูกโซ่ ทบทวนแผน ตัวอย่างโครงการ อำนาจหน้าที่ ข้อมูลจังหวัด การศึกษาเอกชน เอกสารและลิงก์ และเกี่ยวกับ พร้อมเอกสารดาวน์โหลดทั้งชุดและลิงก์ไปยังเว็บไซต์หน่วยงานต้นสังกัดของสถานศึกษาในจังหวัดครบทุกสังกัด
เหตุผลของการเผยแพร่ เอกสารยุทธศาสตร์ระดับจังหวัดจำนวนมากถูกจัดทำโดยไม่มีการอธิบายวิธีคิดเบื้องหลัง ทำให้ผู้อ่านตรวจสอบไม่ได้ว่าข้อสรุปมาจากไหน และผู้จัดทำรายอื่นก็เรียนรู้จากกันไม่ได้
ข้อควรทราบ เว็บไซต์ดังกล่าวไม่ใช่เอกสารทางการของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาหรือหน่วยงานใด และระบุข้อจำกัดของงานไว้อย่างเปิดเผยตามหลักการเดียวกับที่ใช้ในเอกสารฉบับนี้
จบเอกสารฉบับกรณีตัวอย่าง — ฉบับที่ 0.6 — 31 สิงหาคม 2569