# ร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2571–2575

## ฉบับกรณีตัวอย่าง (Illustrative Draft) — ไม่ใช่เอกสารสำหรับใช้อ้างอิงหรือเสนอ กศจ.

**จัดทำโดย:** ที่ปรึกษาวิชาการประจำโครงการ
**สำหรับ:** สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
**วันตัดยอดข้อมูล:** 31 สิงหาคม 2569
**สถานะเอกสาร:** ร่างที่มีฐานข้อมูลจริงเป็นส่วนใหญ่ (ฉบับที่ 0.6)

**การเปลี่ยนแปลงจากฉบับ 0.5** เพิ่มส่วนที่ 7.9 ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาและดัชนีความก้าวหน้าของคน · **แก้ไขข้อผิดพลาดเรื่องตัวชี้วัดเป้าหมายการพัฒนาจังหวัด** ซึ่งที่ปรึกษาเขียนผิดจากการอ้างอิงเอกสารสรุปแทนแผนฉบับเต็ม · **แก้ตัวเลขเยาวชนที่ไม่อยู่ในระบบ จากค่าเดียว 13,715 คน เป็นช่วง 6,600–13,700 คน** เพราะพบความขัดแย้งของนิยาม 25 จุด · เพิ่มค่าฐานตัวชี้วัด 4 รายการจากดัชนีความก้าวหน้าของคน

**การเปลี่ยนแปลงจากฉบับ 0.4** เพิ่มส่วนที่ 7.8 ข้อมูลอุปสงค์กำลังคนจากสำนักงานแรงงานและจัดหางานจังหวัด · ปรับกลยุทธ์ 4.1 เพราะข้อมูลมีอยู่แล้ว ปัญหาคือไม่ถูกแปลและส่งถึงสถานศึกษา · เพิ่มโครงการสำรวจสถานะเยาวชน 15–17 ปีเป็นโครงการแรกของประเด็นที่ 3 · เพิ่ม O4 T8 ใน SWOT · เพิ่มตัวชี้วัด 4.5 พร้อมค่าฐานจริง · เพิ่มตัวชี้วัดเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดในตารางความสอดคล้อง

**การเปลี่ยนแปลงจากฉบับ 0.3** เพิ่มข้อมูลการศึกษารายอำเภอครบ 16 อำเภอ · เพิ่มอนุกรมเวลานักเรียน 5 ปีและการออกกลางคัน 10 ปี · แทนที่การคาดการณ์สมมติด้วยการคาดการณ์จากรุ่นที่เกิดแล้วถึงปี 2575 · เปลี่ยนการจำแนกกลุ่มอำเภอจากสมมติฐานเป็นข้อมูลจริงและเพิ่มกลุ่มที่ 5 · ลบตารางสถานการณ์สมมติในส่วนที่ 7.3 · เพิ่มคำเตือนความขัดแย้งค่าฐานการออกกลางคัน · ปรับกลยุทธ์ 1.1 1.2 และ 5.3 ตามข้อมูลใหม่

**การเปลี่ยนแปลงจากฉบับ 0.2** เพิ่มภาคผนวก จ ว่าด้วยการตรวจสอบความสอดคล้องย้อนกลับ 5 ตัวอย่าง ครอบคลุมประเด็นยุทธศาสตร์ทั้งห้าประเด็น · เพิ่มการอ้างอิงถึงเว็บไซต์สาธารณะที่เผยแพร่วิธีทำงานของโครงการนี้

**การเปลี่ยนแปลงจากฉบับ 0.1** แทนที่ข้อมูลสถานการณ์การศึกษาด้วยข้อมูลจริงจากเอกสารแผนของ ศธจ. เอง 3 ฉบับ · เพิ่มส่วนที่ 7.1.1 และ 7.1.2 ว่าด้วยภาพรวมรายสังกัดและสถานการณ์การศึกษาเอกชน · เพิ่ม S5 S6 T4 T5 ใน SWOT พร้อมหลักฐาน · เพิ่มกลยุทธ์ 5.3 · เพิ่มตัวชี้วัด 5 รายการ · เพิ่มความเสี่ยง R9–R12 · เพิ่มค่าฐานจริง 5 รายการจากแผนฉบับเดิม · เพิ่มกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนในบัญชีกฎหมาย

---

> ## ⚠ คำเตือนสำคัญก่อนอ่าน
>
> เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นตามคำสั่งของผู้ว่าจ้าง เพื่อ **สาธิตโครงสร้าง ตรรกะ และรูปแบบ** ของยุทธศาสตร์ที่ได้มาตรฐาน ก่อนที่ข้อมูลจริงจะพร้อม
>
> **ข้อมูลจำนวนมากในเอกสารนี้เป็นตัวเลขสมมติที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นตัวอย่าง** และถูกกำกับด้วยสัญลักษณ์ **【สมมติ】** ทุกจุด
>
> **ห้ามนำเอกสารฉบับนี้ไปเสนอคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด เผยแพร่ อ้างอิง หรือใช้เป็นฐานการจัดสรรงบประมาณ** จนกว่าจะได้แทนที่ตัวเลขสมมติทุกรายการด้วยข้อมูลจริง ตามภาคผนวก ค (ทะเบียนตัวเลขที่ต้องแทนที่)
>
> ### สัญลักษณ์กำกับข้อมูล
>
> | สัญลักษณ์ | ความหมาย |
> |---|---|
> | **【จริง】** | ข้อมูลที่ตรวจสอบแล้วและมีแหล่งอ้างอิงระบุไว้ |
> | **【สมมติ】** | ตัวเลขหรือข้อความสมมติเพื่อเป็นตัวอย่าง **ยังไม่เป็นความจริง** |
> | **【รอข้อมูล】** | ช่องที่ต้องเติมด้วยข้อมูลจริง ยังไม่ได้ใส่ตัวเลขใด |
> | **【ต้องวินิจฉัย】** | ประเด็นที่ต้องส่งฝ่ายกฎหมายหรือผู้บริหารตัดสินใจ |

---

## สารบัญ

1. บทสรุปผู้บริหาร
2. บทนำ หลักการและเหตุผล
3. วัตถุประสงค์ ขอบเขต และกระบวนการจัดทำ
4. กรอบแนวคิดและระเบียบวิธี
5. กฎหมาย นโยบาย แผน และยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
6. บริบทและข้อมูลพื้นฐานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
7. สถานการณ์และผลการดำเนินงานด้านการศึกษา
8. ผลการวิเคราะห์ปัญหา สาเหตุ ความต้องการ ศักยภาพ และแนวโน้ม
9. ผลการรับฟังผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
10. ฉากทัศน์และความท้าทายในอนาคต
11. วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ และประเด็นยุทธศาสตร์
12. กลยุทธ์ แนวทางดำเนินงาน และโครงการสำคัญ
13. แผนที่ยุทธศาสตร์และ Theory of Change
14. ตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย และกรอบการประเมินผล
15. กลไกขับเคลื่อน การบูรณาการ และการจัดสรรทรัพยากร
16. แผนบริหารความเสี่ยง
17. แผนการติดตาม ทบทวน และรายงานผล
18. บรรณานุกรม
19. ภาคผนวก

---

# ส่วนที่ 1: บทสรุปผู้บริหาร

## 1.1 เหตุผลของยุทธศาสตร์ฉบับนี้

จังหวัดพระนครศรีอยุธยากำลังเผชิญเงื่อนไขสามประการพร้อมกัน ซึ่งทำให้การจัดการศึกษาแบบเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป

**ตัวเลขแรกที่ผู้อ่านควรเห็น** ณ เดือนมกราคม 2569 จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีเด็กอายุ 0 ปี จำนวน 4,610 คน และมีเยาวชนอายุ 17 ปี จำนวน 9,665 คน 【จริง】 หมายความว่าในช่วงเวลา 17 ปี ขนาดของรุ่นเด็กเกิดใหม่ลดลงเหลือ **ร้อยละ 47.7** ของรุ่นที่กำลังจะจบการศึกษา นี่ไม่ใช่การคาดการณ์และไม่ใช่แนวโน้มที่ยังไม่แน่นอน เพราะเด็กเหล่านี้เกิดและมีชื่อในทะเบียนราษฎรแล้ว และไม่มีมาตรการใดของยุทธศาสตร์ฉบับนี้เปลี่ยนแปลงตัวเลขนี้ได้ในกรอบเวลา 5 ปี

ยุทธศาสตร์ฉบับนี้จึงต้องออกแบบให้ **ทำงานได้ดีในระบบที่เล็กลง** ไม่ใช่พยายามทำให้ระบบไม่เล็กลง

**หนึ่ง จำนวนผู้เรียนกำลังหดตัวเร็วกว่าที่โครงสร้างสถานศึกษาปรับตัวได้** ระหว่างปีการศึกษา 2566 ถึง 2567 จำนวนนักเรียนในจังหวัดลดลง 5,083 คน หรือร้อยละ 4.2 ขณะที่จำนวนโรงเรียนลดลงเพียง 2 แห่ง 【จริง】 การคาดการณ์จากรุ่นที่เกิดแล้ว ซึ่งใช้ข้อมูลประชากรรายอายุปีเดียว ณ มกราคม 2569 แสดงว่าประชากรวัยเรียนระดับภาคบังคับอายุ 6–14 ปี จะลดจาก 74,308 คนในปี 2569 เหลือ **57,040 คนในปี 2575 หรือลดลงร้อยละ 23.2** และระดับประถมศึกษาอายุ 6–11 ปี จะลดลงร้อยละ 25.4 【จริง — คาดการณ์จากรุ่นที่เกิดและนับได้แล้ว】

**สอง จังหวัดมีฐานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมขนาดใหญ่แต่ยังไม่มีระบบเชื่อมกับการผลิตกำลังคน** จังหวัดมีโรงงานมากกว่า 2,134 แห่งใน 5 นิคมอุตสาหกรรม และมีแรงงานภาคอุตสาหกรรมประมาณ 300,000 คน 【จริง — ข้อมูลปี 2565】 แต่ยังไม่มีระบบข้อมูลความต้องการทักษะที่สถานศึกษาใช้วางแผนหลักสูตรได้

**สาม การจัดการศึกษาในจังหวัดกระจายอยู่หลายสังกัด โดยที่ไม่มีหน่วยงานใดมีอำนาจกำกับข้ามสังกัด** หน้าที่และอำนาจของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดในการกำกับติดตามครอบคลุมเฉพาะหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ 【จริง】

ยุทธศาสตร์ฉบับนี้จึงมิได้วางตนเป็นแผนสั่งการ แต่เป็น **ข้อตกลงร่วมของหน่วยงานการศึกษาทุกสังกัดในจังหวัด** ที่คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดให้ความเห็นชอบ โดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการและเจ้าภาพกระบวนการ

## 1.2 วิสัยทัศน์

> **"อยุธยา เมืองแห่งการเรียนรู้ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้เรียนรู้เต็มศักยภาพ และเติบโตได้จริงในเมืองมรดกโลกที่เป็นฐานอุตสาหกรรม"**

วิสัยทัศน์นี้ยึดโยงกับเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คือ "อยุธยาเมืองมรดกโลก เป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ **น่าเรียนรู้** น่าอยู่ น่าลงทุน" 【จริง】 โดยขยายคำว่า "น่าเรียนรู้" ให้เป็นรูปธรรมในมิติการศึกษา

## 1.3 ประเด็นยุทธศาสตร์ 5 ประเด็น

ห้าประเด็นต่อไปนี้เป็นโครงสร้างของ **ร่างข้อเสนอ พ.ศ. 2571–2575** ไม่ใช่ห้าประเด็นของแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดฉบับปัจจุบัน พ.ศ. 2566–2570 ประเด็นที่ 3 ของร่างคือเส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ซึ่งเป็นของใหม่ ส่วนประเด็นที่ 5 ของร่างคือระบบข้อมูล ไม่ใช่ความปลอดภัยของแผนปัจจุบัน

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 ถึง 4 เรียงตามเส้นทางชีวิตของผู้เรียน ส่วนประเด็นที่ 5 เป็นเงื่อนไขที่ทำให้ประเด็นอื่นทำงานได้

| # | ประเด็นยุทธศาสตร์ | คำถามหลักที่ตอบ | จุดเน้นผู้บริหารที่รองรับ |
|---|---|---|---|
| **1** | **โอกาสและความเสมอภาค: ไม่มีเด็กอยุธยาคนใดหลุดจากการเรียนรู้** | ทำอย่างไรให้เด็กทุกคนอยู่ในระบบและกลับเข้ามาได้ | เด็กหลุดจากระบบ / ด้อยโอกาส |
| **2** | **คุณภาพการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน: อ่านออก เขียนได้ คิดเป็น** | ทำอย่างไรให้เด็กที่อยู่ในระบบเรียนรู้ได้จริง | การอ่านออกเขียนได้ / ผลสัมฤทธิ์ |
| **3** | **เส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น: เรียนรู้ตรงตามศักยภาพ** | ทำอย่างไรให้เด็กที่ต่างกันได้เส้นทางที่เหมาะกับตน | พัฒนาเด็กตรงตามศักยภาพ |
| **4** | **กำลังคนอยุธยา: เรียนแล้วมีงานทำ ทั้งในอุตสาหกรรมและทุนวัฒนธรรม** | ทำอย่างไรให้ผู้จบการศึกษามีงานทำและอยู่ในพื้นที่ได้ | สอดคล้องความต้องการแรงงาน |
| **5** | **ระบบข้อมูลและกลไกบูรณาการระดับจังหวัด** | ทำอย่างไรให้ทุกสังกัดทำงานร่วมกันได้จริง | เงื่อนไขของทุกประเด็น |

## 1.4 สิ่งที่ยุทธศาสตร์นี้จะเปลี่ยนภายในปี 2575

| ตัวชี้วัดระดับผลกระทบ | ค่าฐาน 2570 | ค่าเป้าหมาย 2575 |
|---|---|---|
| อัตราการคงอยู่ของผู้เรียนถึงจบการศึกษาภาคบังคับ | 【รอข้อมูล】 | 【รอข้อมูล】 |
| สัดส่วนนักเรียน ป.3 ที่อ่านออกเขียนได้ตามเกณฑ์ | 【รอข้อมูล】 | 【รอข้อมูล】 |
| ช่องว่างผลสัมฤทธิ์ระหว่างอำเภอสูงสุดกับต่ำสุด | 【รอข้อมูล】 | ลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 จากค่าฐาน 【สมมติ】 |
| สัดส่วนผู้จบอาชีวศึกษาที่มีงานทำในจังหวัดภายใน 1 ปี | 【รอข้อมูล】 | 【รอข้อมูล】 |

**หมายเหตุที่ต้องคงไว้ในทุกฉบับ:** ค่าเป้าหมายที่แท้จริงต้องกำหนดหลังจัดทำข้อมูลฐานแล้วเท่านั้น การกำหนดค่าเป้าหมายโดยไม่มีค่าฐานจะทำให้การติดตามประเมินผลตลอด 5 ปีไม่มีความหมาย

## 1.5 งบประมาณและกลไก

กรอบงบประมาณตลอดระยะ 5 ปี ประมาณการเบื้องต้น **【สมมติ】 250–350 ล้านบาท** โดยส่วนใหญ่มิใช่งบใหม่ แต่เป็นการจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณที่หน่วยงานแต่ละสังกัดมีอยู่แล้ว ร่วมกับงบพัฒนาจังหวัดและความร่วมมือจากภาคเอกชน

กลไกขับเคลื่อนหลักคือคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด โดยมีคณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่มีผู้แทนทุกสังกัดเป็นองค์ประกอบ **【ต้องวินิจฉัย — ต้องเสนอผู้มีอำนาจแต่งตั้ง】**

---

# ส่วนที่ 2: บทนำ หลักการและเหตุผล

## 2.1 ความเป็นมา

สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดจัดตั้งขึ้นตามข้อ 11 ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 3 เมษายน 2560 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 ฯ พ.ศ. 2565 โดยมีหน้าที่และอำนาจประการหนึ่งคือ **"จัดทำแผนพัฒนาการศึกษาและแผนปฏิบัติการ"** 【จริง】

การจัดทำยุทธศาสตร์ฉบับนี้จึงอยู่ในหน้าที่และอำนาจของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดโดยตรง

## 2.2 เหตุใดต้องจัดทำสำหรับช่วงปี 2571–2575

ช่วงเวลานี้ถูกเลือกเพราะตรงกับรอบการวางแผนใหม่ของทุกระดับพร้อมกัน

- ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ครอบคลุมปี พ.ศ. 2571–2575 มีกำหนดประกาศใช้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 【จริง】
- จังหวัดต่าง ๆ อยู่ระหว่างจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด พ.ศ. 2571–2575 โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ชี้แจงนโยบายและหลักเกณฑ์แล้ว 【จริง】
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่ระหว่างจัดทำและประกาศใช้แผนพัฒนาท้องถิ่นรอบ พ.ศ. 2571–2575 【จริง】

การเข้ารอบเดียวกันทำให้ยุทธศาสตร์การศึกษาสามารถเสนอเข้าสู่กระบวนการงบประมาณของจังหวัดและท้องถิ่นได้ตรงจังหวะ

## 2.3 หลักการสำคัญ 6 ประการของยุทธศาสตร์ฉบับนี้

1. **ตั้งอยู่บนหลักฐาน** ทุกข้อวินิจฉัยต้องตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงข้อมูลและแหล่งที่มา
2. **จำแนกเชิงพื้นที่** ไม่ใช้ค่าเฉลี่ยระดับจังหวัดปิดบังความแตกต่างระหว่างอำเภอ
3. **ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง** จัดโครงสร้างตามเส้นทางชีวิตผู้เรียน ไม่ใช่ตามโครงสร้างหน่วยงาน
4. **ให้ความสำคัญกับความเสมอภาค** ระบุกลุ่มเปราะบางและพื้นที่เสียเปรียบเป็นการเฉพาะ
5. **อยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่** ทุกมาตรการระบุเจ้าภาพจริงและประเภทของภารกิจ
6. **ปรับตัวได้** มีกลไกทบทวนประจำปีและการประเมินกลางแผน

---

# ส่วนที่ 3: วัตถุประสงค์ ขอบเขต และกระบวนการจัดทำ

## 3.1 วัตถุประสงค์

1. กำหนดทิศทางการพัฒนาการศึกษาของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในช่วงปี 2571–2575 ที่ทุกสังกัดใช้ร่วมกันได้
2. เชื่อมโยงการศึกษาของจังหวัดกับกฎหมาย นโยบาย และแผนทุกระดับที่มีผลใช้บังคับ
3. ระบุปัญหา สาเหตุราก และกลุ่มเป้าหมายที่ต้องได้รับการแก้ไขเร่งด่วนโดยอาศัยหลักฐาน
4. กำหนดตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย และกลไกติดตามประเมินผลที่ใช้ได้จริง
5. เป็นกรอบให้หน่วยงานทุกสังกัดใช้จัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีและคำของบประมาณ

## 3.2 ขอบเขต

**ขอบเขตด้านพื้นที่:** จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 16 อำเภอ 209 ตำบล 【จริง】

**ขอบเขตด้านผู้เรียน:** ทุกช่วงวัย ตั้งแต่ปฐมวัยถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต

**ขอบเขตด้านหน่วยจัดการศึกษา:** ทุกสังกัดตามโครงสร้างการบริหารของกระทรวงศึกษาธิการ และการประสานงานระหว่างกระทรวงในระดับจังหวัด โดยจำแนกระดับอำนาจของ ศธจ. ดังนี้

| กลุ่มหน่วยงาน | ตัวอย่างหน่วยงาน | บทบาทของ ศธจ. |
|---|---|---|
| ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ | สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 และเขต 2, สพม.พระนครศรีอยุธยา, อาชีวศึกษาจังหวัด, สกร.จังหวัด, สถานศึกษาเอกชน, ศูนย์การศึกษาพิเศษ | **กำกับ ติดตาม ประเมินผลได้** ตามข้อ 11(3) 【จริง】 |
| นอกสังกัด ศธ. แต่จัดการศึกษา | สถานศึกษาสังกัด อปท., สถาบันอุดมศึกษาสังกัด อว., โรงเรียนพระปริยัติธรรม | **ประสานและส่งเสริมเท่านั้น ไม่มีอำนาจกำกับ** |
| ภาคีนอกภาคการศึกษา | สาธารณสุข, พัฒนาสังคม, แรงงาน, วัฒนธรรม, อุตสาหกรรม | ประสานผ่านกลไกจังหวัด |

## 3.3 กระบวนการจัดทำ

| ระยะ | กิจกรรม | สถานะในฉบับกรณีตัวอย่างนี้ |
|---|---|---|
| 1 | กำหนดกรอบและตรวจสอบความพร้อม | ดำเนินการแล้ว |
| 2 | ทบทวนกฎหมาย นโยบาย และองค์ความรู้ | ดำเนินการบางส่วน |
| 3 | วิเคราะห์สถานการณ์เชิงพื้นที่ | **ใช้ข้อมูลจำกัดและตัวเลขสมมติ** |
| 4 | รับฟังและสังเคราะห์ความต้องการ | **ยังไม่ได้ดำเนินการ — เนื้อหาในส่วนที่ 9 เป็นตัวอย่างสมมติทั้งหมด** |
| 5 | กำหนดทิศทางยุทธศาสตร์ | จัดทำเป็นตัวอย่าง |
| 6 | ตัวชี้วัดและการติดตามประเมินผล | จัดทำโครงสร้าง ค่าฐานรอข้อมูลจริง |
| 7 | แผนการขับเคลื่อน | จัดทำเป็นตัวอย่าง |

---

# ส่วนที่ 4: กรอบแนวคิดและระเบียบวิธี

## 4.1 กรอบแนวคิด

ยุทธศาสตร์ฉบับนี้ใช้กรอบ **เส้นทางชีวิตผู้เรียน (Learner Life-Course)** เป็นแกนหลัก แทนการจัดโครงสร้างตามระดับการศึกษาหรือตามภารกิจของหน่วยงาน

```
        [เข้าถึง]        [เรียนรู้ได้]      [ตรงศักยภาพ]      [มีงานทำ]
            │                 │                  │                 │
   ประเด็นยุทธศาสตร์ 1 → 2 → 3 → 4
            └─────────────────┴──────────────────┴─────────────────┘
                                     │
                   ประเด็นยุทธศาสตร์ 5: ข้อมูลและกลไกบูรณาการ
                        (เงื่อนไขที่ทำให้ 1–4 ทำงานได้)
```

เหตุผลของการเลือกกรอบนี้มีสามประการ หนึ่ง สอดคล้องกับจุดเน้นของผู้บริหารทั้งสี่ประการซึ่งเรียงตัวเป็นห่วงโซ่อยู่แล้ว สอง หลีกเลี่ยงการแบ่งงานตามสังกัดซึ่งจะยิ่งตอกย้ำการทำงานแยกส่วน สาม ทำให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่ามาตรการใดแก้ปัญหาช่วงใดของชีวิตผู้เรียน

## 4.2 ระเบียบวิธีและเครื่องมือ

| เครื่องมือ | ใช้เพื่อ | สถานะในฉบับนี้ |
|---|---|---|
| การวิเคราะห์อนุกรมเวลา | ดูแนวโน้มผู้เรียนและทรัพยากร | ทำได้เพียง 2 ปี **ต่ำกว่ามาตรฐาน 3–5 ปี** |
| PESTEL | สำรวจปัจจัยแวดล้อม | ทำเป็นตัวอย่าง |
| Problem Tree | หาสาเหตุราก | ทำเป็นตัวอย่าง |
| SWOT ที่มีหลักฐานอ้างอิงทุกข้อ | ประเมินสถานะ | ทำเป็นตัวอย่าง ระบุแหล่งอ้างอิงรายข้อ |
| TOWS Matrix | แปลง SWOT เป็นกลยุทธ์ | ทำเป็นตัวอย่าง |
| การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย | ออกแบบกลไก | ทำเป็นตัวอย่าง |
| การวิเคราะห์ฉากทัศน์ | รองรับความไม่แน่นอน | ทำเป็นตัวอย่าง 3 ฉากทัศน์ |
| Theory of Change | เชื่อมกิจกรรมกับผลลัพธ์ | ทำเป็นตัวอย่าง |

## 4.3 ข้อจำกัดของระเบียบวิธีในฉบับกรณีตัวอย่าง

1. มีข้อมูลรายอำเภอและรายสังกัดแล้ว แต่ยังไม่มีผลสัมฤทธิ์รายโรงเรียนครบทุกสังกัด และยังไม่มีข้อมูลจำแนกรายกลุ่มเปราะบาง จึงยังจัดลำดับโรงเรียนมุ่งเป้าและวิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำของกลุ่มเปราะบางไม่ได้จริง
2. ไม่มีกระบวนการรับฟังผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เนื้อหาส่วนที่ 9 เป็นการสาธิตรูปแบบเท่านั้น
3. มีอนุกรมเวลานักเรียน 5 ปีและการออกกลางคัน 10 ปีแล้ว ส่วนข้อมูลบางชุดของภาคเอกชนจากเอกสารแผนยังมีเพียง 2 จุด และข้อมูลเอกชนรายอำเภอมีปีเดียว
4. ยังไม่ได้ตรวจสอบตัวบทกฎหมายจากราชกิจจานุเบกษาทุกฉบับ

---

# ส่วนที่ 5: กฎหมาย นโยบาย แผน และยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง

## 5.1 บัญชีกฎหมายและแผนที่ตรวจสอบแล้ว

| ระดับ | เอกสาร | สถานะ ณ 31 ส.ค. 2569 | ความน่าเชื่อถือของการตรวจสอบ |
|---|---|---|---|
| กฎหมายฐานอำนาจ | คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 19/2560 ลงวันที่ 3 เมษายน 2560 | มีผล โดยแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว | ตรวจสอบจากเว็บไซต์หน่วยงาน **ต้องยืนยันจากตัวบท** |
| กฎหมายฐานอำนาจ | พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 19/2560 ฯ พ.ศ. 2565 (ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2565) | มีผลใช้บังคับ | เช่นเดียวกัน |
| กฎหมายลำดับรอง | ประกาศ สป.ศธ. เรื่อง การแบ่งหน่วยงานภายใน ศธจ. ลงวันที่ 28 เมษายน 2566 | มีผลใช้บังคับ | ตรวจสอบแล้ว |
| แผนระดับ 2 | ร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) | **อยู่ระหว่างจัดทำ** ประกาศใช้ปีงบประมาณ 2571 | ตรวจสอบแล้ว |
| แผนระดับ 2 | แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 | ยังถูกอ้างอิงในแผนปฏิบัติการปี 2569 | **ต้องตรวจสอบว่ามีฉบับใหม่รองรับ 2571–2575 หรือไม่** |
| นโยบาย | ประกาศ ศธ. เรื่อง นโยบายการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (29 เมษายน 2569) | มีผล ครอบคลุมถึงปี 2570 | ต้องขอไฟล์ต้นฉบับ |
| มติ ครม. | มติ ครม. 28 พฤษภาคม 2567 รับทราบมาตรการ Thailand Zero Dropout | มีผล | ตรวจสอบแล้ว |
| แผนพื้นที่ | แผนพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2566–2570 ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ 2569 | มีผลถึงปี 2570 | ตรวจสอบแล้ว |
| แผนพื้นที่ | แผนพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2571–2575 | **อยู่ระหว่างจัดทำ** | **ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด** |
| แผนพื้นที่ | แผนพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2566–2570 ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 | มีผลใช้บังคับ | **จุดเชื่อมที่แข็งแรงที่สุด** วิสัยทัศน์ "อยุธยาเมืองมรดกโลก เป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ **น่าเรียนรู้** น่าอยู่ น่าลงทุน" · **ตัวชี้วัดความสำเร็จตามเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดข้อที่ 4 คือ ระดับดัชนีความก้าวหน้าของคน ค่าฐาน 0.68 เป้าหมาย 2570 เท่ากับ 0.70** ซึ่งมีมิติด้านการศึกษาอยู่ภายในโดยตรง 4 รายการ **หมายความว่าหากยุทธศาสตร์การศึกษาทำให้ตัวชี้วัดทั้งสี่ดีขึ้น จังหวัดจะบรรลุตัวชี้วัดข้อที่ 4 ด้วย** 【จริง — ตารางที่ 2.5 และ 2.1 ของแผนฉบับเต็ม】<br><br>⚠️ **หมายเหตุการแก้ไข** ในร่างฉบับ 0.5 ที่ปรึกษาระบุว่าตัวชี้วัดข้อที่ 1 ของจังหวัดคือจำนวนแหล่งเรียนรู้ ซึ่งไม่ถูกต้อง เกิดจากการอ้างอิงบรรยายสรุปแทนแผนฉบับเต็ม |
| กฎหมายเฉพาะ | พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 | มีผลใช้บังคับ | **ต้องยืนยันจากราชกิจจานุเบกษา** — เป็นกฎหมายหลักของภารกิจที่ ศธจ. มีอำนาจสูงสุด |
| กฎหมายลำดับรอง | กฎกระทรวงการขอรับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนในระบบ พ.ศ. 2555 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 · กฎกระทรวงการขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ พ.ศ. 2555 · กฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียม · ระเบียบและประกาศว่าด้วยการอุดหนุนและการสงเคราะห์ | ต้องตรวจสอบรายฉบับ | เกี่ยวข้องกับกลยุทธ์ 5.3 โดยตรง |
| กลไกจังหวัด | ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัด (ปส.กช.) | ต้องตรวจสอบฉบับปัจจุบัน | **【ต้องวินิจฉัย】** องค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ที่แน่นอน |
| แผนพื้นที่ | แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2566–2570 (ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ 2568) | ฉบับใช้งานปัจจุบัน | เป็นฐานความต่อเนื่องและแหล่งค่าฐานตัวชี้วัด |

## 5.2 กฎหมายที่ยังไม่ได้ตรวจสอบและต้องดำเนินการก่อนจัดทำฉบับจริง

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย · ยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทฉบับปรับปรุง · พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ · พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ · พ.ร.บ. การพัฒนาเด็กปฐมวัย · พ.ร.บ. การศึกษาภาคบังคับ · พ.ร.บ. การอาชีวศึกษา · พ.ร.บ. การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ · พ.ร.บ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา · พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน · พ.ร.บ. ส่งเสริมการเรียนรู้ · พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก · พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล · พ.ร.ฎ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี · กฎหมายเกี่ยวกับพื้นที่มรดกโลกและการอนุรักษ์โบราณสถาน · เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 4

**【ต้องวินิจฉัย】** ต้องส่งฝ่ายกฎหมายตรวจสอบสถานะปัจจุบันของทุกฉบับก่อนอ้างอิงในเอกสารจริง

## 5.3 ตารางความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ (ตัวอย่างการจัดทำ)

ตารางนี้แสดง **วิธีจัดทำ** โดยยกตัวอย่างประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 เท่านั้น ฉบับจริงต้องทำครบทุกประเด็นและทุกระดับแผน

| ระดับ | เอกสาร | ข้อกำหนด/เป้าหมายที่เกี่ยวข้อง | ความเชื่อมโยงเชิงเหตุผลกับพื้นที่ | ประเด็นยุทธศาสตร์ที่รองรับ |
|---|---|---|---|---|
| มติ ครม. | มติ 28 พ.ค. 2567 Thailand Zero Dropout | ให้หน่วยงานค้นหาเด็กนอกระบบผ่านการบูรณาการข้อมูล และจัดการเรียนรู้แบบยืดหยุ่นเหมาะกับศักยภาพรายบุคคล 【จริง】 | จังหวัดมีแรงงานเคลื่อนย้ายในภาคอุตสาหกรรมจำนวนมาก ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่บุตรหลานจะไม่ปรากฏในระบบทะเบียนสถานศึกษา | ประเด็นที่ 1 |
| แผนจังหวัด | เป้าหมายการพัฒนาจังหวัด "น่าเรียนรู้" 【จริง】 | เมืองที่น่าเรียนรู้ต้องไม่มีเด็กที่เข้าไม่ถึงการเรียนรู้ | เชื่อมโดยตรงกับเป้าหมายจังหวัด ทำให้เสนอของบพัฒนาจังหวัดได้ | ประเด็นที่ 1 และ 5 |
| อำนาจหน้าที่ | ข้อ 11(5) ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาเพื่อคนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้มีความสามารถพิเศษ 【จริง】 | เป็นฐานอำนาจโดยตรงของ ศธจ. | มาตรการภายใต้ประเด็นที่ 1 อยู่ในอำนาจหน้าที่ ไม่ต้องขออนุมัติเพิ่ม | ประเด็นที่ 1 |

**หลักการที่ต้องยึด:** ความสอดคล้องไม่ได้หมายถึงการคัดลอกถ้อยคำจากแผนระดับบน แต่หมายถึงการแสดงให้เห็นว่าเหตุใดข้อกำหนดระดับบนจึงนำไปสู่การดำเนินงานเฉพาะในพื้นที่นี้

---

# ส่วนที่ 6: บริบทและข้อมูลพื้นฐานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

## 6.1 ข้อมูลกายภาพและประชากร

| รายการ | ค่า | ปี | สถานะ |
|---|---|---|---|
| พื้นที่ | 2,556.64 ตร.กม. | 2568 | 【จริง】 |
| อำเภอ / ตำบล | 16 / 209 | 2568 | 【จริง】 |
| ประชากรรวม | 822,639 คน | ส.ค. 2568 | 【จริง】 |
| สัดส่วนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป | ร้อยละ 22.8 (186,604 คน) | ม.ค. 2569 | 【จริง】 |
| จำนวนเด็กเกิดใหม่ | 5,223 คน ลดลงร้อยละ 20.1 ในห้าปี | 2567 | 【จริง】 |
| จำนวนการตาย | 7,464 คน สูงกว่าการเกิดทุกปีตลอดห้าปี | 2567 | 【จริง】 |
| ประชากรวัยเรียนอายุ 3–17 ปี | 121,232 คน คิดเป็นร้อยละ 14.8 | ม.ค. 2569 | 【จริง】 |
| ประชากรแฝงและแรงงานข้ามชาติ | 【รอข้อมูล】 | — | ต้องขอจากสำนักงานจัดหางานจังหวัด |

## 6.2 โครงสร้างเศรษฐกิจ

จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นฐานอุตสาหกรรมสำคัญของภาคกลาง มีโรงงานมากกว่า 2,134 แห่งใน 5 นิคมอุตสาหกรรม โดยแรงงานที่ทำงานในโรงงานมีจำนวนมากกว่า 300,000 คน กระจายอาศัยอยู่ทั่วจังหวัด 【จริง — ข้อมูลปี 2565 ต้องปรับปรุง】

ขณะเดียวกันจังหวัดมีอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลก พื้นที่ 1,810 ไร่ 【จริง】 เป็นฐานของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

**นัยต่อการศึกษา:** จังหวัดมีเส้นทางอาชีพสองสายที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง คือสายอุตสาหกรรมและสายบริการ/วัฒนธรรม ยุทธศาสตร์ควรออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ที่รองรับทั้งสองสาย ไม่ใช่มุ่งสายเดียว

## 6.3 ความเสี่ยงเชิงพื้นที่

พื้นที่ที่ระบุว่าประสบอุทกภัยซ้ำซาก ได้แก่ อำเภอผักไห่ เสนา และบางบาล 【จริง】 ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและมีระดับเศรษฐกิจต่ำกว่าพื้นที่เขตอุตสาหกรรม

**การตีความ:** ความเสี่ยงภัยพิบัติในจังหวัดนี้ **ทับซ้อนกับความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ** ทำให้เด็กในพื้นที่เดียวกันเผชิญความเสี่ยงสองชั้นพร้อมกัน คือความยากจนและการหยุดชะงักทางการศึกษาจากอุทกภัย

## 6.4 การจำแนกกลุ่มอำเภอเชิงยุทธศาสตร์ 【จริง — ยืนยันด้วยอัตราการเติบโตประชากร 5 ปี】

| กลุ่ม | ลักษณะ | อำเภอ | อัตราการเติบโตประชากร 2567 | โจทย์การศึกษาที่ยืนยันด้วยข้อมูล |
|---|---|---|---|---|
| **ก. เขตเมืองและมรดกโลก** | หนาแน่น ท่องเที่ยว | พระนครศรีอยุธยา | −0.20% | นักเรียนต่อห้องเรียน 28 : 1 สูงสุดในจังหวัด · ผู้เรียนเอกชนร้อยละ 26.6 · การออกกลางคันจากการอพยพ 22 คน สูงสุดในจังหวัด |
| **ข. เขตอุตสาหกรรม** | นิคมอุตสาหกรรม แรงงานเคลื่อนย้าย | บางปะอิน **+1.15%** · วังน้อย **+1.29%** · อุทัย **+0.69%** · นครหลวง −0.22% | **เพียงสามอำเภอในจังหวัดที่ประชากรเพิ่มขึ้น** | บุตรแรงงานเคลื่อนย้าย · การออกกลางคันจากการอพยพ บางปะอิน 11 คน วังน้อย 10 คน · ผู้เรียนเอกชนบางปะอินร้อยละ 31.2 สูงสุดในจังหวัด |
| **ค. เขตเกษตรและเสี่ยงอุทกภัย** | เกษตรกรรม น้ำท่วมซ้ำซาก | ผักไห่ **−0.95%** · เสนา −0.60% · บางไทร −0.47% · บางบาล −0.42% | **หดตัวเร็วที่สุด** | ความเดือดร้อนอันดับหนึ่งของบางบาลคือน้ำท่วมร้อยละ 35.9 และผักไห่อันดับสองร้อยละ 26.1 · นักเรียนต่อห้องเรียนบางบาล 11 : 1 |
| **ง. เขตกึ่งเมืองกึ่งชนบท** | ผสม | ท่าเรือ −0.57% · ภาชี −0.05% · ลาดบัวหลวง −0.01% · บางปะหัน −0.26% | ทรงตัวถึงลดเล็กน้อย | ท่าเรือมีโรงเรียนเอกชนเพียง 3 แห่งแต่รับผู้เรียนร้อยละ 26.9 · ภาชีมีความเดือดร้อนเรื่องยาเสพติดร้อยละ 22.8 |
| **จ. อำเภอขนาดเล็กที่หดตัวเร็ว** ⬅ กลุ่มใหม่ | ประชากรต่ำกว่า 25,000 คน หดตัวเกินร้อยละ 0.5 ต่อปี | บ้านแพรก **−0.86%** · บางซ้าย −0.66% · มหาราช −0.55% | หดตัวเร็ว | **นักเรียนต่อห้องเรียนเพียง 11–12 : 1 และนักเรียนต่อครู 9–12 : 1** · ไม่มีโรงเรียนเอกชนเลยทั้งสามอำเภอ · มหาราชมีนักเรียนทั้งอำเภอ 1,273 คน บ้านแพรก 708 คน |

**เหตุผลของการเพิ่มกลุ่มที่ 5** ในฉบับก่อนหน้า สามอำเภอนี้ถูกจัดรวมในกลุ่มกึ่งเมืองกึ่งชนบท แต่ข้อมูลจริงแสดงว่าลักษณะต่างกันชัดเจน คือหดตัวเร็วกว่า มีขนาดสถานศึกษาเล็กกว่ามาก และไม่มีทางเลือกภาคเอกชนเลย **กลุ่มนี้ต้องการมาตรการบริหารทรัพยากรร่วม ไม่ใช่มาตรการคุณภาพทั่วไป**

⚠️ **ประเด็นที่ต้องเห็นให้ชัดและยืนยันด้วยข้อมูลแล้ว** ความเสี่ยงภัยพิบัติทับซ้อนกับความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ พื้นที่ที่ระบุว่าท่วมซ้ำซากคืออำเภอผักไห่ เสนา บางบาล ซึ่งเป็นสามอำเภอที่ประชากรหดตัวเร็วที่สุดกลุ่มหนึ่งของจังหวัด และเป็นอำเภอที่ประชาชนระบุว่าน้ำท่วมเป็นความเดือดร้อนอันดับต้น เด็กในพื้นที่เหล่านี้จึงเผชิญความเสี่ยงสองชั้นพร้อมกัน

---

# ส่วนที่ 7: สถานการณ์และผลการดำเนินงานด้านการศึกษา

## 7.1 ภาพรวมเชิงปริมาณ 【จริง】

| ตัวชี้วัด | ปีการศึกษา 2566 | ปีการศึกษา 2567 | เปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|
| โรงเรียน | 428 แห่ง | 426 แห่ง | −2 (−0.5%) |
| ห้องเรียน | 5,641 ห้อง | 5,610 ห้อง | −31 (−0.5%) |
| ครู | 7,862 คน | 7,358 คน | −504 (−6.4%) |
| นักเรียนรวม | 120,206 คน | 115,123 คน | **−5,083 (−4.2%)** |
| นักเรียนชาย | 60,893 คน | 58,042 คน | −2,851 (−4.7%) |
| นักเรียนหญิง | 59,313 คน | 57,081 คน | −2,232 (−3.8%) |
| สถาบันอาชีวศึกษา | 14 แห่ง | 14 แห่ง | คงที่ |
| สถาบันอุดมศึกษา | 6 แห่ง | 6 แห่ง | คงที่ |

**อัตราส่วนที่คำนวณ** (สูตร: จำนวนนักเรียน ÷ จำนวนครู เป็นต้น)

| อัตราส่วน | 2566 | 2567 | ทิศทาง |
|---|---|---|---|
| นักเรียนต่อครู | 15.3 : 1 | 15.6 : 1 | เพิ่มขึ้น |
| นักเรียนเฉลี่ยต่อโรงเรียน | 280.9 | 270.2 | ลดลง |
| นักเรียนเฉลี่ยต่อห้องเรียน | 21.3 | 20.5 | ลดลง |

**ข้อจำกัดที่ต้องระบุทุกครั้งที่อ้างตารางนี้:** ข้อมูลมีเพียง 2 ปี ไม่ทราบขอบเขตสังกัดที่ครอบคลุม ไม่มีการจำแนกรายอำเภอ และการลดลงของครูร้อยละ 6.4 ในปีเดียวเป็นตัวเลขผิดปกติที่อาจเกิดจากการเปลี่ยนนิยามการจัดเก็บ ต้องตรวจสอบก่อนตีความ

## 7.1.1 ภาพรวมรายสังกัด จากข้อมูลของ ศธจ. เอง 【จริง】

ข้อมูล ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2568 จากแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ตารางที่ 7

| สังกัด | สถานศึกษา | นักเรียน/นักศึกษา | ห้องเรียน | ผู้บริหารและครู |
|---|---|---|---|---|
| สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 | 176 | 32,521 | 1,834 | 2,197 |
| สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 2 | 156 | 20,329 | 1,633 | 1,671 |
| สพม.พระนครศรีอยุธยา | 29 | 26,762 | 789 | 1,532 |
| ศูนย์การเรียนรู้ปัญญาภิวัฒน์ | 1 | 276 | 8 | 6 |
| ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด | 1 | 541 | — | 85 |
| **สช. (โรงเรียนเอกชน)** | **35** | **20,863** | **735** | **1,385** |
| สกร.จังหวัด | 16 | 11,603 | — | 266 |
| อาชีวศึกษาของรัฐ | 9 | 7,244 | 344 | 459 |
| **อาชีวศึกษาของเอกชน** | **5** | **3,779** | **150** | **150** |
| โรงเรียนสาธิต ม.ราชภัฏฯ | 3 | 1,457 | 38 | 87 |
| สถาบันอุดมศึกษา | 3 | 6,774 | 498 | 581 |
| สถานศึกษาสังกัด อปท. | 28 | 9,650 | 448 | 621 |
| ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัด อปท. | 273 | 6,389 | — | — |
| โรงเรียนพระปริยัติธรรม (สายสามัญ) | 2 | 185 | 14 | 32 |
| **รวมทั้งสิ้น** | **737** | **148,373** | **6,491** | **9,072** |

**หมายเหตุเรื่องขอบเขต** ตัวเลข 148,373 คน ของ ศธจ. ต่างจาก 115,123 คน ของสำนักงานสถิติจังหวัด เพราะ ศธจ. รวมศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 273 แห่ง สถาบันอุดมศึกษา อาชีวศึกษา และ สกร. ซึ่งสถิติจังหวัดไม่นับเป็นโรงเรียน **ไม่ใช่ความขัดแย้งของข้อมูล แต่เป็นความต่างของนิยาม**

## 7.1.2 สถานการณ์การศึกษาเอกชนของจังหวัด 【จริง】

### ขนาดของภาคเอกชน

| ตัวชี้วัด | ค่า | วิธีคำนวณ |
|---|---|---|
| สถานศึกษาเอกชนรวม | 40 แห่ง | สช. 35 + อาชีวศึกษาเอกชน 5 |
| ผู้เรียนในสถานศึกษาเอกชน | 24,642 คน | 20,863 + 3,779 |
| ครูและผู้บริหารในสถานศึกษาเอกชน | 1,535 คน | 1,385 + 150 |
| สัดส่วนต่อสถานศึกษาทั้งจังหวัด | ร้อยละ 5.4 | 40 ÷ 737 |
| **สัดส่วนต่อผู้เรียนทั้งจังหวัด** | **ร้อยละ 16.6** | 24,642 ÷ 148,373 |
| ผู้เรียนเฉลี่ยต่อสถานศึกษาเอกชน | **616 คน** | 24,642 ÷ 40 |
| ผู้เรียนเฉลี่ยต่อสถานศึกษาทั้งจังหวัด | 201 คน | 148,373 ÷ 737 |

### แนวโน้มสองปี

| รายการ | ฉบับทบทวน 2568 | ณ 10 มิ.ย. 2568 | เปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|
| สช. — สถานศึกษา | 35 | 35 | คงที่ |
| **สช. — นักเรียน** | 23,016 | 20,863 | **−2,153 (−9.4%)** |
| อาชีวศึกษาเอกชน — นักเรียน | 3,796 | 3,779 | −17 (−0.4%) |
| **รวมภาคเอกชน — ผู้เรียน** | **26,812** | **24,642** | **−2,170 (−8.1%)** |
| **รวมทั้งจังหวัด — ผู้เรียน** | **154,373** | **148,373** | **−6,000 (−3.9%)** |
| สัดส่วนผู้เรียนเอกชน | 17.4% | 16.6% | −0.8 จุด |

**ข้อค้นพบ** ภาคเอกชนหดตัวเร็วกว่าค่าเฉลี่ยจังหวัดกว่าสองเท่า โดยเป็นต้นทางของการลดลงถึงร้อยละ 36.2 ของการลดลงทั้งจังหวัด (2,170 ÷ 6,000) ทั้งที่มีผู้เรียนเพียงร้อยละ 16.6

**ผลต่อยุทธศาสตร์** สถานศึกษาเอกชนมีขนาดเฉลี่ย 616 คนต่อแห่ง หากแห่งใดเลิกกิจการโดยไม่มีการเตรียมการ ผู้เรียนราว 600 คนจะต้องหาสถานศึกษาใหม่พร้อมกัน ซึ่งเทียบเท่ากับโรงเรียนสังกัด สพป. เขต 1 ประมาณ 3 แห่งรวมกัน นี่คือฐานเชิงปริมาณของความเสี่ยง R9 และกลยุทธ์ 5.3

### ศักยภาพของ ศธจ. ในภารกิจนี้

| รายการ | ค่า |
|---|---|
| บุคลากรกลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชน | 4 คน จากทั้งสำนักงาน 44 คน |
| สถานศึกษาที่ดูแลต่อคน | 10 แห่ง |
| ผู้เรียนที่รับผิดชอบต่อคน | 6,161 คน |
| งบประมาณจาก สช. ปีงบประมาณ 2569 | 261,220 บาท |
| งบต่อผู้เรียนเอกชน 1 คนต่อปี | 10.60 บาท |

⚠️ **ตัวเลขที่ห้ามนำไปใช้ก่อนตรวจสอบนิยาม** จำนวนครูโรงเรียนเอกชนลดจาก 2,113 เหลือ 1,385 คน (−34.5%) ขณะที่นักเรียนลดเพียงร้อยละ 9.4 และห้องเรียนอาชีวศึกษาเอกชนลดจาก 480 เหลือ 150 ห้องขณะที่นักเรียนแทบไม่เปลี่ยน ทั้งสองรายการน่าจะเกิดจากการเปลี่ยนนิยามการจัดเก็บมากกว่าการเปลี่ยนแปลงจริง

## 7.2 ข้อมูลที่จำเป็นแต่ยังไม่มี

| ด้าน | ข้อมูลที่ขาด | ผลกระทบ |
|---|---|---|
| โอกาส | เด็กนอกระบบรายอำเภอ อายุ สาเหตุ | ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 ไม่มีค่าฐาน |
| คุณภาพ | RT NT O-NET ย้อนหลัง 5 ปี รายโรงเรียน | ประเด็นที่ 2 ไม่มีค่าฐาน |
| ความเสมอภาค | นักเรียนยากจนพิเศษ เด็กพิการเรียนรวม เด็กไร้สัญชาติ | ไม่สามารถวิเคราะห์กลุ่มเปราะบาง |
| กำลังคน | ภาวะการมีงานทำของผู้จบอาชีวศึกษา | ประเด็นที่ 4 ไม่มีค่าฐาน |
| ทรัพยากร | โรงเรียนขนาดเล็กรายอำเภอ งบต่อหัว | ไม่สามารถวิเคราะห์ประสิทธิภาพ |

## 7.3 ข้อมูลการศึกษารายอำเภอ 【จริง】

ข้อมูลปีการศึกษา 2567 จากรายงานสถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2568 ตารางที่ 3.1 3.8 และ 3.10 **ส่วนนี้แทนที่ตารางสถานการณ์สมมติในฉบับก่อนหน้าทั้งหมด**

| อำเภอ | โรงเรียนรวม | โรงเรียนเอกชน | นักเรียนรวม | นักเรียนเอกชน | สัดส่วนเอกชน | นักเรียนต่อห้องเรียน | นักเรียนต่อครู |
|---|---:|---:|---:|---:|---:|---:|---:|
| พระนครศรีอยุธยา | 55 | 12 | 33,237 | 8,853 | 26.6% | **28 : 1** | 18 : 1 |
| ท่าเรือ | 29 | 3 | 7,007 | 1,883 | 26.9% | 15 : 1 | 17 : 1 |
| นครหลวง | 18 | 0 | 3,582 | 0 | 0.0% | 20 : 1 | 12 : 1 |
| บางไทร | 28 | 2 | 5,981 | 1,239 | 20.7% | 18 : 1 | 17 : 1 |
| บางบาล | 22 | 0 | 2,263 | 0 | 0.0% | **11 : 1** | 12 : 1 |
| บางปะอิน | 42 | 7 | 16,686 | 5,213 | **31.2%** | 24 : 1 | 17 : 1 |
| บางปะหัน | 27 | 0 | 3,912 | 0 | 0.0% | 15 : 1 | 13 : 1 |
| ผักไห่ | 23 | 2 | 3,564 | 645 | 18.1% | 16 : 1 | 12 : 1 |
| ภาชี | 19 | 1 | 4,279 | 405 | 9.5% | 21 : 1 | 15 : 1 |
| ลาดบัวหลวง | 26 | 0 | 4,250 | 0 | 0.0% | 16 : 1 | 11 : 1 |
| วังน้อย | 31 | 2 | 10,998 | 583 | 5.3% | 25 : 1 | 17 : 1 |
| เสนา | 40 | 4 | 10,209 | 2,974 | 29.1% | 21 : 1 | 16 : 1 |
| บางซ้าย | 17 | 0 | 2,047 | 0 | 0.0% | 12 : 1 | 12 : 1 |
| อุทัย | 29 | 1 | 5,127 | 131 | 2.6% | 18 : 1 | 15 : 1 |
| มหาราช | 12 | 0 | 1,273 | 0 | 0.0% | **11 : 1** | **9 : 1** |
| บ้านแพรก | 8 | 0 | 708 | 0 | 0.0% | **11 : 1** | 11 : 1 |
| **รวม** | **426** | **34** | **115,123** | **21,926** | **19.0%** | **21 : 1** | **16 : 1** |

**ข้อค้นพบที่หนึ่ง ช่องว่างขนาดสถานศึกษาระหว่างอำเภอกว้าง 2.5 เท่า** อัตราส่วนนักเรียนต่อห้องเรียนอยู่ระหว่าง 11 : 1 ถึง 28 : 1 ค่าเฉลี่ยจังหวัด 21 : 1 จึงปิดบังทั้งความแออัดในเขตเมืองและความเล็กเกินขนาดในเขตเกษตร **การใช้ค่าเฉลี่ยจังหวัดเป็นค่าฐานตัวชี้วัดจะทำให้มาตรการไม่ตอบโจทย์ทั้งสองกลุ่ม**

⚠️ **ข้อควรระวังในการตีความ** อัตราส่วนต่ำไม่ได้แปลว่าคุณภาพดี อำเภอมหาราชมีนักเรียน 9 คนต่อครู 1 คน ซึ่งในบริบทของโรงเรียนขนาดเล็กมักหมายถึงโรงเรียนที่มีครูไม่ครบทุกสาระวิชา ครูหนึ่งคนต้องสอนหลายวิชาและหลายชั้น จึงเป็นปัญหาคุณภาพ ไม่ใช่ข้อดี

**ข้อค้นพบที่สอง การศึกษาเอกชนกระจุกตัวสุดขั้ว** ผู้เรียนเอกชนในอำเภอพระนครศรีอยุธยาและบางปะอินรวมกัน 14,066 คน คิดเป็น **ร้อยละ 64.2** ของผู้เรียนเอกชนทั้งจังหวัด และมี **7 อำเภอที่ไม่มีโรงเรียนเอกชนเลยแม้แห่งเดียว** ได้แก่ นครหลวง บางบาล บางปะหัน ลาดบัวหลวง บางซ้าย มหาราช บ้านแพรก

**ผลต่อกลยุทธ์ 5.3** ข้อค้นพบนี้เปลี่ยนขอบเขตของกลยุทธ์ จากบัญชีรายตำบลครอบคลุมทั้ง 16 อำเภอ เป็น **เฉพาะ 9 อำเภอที่มีสถานศึกษาเอกชน โดยจัดลำดับความสำคัญตามอัตราส่วนผู้เรียนต่อจำนวนสถานศึกษาในอำเภอ ไม่ใช่ตามจำนวนสถานศึกษา** เพราะอำเภอท่าเรือที่มีเพียง 3 แห่งแต่รับผู้เรียนร้อยละ 26.9 มีความเสี่ยงต่อการปิดกิจการหนึ่งแห่งสูงกว่าอำเภอที่มีหลายแห่ง

## 7.4 อนุกรมเวลา 5 ปี 【จริง】

จากรายงานสถิติจังหวัด ตารางที่ 7.4

| ปี | 2563 | 2564 | 2565 | 2566 | 2567 | เปลี่ยนแปลงรวม |
|---|---:|---:|---:|---:|---:|---:|
| **นักเรียนรวม** | 123,115 | 120,751 | 120,626 | 120,206 | 115,123 | **−6.5%** |
| ก่อนประถมศึกษา | 21,291 | 20,085 | 19,688 | 20,029 | 18,672 | **−12.3%** |
| ประถมศึกษา | 60,858 | 59,841 | 59,357 | 58,548 | 55,134 | **−9.4%** |
| มัธยมศึกษาตอนต้น | 27,886 | 27,885 | 27,966 | 27,801 | 26,870 | −3.6% |
| **มัธยมศึกษาตอนปลาย** | 13,080 | 12,940 | 13,615 | 13,828 | 14,447 | **+10.5%** |
| ครู | 7,259 | 6,820 | 6,948 | 7,862 | 7,358 | +1.4% ⚠️ |

**ข้อค้นพบที่สาม การหดตัวไม่เท่ากันทุกระดับ และมัธยมปลายสวนทาง** การหดตัวรุนแรงที่สุดในระดับก่อนประถมและประถม ซึ่งเป็นระดับที่รับผลจากอัตราการเกิดที่ลดลงก่อน ส่วนมัธยมปลายยังไม่รับผลเลย เพราะเด็กที่เรียนอยู่เกิดเมื่อ 15–18 ปีก่อน ซึ่งเป็นรุ่นที่ใหญ่กว่า และการเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.5 ในช่วงที่ประชากรวัยนั้นไม่ได้เพิ่ม ตีความได้ว่าสัดส่วนของเยาวชนที่เรียนต่อมัธยมปลายเพิ่มขึ้นจริง ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวก **แต่ยังอธิบายได้ด้วยเหตุอื่น เช่น การย้ายเข้ามาเรียนจากจังหวัดข้างเคียง จึงยังไม่สรุปเป็นข้อยุติ**

**ผลต่อการวางแผนทรัพยากร** ต้องแยกตามระดับ ไม่ใช่ปรับลดทั้งระบบเท่ากัน เพราะแรงกดจะเดินทางจากระดับล่างขึ้นบนตามเวลา ระดับประถมต้องวางแผนบริหารทรัพยากรร่วมทันที ขณะที่ระดับมัธยมปลายยังมีเวลาอีก 5–8 ปี

⚠️ **ตัวเลขครูยังยืนยันปัญหาคุณภาพข้อมูล** จำนวนครูเคลื่อนไหวแบบลดลง แล้วเพิ่มขึ้น 914 คนในปีเดียว แล้วลดลงอีก 504 คน ซึ่งไม่สอดคล้องกับจำนวนนักเรียนที่ลดลงต่อเนื่อง **ห้ามใช้ตัวเลขครูเป็นค่าฐานตัวชี้วัดจนกว่าจะตรวจสอบนิยามเสร็จ**

## 7.5 การออกกลางคันและสาเหตุ 【จริง】 พร้อมความขัดแย้งที่ต้องหาข้อยุติ

### อนุกรมเวลา 10 ปี จากตารางที่ 3.11

| ปีการศึกษา | 2558 | 2559 | 2560 | 2561 | 2562 | 2563 | 2564 | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---:|---:|---:|---:|---:|---:|---:|---:|---:|---:|
| จำนวน (คน) | 37 | 37 | 68 | 91 | 96 | 183 | 157 | **240** | 154 | **110** |

### ⚠️ ความขัดแย้งของข้อมูลที่ร้ายแรงที่สุดที่พบในโครงการนี้

| แหล่ง | ตัวเลข |
|---|---|
| แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดฉบับทบทวน 2568 ตัวชี้วัด ปย.1 (ค่าฐาน) | **1,181 คน** |
| รายงานสถิติจังหวัด พ.ศ. 2568 ตารางที่ 3.11 (ปีการศึกษา 2567) | **110 คน** |
| ส่วนต่าง | **10.7 เท่า** |

ไม่มีปีใดในสิบปีที่ใกล้เคียง 1,181 คน ปีที่สูงที่สุดคือ 2565 ที่ 240 คน ซึ่งยังต่ำกว่าค่าฐานในแผนถึง 5 เท่า

**ผลกระทบร้ายแรง** แผนฉบับเดิมกำหนดค่าฐาน 1,181 คน และเป้าหมายปี 2570 ที่ 800 คน หากค่าฐานที่ถูกต้องคือ 110 คน แปลว่าแผนตั้งเป้าให้ตัวเลขเพิ่มขึ้นเกือบ 8 เท่า

**สมมติฐานสามข้อที่อธิบายได้** นิยามต่างกันระหว่าง "ออกกลางคัน" กับ "เด็กนอกระบบ" · ครอบคลุมช่วงวัยต่างกัน · เป็นตัวเลขสะสมหลายปี

**สิ่งที่ต้องทำก่อนใช้ตัวชี้วัดนี้** ขอคำนิยามและวิธีนับจากทั้งสองแหล่ง หากเป็นสองนิยามที่ต่างกันจริง ต้องแยกเป็นสองตัวชี้วัดพร้อมค่าฐานของแต่ละตัว **ห้ามใช้ค่าฐานใดค่าหนึ่งโดยไม่อธิบายความขัดแย้งนี้ในเอกสาร** 【ต้องวินิจฉัย】

### สาเหตุการออกกลางคันปีการศึกษา 2567 จากตารางที่ 3.12

| สาเหตุ | จำนวน (คน) | สัดส่วน |
|---|---:|---:|
| **อพยพตามครอบครัว** | **77** | **ร้อยละ 70.0** |
| มีปัญหาครอบครัว | 13 | ร้อยละ 11.8 |
| มีปัญหาการปรับตัว | 10 | ร้อยละ 9.1 |
| กรณีอื่น ๆ | 6 | ร้อยละ 5.5 |
| ฐานะยากจน | 2 | ร้อยละ 1.8 |
| หาเลี้ยงครอบครัว | 2 | ร้อยละ 1.8 |

**ข้อค้นพบที่สี่ และสำคัญที่สุดต่อการออกแบบกลยุทธ์** สาเหตุอันดับหนึ่งคือการอพยพตามครอบครัวถึงร้อยละ 70 ขณะที่ฐานะยากจนซึ่งมักถูกสันนิษฐานว่าเป็นสาเหตุหลัก มีเพียงร้อยละ 1.8 และรายอำเภอพบว่าการออกกลางคันจากการอพยพสูงสุดในอำเภอพระนครศรีอยุธยา 22 คน บางปะอิน 11 คน วังน้อย 10 คน **ซึ่งเป็นเขตเมืองและเขตอุตสาหกรรมทั้งสามอำเภอ**

**ผลต่อยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนมาก** มาตรการหลักของประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 ต้องเป็น **ระบบส่งต่อข้อมูลผู้เรียนข้ามสถานศึกษาและข้ามจังหวัด** ไม่ใช่มาตรการช่วยเหลือด้านการเงินเป็นหลัก เพราะสาเหตุอันดับหนึ่งไม่ใช่ความยากจน แต่เป็นการเคลื่อนย้ายที่ระบบตามไม่ทัน

## 7.6 การคาดการณ์ประชากรวัยเรียนจากรุ่นที่เกิดแล้ว 【จริง】

ใช้ข้อมูลประชากรรายอายุปีเดียว ณ มกราคม 2569 จากกรมการปกครอง **โดยไม่ต้องสร้างตัวเลขใดขึ้นใหม่ เพราะเด็กทุกคนที่จะอยู่ในวัยเรียนถึงปี 2575 เกิดและมีชื่อในทะเบียนราษฎรแล้ว**

| ปี | 3–5 ปี ปฐมวัย | 6–11 ปี ประถม | 12–14 ปี ม.ต้น | 6–14 ปี ภาคบังคับ | 15–17 ปี ม.ปลาย |
|---|---:|---:|---:|---:|---:|
| 2569 (ฐาน) | 18,836 | 46,619 | 27,689 | **74,308** | 28,088 |
| 2571 | 17,178 | 42,875 | 25,436 | 68,311 | 28,029 |
| 2573 | — | 39,399 | 23,432 | 62,831 | 26,894 |
| 2575 | — | 34,774 | 22,266 | **57,040** | 24,353 |
| **เปลี่ยนแปลง** | — | **−25.4%** | **−19.6%** | **−23.2%** | **−13.3%** |

**สมมติฐานสามข้อที่ต้องเป็นจริง** การย้ายถิ่นสุทธิใกล้ศูนย์ · อัตราการตายในวัยเด็กต่ำมาก · ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเขตการปกครอง

⚠️ **จุดอ่อนที่ต้องระบุ** ปี 2567 จังหวัดมีผู้ย้ายเข้าสุทธิ 2,423 คน ซึ่งไม่ใช่ศูนย์ การคาดการณ์นี้จึงเป็น **ขอบล่าง** ในอำเภอเขตอุตสาหกรรมที่มีการย้ายเข้ามาก และเป็น **ขอบบน** ในอำเภอเกษตรที่มีการย้ายออก ส่วนช่องปฐมวัยตั้งแต่ปี 2573 ว่างเพราะเด็กยังไม่เกิด **ห้ามประมาณค่า**

## 7.7 การประมาณขนาดของกลุ่มที่ไม่อยู่ในระบบ

| ตัวชี้วัด | ค่าฐาน (ร้อยละ) | ประชากรฐาน ม.ค. 2569 | ประมาณจำนวนที่ไม่อยู่ในระบบ |
|---|---:|---:|---:|
| ประชากรอายุ 3–5 ปี เข้าเรียนปฐมวัย | 88.02 | 18,836 | ประมาณ **2,257 คน** |
| ประชากรอายุ 6–14 ปี เข้าเรียนภาคบังคับ | 84.00 | 74,308 | ประมาณ **11,889 คน** |
| ประชากรอายุ 15–17 ปี เข้าเรียน ม.ปลายและเทียบเท่า | 51.17 | 28,088 | ประมาณ **6,600–13,700 คน** ⚠️ |

⚠️ **ความขัดแย้งของนิยามที่ต้องระบุก่อนใช้ตัวเลขนี้** แผนพัฒนาจังหวัด ฉบับทบทวน 2570 ตารางที่ 2.1 ระบุอัตราการเข้าเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายและอาชีวศึกษาไว้ที่ **ร้อยละ 76.39** (ปี 2565) ขณะที่แผน ศธจ. ระบุ **ร้อยละ 51.17** **ต่างกัน 25.22 จุด** ทำให้จำนวนเยาวชนที่ไม่อยู่ในระบบอยู่ในช่วง **6,631 ถึง 13,715 คน** ขึ้นกับว่าใช้ค่าใด สาเหตุน่าจะเกิดจากตัวส่วนที่ต่างกัน คือผู้จบ ม.3 ที่เรียนต่อ เทียบกับประชากรอายุ 15–17 ปีทั้งหมด **ต้องขอนิยามจากทั้งสองแหล่งก่อนกำหนดค่าเป้าหมาย** 【ต้องวินิจฉัย】

⚠️ **ข้อจำกัดที่ต้องระบุทุกครั้งที่อ้าง** ค่าฐานร้อยละมาจากแผนฉบับทบทวน 2568 ซึ่งคำนวณจากประชากรฐานของปีนั้น ไม่ใช่ประชากร ณ มกราคม 2569 การคูณข้ามปีเช่นนี้ให้ผลเป็น **การประมาณขนาดของปัญหา ไม่ใช่ค่าฐานตัวชี้วัด**

**ข้อค้นพบที่ห้า และมีนัยต่อการจัดลำดับความสำคัญของประเด็นยุทธศาสตร์** เยาวชนอายุ 15–17 ปีราว 6,600–13,700 คนที่ไม่อยู่ในระบบมัธยมปลายหรือเทียบเท่า มีจำนวนใกล้เคียงกับผู้เรียนมัธยมปลายทั้งจังหวัดที่มี 14,447 คน หมายความว่าเยาวชนกลุ่มนี้เกือบครึ่งหนึ่งอยู่นอกระบบ **ซึ่งเป็นช่องว่างที่ใหญ่กว่าปัญหาการออกกลางคัน 110 คน ถึงกว่าร้อยเท่า**

**ผลต่อยุทธศาสตร์** ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 เรื่องเส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ควรถูกยกระดับความสำคัญขึ้น เพราะกลุ่มเป้าหมายมีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาปัญหาทั้งหมดที่วัดได้ และ สกร. ซึ่งมีผู้เรียน 11,603 คนอยู่แล้ว เป็นกลไกที่ใกล้เคียงกับขนาดของปัญหานี้มากที่สุด 【ต้องให้ผู้ว่าจ้างตัดสินใจ】

---

## 7.8 ข้อมูลอุปสงค์กำลังคนของจังหวัด 【จริง】

จากรายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายปี 2568 และไตรมาส 2 ปี 2569 โดยข้อมูลต้นทางคือสำนักงานจัดหางานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา **ส่วนนี้ปิดช่องว่างข้อมูลที่ทำให้ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 เคยมีลูกโซ่ขาดตอน**

### 7.8.1 อุปสงค์และอุปทานแรงงานจำแนกตามวุฒิการศึกษา ปี 2568

| วุฒิการศึกษา | ตำแหน่งงานว่าง (อัตรา) | ผู้ลงทะเบียนสมัครงาน (คน) | บรรจุงาน (คน) | ตำแหน่งต่อผู้สมัคร 1 คน | อัตราการบรรจุต่อตำแหน่งว่าง |
|---|---:|---:|---:|---:|---:|
| ประถมศึกษาและต่ำกว่า | 787 | 345 | 252 | 2.28 | 32.0% |
| **มัธยมศึกษา** | 6,763 | 7,162 | 6,398 | **0.94** | 94.6% |
| **ปวช.** | 2,805 | 1,391 | 1,161 | **2.02** | 41.4% |
| **ปวส.** | 2,522 | 1,176 | 919 | **2.14** | 36.4% |
| อนุปริญญา | 1,113 | 44 | 35 | 25.30 ⚠️ | 3.1% |
| ปริญญาตรี | 1,291 | 1,181 | 710 | 1.09 | 55.0% |
| ปริญญาโท | 90 | 11 | 2 | 8.18 ⚠️ | 2.2% |
| **รวมปี 2568** | **15,371** | **11,310** | **9,477** | **1.36** | **61.7%** |
| รวมปี 2567 | 15,317 | 11,873 | 9,955 | 1.29 | 65.0% |

**ข้อค้นพบที่หก และเป็นหลักฐานชิ้นแรกของโครงการที่ยืนยันปัญหาความไม่สอดคล้องของกำลังคน**

| กลุ่ม | ตำแหน่งงานว่าง | ผู้สมัคร | ตำแหน่งต่อผู้สมัคร |
|---|---:|---:|---:|
| **สายอาชีวศึกษา (ปวช. + ปวส.)** | **5,327** | **2,567** | **2.08** |
| สายมัธยมศึกษาสามัญ | 6,763 | 7,162 | 0.94 |

ในจังหวัดที่มีนิคมอุตสาหกรรม 5 แห่งและโรงงานมากกว่า 2,000 แห่ง ตลาดแรงงานต้องการผู้จบสายอาชีวศึกษามากกว่าที่มีผู้มาสมัครถึงสองเท่า ขณะที่ผู้จบมัธยมศึกษาสามัญต้องแข่งขันกันเองในตำแหน่งที่มีน้อยกว่าจำนวนผู้สมัคร และในปี 2568 **มีตำแหน่งงานว่าง 5,894 อัตราที่หาคนไม่ได้**

⚠️ **ตัวเลขที่ต้องตั้งคำถามก่อนใช้** วุฒิอนุปริญญามีตำแหน่งงานว่าง 1,113 อัตราแต่มีผู้สมัครเพียง 44 คน คิดเป็น 25.3 เท่า และวุฒิปริญญาโทมี 90 ตำแหน่งแต่บรรจุได้ 2 คน **ทั้งสองรายการไม่สมเหตุสมผลในทางปฏิบัติ ต้องสอบถามสำนักงานจัดหางานจังหวัดก่อนนำไปใช้** 【ต้องวินิจฉัย】

### 7.8.2 ความต้องการจำแนกตามประเภทอาชีพ ปี 2568

| ประเภทอาชีพ | ตำแหน่งงานว่าง | สัดส่วน | บรรจุงาน | อัตราการบรรจุ |
|---|---:|---:|---:|---:|
| **อาชีพขั้นพื้นฐาน** | **8,069** | **52.5%** | 4,594 | 56.9% |
| **ช่างเทคนิคและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง** | **5,229** | **34.0%** | 3,872 | **74.1%** |
| เสมียน เจ้าหน้าที่ | 956 | 6.2% | 547 | 57.2% |
| ผู้ประกอบวิชาชีพด้านต่าง ๆ | 309 | 2.0% | 92 | 29.8% |
| ผู้ปฏิบัติงานโดยใช้ฝีมือในธุรกิจต่าง ๆ | 297 | 1.9% | 173 | 58.2% |
| พนักงานบริการและพนักงานขาย | 275 | 1.8% | 121 | 44.0% |
| ผู้ปฏิบัติงานในโรงงานและผู้ควบคุมเครื่องจักร | 220 | 1.4% | 72 | 32.7% |
| **รวม** | **15,371** | **100%** | **9,477** | **61.7%** |

**การตีความ** ตลาดแรงงานของจังหวัดต้องการกำลังคนสองขั้ว คืออาชีพขั้นพื้นฐานร้อยละ 52.5 และช่างเทคนิคร้อยละ 34.0 รวมกันเป็นร้อยละ 86.5 ของตำแหน่งงานว่างทั้งหมด **กลุ่มช่างเทคนิคมีอัตราการบรรจุสูงที่สุดคือร้อยละ 74.1 ซึ่งแสดงว่าเมื่อมีผู้สมัครที่คุณสมบัติตรง ก็ได้งานจริง** และเป็นกลุ่มที่ระบบอาชีวศึกษาของจังหวัดผลิตได้โดยตรง ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 จึงควรมุ่งที่กลุ่มนี้เป็นหลัก

### 7.8.3 ความต้องการจำแนกตามอุตสาหกรรม ไตรมาส 2 ปี 2569

| ประเภทอุตสาหกรรม | ตำแหน่งงานว่าง | สัดส่วน | บรรจุงาน |
|---|---:|---:|---:|
| **การผลิต** | **2,300** | **72.2%** | 1,826 |
| การขายส่ง ขายปลีก ซ่อมแซมยานยนต์ | 312 | 9.8% | 154 |
| การก่อสร้าง | 165 | 5.2% | 140 |
| การขนส่งและคมนาคม | 118 | 3.7% | 85 |
| **การศึกษา** | 105 | 3.3% | 70 |
| บริการชุมชนและบริการส่วนบุคคล | 92 | 2.9% | 17 |
| อสังหาริมทรัพย์และกิจกรรมทางธุรกิจ | 55 | 1.7% | 4 |
| สื่อกลางทางการเงิน | 35 | 1.1% | 28 |
| **โรงแรมและภัตตาคาร** | **3** | 0.1% | 3 |
| **รวม** | **3,185** | **100%** | **2,327** |

⚠️ **ข้อจำกัดที่สำคัญต่อกลยุทธ์ 4.3** ภาคโรงแรมและภัตตาคารมีตำแหน่งงานว่างเพียง 3 อัตรา ในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลก ตัวเลขนี้ต่ำผิดปกติ คำอธิบายที่เป็นไปได้คือธุรกิจท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นรายย่อยที่ไม่แจ้งตำแหน่งงานว่างผ่านสำนักงานจัดหางาน **หมายความว่าข้อมูลชุดนี้ไม่ครอบคลุมภาคเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยว จึงยังไม่มีข้อมูลรองรับกลยุทธ์ 4.3 เรื่องเส้นทางอาชีพสายมรดกโลก** ต้องหาแหล่งข้อมูลอื่น

### 7.8.4 📌 ข้อค้นพบที่เจ็ด เยาวชนอายุ 15–17 ปี หายไปจากทั้งสองระบบ

| ช่วงอายุ (ปี) | ปี 2568 ตำแหน่งว่าง | ปี 2568 ผู้สมัคร | ปี 2568 บรรจุงาน | ไตรมาส 2/2569 ตำแหน่งว่าง | ไตรมาส 2/2569 ผู้สมัคร |
|---|---:|---:|---:|---:|---:|
| **15 – 17** | **0** | **0** | **0** | **0** | **0** |
| 18 – 24 | 3,749 | 1,295 | 1,026 | 813 | 373 |
| 25 – 29 | 3,871 | 2,525 | 2,070 | 823 | 535 |
| 30 – 39 | 4,273 | 5,246 | 4,539 | 772 | 1,027 |
| 40 – 49 | 3,273 | 1,946 | 1,620 | 758 | 831 |
| 50 – 59 | 192 | 281 | 210 | 19 | 58 |
| **รวม** | **15,371** | **11,310** | **9,477** | **3,185** | **2,824** |

เมื่อนำมาวางคู่กับข้อค้นพบในส่วนที่ 7.7 จะได้ภาพที่สมบูรณ์

| ระบบ | สถานะของเยาวชนอายุ 15–17 ปี |
|---|---|
| ระบบการศึกษา | อยู่ในระบบมัธยมปลายและเทียบเท่าร้อยละ 51.17 คือ **ไม่อยู่ในระบบประมาณ 6,600–13,700 คน** |
| ระบบจัดหางาน | ลงทะเบียนสมัครงาน **0 คน** ตลอดปี 2568 และตลอดไตรมาส 2 ปี 2569 |
| **ข้อสรุป** | **เยาวชนกลุ่มนี้ไม่ปรากฏในระบบใดเลย** |

**คำอธิบายที่เป็นไปได้สามทาง ซึ่งให้ผลต่อยุทธศาสตร์ต่างกันมาก**

**ทางที่หนึ่ง ข้อจำกัดทางกฎหมาย** กฎหมายคุ้มครองแรงงานจำกัดการจ้างงานผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี จึงไม่มีนายจ้างแจ้งตำแหน่งงานสำหรับช่วงอายุนี้ หากเป็นเช่นนี้ ตัวเลข 0 เป็นเรื่องปกติ

**ทางที่สอง เยาวชนกลุ่มนี้ทำงานอยู่จริงแต่อยู่นอกระบบ** คือทำงานในภาคเศรษฐกิจนอกระบบ ธุรกิจครอบครัว หรือรับจ้างรายวัน **หากเป็นเช่นนี้ เป็นปัญหาที่ร้ายแรงมาก** เพราะหมายถึงเยาวชนราว 6,600–13,700 คนออกจากระบบการศึกษาไปทำงานที่ไม่มีการคุ้มครอง ไม่มีการพัฒนาทักษะ และไม่มีเส้นทางกลับเข้าสู่การเรียนรู้

**ทางที่สาม เยาวชนกลุ่มนี้ไปเรียนหรือทำงานนอกจังหวัด** ซึ่งเป็นไปได้เพราะอยุธยาอยู่ใกล้กรุงเทพมหานคร

**สิ่งที่ต้องทำเพื่อชี้ขาด** ต้องมีข้อมูลว่าเยาวชนกลุ่มนี้ปัจจุบันทำอะไรอยู่ ซึ่ง **ไม่มีหน่วยงานใดถือข้อมูลนี้** จึงเป็นช่องว่างข้อมูลที่สำคัญที่สุดของโครงการในขณะนี้ 【รอข้อมูล】

📌 **ข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์** ควรบรรจุการสำรวจสถานะของเยาวชนอายุ 15–17 ปีที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษา เป็น **โครงการแรกของประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3** เพราะไม่มีทางออกแบบมาตรการที่ถูกต้องได้เลยหากยังไม่รู้ว่าเยาวชนกลุ่มนี้อยู่ที่ไหนและทำอะไร

---

## 7.9 ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาและดัชนีความก้าวหน้าของคน 【จริง】

### 7.9.1 ดัชนีความก้าวหน้าของคน มิติด้านการศึกษา — ค่าฐานระดับจังหวัด

จากแผนพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฉบับทบทวน 2570 ตารางที่ 2.1

| รายการ | หน่วย | 2562 | 2563 | 2564 | 2565 | อันดับประเทศ 2562 | **อันดับประเทศ 2565** |
|---|---|---:|---:|---:|---:|---:|---:|
| จำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป | ปี | 9.32 | 9.67 | 9.91 | **9.95** | 7 | **10** |
| การเข้าเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายและอาชีวศึกษา | ร้อยละ | 75.73 | 77.39 | 76.67 | **76.39** | 35 | **52** |
| เด็กอายุ 0–5 ปีที่มีพัฒนาการสมวัย | ร้อยละ | 97.80 | 83.79 | 76.15 | **82.36** | 29 | **56** |
| คะแนนเฉลี่ยการทดสอบ O-NET ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย | ร้อยละ | 30.91 | 32.79 | 31.96 | **28.84** | 41 | **57** |

📌 **ข้อค้นพบที่แปด ตัวชี้วัดด้านการศึกษาของจังหวัดตกอันดับประเทศทุกรายการ** ปีการศึกษาเฉลี่ยตก 3 อันดับ · การเข้าเรียนมัธยมปลายตก 17 อันดับ · พัฒนาการเด็กปฐมวัยตก 27 อันดับ · คะแนน O-NET ตก 16 อันดับ โดยตก 21 อันดับในปีเดียวจากอันดับ 36 เป็น 57

**การตีความที่สำคัญที่สุด** ค่าตัวเลขของปีการศึกษาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นทุกปีจาก 9.32 เป็น 9.95 ปี **แต่อันดับกลับตกลง** หมายความว่าจังหวัดพัฒนาช้ากว่าจังหวัดอื่น ไม่ใช่ถอยหลัง **นี่คือเหตุผลที่ยุทธศาสตร์ต้องมีตัวชี้วัดเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่ตัวชี้วัดเชิงสัมบูรณ์อย่างเดียว**

**ข้อค้นพบที่น่ากังวลที่สุด** พัฒนาการสมวัยของเด็กอายุ 0–5 ปี ลดจากร้อยละ 97.80 เหลือ 82.36 และตกอันดับ 27 อันดับ **ซึ่งเป็นต้นน้ำที่สุดของระบบการศึกษา และเป็นกลุ่มที่ยุทธศาสตร์ฉบับนี้ยังไม่มีมาตรการเจาะจง** ควรพิจารณาเพิ่มมาตรการด้านปฐมวัยในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 【ต้องให้ผู้ว่าจ้างตัดสินใจ】

### 7.9.2 ผลการทดสอบ O-NET ระดับเขตพื้นที่

ข้อมูลจากระบบ BIGDATA ของ สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 ภาพรวม สพท. โรงเรียนรัฐบาล

**ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6**

| ปีการศึกษา | ภาษาไทย | คณิตศาสตร์ | วิทยาศาสตร์ | ภาษาอังกฤษ | ค่าเฉลี่ย |
|---|---:|---:|---:|---:|---:|
| 2563 | 55.14 | 30.95 | 37.83 | 40.59 | 41.13 |
| 2567 | 56.26 | 30.49 | 43.82 | **32.68** | 40.81 |
| **เปลี่ยนแปลง** | +1.12 | −0.46 | **+5.99** | **−7.91 (−19.5%)** | −0.32 |

**ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6**

| ปีการศึกษา | ภาษาไทย | คณิตศาสตร์ | วิทยาศาสตร์ | สังคมศึกษา | ภาษาอังกฤษ | ค่าเฉลี่ย |
|---|---:|---:|---:|---:|---:|---:|
| 2563 | 33.34 | 18.88 | 27.43 | 32.02 | 22.50 | 26.83 |
| 2567 | 38.79 | **17.59** | 27.73 | 33.74 | 28.89 | 29.35 |
| **เปลี่ยนแปลง** | +5.45 | **−1.29** | +0.30 | +1.72 | **+6.39 (+28.4%)** | +2.52 |

📌 **ข้อค้นพบที่เก้า ภาษาอังกฤษระดับประถมกับมัธยมปลายสวนทางกันอย่างชัดเจน** ระดับประถมลดลงร้อยละ 19.5 ขณะที่ระดับมัธยมปลายเพิ่มขึ้นร้อยละ 28.4 **แต่ยังสรุปเป็นข้อยุติไม่ได้** เพราะเป็นคนละกลุ่มผู้เรียน คนละข้อสอบ และคนละสังกัดที่ดูแล

**ข้อค้นพบเพิ่มเติม** คณิตศาสตร์ ม.6 อยู่ที่ 17.59 คะแนน ซึ่งต่ำที่สุดในทุกวิชาทุกระดับ และลดลงจากปี 2563

⚠️ **ข้อจำกัดสามข้อที่ต้องระบุทุกครั้งที่อ้างข้อมูลชุดนี้**

**หนึ่ง ขอบเขต** ครอบคลุมเฉพาะโรงเรียนรัฐบาลใน สพป. เขต 1 ซึ่งมีผู้เรียน 32,521 คน คิดเป็นร้อยละ 28.2 ของนักเรียนทั้งจังหวัด **ยังไม่ใช่ค่าฐานระดับจังหวัด**

**สอง ช่องสังคมศึกษา ป.6 ที่แสดงค่า 0.00** เกิดจากการไม่มีการทดสอบวิชานี้ในระดับ ป.6 ไม่ใช่คะแนนศูนย์ ตรวจยืนยันได้จากค่าเฉลี่ยปี 2563 ที่เท่ากับผลรวมสี่วิชาหารสี่พอดี

**สาม คะแนนคณิตศาสตร์ ป.6 ผันผวนผิดปกติ** เพิ่มขึ้น 7.22 คะแนนในปีเดียว แล้วลดลง 9.46 คะแนนในปีถัดมา **ห้ามใช้การเปลี่ยนแปลงรายปีของวิชานี้เป็นตัวชี้วัดผลงาน**

---

# ส่วนที่ 8: ผลการวิเคราะห์ปัญหา สาเหตุ ความต้องการ ศักยภาพ และแนวโน้ม

## 8.1 การวิเคราะห์ PESTEL 【ผสม จริง/สมมติ】

| มิติ | ปัจจัยที่ตรวจพบ | สถานะ | ผลต่อการศึกษา |
|---|---|---|---|
| **P** การเมือง/นโยบาย | นโยบาย Thailand Zero Dropout เป็นมติ ครม. | 【จริง】 | มีแรงหนุนเชิงนโยบายและงบประมาณสำหรับประเด็นที่ 1 |
| **E** เศรษฐกิจ | ฐานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ 2,134 โรงงาน | 【จริง】 | โอกาสความร่วมมือทวิภาคีและทุนการศึกษา |
| **S** สังคม/ประชากร | ผู้เรียนลดลงร้อยละ 4.2 ในหนึ่งปี | 【จริง】 | โรงเรียนขนาดเล็กเพิ่มขึ้น ต้นทุนต่อหัวสูงขึ้น |
| **T** เทคโนโลยี | ระบบอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์ในภาคการผลิต | 【สมมติ — ต้องหาหลักฐานเฉพาะพื้นที่】 | ทักษะที่โรงงานต้องการเปลี่ยนเร็วกว่าหลักสูตร |
| **E** สิ่งแวดล้อม | อุทกภัยซ้ำซากในผักไห่ เสนา บางบาล | 【จริง】 | การเรียนหยุดชะงักซ้ำ ๆ ในพื้นที่เดิม |
| **L** กฎหมาย | ศธจ. ไม่มีอำนาจกำกับหน่วยงานนอกสังกัด ศธ. | 【จริง】 | ต้องออกแบบกลไกความร่วมมือแทนการสั่งการ |

## 8.2 การวิเคราะห์สาเหตุราก (Problem Tree) — ปัญหาหลักที่ 1

**ปัญหาแกน:** เด็กและเยาวชนในจังหวัดจำนวนหนึ่งไม่อยู่ในระบบการเรียนรู้ หรืออยู่แต่ไม่ได้เรียนรู้จริง

```
                    [ผลกระทบ]
     กำลังแรงงานทักษะต่ำ ─── ความยากจนข้ามรุ่น ─── ปัญหาสังคมและยาเสพติด
                              │
                    [ปัญหาแกน]
        เด็กหลุดจากการเรียนรู้ / เรียนแต่ไม่ได้เรียนรู้
                              │
        ┌─────────────────────┼─────────────────────┐
   [สาเหตุชั้นที่ 1]
   ครอบครัวเคลื่อนย้าย    ฐานะยากจน         โรงเรียนไม่ตอบโจทย์
   ตามงานอุตสาหกรรม      + อุทกภัยซ้ำ       ความถนัดผู้เรียน
        │                     │                     │
   [สาเหตุชั้นที่ 2 / สาเหตุราก]
   ไม่มีระบบข้อมูล        ไม่มีระบบเฝ้าระวัง   โรงเรียนขนาดเล็ก
   ติดตามเด็กข้ามพื้นที่   ความเสี่ยงรายบุคคล   ขาดครูครบสาระ
   และข้ามสังกัด          ที่ใช้ร่วมทุกสังกัด   ไม่มีทางเลือกหลักสูตร
```

**ข้อสังเกตสำคัญ:** สาเหตุรากทั้งสามสายวิ่งกลับมาที่จุดเดียวกัน คือ **การไม่มีระบบข้อมูลผู้เรียนรายบุคคลที่ใช้ร่วมกันข้ามสังกัด** ซึ่งเป็นเหตุผลที่ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 ต้องเป็นเงื่อนไขของประเด็นอื่น มิใช่ประเด็นเสริม

## 8.3 SWOT ที่มีหลักฐานอ้างอิงรายข้อ

| ประเภท | ประเด็น | หลักฐาน | สถานะ |
|---|---|---|---|
| **S1** | ฐานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เป็นแหล่งความร่วมมือและการจ้างงาน | โรงงาน 2,134 แห่ง แรงงาน 300,000 คน | 【จริง】 |
| **S2** | มรดกโลกเป็นทุนวัฒนธรรมและแหล่งเรียนรู้ที่หาที่อื่นไม่ได้ | อุทยานประวัติศาสตร์ฯ 1,810 ไร่ | 【จริง】 |
| **S3** | มีสถาบันอุดมศึกษา 6 แห่งและอาชีวศึกษา 14 แห่งในพื้นที่ | รายงานสถิติจังหวัด 2567 | 【จริง】 |
| **S4** | เป้าหมายจังหวัดระบุคำว่า "น่าเรียนรู้" อยู่แล้ว | เป้าหมายการพัฒนาจังหวัด | 【จริง】 |
| **S5** | ศธจ. มีอำนาจดำเนินการโดยตรงต่อสถานศึกษาเอกชน 40 แห่ง ซึ่งดูแลผู้เรียนร้อยละ 16.6 ของจังหวัด จึงเป็นพื้นที่เดียวที่แสดงผลงานได้โดยไม่ต้องรอความร่วมมือจากสังกัดอื่น | ข้อ 11(10) คำสั่งหัวหน้า คสช. 19/2560 และตารางที่ 7 แผนปฏิบัติราชการ 2569 | 【จริง】 |
| **S6** | มีกลไก ปส.กช. จังหวัดที่ทำงานอยู่แล้วและมีงบประมาณตั้งไว้ 19,000 บาทต่อปี | บัญชีงบประมาณจัดสรร แผนปฏิบัติราชการ 2569 | 【จริง】 |
| **W1** | ไม่มีระบบข้อมูลการศึกษาระดับจังหวัดที่ใช้ร่วมกันทุกสังกัด | มีข้อมูลรายอำเภอจากรายงานสถิติจังหวัดแล้ว แต่ยังไม่มีระบบที่ใช้ร่วมกันทุกสังกัด พบข้อมูลขัดแย้งกันเองในเอกสารแผนฉบับเดียวกัน และนิยามครูมีสามแหล่งสามตัวเลข | 【จริง — เป็นหลักฐานเชิงลบ】 |
| **W2** | ศธจ. ไม่มีอำนาจกำกับหน่วยงานนอกสังกัด ศธ. | ข้อ 11(3) คำสั่งหัวหน้า คสช. 19/2560 | 【จริง】 |
| **W3** | สัดส่วนโรงเรียนขนาดเล็กสูงในกลุ่มอำเภอเกษตร | ประมาณร้อยละ 58 | 【สมมติ】 |
| **W5** | ช่องว่างขนาดสถานศึกษาระหว่างอำเภอกว้าง 2.5 เท่า | นักเรียนต่อห้องเรียน 11 : 1 ในบางบาล มหาราช บ้านแพรก เทียบกับ 28 : 1 ในพระนครศรีอยุธยา | 【จริง】 |
| **W7** | ตัวชี้วัดด้านการศึกษาของจังหวัดตกอันดับประเทศทุกรายการ โดยพัฒนาการเด็กปฐมวัยตก 27 อันดับ และคะแนน O-NET ม.ปลายตก 21 อันดับในปีเดียว | ดัชนีความก้าวหน้าของคน แผนพัฒนาจังหวัด ตารางที่ 2.1 | 【จริง】 |
| **W8** | ค่าตัวเลขปีการศึกษาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นทุกปี แต่อันดับประเทศตกลง แปลว่าจังหวัดพัฒนาช้ากว่าจังหวัดอื่น | 9.32 → 9.95 ปี แต่อันดับ 7 → 10 | 【จริง】 |
| **W6** | เจ็ดอำเภอไม่มีสถานศึกษาเอกชนเลย ทำให้ผู้เรียนไม่มีทางเลือกและจังหวัดไม่มีความจุสำรอง | ตารางที่ 3.1 รายงานสถิติจังหวัด 2568 | 【จริง】 |
| **W4** | ครูลดลงเร็วกว่าผู้เรียน | ครู −6.4% เทียบผู้เรียน −4.2% | 【จริง แต่ต้องตรวจสอบนิยาม】 |
| **O1** | นโยบาย Thailand Zero Dropout ให้แรงหนุนและงบประมาณ | มติ ครม. 28 พ.ค. 2567 | 【จริง】 |
| **O2** | รอบแผนจังหวัดและแผนชาติใหม่ตรงกับยุทธศาสตร์นี้พอดี | แผนฯ 14 และแผนจังหวัด 2571–2575 | 【จริง】 |
| **O3** | ระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติกำลังขยายผลผ่าน ศธจ. ทั่วประเทศ | ข่าวสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา | 【จริง】 |
| **O4** | ตลาดแรงงานในจังหวัดต้องการผู้จบสายอาชีวศึกษามากกว่าผู้สมัครถึงสองเท่า จึงเป็นโอกาสให้ผู้เรียนสายอาชีพมีงานทำจริง | ปวช. และ ปวส. รวม 5,327 ตำแหน่งงานว่าง เทียบผู้สมัคร 2,567 คน ปี 2568 | 【จริง】 |
| **O5** | ตัวชี้วัดเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดข้อแรกคือจำนวนแหล่งเรียนรู้เพิ่มขึ้น ยุทธศาสตร์การศึกษาจึงเสนอตัวเป็นกลไกหลักได้ | บรรยายสรุปจังหวัด ปี 2568 ส่วนที่ 8 | 【จริง】 |
| **T1** | จำนวนผู้เรียนหดตัวต่อเนื่องห้าปี | 123,115 → 115,123 คน หรือ −6.5% ในช่วงปี 2563–2567 | 【จริง】 |
| **T2** | อุทภัยซ้ำซากกระทบความต่อเนื่องทางการศึกษา | ผักไห่ เสนา บางบาล | 【จริง】 |
| **T3** | ระบบอัตโนมัติเปลี่ยนความต้องการทักษะเร็วกว่าการปรับหลักสูตร | — | 【สมมติ — ต้องหาหลักฐาน】 |
| **T6** | ประชากรของจังหวัดหดตัวตามธรรมชาติแล้ว การตายสูงกว่าการเกิดทุกปีตลอดห้าปี และเด็กเกิดใหม่ลดลงร้อยละ 20.1 ใน 5 ปี | ตารางที่ 1.5 รายงานสถิติจังหวัด 2568 | 【จริง】 |
| **T7** | ประชากรวัยเรียนภาคบังคับจะลดลงร้อยละ 23.2 ภายในปี 2575 จากรุ่นที่เกิดแล้ว | ข้อมูลประชากรรายอายุ กรมการปกครอง ม.ค. 2569 | 【จริง】 |
| **T8** | เยาวชนอายุ 15–17 ปี ไม่ปรากฏในระบบจัดหางานเลยตลอดปี 2568 และไตรมาส 2/2569 เมื่อรวมกับผู้ไม่อยู่ในระบบการศึกษาราว 6,600–13,700 คน แปลว่ากลุ่มนี้ไม่อยู่ในระบบใดเลย | รายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัด ตารางที่ 28 | 【จริง】 |
| **T4** | ภาคเอกชนหดตัวเร็วกว่าค่าเฉลี่ยจังหวัดกว่าสองเท่า และเป็นต้นทางของการลดลงร้อยละ 36 ของผู้เรียนที่ลดลงทั้งจังหวัด | ผู้เรียนเอกชนลดร้อยละ 8.1 เทียบกับจังหวัดร้อยละ 3.9 จากเอกสารแผนของ ศธจ. เอง | 【จริง】 |
| **T5** | สถานศึกษาเอกชนมีขนาดเฉลี่ย 616 คนต่อแห่ง การเลิกกิจการหนึ่งแห่งกระทบผู้เรียนพร้อมกันจำนวนมาก | 24,642 ÷ 40 เทียบกับค่าเฉลี่ยจังหวัด 201 คนต่อแห่ง | 【จริง】 |

## 8.4 TOWS Matrix — การแปลง SWOT เป็นแนวกลยุทธ์

| | **โอกาส (O)** | **อุปสรรค (T)** |
|---|---|---|
| **จุดแข็ง (S)** | **SO — กลยุทธ์เชิงรุก**<br>ใช้ทุนอุตสาหกรรม (S1) และสถาบันอาชีวศึกษา/อุดมศึกษา (S3) ร่วมกับระบบธนาคารหน่วยกิต (O3) สร้างเส้นทางเรียนรู้ที่สะสมหน่วยกิตได้สำหรับเด็กที่ต้องทำงาน → **ประเด็นที่ 3 และ 4** | **ST — กลยุทธ์เชิงป้องกัน**<br>ใช้ทุนวัฒนธรรมมรดกโลก (S2) สร้างเส้นทางอาชีพสายบริการ/สร้างสรรค์ เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาอุตสาหกรรมที่ถูกทดแทนด้วยระบบอัตโนมัติ (T3) → **ประเด็นที่ 4**<br><br>ใช้อำนาจโดยตรงต่อสถานศึกษาเอกชน (S5) และกลไก ปส.กช. ที่มีอยู่ (S6) วางระบบข้อมูลรองรับผู้เรียนล่วงหน้า เพื่อลดผลกระทบจากการหดตัวของภาคเอกชน (T4, T5) → **ประเด็นที่ 5** |
| **จุดอ่อน (W)** | **WO — กลยุทธ์เชิงแก้ไข**<br>ใช้แรงหนุนและงบประมาณจาก Zero Dropout (O1) และจังหวะรอบแผนใหม่ (O2) สร้างระบบข้อมูลผู้เรียนร่วมทุกสังกัด (แก้ W1) โดยเริ่มจากสถานศึกษาเอกชนซึ่ง ศธจ. มีอำนาจโดยตรง (S5) เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เห็นได้จริงก่อนชักชวนสังกัดอื่น → **ประเด็นที่ 5** | **WT — กลยุทธ์เชิงรับ**<br>เมื่อผู้เรียนลดลง (T1) และ ศธจ. ไม่มีอำนาจกำกับข้ามสังกัด (W2) ต้องใช้กลไกความร่วมมือโดยสมัครใจในการบริหารทรัพยากรร่วมระดับตำบล เช่น ครูหมุนเวียน สื่อร่วม รถรับส่ง → **ประเด็นที่ 5** |

---

# ส่วนที่ 9: ผลการรับฟังผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

> ## ⚠ ส่วนนี้เป็นตัวอย่างสมมติทั้งหมด 【สมมติ】
> **ยังไม่มีการรับฟังความคิดเห็นเกิดขึ้นจริง** เนื้อหาต่อไปนี้จัดทำเพื่อสาธิตวิธีนำเสนอผลการรับฟังที่ได้มาตรฐาน คือแยกสิ่งที่ผู้ให้ข้อมูลพูด ออกจากการตีความของนักวิเคราะห์ และระบุประเด็นที่ยังขัดแย้ง

## 9.1 การออกแบบกระบวนการที่เสนอ

| กลุ่ม | วิธีเก็บข้อมูล | จำนวนที่เสนอ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| ผู้เรียนและเยาวชน รวมเด็กนอกระบบ | สนทนากลุ่มและแบบสอบถามในโรงเรียน | 4 กลุ่ม | ต้องเข้าถึงเด็กนอกระบบด้วย ไม่ใช่เฉพาะเด็กในโรงเรียน |
| ผู้ปกครองและชุมชน | สนทนากลุ่มระดับอำเภอ | 4 กลุ่ม (ตามกลุ่มอำเภอ) | ต้องมีผู้ปกครองแรงงานเคลื่อนย้าย |
| ครูและผู้บริหารสถานศึกษา | แบบสอบถามออนไลน์ | ทุกสถานศึกษา | ระวังการตอบตามความคาดหวังของผู้บังคับบัญชา |
| หน่วยงานทุกสังกัด | ประชุมเชิงปฏิบัติการ | 1 ครั้ง | ต้องมีผู้แทน อปท. และ อว. ด้วย |
| สถานประกอบการ | สัมภาษณ์เชิงลึกและแบบสำรวจความต้องการทักษะ | 15–20 แห่ง | เลือกให้ครอบคลุมทั้ง 5 นิคม |
| กลุ่มเปราะบาง | สัมภาษณ์เชิงลึกผ่านหน่วยงานพัฒนาสังคม | 10 ราย | ต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล |

## 9.2 ตัวอย่างการนำเสนอผล 【สมมติ】

| ประเด็น | สิ่งที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกล่าว | หลักฐานเชิงข้อมูลที่สอดคล้อง/ขัดแย้ง | การตีความของผู้วิเคราะห์ | สถานะ |
|---|---|---|---|---|
| ภาระงานครู | ครูส่วนใหญ่ระบุว่างานเอกสารและงานประเมินเบียดเวลาสอน | ยังไม่มีข้อมูลปริมาณงานครูในจังหวัด | สอดคล้องกับทิศทางนโยบายระดับชาติที่มุ่งคืนเวลาให้ครู | เห็นพ้อง |
| การควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก | ผู้บริหารเขตพื้นที่เห็นว่าจำเป็น ขณะที่ผู้นำชุมชนคัดค้าน | ข้อมูลผู้เรียนลดลงร้อยละ 4.2 ต่อปี สนับสนุนความจำเป็นเชิงประสิทธิภาพ | เป็นความขัดแย้งเชิงคุณค่าระหว่างประสิทธิภาพกับการเข้าถึง ไม่สามารถตัดสินด้วยข้อมูลอย่างเดียว | **ยังขัดแย้ง — ต้องให้ผู้บริหารตัดสินใจ** |
| การเข้าถึงของบุตรแรงงานข้ามชาติ | สถานประกอบการระบุว่าลูกจ้างจำนวนหนึ่งไม่ส่งบุตรเข้าเรียน | ยังไม่มีข้อมูลจำนวนเด็กกลุ่มนี้ | เป็นช่องว่างข้อมูลที่สำคัญ ต้องสำรวจก่อนออกมาตรการ | ต้องหาข้อมูลเพิ่ม |
| ข้อเสนอที่อยู่นอกอำนาจ ศธจ. | ขอให้ ศธจ. จัดสรรอัตราครูเพิ่มให้โรงเรียนขนาดเล็ก | — | อยู่นอกอำนาจ ศธจ. ต้องเสนอผ่าน ก.ค.ศ. และส่วนกลาง | **นอกอำนาจหน้าที่** |

## 9.3 ข้อจำกัดของกระบวนการที่ต้องระบุในเอกสารจริง

หากใช้เฉพาะเวทีที่มีอยู่แล้วโดยไม่มีการสุ่มตัวอย่าง **ห้ามสรุปว่าผลการรับฟังเป็นตัวแทนของประชากรทั้งจังหวัด** ต้องระบุว่าเป็นความเห็นของผู้เข้าร่วมเฉพาะกลุ่มที่ได้รับเชิญ

---

# ส่วนที่ 10: ฉากทัศน์และความท้าทายในอนาคต

## 10.1 ฉากทัศน์ 3 แบบถึงปี 2575 【สมมติ】

| | **ฉากทัศน์ A: หดตัวช้า** | **ฉากทัศน์ B: หดตัวตามแนวโน้ม** | **ฉากทัศน์ C: หดตัวเร็ว + วิกฤตซ้อน** |
|---|---|---|---|
| สมมติฐาน | ผู้เรียนลดลงร้อยละ 2 ต่อปี เศรษฐกิจอุตสาหกรรมขยายตัว ดึงแรงงานย้ายเข้า | ผู้เรียนลดลงร้อยละ 4 ต่อปี ตามแนวโน้มที่สังเกตได้ | ผู้เรียนลดลงเกินร้อยละ 5 ต่อปี พร้อมอุทกภัยใหญ่และการย้ายฐานการผลิต |
| ผู้เรียนปี 2575 | ประมาณ 98,000 คน | ประมาณ 87,000 คน | ต่ำกว่า 82,000 คน |
| สัดส่วนโรงเรียนขนาดเล็ก | 45% | 55% | เกิน 65% |
| ผลต่อยุทธศาสตร์ | เน้นคุณภาพและกำลังคนเป็นหลัก | ต้องทำทั้งคุณภาพและการบริหารทรัพยากรควบคู่ | ต้องเร่งการบริหารทรัพยากรร่วมและมาตรการฉุกเฉินด้านความต่อเนื่องการเรียน |

**ฉากทัศน์ที่ใช้วางแผน:** ฉากทัศน์ B เป็นฐาน โดยออกแบบมาตรการให้ยืดหยุ่นพอที่จะรับฉากทัศน์ C ได้

## 10.2 สัญญาณเตือนล่วงหน้าที่ต้องเฝ้าระวัง

| สัญญาณ | เกณฑ์เตือน 【สมมติ】 | ความถี่ตรวจสอบ |
|---|---|---|
| จำนวนนักเรียนเข้าใหม่ ป.1 | ลดลงเกินร้อยละ 5 ต่อปี 2 ปีติดต่อกัน | รายปี |
| จำนวนโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 60 คน | เพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 10 ต่อปี | รายปี |
| จำนวนวันเรียนที่สูญเสียจากอุทกภัย | เกิน 10 วันในอำเภอใดอำเภอหนึ่ง | รายปี |
| อัตราการหลุดออกจากระบบใหม่ | เพิ่มขึ้นจากปีก่อน | รายภาคเรียน |

---

# ส่วนที่ 11: วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ และประเด็นยุทธศาสตร์

## 11.1 วิสัยทัศน์

> **"อยุธยา เมืองแห่งการเรียนรู้ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้เรียนรู้เต็มศักยภาพ และเติบโตได้จริงในเมืองมรดกโลกที่เป็นฐานอุตสาหกรรม"**

**เหตุผลของถ้อยคำ**

| วลี | มาจากไหน |
|---|---|
| "เมืองแห่งการเรียนรู้" | ขยายคำว่า "น่าเรียนรู้" ในเป้าหมายการพัฒนาจังหวัด 【จริง】 |
| "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" | จุดเน้นผู้บริหารข้อ 1 และนโยบาย Thailand Zero Dropout |
| "เรียนรู้เต็มศักยภาพ" | จุดเน้นผู้บริหารข้อ 2 และ 4 |
| "เติบโตได้จริง" | จุดเน้นผู้บริหารข้อ 3 เรื่องการมีงานทำ |
| "เมืองมรดกโลกที่เป็นฐานอุตสาหกรรม" | บริบทเฉพาะของจังหวัดซึ่งมีทั้งมรดกโลกและ 5 นิคมอุตสาหกรรม 【จริง】 |

## 11.2 พันธกิจ

1. ประสานและบูรณาการการจัดการศึกษาของทุกสังกัดในจังหวัดให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
2. ส่งเสริมโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาของผู้เรียนทุกกลุ่มและทุกพื้นที่
3. สนับสนุนการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้และสมรรถนะของผู้เรียน
4. เชื่อมโยงการศึกษากับความต้องการกำลังคนและทุนวัฒนธรรมของจังหวัด
5. พัฒนาระบบข้อมูลและกลไกติดตามประเมินผลการศึกษาระดับจังหวัด

## 11.3 เป้าประสงค์ระยะยาว (พ.ศ. 2575)

| # | เป้าประสงค์ | เชื่อมประเด็นยุทธศาสตร์ |
|---|---|---|
| G1 | เด็กและเยาวชนอยุธยาทุกคนอยู่ในระบบการเรียนรู้รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง | 1 |
| G2 | ผู้เรียนมีทักษะพื้นฐานด้านการอ่าน การเขียน และการคิดคำนวณตามเกณฑ์ โดยช่องว่างระหว่างพื้นที่ลดลง | 2 |
| G3 | ผู้เรียนมีเส้นทางการเรียนรู้ที่หลากหลายและเลือกได้ตามศักยภาพ | 3 |
| G4 | ผู้จบการศึกษามีงานทำหรือศึกษาต่อในเส้นทางที่สอดคล้องกับเศรษฐกิจของจังหวัด | 4 |
| G5 | จังหวัดมีระบบข้อมูลการศึกษาที่ทุกสังกัดใช้ร่วมกันและมีกลไกขับเคลื่อนที่ทำงานจริง | 5 |

## 11.4 ประเด็นยุทธศาสตร์และเหตุผลของการเลือก

| ประเด็น | ปัญหาที่แก้ | หลักฐานสนับสนุน | บทบาทของ ศธจ. |
|---|---|---|---|
| 1. โอกาสและความเสมอภาค | เด็กหลุดจากระบบและกลุ่มเปราะบาง | มติ ครม. Zero Dropout 【จริง】 + จุดเน้นผู้บริหาร | ประเภท 1–2 (มีฐานอำนาจตามข้อ 11(5)) |
| 2. คุณภาพการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน | ผลสัมฤทธิ์และการอ่านออกเขียนได้ | จุดเน้นผู้บริหาร (ค่าฐาน 【รอข้อมูล】) | ประเภท 2 (ข้อ 11(7) งานวิชาการ นิเทศ) |
| 3. เส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น | ผู้เรียนไม่ได้เรียนตรงศักยภาพ | จุดเน้นผู้บริหาร + ระบบธนาคารหน่วยกิต 【จริง】 | ประเภท 2–3 |
| 4. กำลังคนอยุธยา | การศึกษาไม่เชื่อมกับตลาดแรงงาน | 2,134 โรงงาน / มรดกโลก 【จริง】 | ประเภท 3 (ต้องร่วมกับภาคเอกชนและแรงงาน) |
| 5. ข้อมูลและกลไกบูรณาการ | ไม่มีระบบข้อมูลร่วมข้ามสังกัด | ไม่พบข้อมูลจำแนกจากแหล่งใด 【จริง】 + ข้อ 11(4) 【จริง】 | ประเภท 1–2 (มีฐานอำนาจโดยตรง) |

---

# ส่วนที่ 12: กลยุทธ์ แนวทางดำเนินงาน และโครงการสำคัญ

> **หลักการเขียนที่ยึดตลอดส่วนนี้:** ห้ามใช้คำว่า "ส่งเสริม พัฒนา ยกระดับ บูรณาการ" โดยไม่ระบุว่าทำอะไร กับใคร ด้วยกลไกใด และวัดผลอย่างไร

## ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1: โอกาสและความเสมอภาค

### กลยุทธ์ 1.1 จัดตั้งระบบเฝ้าระวังและติดตามผู้เรียนรายบุคคลระดับตำบล

| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| **ปัญหาที่แก้** | เด็กหลุดจากระบบโดยไม่มีใครทราบ และเด็กที่พากลับแล้วหลุดซ้ำ |
| **กิจกรรมหลัก** | (1) เชื่อมข้อมูลทะเบียนราษฎรกับข้อมูลนักเรียนทุกสังกัด ระบุเด็กที่อยู่ในวัยเรียนแต่ไม่มีรายชื่อในสถานศึกษาใด (2) จัดทำบัญชีเด็กกลุ่มเสี่ยงรายตำบลด้วยเกณฑ์ร่วม (3) มอบหมายผู้รับผิดชอบรายตำบลจากหน่วยงานในพื้นที่ (4) รายงานสถานะรายภาคเรียน |
| **กลุ่มเป้าหมาย** | เด็กอายุ 3–18 ปีทุกคนในจังหวัด |
| **พื้นที่เป้าหมาย** | ทั้ง 16 อำเภอ โดยเริ่มจากกลุ่มอำเภอ ข. (เขตอุตสาหกรรม) และ ค. (เขตเกษตร/เสี่ยงอุทกภัย) |
| **เจ้าภาพหลัก** | ศธจ. (กลุ่มพัฒนาการศึกษา และกลุ่มนโยบายและแผน) |
| **ข้อมูลที่กำหนดการออกแบบ** 【จริง】 | สาเหตุการออกกลางคันอันดับหนึ่งคือ **การอพยพตามครอบครัว ร้อยละ 70.0** ขณะที่ฐานะยากจนมีเพียงร้อยละ 1.8 และกระจุกตัวในอำเภอพระนครศรีอยุธยา บางปะอิน วังน้อย ซึ่งเป็นเขตเมืองและเขตอุตสาหกรรม **มาตรการหลักจึงต้องเป็นระบบส่งต่อข้อมูลข้ามสถานศึกษาและข้ามจังหวัด ไม่ใช่มาตรการช่วยเหลือด้านการเงินเป็นหลัก** |
| **หน่วยงานร่วม** | สพป. 2 เขต, สพม., สกร., อาชีวศึกษาจังหวัด, **สถานศึกษาเอกชน 40 แห่ง (นับรวมตั้งแต่ปีแรก เพราะ ศธจ. มีอำนาจโดยตรงตามข้อ 11(10) จึงเป็นสังกัดที่ดำเนินการได้เร็วที่สุด)**, อปท., ที่ทำการปกครองจังหวัด, พมจ., กสศ. |
| **ประเภทภารกิจ** | ประเภท 1 สำหรับหน่วยงานในสังกัด ศธ. / ประเภท 3 สำหรับ อปท. และหน่วยงานอื่น |
| **ผลผลิต** | ระบบฐานข้อมูลเด็กรายบุคคลระดับตำบล ครอบคลุมทุกสังกัด |
| **ผลลัพธ์** | อัตราการหลุดออกจากระบบใหม่ลดลง และอัตราการคงอยู่หลังพากลับ 1 ปีสูงขึ้น |
| **ทรัพยากร** 【สมมติ】 | 8–12 ล้านบาท ตลอด 5 ปี (ระบบ 3 ล้าน + บุคลากรและการประชุม) |
| **ระยะเวลา** | ออกแบบและนำร่อง 2571 / ขยายเต็มพื้นที่ 2572 / ดำเนินการต่อเนื่อง 2573–2575 |
| **ความเสี่ยง** | หน่วยงานนอกสังกัด ศธ. ไม่ส่งข้อมูล / ข้อจำกัดตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล **【ต้องวินิจฉัย】** |
| **การติดตามประเมินผล** | รายงานรายภาคเรียนต่อ กศจ. |

### กลยุทธ์ 1.2 มาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มตามสาเหตุการหลุด

จำแนกมาตรการตามสาเหตุ ไม่ใช้มาตรการเดียวกับเด็กทุกคน

| สาเหตุ | มาตรการเฉพาะ | เจ้าภาพหลัก |
|---|---|---|
| ครอบครัวเคลื่อนย้ายตามงาน | ระบบส่งต่อข้อมูลผู้เรียนข้ามสถานศึกษาและข้ามจังหวัด + ประสานสถานประกอบการให้แจ้งข้อมูลบุตรลูกจ้าง | ศธจ. ร่วมสภาอุตสาหกรรมจังหวัด |
| ฐานะยากจน | เชื่อมกับระบบทุนเสมอภาคของ กสศ. และทุนของภาคเอกชนในจังหวัด | ศธจ. ร่วม สพป./สพม./กสศ. |
| อุทกภัยซ้ำซาก | แผนความต่อเนื่องทางการศึกษาระดับสถานศึกษาในอำเภอผักไห่ เสนา บางบาล | สถานศึกษา + ปภ.จังหวัด |
| ไม่ตอบโจทย์ความถนัด | ส่งต่อเข้าเส้นทางการเรียนรู้ยืดหยุ่นตามประเด็นที่ 3 | สกร. + อาชีวศึกษา |

## ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2: คุณภาพการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน

### กลยุทธ์ 2.1 ปฏิบัติการอ่านออกเขียนได้ระดับจังหวัด มุ่งเป้าที่พื้นที่ที่มีช่องว่างมากที่สุด

| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| **กิจกรรมหลัก** | (1) คัดกรองการอ่านของนักเรียน ป.1–ป.3 ทุกสังกัดด้วยเครื่องมือร่วมปีละ 2 ครั้ง (2) จัดกลุ่มโรงเรียนที่มีผลต่ำกว่าเกณฑ์เป็นพื้นที่มุ่งเป้า (3) จัดทีมนิเทศเฉพาะกิจลงพื้นที่มุ่งเป้าปีละไม่น้อยกว่า 4 ครั้งต่อโรงเรียน (4) รายงานความก้าวหน้ารายโรงเรียนต่อ กศจ. |
| **พื้นที่เป้าหมาย** | โรงเรียนที่มีผลการคัดกรองต่ำกว่าเกณฑ์ ประมาณ 60–80 แห่ง 【สมมติ】 |
| **เจ้าภาพหลัก** | ศธจ. (กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผล) — เป็นฐานอำนาจตามข้อ 11(7) 【จริง】 |
| **หน่วยงานร่วม** | สพป. 2 เขต, **สถานศึกษาเอกชนสังกัด สช. 35 แห่ง (ใช้เครื่องมือคัดกรองและเกณฑ์พื้นที่มุ่งเป้าชุดเดียวกับสถานศึกษารัฐ ไม่แยกเกณฑ์)**, อปท. (โดยความสมัครใจ) |
| **ผลลัพธ์** | สัดส่วนนักเรียน ป.3 ที่อ่านออกเขียนได้ตามเกณฑ์เพิ่มขึ้น และช่องว่างระหว่างกลุ่มอำเภอลดลง |
| **ทรัพยากร** 【สมมติ】 | 15–20 ล้านบาท ตลอด 5 ปี |

### กลยุทธ์ 2.2 ลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวกับการสอนของครู

| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| **กิจกรรมหลัก** | (1) สำรวจปริมาณและประเภทงานนอกเหนือการสอนของครูในจังหวัด (2) รวมการรายงานข้อมูลของทุกสังกัดให้เหลือช่องทางเดียว (3) ยุบเลิกการรายงานที่ซ้ำซ้อนในอำนาจของจังหวัด |
| **เจ้าภาพหลัก** | ศธจ. |
| **ประเภทภารกิจ** | ประเภท 1 สำหรับการรายงานที่จังหวัดเป็นผู้กำหนด / **ประเภท 4** สำหรับการรายงานที่ส่วนกลางกำหนด ซึ่งต้องเสนอกระทรวง |
| **ข้อจำกัดที่ต้องระบุ** | ศธจ. ไม่มีอำนาจยกเลิกภาระงานที่มาจากส่วนกลาง ทำได้เพียงรวบรวมข้อมูลและเสนอ |

## ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3: เส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น

### กลยุทธ์ 3.1 สร้างเส้นทางการเรียนรู้ทางเลือกสำหรับผู้เรียนที่ต้องทำงานหรือหลุดจากระบบ

| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| **กิจกรรมหลัก** | **(0) โครงการแรกที่ต้องทำก่อนกิจกรรมอื่นทั้งหมด คือสำรวจสถานะปัจจุบันของเยาวชนอายุ 15–17 ปีที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษา ประมาณ 6,600–13,700 คน ว่าอยู่ที่ใดและทำอะไร** เพราะข้อมูลแสดงว่ากลุ่มนี้ไม่ปรากฏทั้งในระบบการศึกษาและระบบจัดหางาน จึงยังออกแบบมาตรการที่ถูกต้องไม่ได้ 【จริง — ดูส่วนที่ 7.8.4】<br>(1) จัดทำแผนที่เส้นทางการเรียนรู้ทางเลือกในจังหวัด (สกร. / อาชีวศึกษาระบบทวิภาคี / **โรงเรียนเอกชนนอกระบบ ซึ่งอยู่ในกำกับของ ศธจ. โดยตรง** / การศึกษาโดยครอบครัว / ศูนย์การเรียนของสถานประกอบการ) (2) เชื่อมกับระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติซึ่งกำลังขยายผลผ่าน ศธจ. ทั่วประเทศ 【จริง】 (3) จัดระบบแนะแนวและส่งต่อจากกลยุทธ์ 1.1 |
| **เจ้าภาพหลัก** | ศธจ. ร่วม สกร.จังหวัด และอาชีวศึกษาจังหวัด |
| **ผลลัพธ์** | จำนวนผู้เรียนที่กลับเข้าสู่การเรียนรู้ผ่านเส้นทางทางเลือกและสะสมหน่วยกิตได้ |

### กลยุทธ์ 3.2 ระบบคัดกรองและส่งต่อผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษและผู้มีความสามารถพิเศษ

อาศัยฐานอำนาจตามข้อ 11(5) 【จริง】 โดยร่วมกับศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดและสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่

## ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4: กำลังคนอยุธยา

### กลยุทธ์ 4.1 ระบบข้อมูลความต้องการกำลังคนระดับจังหวัด

| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| **ปัญหาที่แก้** | สถานศึกษาวางแผนหลักสูตรโดยไม่มีข้อมูลความต้องการทักษะของสถานประกอบการ |
| **กิจกรรมหลัก** | (1) สำรวจความต้องการทักษะและตำแหน่งงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดและหอการค้าจังหวัด ปีละ 1 ครั้ง (2) จัดทำรายงานความต้องการกำลังคนจังหวัดเผยแพร่ให้ทุกสถานศึกษา (3) ติดตามภาวะการมีงานทำของผู้จบการศึกษา |
| **ข้อมูลที่กำหนดการออกแบบใหม่** 【จริง】 | **ข้อมูลอุปสงค์มีอยู่แล้ว** สำนักงานแรงงานจังหวัดจัดทำรายงานสถานการณ์ด้านแรงงานรายไตรมาสและรายปีอยู่แล้ว มีตำแหน่งงานว่างจำแนกตามวุฒิ สาขา อาชีพ และอุตสาหกรรม **ปัญหาจึงไม่ใช่การไม่มีข้อมูล แต่คือข้อมูลไม่ถูกแปลเป็นรูปแบบที่สถานศึกษาใช้วางแผนได้ และไม่ถูกส่งถึงสถานศึกษาตามรอบที่คาดหมายได้** กลยุทธ์นี้จึงเปลี่ยนจากการสร้างระบบใหม่ เป็นการแปลและส่งต่อข้อมูลที่มีอยู่ |
| **ข้อมูลที่กำหนดการออกแบบใหม่** 【จริง】 | **ข้อมูลอุปสงค์มีอยู่แล้ว** สำนักงานแรงงานจังหวัดจัดทำรายงานสถานการณ์ด้านแรงงานรายไตรมาสและรายปีอยู่แล้ว มีตำแหน่งงานว่างจำแนกตามวุฒิ สาขา อาชีพ และอุตสาหกรรม **ปัญหาจึงไม่ใช่การไม่มีข้อมูล แต่คือข้อมูลไม่ถูกแปลเป็นรูปแบบที่สถานศึกษาใช้วางแผนได้ และไม่ถูกส่งถึงสถานศึกษาตามรอบที่คาดหมายได้** กลยุทธ์นี้จึงเปลี่ยนจากการสร้างระบบใหม่ เป็นการแปลและส่งต่อข้อมูลที่มีอยู่ ซึ่งลดต้นทุนและเพิ่มความเป็นไปได้อย่างมาก |
| **เจ้าภาพหลัก** | **ประเภท 3** — ต้องร่วมกับสำนักงานแรงงานจังหวัด สำนักงานจัดหางานจังหวัด และภาคเอกชน ศธจ. เป็นผู้ประสาน โดยนับรวม**วิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชน 5 แห่ง (ผู้เรียน 3,779 คน)** และโรงเรียนเอกชนนอกระบบสายวิชาชีพเข้าในกลไกสำรวจตั้งแต่ปีแรก |
| **ทรัพยากร** 【สมมติ】 | 5–8 ล้านบาท ตลอด 5 ปี |

### กลยุทธ์ 4.2 ขยายความร่วมมือทวิภาคีกับสถานประกอบการใน 5 นิคมอุตสาหกรรม

### กลยุทธ์ 4.3 พัฒนาเส้นทางอาชีพสายมรดกโลกและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

อาศัยฐานอำนาจตามข้อ 11(9) เรื่องการส่งเสริมและประสานงานศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม เพื่อการศึกษา 【จริง】 ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด กรมศิลปากร และสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ **เหตุผลเชิงยุทธศาสตร์:** เป็นการกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาอุตสาหกรรมการผลิตเพียงสายเดียว

## ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5: ระบบข้อมูลและกลไกบูรณาการ

### กลยุทธ์ 5.1 ศูนย์ข้อมูลการศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

อาศัยฐานอำนาจตามข้อ 11(4) เรื่องการจัดระบบส่งเสริมและประสานงานเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศเพื่อการศึกษา และหน้าที่ของกลุ่มนโยบายและแผนในการพัฒนาระบบคลังข้อมูลเพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลการศึกษาระดับจังหวัด 【จริง】

| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| **กิจกรรมหลัก** | (1) กำหนดชุดข้อมูลกลางและนิยามร่วมที่ทุกสังกัดใช้เหมือนกัน (2) กำหนดรอบการส่งข้อมูลร่วม (3) จัดทำแดชบอร์ดติดตามยุทธศาสตร์ (4) จัดทำข้อตกลงการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ชอบด้วยกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล **【ต้องวินิจฉัย】** |
| **เหตุผลที่ต้องทำก่อน** | ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1–4 ทั้งหมดต้องการค่าฐานและการติดตามผลจากระบบนี้ หากไม่มี ยุทธศาสตร์ทั้งฉบับจะวัดผลไม่ได้ |
| **ทรัพยากร** 【สมมติ】 | 12–18 ล้านบาท ตลอด 5 ปี |

### กลยุทธ์ 5.2 กลไกความร่วมมือข้ามสังกัดโดยใช้ตัวชี้วัดร่วม

| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| **ปัญหาที่แก้** | ศธจ. ไม่มีอำนาจกำกับหน่วยงานนอกสังกัด ศธ. 【จริง】 และแต่ละสังกัดถูกประเมินด้วยตัวชี้วัดของต้นสังกัดตนเอง |
| **แนวทาง** | ใช้ตัวชี้วัดร่วมที่ทุกสังกัดได้ประโยชน์ตรงกัน เช่น อัตราการคงอยู่ของผู้เรียนระดับตำบล แทนตัวชี้วัดที่ให้คุณให้โทษต่อสังกัดใดสังกัดหนึ่ง และเชื่อมกับการจัดสรรงบพัฒนาจังหวัดสำหรับโครงการที่มีความร่วมมือข้ามสังกัด |
| **ข้อจำกัดที่ต้องเปิดเผย** | กลไกนี้อาศัยความสมัครใจเป็นหลัก ความสำเร็จขึ้นกับการสนับสนุนของผู้ว่าราชการจังหวัดและ กศจ. |

### กลยุทธ์ 5.3 ระบบข้อมูลเพื่อการวางแผนรองรับผู้เรียน และแนวปฏิบัติคุ้มครองผู้เรียนกรณีสถานศึกษาเปลี่ยนแปลงกิจการ

| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| **ปัญหาที่แก้** | ผู้เรียนภาคเอกชนหดตัวร้อยละ 8.1 ต่อปี เร็วกว่าค่าเฉลี่ยจังหวัดสองเท่า 【จริง】 และสถานศึกษาเอกชนมีขนาดเฉลี่ย 616 คนต่อแห่ง หากแห่งใดเลิกกิจการโดยไม่มีการเตรียมการ ผู้เรียนราว 600 คนจะต้องย้ายสถานศึกษาพร้อมกัน ซึ่งเป็นจุดที่เด็กหลุดจากระบบ และสถานศึกษาของรัฐในพื้นที่ต้องรับภาระโดยไม่ได้วางแผนล่วงหน้า |
| **สาเหตุราก** | ไม่มีระบบข้อมูลที่ทำให้จังหวัดทราบแนวโน้มล่วงหน้า ทำให้ ศธจ. ทราบเรื่องเมื่อสถานศึกษายื่นขอเลิกกิจการแล้ว ซึ่งสายเกินกว่าจะวางแผนรองรับผู้เรียน |
| **กิจกรรมหลัก** | (1) รวบรวมแนวโน้มจำนวนผู้เรียนรายสถานศึกษาเอกชนย้อนหลัง 5 ปี **จากข้อมูลที่กลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชนมีอยู่แล้วในงานประจำ ไม่เก็บข้อมูลชุดใหม่**<br>(2) จัดทำบัญชีการวางแผนรองรับผู้เรียน **เฉพาะ 9 อำเภอที่มีสถานศึกษาเอกชน โดยจัดลำดับความสำคัญตามอัตราส่วนผู้เรียนต่อจำนวนสถานศึกษาในอำเภอ ไม่ใช่ตามจำนวนสถานศึกษา** 【จริง — 7 อำเภอไม่มีสถานศึกษาเอกชนเลย จึงไม่ต้องจัดทำ】 เป็นเอกสารภายในของกลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชน<br>(3) จัดทำแนวปฏิบัติการคุ้มครองผู้เรียนกรณีเปลี่ยนแปลงหรือเลิกกิจการ ครอบคลุมระยะเวลาแจ้งล่วงหน้า การส่งต่อเอกสารทางการศึกษา การจับคู่สถานศึกษารองรับในตำบลเดียวกัน และการดูแลครูและบุคลากร **โดยเป็นแนวปฏิบัติทั่วไป ไม่อ้างอิงสถานศึกษาแห่งใด**<br>(4) ประสาน สพป. และ สพม. เตรียมความจุรองรับระดับตำบล<br>(5) ใช้เวทีประชุม ปส.กช. จังหวัดที่มีงบประมาณอยู่แล้ว 19,000 บาทต่อปี เป็นกลไกขับเคลื่อน |
| **กลุ่มเป้าหมาย** | ผู้เรียน 24,642 คน ในสถานศึกษาเอกชน 40 แห่ง และครูกับบุคลากร 1,535 คน |
| **เจ้าภาพหลัก** | ศธจ. กลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชน (บุคลากร 4 คน) |
| **หน่วยงานร่วม** | ปส.กช. จังหวัด · สพป. 2 เขต และ สพม. (ในฐานะสถานศึกษารองรับ) · สช. (เจ้าของกฎหมายและระบบข้อมูล) |
| **ประเภทภารกิจ** | **ประเภท 1** สำหรับการจัดทำข้อมูลและแนวปฏิบัติ · **ประเภท 2** สำหรับการประสานสถานศึกษารัฐ · **ประเภท 4** สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายต่อ สช. เช่น การปรับหลักเกณฑ์การอุดหนุน |
| **ผลผลิต** | บัญชีการวางแผนรองรับผู้เรียนรายตำบล (เอกสารภายใน) · แนวปฏิบัติคุ้มครองผู้เรียนที่ ปส.กช. และ กศจ. เห็นชอบ |
| **ผลลัพธ์** | ไม่มีผู้เรียนหลุดจากระบบอันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงกิจการของสถานศึกษา |
| **ทรัพยากร** | **ใช้งบประมาณที่มีอยู่เดิม** ได้แก่ งบประชุม ปส.กช. 19,000 บาทต่อปี และงบพัฒนาผู้บริหารครูและบุคลากร 60,000 บาทต่อปี **ไม่เสนอขอตั้งงบใหม่ในสองปีแรก** 【จริง — จากบัญชีงบประมาณจัดสรรปี 2569】 |
| **ระยะเวลา** | จัดทำระบบและแนวปฏิบัติปี 2571 · ใช้งานเต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 2572 |
| **การรักษาความลับ** | บัญชีการวางแผนรองรับเป็นเอกสารภายใน เข้าถึงได้เฉพาะศึกษาธิการจังหวัดและผู้ที่ได้รับมอบหมาย **รายงานต่อ กศจ. เฉพาะข้อมูลรวมเชิงสถิติ ไม่ระบุรายชื่อสถานศึกษา** ตามมติผู้ว่าจ้าง **【ต้องวินิจฉัย】 ชั้นความลับของเอกสารต้องให้ฝ่ายกฎหมายกำหนด** |
| **ความเสี่ยง** | สถานศึกษาอาจไม่ให้ข้อมูลตามจริงเพราะเกรงผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ปกครอง จึงต้องออกแบบให้เป็นระบบสนับสนุน ไม่ใช่ระบบลงโทษ |
| **การติดตามประเมินผล** | รายงานต่อ ปส.กช. จังหวัดปีละ 1 ครั้ง และต่อ กศจ. ปีละ 1 ครั้งในรูปแบบภาพรวม |

**หลักการที่ต้องยึดตลอดกลยุทธ์นี้** ใช้เกณฑ์คุณภาพ การคัดกรอง และการนิเทศ **ชุดเดียวกับสถานศึกษาของรัฐ** การเขียนแยกเกณฑ์สำหรับเอกชนจะทำให้ยุทธศาสตร์ถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นกลางทันที และกรอบเหตุผลของกลยุทธ์นี้คือ **การคุ้มครองผู้เรียนและป้องกันความเสี่ยงของระบบ ไม่ใช่การสนับสนุนผู้ประกอบการ**

---

# ส่วนที่ 13: แผนที่ยุทธศาสตร์และ Theory of Change

## 13.1 แผนที่ยุทธศาสตร์

```
┌───────────────────────────────────────────────────────────────────┐
│  วิสัยทัศน์: อยุธยา เมืองแห่งการเรียนรู้ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง        │
└───────────────────────────────────────────────────────────────────┘
                               ▲
┌───────────────────────────────────────────────────────────────────┐
│ มิติผลกระทบ: ผู้เรียนอยู่ในระบบ เรียนรู้ได้ เลือกทางได้ และมีงานทำ    │
└───────────────────────────────────────────────────────────────────┘
                               ▲
┌──────────────┬──────────────┬──────────────┬──────────────────────┐
│ ปย.1 โอกาส   │ ปย.2 คุณภาพ  │ ปย.3 ยืดหยุ่น │ ปย.4 กำลังคน         │
│ และความ      │ การเรียนรู้   │ ตรงศักยภาพ    │ อุตสาหกรรม+วัฒนธรรม  │
│ เสมอภาค      │ ขั้นพื้นฐาน   │              │                      │
└──────────────┴──────────────┴──────────────┴──────────────────────┘
                               ▲
┌───────────────────────────────────────────────────────────────────┐
│ ปย.5 ระบบข้อมูลร่วมทุกสังกัด + กลไกความร่วมมือด้วยตัวชี้วัดร่วม      │
└───────────────────────────────────────────────────────────────────┘
                               ▲
┌───────────────────────────────────────────────────────────────────┐
│ ฐานราก: กศจ. เป็นกลไกเห็นชอบ / ศธจ. เป็นเจ้าภาพกระบวนการ           │
│ ทรัพยากร: งบหน่วยงานเดิม + งบพัฒนาจังหวัด + ความร่วมมือภาคเอกชน     │
└───────────────────────────────────────────────────────────────────┘
```

## 13.2 Theory of Change — ตัวอย่างประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1

| องค์ประกอบ | เนื้อหา |
|---|---|
| **ปัจจัยนำเข้า** | งบประมาณ 8–12 ล้านบาท 【สมมติ】 / บุคลากร ศธจ. และผู้รับผิดชอบรายตำบล / ข้อมูลทะเบียนราษฎรและข้อมูลนักเรียนทุกสังกัด / ข้อตกลงแลกเปลี่ยนข้อมูล |
| **กิจกรรม** | เชื่อมข้อมูล → คัดกรองเด็กเสี่ยง → มอบหมายผู้รับผิดชอบรายตำบล → ติดตามและส่งต่อ → รายงานรายภาคเรียน |
| **ผลผลิต** | บัญชีเด็กนอกระบบและเด็กเสี่ยงรายตำบลที่เป็นปัจจุบัน / จำนวนเด็กที่ได้รับการส่งต่อ |
| **ผลลัพธ์ระยะสั้น (2571–2572)** | ทุกสังกัดใช้บัญชีเด็กชุดเดียวกัน / เด็กนอกระบบถูกระบุตัวตนได้ครบ |
| **ผลลัพธ์ระยะกลาง (2573–2574)** | อัตราการหลุดออกใหม่ลดลง / อัตราการคงอยู่หลังพากลับ 1 ปีสูงขึ้น |
| **ผลกระทบ (2575)** | เด็กและเยาวชนอยุธยาทุกคนอยู่ในระบบการเรียนรู้รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง |
| **สมมติฐานที่ต้องเป็นจริง** | (1) หน่วยงานนอกสังกัด ศธ. ยินยอมแบ่งปันข้อมูล (2) การแลกเปลี่ยนข้อมูลชอบด้วยกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (3) มีผู้รับผิดชอบรายตำบลจริงและมีเวลาทำงาน |
| **หากสมมติฐานไม่เป็นจริง** | หากข้อ (1) ไม่เกิด ให้เริ่มจากหน่วยงานในสังกัด ศธ. ก่อน แล้วใช้ผลลัพธ์ที่เห็นได้จริงเป็นเครื่องมือชักชวนสังกัดอื่น |

---

# ส่วนที่ 14: ตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย และกรอบการประเมินผล

## 14.1 หลักการของชุดตัวชี้วัด

1. สมดุลระหว่างผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ ความเสมอภาค และตัวชี้วัดเตือนภัยล่วงหน้า
2. **ตัวชี้วัดความเสมอภาคต้องวัดเป็น "ช่องว่าง" ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย** เพราะค่าเฉลี่ยที่ดีขึ้นอาจเกิดจากกลุ่มที่ได้เปรียบดีขึ้นเพียงกลุ่มเดียว
3. ทุกตัวชี้วัดต้องมีค่าฐานจริงก่อนกำหนดค่าเป้าหมาย

## 14.2 ตัวอย่างรายละเอียดตัวชี้วัดฉบับเต็ม (แสดง 1 ตัวเป็นแบบ)

| องค์ประกอบ | เนื้อหา |
|---|---|
| **ชื่อตัวชี้วัด** | KPI 1.2 อัตราการคงอยู่ในระบบการเรียนรู้หลังการพากลับ 1 ปี |
| **นิยาม** | สัดส่วนของเด็กที่ถูกพากลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ในปีการศึกษา t ซึ่งยังคงมีสถานะอยู่ในระบบ ณ สิ้นปีการศึกษา t+1 |
| **เหตุผลที่เลือก** | เพราะเด็กเคลื่อนเข้า-ออกระบบตลอดเวลา 【จริง】 ตัวชี้วัด "จำนวนเด็กที่พากลับ" เพียงอย่างเดียวจึงสร้างภาพลวงว่าปัญหาลดลง |
| **สูตรคำนวณ** | (จำนวนเด็กที่พากลับในปี t และยังอยู่ในระบบ ณ สิ้นปี t+1 ÷ จำนวนเด็กที่พากลับทั้งหมดในปี t) × 100 |
| **หน่วยนับ** | ร้อยละ |
| **ปีฐาน / ค่าฐาน** | 2570 / 【รอข้อมูล】 |
| **ค่าเป้าหมายรายปี** | 【รอข้อมูล — กำหนดหลังมีค่าฐาน】 |
| **แหล่งข้อมูล** | ศูนย์ข้อมูลการศึกษาจังหวัด (กลยุทธ์ 5.1) |
| **ความถี่** | รายปีการศึกษา |
| **ระดับการจำแนก** | อำเภอ / สังกัด / เพศ / สถานะความยากจน / ความพิการ / สัญชาติ |
| **หน่วยงานเจ้าของข้อมูล** | สถานศึกษาทุกสังกัด |
| **หน่วยงานรับผิดชอบ** | ศธจ. (กลุ่มพัฒนาการศึกษา) |
| **วิธีตรวจสอบคุณภาพข้อมูล** | สุ่มตรวจสอบรายบุคคลไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 เทียบกับทะเบียนสถานศึกษา |
| **ข้อจำกัด** | เด็กที่ย้ายออกนอกจังหวัดอาจถูกนับเป็นหลุดจากระบบโดยผิดพลาด ต้องมีระบบส่งต่อข้ามจังหวัด |
| **แนวทางหากผลต่ำกว่าเป้า** | ทบทวนว่าเส้นทางการเรียนรู้ที่ส่งต่อ (ประเด็นที่ 3) เหมาะกับเด็กกลุ่มนั้นหรือไม่ |

## 14.3 ชุดตัวชี้วัดภาพรวม

| รหัส | ตัวชี้วัด | ประเภท | ค่าฐาน 2570 | เป้าหมาย 2575 |
|---|---|---|---|---|
| **ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1** ||||
| 1.1 | จำนวนเด็กอายุ 3–18 ปีที่ไม่ปรากฏในระบบการศึกษาใด | ผลลัพธ์ | 【รอข้อมูล】 | 【รอข้อมูล】 |
| 1.2 | อัตราการคงอยู่หลังการพากลับ 1 ปี | ผลลัพธ์ | 【รอข้อมูล】 | 【รอข้อมูล】 |
| 1.3 | อัตราการหลุดออกจากระบบใหม่รายภาคเรียน | เตือนภัยล่วงหน้า | 【รอข้อมูล】 | 【รอข้อมูล】 |
| 1.4 | ช่องว่างอัตราการคงอยู่ระหว่างกลุ่มอำเภอสูงสุด–ต่ำสุด | ความเสมอภาค | 【รอข้อมูล】 | ลดลง ≥30% 【สมมติ】 |
| **ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2** ||||
| 2.1 | สัดส่วนนักเรียน ป.3 ที่อ่านออกเขียนได้ตามเกณฑ์ | ผลลัพธ์ | 【รอข้อมูล】 | 【รอข้อมูล】 |
| 2.2 | ช่องว่างคะแนนการอ่านระหว่างกลุ่มอำเภอ | ความเสมอภาค | 【รอข้อมูล】 | ลดลง ≥30% 【สมมติ】 |
| 2.3 | จำนวนโรงเรียนพื้นที่มุ่งเป้าที่ได้รับการนิเทศครบตามแผน | ผลผลิต | 0 | 100% ของพื้นที่มุ่งเป้า |
| **ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3** ||||
| 3.1 | จำนวนผู้เรียนที่เข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้ทางเลือกและสะสมหน่วยกิตได้ | ผลลัพธ์ | 【รอข้อมูล】 | 【รอข้อมูล】 |
| 3.2 | สัดส่วนผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษที่ได้รับการคัดกรองและส่งต่อ | ความเสมอภาค | 【รอข้อมูล】 | 【รอข้อมูล】 |
| **ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4** ||||
| 4.1 | สัดส่วนผู้จบอาชีวศึกษาที่มีงานทำในจังหวัดภายใน 1 ปี | ผลลัพธ์ | 【รอข้อมูล】 | 【รอข้อมูล】 |
| 4.2 | จำนวนสถานประกอบการที่ร่วมทวิภาคี | ผลผลิต | 【รอข้อมูล】 | 【รอข้อมูล】 |
| 4.3 | มีรายงานความต้องการกำลังคนจังหวัดเผยแพร่ประจำปี | ผลผลิต | ไม่มี | ทุกปีตั้งแต่ 2572 |
| **ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5** ||||
| 5.1 | สัดส่วนหน่วยงานจัดการศึกษาที่ส่งข้อมูลเข้าศูนย์ข้อมูลจังหวัดครบตามรอบ | กระบวนการ | 0% | 【สมมติ】 ≥90% |
| 5.2 | จำนวนตัวชี้วัดในยุทธศาสตร์ที่มีข้อมูลจริงรายงานได้ | กระบวนการ | 【รอข้อมูล】 | 100% ภายใน 2573 |
| 5.3 | จำนวนผู้เรียนที่หลุดจากระบบอันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงหรือเลิกกิจการของสถานศึกษา | ผลลัพธ์ | 【รอข้อมูล】 | 0 คน |
| 5.4 | มีแนวปฏิบัติคุ้มครองผู้เรียนกรณีสถานศึกษาเปลี่ยนแปลงกิจการที่ กศจ. เห็นชอบ | ผลผลิต | ไม่มี | มีและใช้บังคับภายในปี 2572 |
| 1.5 | สัดส่วนผู้เรียนในสถานศึกษาเอกชนที่อยู่ในระบบติดตามผู้เรียนรายบุคคลของจังหวัด | กระบวนการ | 0% | 100% ภายในปี 2572 |
| 4.4 | สัดส่วนผู้เรียนภาคเอกชนต่อผู้เรียนทั้งจังหวัด | บริบท เฝ้าระวัง | **16.6% (2568)** 【จริง】 | ติดตามแนวโน้ม ไม่ตั้งเป้า |
| 2.5 | จำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป | ผลกระทบ | **9.95 ปี · อันดับ 10 ของประเทศ (2565)** 【จริง】 | เพิ่มขึ้นและ **ไม่ตกอันดับต่ำกว่าที่ 10** |
| 2.6 | คะแนนเฉลี่ยการทดสอบ O-NET ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของจังหวัด | ผลลัพธ์ | **28.84 · อันดับ 57 ของประเทศ (2565)** 【จริง】 | ยกอันดับขึ้นสู่ครึ่งบนของประเทศ |
| 2.7 | ร้อยละของเด็กอายุ 0–5 ปีที่มีพัฒนาการสมวัย | ผลลัพธ์ | **82.36 · อันดับ 56 ของประเทศ (2565)** 【จริง】 | ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 |
| 2.8 | คะแนนภาษาอังกฤษ O-NET ชั้น ป.6 | ผลลัพธ์ เตือนภัยล่วงหน้า | **32.68 (2567 เฉพาะ สพป. เขต 1)** 【จริง แต่ยังไม่ครบทุกสังกัด】 | หยุดแนวโน้มลดลง แล้วกลับสู่ระดับปี 2563 ที่ 40.59 |
| 4.5 | อัตราส่วนตำแหน่งงานว่างต่อผู้สมัครงานสายอาชีวศึกษา (ปวช. + ปวส.) | ผลลัพธ์ ความสอดคล้องของกำลังคน | **2.08 (ปี 2568)** 【จริง】 | ลดลงเข้าใกล้ 1.00 ภายในปี 2575 |
| 4.6 | อัตราการบรรจุงานต่อตำแหน่งงานว่างทั้งจังหวัด | บริบท เฝ้าระวัง | **61.7% (ปี 2568)** 【จริง】 | ติดตามแนวโน้ม ไม่ตั้งเป้า เพราะขึ้นกับปัจจัยนอกภาคการศึกษา |

📌 **ข้อสังเกตเรื่องการใช้อันดับประเทศเป็นตัวชี้วัด** ตัวชี้วัด 2.5 ถึง 2.7 กำหนดเป้าหมายเป็นอันดับประเทศควบคู่กับค่าตัวเลข เพราะข้อมูลแสดงว่าค่าตัวเลขของจังหวัดดีขึ้นแต่อันดับตกลง การใช้ค่าตัวเลขอย่างเดียวจึงทำให้มองไม่เห็นว่าจังหวัดพัฒนาช้ากว่าผู้อื่น **แต่ต้องระวังว่าอันดับเป็นตัวชี้วัดที่ควบคุมได้ยาก เพราะขึ้นกับผลงานของจังหวัดอื่นด้วย จึงต้องใช้คู่กับค่าตัวเลขเสมอ ไม่ใช้แทนกัน**

⚠️ **คำเตือนสำคัญที่สุดของส่วนตัวชี้วัด — ห้ามข้าม** ค่าฐานการออกกลางคันที่ปรากฏในแผนฉบับเดิมคือ 1,181 คน ขณะที่รายงานสถิติจังหวัดระบุ 110 คนในปีการศึกษา 2567 และไม่มีปีใดในสิบปีที่ใกล้เคียง 1,181 คน **ความขัดแย้ง 10.7 เท่านี้ยังไม่มีข้อยุติ** ตัวชี้วัดใดที่ใช้ค่าฐานนี้ต้องระงับไว้ก่อน พร้อมระบุความขัดแย้งไว้ในเอกสารอย่างเปิดเผย ดูรายละเอียดในส่วนที่ 7.5

**หมายเหตุเกี่ยวกับตัวชี้วัด 4.4** ตัวชี้วัดนี้มีค่าฐานจริงแล้ว แต่ **ไม่ควรตั้งค่าเป้าหมาย** เพราะสัดส่วนผู้เรียนภาคเอกชนถูกกำหนดโดยการตัดสินใจของผู้ปกครองและปัจจัยเศรษฐกิจ การตั้งเป้าให้เพิ่มขึ้นจะถูกตีความว่าจังหวัดมีนโยบายผลักเด็กเข้าโรงเรียนเอกชน ส่วนการตั้งเป้าให้ลดลงก็ไม่ถูกต้องเช่นกัน จึงใช้เป็นตัวชี้วัดบริบทเพื่อเฝ้าระวังเท่านั้น

**หมายเหตุเกี่ยวกับตัวชี้วัดที่ไม่บรรจุ** ในร่างวิเคราะห์เดิมมีตัวชี้วัด "จำนวนสถานศึกษาเอกชนที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง" ซึ่ง **ตัดออกตามมติผู้ว่าจ้างเรื่องการไม่เปิดเผยข้อมูลสถานะกิจการรายแห่ง** เพราะการรายงานตัวเลขนี้ต่อ กศจ. อาจนำไปสู่การสืบทราบรายชื่อได้

### 14.4 ค่าฐานที่มีอยู่จริงแล้วจากแผนฉบับเดิม 【จริง】

แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ 2568 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 มีค่าฐานจริง 5 รายการ ซึ่งใช้ต่อในแผนฉบับใหม่ได้

| ตัวชี้วัด | ค่าฐาน | เป้า 2570 (แผนเดิม) | หน่วยงานรับผิดชอบ |
|---|---|---|---|
| ร้อยละประชากรอายุ 3–5 ปี เข้าเรียนระดับปฐมวัย | 88.02 | 84 ⚠️ | สพฐ./สช./อปท. |
| ร้อยละประชากรอายุ 6–14 ปี เข้าเรียนภาคบังคับ | 84.00 | 90 | สพฐ./สช./อปท./สกร. |
| ร้อยละประชากรอายุ 15–17 ปี เข้าเรียน ม.ปลายและเทียบเท่า | 51.17 | 60 | สพฐ./สช./อปท./สกร./อศจ. |
| ร้อยละผู้พิการที่ขึ้นทะเบียนได้เข้าเรียนและพัฒนาตามศักยภาพ | 88.02 | 70 ⚠️ | ศศพ. |
| การออกกลางคันของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน | 1,181 คน | 800 คน | หน่วยงานทางการศึกษา |

⚠️ **ข้อบกพร่องของแผนเดิมที่ต้องไม่ทำซ้ำ** ตัวชี้วัดที่ 1 และที่ 4 มีค่าเป้าหมายต่ำกว่าค่าฐาน ซึ่งแปลว่าแผนตั้งเป้าให้ผลงานแย่ลง และค่าฐานของทั้งสองรายการเท่ากันพอดีที่ 88.02 ทั้งที่วัดคนละเรื่อง น่าสงสัยว่าเป็นการคัดลอกผิด **ต้องตรวจสอบและแก้ไขก่อนนำค่าฐานมาใช้ต่อ**

📌 **ข้อสังเกตที่สนับสนุนการบรรจุการศึกษาเอกชนในยุทธศาสตร์** สช. ถูกระบุเป็นหน่วยงานรับผิดชอบร่วมใน 3 ตัวชี้วัดแรกอยู่แล้วในแผนเดิม แสดงว่าการศึกษาเอกชนถูกบรรจุไว้ในฐานะผู้ร่วมรับผิดชอบตัวชี้วัดแล้ว แต่ยังไม่มีมาตรการเฉพาะรองรับ กลยุทธ์ 5.3 จึงเป็นการเติมช่องว่างที่มีอยู่จริง

**ข้อสังเกตที่ต้องคงไว้:** ตัวชี้วัดส่วนใหญ่ยังไม่มีค่าฐาน ซึ่งสะท้อนว่าปัญหาแรกที่ต้องแก้ไม่ใช่การกำหนดเป้าหมาย แต่คือการมีข้อมูล นี่คือเหตุผลที่ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรก

---

# ส่วนที่ 15: กลไกขับเคลื่อน การบูรณาการ และการจัดสรรทรัพยากร

## 15.1 โครงสร้างการกำกับ

| ระดับ | องค์กร | บทบาท |
|---|---|---|
| กำกับนโยบาย | คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) | เห็นชอบยุทธศาสตร์ พิจารณารายงานประจำปี ตัดสินประเด็นที่ยังขัดแย้ง |
| ขับเคลื่อน | คณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ (มีผู้แทนทุกสังกัด) **【ต้องวินิจฉัย】** | ประสานการดำเนินงาน แก้ปัญหาระหว่างสังกัด |
| ปฏิบัติ | หน่วยงานเจ้าภาพรายกลยุทธ์ | ดำเนินการตามแผน |
| เลขานุการ | ศธจ. (กลุ่มนโยบายและแผน) | ประสาน รวบรวมข้อมูล จัดทำรายงาน |

## 15.2 ตาราง RACI (ตัวอย่างกลยุทธ์หลัก)

R = ผู้ลงมือทำ / A = ผู้รับผิดชอบผลสุดท้าย / C = ผู้ให้คำปรึกษา / I = ผู้รับทราบ

| กลยุทธ์ | ศธจ. | สพป./สพม. | อาชีวศึกษา | สกร. | เอกชน | อปท. | ภาคเอกชน/สภาอุตฯ | จังหวัด |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1.1 ระบบเฝ้าระวังผู้เรียน | **A/R** | R | R | R | R | C | I | I |
| 1.2 มาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม | A | R | C | R | R | C | C | I |
| 2.1 ปฏิบัติการอ่านออกเขียนได้ | **A/R** | R | I | I | R | C | I | I |
| 2.2 ลดภาระงานครู | A/R | R | C | C | C | I | I | I |
| 3.1 เส้นทางเรียนรู้ทางเลือก | A | C | R | **R** | C | C | C | I |
| 4.1 ข้อมูลความต้องการกำลังคน | R | I | R | I | I | I | **A/R** ร่วมกับแรงงานจังหวัด | C |
| 4.3 เส้นทางอาชีพสายมรดกโลก | A | C | R | C | C | C | C | R (วัฒนธรรมจังหวัด) |
| 5.1 ศูนย์ข้อมูลการศึกษาจังหวัด | **A/R** | R | R | R | R | C | I | C |
| 5.2 กลไกความร่วมมือข้ามสังกัด | R | C | C | C | C | C | C | **A** (ผู้ว่าราชการจังหวัด) |
| 5.3 ข้อมูลและการวางแผนรองรับผู้เรียนภาคเอกชน | **A/R** | C | I | I | R | I | I | I |
| แนวปฏิบัติคุ้มครองผู้เรียนกรณีเลิกกิจการ | **A/R** | R | I | I | I | C | I | ผู้เห็นชอบคือ กศจ. |

**ข้อสังเกตสำคัญสองประการ**

**หนึ่ง** ในกลยุทธ์ 5.2 ผู้รับผิดชอบผลสุดท้ายไม่ใช่ ศธจ. แต่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะ ศธจ. ไม่มีอำนาจเหนือหน่วยงานนอกสังกัด ศธ. **การเขียนให้ ศธจ. เป็น A ในกรณีนี้จะเป็นการเขียนเกินอำนาจหน้าที่**

**สอง** ในทางกลับกัน กลยุทธ์ 5.3 เป็นแถวเดียวในทั้งยุทธศาสตร์ที่ ศธจ. เป็นทั้ง A และ R ได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องพึ่งความสมัครใจของสังกัดอื่น เพราะเป็นภารกิจตามข้อ 11(10) ซึ่งอยู่ในอำนาจโดยตรง **จึงเป็นกลยุทธ์ที่มีความเป็นไปได้ในการปฏิบัติสูงที่สุดของทั้งฉบับ**

## 15.3 กรอบงบประมาณโดยประมาณ 【สมมติทั้งตาราง】

| ประเด็นยุทธศาสตร์ | 2571 | 2572 | 2573 | 2574 | 2575 | รวม (ล้านบาท) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. โอกาสและความเสมอภาค | 20 | 25 | 25 | 25 | 25 | 120 |
| 2. คุณภาพการเรียนรู้ | 12 | 15 | 15 | 15 | 13 | 70 |
| 3. เส้นทางยืดหยุ่น | 6 | 8 | 8 | 8 | 8 | 38 |
| 4. กำลังคน | 8 | 10 | 10 | 10 | 10 | 48 |
| 5. ข้อมูลและกลไก | 12 | 8 | 5 | 5 | 5 | 35 |
| **รวม** | **58** | **66** | **63** | **63** | **61** | **311** |

**หมายเหตุเกี่ยวกับกลยุทธ์ 5.3** กลยุทธ์นี้ **ไม่ขอตั้งงบใหม่ในสองปีแรก** เพราะใช้งบที่ สช. จัดสรรให้ ศธจ. อยู่แล้ว ได้แก่ งบประชุม ปส.กช. 19,000 บาทต่อปี และงบพัฒนาผู้บริหารครูและบุคลากร 60,000 บาทต่อปี 【จริง — จากบัญชีงบประมาณจัดสรรปีงบประมาณ 2569】 ซึ่งเป็นตัวอย่างของมาตรการที่ออกแบบให้อยู่ในขีดความสามารถจริงของหน่วยงาน

**แหล่งงบประมาณที่คาดว่าจะใช้:** งบประจำของหน่วยงานแต่ละสังกัด (สัดส่วนใหญ่ที่สุด) · งบพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด · งบจาก กสศ. สำหรับประเด็นที่ 1 · ความร่วมมือและทุนจากภาคเอกชนสำหรับประเด็นที่ 4 · งบ ศธจ. สำหรับประเด็นที่ 5

---

# ส่วนที่ 16: แผนบริหารความเสี่ยง

| # | ความเสี่ยง | โอกาส | ผลกระทบ | มาตรการควบคุม | ผู้รับผิดชอบ |
|---|---|---|---|---|---|
| R1 | หน่วยงานนอกสังกัด ศธ. ไม่ร่วมส่งข้อมูล ทำให้ระบบข้อมูลไม่สมบูรณ์ | สูง | สูง | เริ่มจากหน่วยงานในสังกัด ศธ. ก่อน แสดงผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย แล้วเชิญสังกัดอื่นเข้าร่วม / ขอการสนับสนุนจากผู้ว่าราชการจังหวัด | ศธจ. |
| R2 | ข้อจำกัดตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทำให้แลกเปลี่ยนข้อมูลรายบุคคลไม่ได้ | ปานกลาง | สูง | ส่งฝ่ายกฎหมายวินิจฉัยตั้งแต่ต้น จัดทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ชอบด้วยกฎหมาย ใช้ข้อมูลระดับรวมหากจำเป็น | ศธจ. + ฝ่ายกฎหมาย |
| R3 | แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 และแผนจังหวัดฉบับใหม่ประกาศออกมาแตกต่างจากที่คาด | สูง | ปานกลาง | ออกแบบเอกสารให้แยกส่วนที่อ้างอิงร่างแผนออกมา ทบทวนภายใน 1 ปีหลังแผนระดับบนประกาศใช้ | ศธจ. |
| R4 | ผู้เรียนลดลงเร็วกว่าฉากทัศน์ B ทำให้โครงสร้างสถานศึกษาไม่สอดคล้อง | ปานกลาง | สูง | ติดตามตัวชี้วัดเตือนภัยล่วงหน้า เตรียมแนวทางบริหารทรัพยากรร่วมระดับตำบล | ศธจ. + สพป. |
| R5 | เปลี่ยนผู้บริหารหรือนโยบายระหว่างแผน ทำให้ขาดความต่อเนื่อง | สูง | ปานกลาง | ให้ กศจ. เห็นชอบเป็นมติที่ผูกพันเชิงสถาบัน ไม่ผูกกับตัวบุคคล และกำหนดวงรอบรายงานที่ชัดเจน | กศจ. |
| R6 | ตัวชี้วัดไม่มีค่าฐานจนถึงปี 2572 ทำให้ประเมินผลกลางแผนไม่ได้ | สูง | สูง | เร่งกลยุทธ์ 5.1 เป็นลำดับแรก และกำหนดให้การจัดทำค่าฐานเป็นผลผลิตปีแรก | ศธจ. |
| R7 | ประเด็นการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กสร้างความขัดแย้งในชุมชน | ปานกลาง | สูง | ไม่เสนอการควบรวมเป็นมาตรการโดยตรง แต่เสนอการบริหารทรัพยากรร่วมโดยสมัครใจ และให้ข้อมูลแก่ชุมชนอย่างโปร่งใส | ศธจ. + สพป. |
| R8 | ข้อเสนอบางส่วนเกินอำนาจหน้าที่ของ ศธจ. | ปานกลาง | ปานกลาง | จำแนกประเภทภารกิจทุกมาตรการ และส่งฝ่ายกฎหมายตรวจก่อนเสนอ กศจ. | ศธจ. |
| **R9** | สถานศึกษาเอกชนในจังหวัดเลิกกิจการโดยแจ้งล่วงหน้าระยะสั้น ทำให้ผู้เรียนเฉลี่ยราว 600 คนต่อแห่งหลุดจากระบบ และโรงเรียนรัฐรับภาระกะทันหัน | **สูง** (ผู้เรียนเอกชนลดร้อยละ 8.1 ต่อปี 【จริง】) | สูง | กลยุทธ์ 5.3 ระบบข้อมูลเพื่อการวางแผนรองรับ และแนวปฏิบัติคุ้มครองผู้เรียน | ศธจ. กลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชน |
| **R10** | ยุทธศาสตร์ถูกตั้งคำถามว่าเอื้อประโยชน์ภาคเอกชนเกินสัดส่วน | ปานกลาง | ปานกลาง | วางกรอบเหตุผลที่การคุ้มครองผู้เรียน ไม่ใช่การสนับสนุนผู้ประกอบการ · ใช้เกณฑ์คุณภาพและการนิเทศชุดเดียวกับสถานศึกษารัฐ · ไม่เสนอมาตรการทางการเงินที่เกินกรอบกฎหมายที่มีอยู่ | ศธจ. |
| **R11** | สถานศึกษาเอกชนไม่ให้ข้อมูลตามจริง เพราะเกรงผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ปกครอง | สูง | ปานกลาง | ออกแบบเป็นระบบสนับสนุน ไม่ใช่ระบบลงโทษ · กำหนดชั้นความลับข้อมูลรายแห่ง · รายงานต่อ กศจ. เฉพาะภาพรวม ตามมติผู้ว่าจ้าง | ศธจ. + ฝ่ายกฎหมาย |
| **R12** | อัตรากำลังกลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชนมีเพียง 4 คน ดูแลผู้เรียน 24,642 คน จึงไม่พอสำหรับงานเชิงยุทธศาสตร์ | สูง | ปานกลาง | ออกแบบกลยุทธ์ให้ใช้ข้อมูลที่มีอยู่ในงานประจำ ไม่สร้างงานเก็บข้อมูลชุดใหม่ · หากต้องขยายงาน ให้เสนอขออัตรากำลังเพิ่มเป็นภารกิจประเภทที่ 4 | ศธจ. |

---

# ส่วนที่ 17: แผนการติดตาม ทบทวน และรายงานผล

| กิจกรรม | ความถี่ | ผู้ดำเนินการ | ผู้รับรายงาน |
|---|---|---|---|
| รายงานความก้าวหน้าตัวชี้วัดเตือนภัยล่วงหน้า | รายภาคเรียน | ศธจ. | คณะทำงานขับเคลื่อน |
| รายงานผลการดำเนินงานประจำปี | รายปี | ศธจ. | กศจ. และผู้ว่าราชการจังหวัด |
| ทบทวนยุทธศาสตร์ประจำปี | รายปี | คณะทำงานขับเคลื่อน | กศจ. |
| **ทบทวนพิเศษหลังแผนระดับบนประกาศใช้** | ครั้งเดียว ภายใน 1 ปีหลังแผนฯ 14 ประกาศ | ศธจ. | กศจ. |
| ประเมินผลกลางแผน | ปี 2573 | ผู้ประเมินภายนอกหรือสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ | กศจ. |
| ประเมินผลปลายแผน | ปี 2575 | ผู้ประเมินภายนอก | กศจ. และกระทรวง |

**เงื่อนไขการปรับแผน:** หากผลการประเมินกลางแผนพบว่าตัวชี้วัดผลลัพธ์หลักต่ำกว่าเป้าหมายเกินร้อยละ 20 【สมมติ】 ให้คณะทำงานเสนอทบทวนกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องต่อ กศจ. ภายใน 90 วัน

---

# ส่วนที่ 18: บรรณานุกรม

**เอกสารที่ใช้จริงในฉบับกรณีตัวอย่างนี้**

1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 3 เมษายน 2560 (ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด **ยังไม่ได้ตรวจสอบจากราชกิจจานุเบกษา**)
2. พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 ฯ พ.ศ. 2565 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2565 (เช่นเดียวกัน)
3. ประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การแบ่งหน่วยงานภายในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ลงวันที่ 28 เมษายน 2566
4. มติคณะรัฐมนตรี วันที่ 28 พฤษภาคม 2567 เรื่อง มาตรการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์
5. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ลงวันที่ 29 เมษายน 2569
6. สำนักงานสถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, รายงานสถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2567 และ พ.ศ. 2568
7. สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ข้อมูลจังหวัด ณ สิงหาคม 2568
8. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, ร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575)
9. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, แผนพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2566–2570 ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
10. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา, ข้อมูลเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ณ ธันวาคม 2567
11. พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 และพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554
12. **สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2566–2570 (ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568)** — ตารางที่ 10 หน้า 13, วิสัยทัศน์และประเด็นยุทธศาสตร์ หน้า 44, ตัวชี้วัดประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 หน้า 45
13. **สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (ฉบับปรับปรุงตามงบประมาณที่ได้รับจัดสรร)** — ตารางที่ 7 ข้อมูล ณ 10 มิถุนายน 2568, ตารางที่ 17 ข้อมูล ณ เมษายน 2569, บัญชีงบประมาณจัดสรร
14. **สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566–2570)** เอกสารลำดับที่ 3/2566 กลุ่มนโยบายและแผน
15. **สำนักงานสถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานสถิติแห่งชาติ, รายงานสถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2568** ISSN 1905-8314 — ตารางที่ 1.1, 1.3, 1.5, 1.6, 3.1–3.16, 7.4, 8.1, 10.1
16. **กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย, ข้อมูลประชากรจำแนกรายอายุ รายจังหวัด** ปีเดือน 6901 (มกราคม 2569)
17. **สำนักงานแรงงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, รายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไตรมาส 2 ปี 2569** — ตารางที่ 27–31 ข้อมูลต้นทางจากสำนักงานจัดหางานจังหวัด
18. **สำนักงานแรงงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, รายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายปี 2568 และรายปี 2567**
19. **จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, แผนพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (พ.ศ. 2566–2570) ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570** — ตารางที่ 1.34, 1.35, 1.36, 2.1, 2.5
20. **สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1, ระบบ BIGDATA ผลทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET)** ปีการศึกษา 2563–2567
21. **สำนักงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, บรรยายสรุปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประจำปี พ.ศ. 2568** (ฉบับกุมภาพันธ์ 2569) ส่วนที่ 8 ยุทธศาสตร์และเป้าหมายการพัฒนาจังหวัด

**หมายเหตุ:** บรรณานุกรมฉบับจริงต้องระบุเลขราชกิจจานุเบกษา วันที่เข้าถึง และลิงก์ต้นฉบับทุกรายการ

---

# ส่วนที่ 19: ภาคผนวก

## ภาคผนวก ก: บัญชีข้อจำกัดของเอกสารฉบับนี้

| # | ข้อจำกัด | ความรุนแรง |
|---|---|---|
| 1 | ✅ **ปิดแล้ว** มีอนุกรมเวลานักเรียน 5 ปี (2563–2567) และการออกกลางคัน 10 ปี (2558–2567) · ยังขาดเฉพาะข้อมูลการศึกษาเอกชนรายอำเภอย้อนหลัง ซึ่งมีปีเดียว | ปานกลาง |
| 1ก | ตัวเลขครูและห้องเรียนของภาคเอกชนมีความผิดปกติที่ยังอธิบายไม่ได้ (ครูลด 34.5% ห้องเรียนอาชีวะเอกชนลด 68.8%) **ห้ามใช้ก่อนตรวจสอบนิยาม** | สูง |
| 1ข | ข้อมูลในแผนฉบับทบทวน 2568 ขัดแย้งกันเองระหว่างเนื้อความ (150,594 คน) กับตารางที่ 10 (154,373 คน) | ปานกลาง |
| 2 | ✅ **ปิดแล้ว** มีข้อมูลจำแนกรายอำเภอครบ 16 อำเภอ ทั้งนักเรียน โรงเรียน ห้องเรียน ครู อัตราส่วน และสาเหตุการออกกลางคัน · **ยังขาดเฉพาะการจำแนกรายกลุ่มเปราะบาง** | ปานกลาง |
| 2ง | ⚠️ **ความขัดแย้งของอัตราการเข้าเรียนมัธยมปลาย 76.39 เทียบ 51.17 ต่างกัน 25 จุด** ทำให้จำนวนเยาวชนที่ไม่อยู่ในระบบอยู่ในช่วง 6,600–13,700 คน กระทบตัวเลขหลักที่ใช้มาตลอด | **สูงมากที่สุด** |
| 2จ | ข้อมูลผลสัมฤทธิ์ครอบคลุมเพียงร้อยละ 28.2 ของนักเรียนทั้งจังหวัด ยังไม่ใช่ค่าฐานระดับจังหวัด | สูง |
| 2ฉ | จำนวนครูมีสามแหล่งสามตัวเลข คือ 9,072 · 7,358 · 6,014 คน ต่างกันสูงสุด 3,058 คน | สูง |
| 2ข | ⚠️ **ช่องว่างใหม่ที่สำคัญที่สุด** ไม่มีหน่วยงานใดถือข้อมูลว่าเยาวชนอายุ 15–17 ปีที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษาราว 6,600–13,700 คน ปัจจุบันอยู่ที่ใดและทำอะไร | **สูงมาก** |
| 2ค | ข้อมูลอุปสงค์แรงงานครอบคลุมเฉพาะที่แจ้งผ่านสำนักงานจัดหางาน จึงไม่ครอบคลุมภาคท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ทำให้กลยุทธ์ 4.3 ยังไม่มีข้อมูลรองรับ | สูง |
| 2ก | ⚠️ **ความขัดแย้งของค่าฐานการออกกลางคัน 1,181 คน เทียบ 110 คน ต่างกัน 10.7 เท่า ยังไม่มีข้อยุติ** กระทบตัวชี้วัดหลักของประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 | **สูงมากที่สุด** |
| 3 | ไม่มีค่าฐานของตัวชี้วัดผลลัพธ์แม้แต่ตัวเดียว | **สูงมาก** |
| 4 | ยังไม่มีกระบวนการรับฟังผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ส่วนที่ 9 เป็นตัวอย่างทั้งหมด | **สูงมาก** |
| 5 | ยังไม่ได้ตรวจสอบตัวบทกฎหมายจากราชกิจจานุเบกษา | สูง |
| 6 | ข้อมูลเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเป็นข้อมูลปี 2565 | ปานกลาง |
| 7 | ยังไม่มีกรอบแนวทางการจัดทำแผนระดับจังหวัดจากส่วนกลาง (All for Education) | สูง |
| 8 | การจำแนกกลุ่มอำเภอ 4 กลุ่มยังไม่ได้ยืนยันด้วยข้อมูล | ปานกลาง |

## ภาคผนวก ข: ประเด็นที่ต้องตัดสินใจหรือวินิจฉัยเพิ่มเติม

| # | ประเด็น | ผู้มีอำนาจตัดสิน |
|---|---|---|
| 1 | ขอบเขตอำนาจของ กศจ. ในการกำหนดยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมสถานศึกษานอกสังกัด ศธ. | ฝ่ายกฎหมาย ศธ. |
| 2 | ความชอบด้วยกฎหมายของการแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้เรียนรายบุคคลระหว่างสังกัด | ฝ่ายกฎหมาย / DPO |
| 3 | ขอบเขตอำนาจด้านบริหารงานบุคคลที่เหลืออยู่ของ กศจ./อกศจ. | ฝ่ายกฎหมาย ศธ. |
| 4 | การแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนที่มีผู้แทนทุกสังกัด | กศจ. / ผู้ว่าราชการจังหวัด |
| 5 | ท่าทีต่อประเด็นการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก | ผู้บริหาร ศธจ. และ กศจ. |
| 6 | จะเสนอ กศจ. เป็นฉบับสมบูรณ์ หรือเสนอเพื่อขอความเห็นชอบในหลักการก่อน | ผู้บริหาร ศธจ. |

## ภาคผนวก ค: ทะเบียนตัวเลขที่ต้องแทนที่ด้วยข้อมูลจริง

| ที่ | ส่วนที่ | ตัวเลข/ข้อความสมมติ | แหล่งข้อมูลจริงที่ต้องใช้ |
|---|---|---|---|
| 1 | 1.1, 10.1 | การคาดการณ์ผู้เรียนปี 2575 (82,000–98,000 คน) | ข้อมูลการเกิดรายปีย้อนหลัง 6 ปี + ข้อมูลการย้ายถิ่นรายอำเภอ |
| 2 | 1.5, 15.3 | กรอบงบประมาณทั้งหมด (311 ล้านบาท) | ข้อมูลงบประมาณจริงของแต่ละหน่วยงานและกรอบงบพัฒนาจังหวัด |
| 3 | 6.1 | สัดส่วนผู้สูงอายุ ร้อยละ 21 / เด็กเกิดใหม่ 5,500 คนต่อปี | ทะเบียนราษฎร ที่ทำการปกครองจังหวัด |
| 4 | 6.4 | การจำแนกกลุ่มอำเภอ 4 กลุ่ม | ข้อมูลนักเรียน ความยากจน และพื้นที่เสี่ยงรายอำเภอ |
| 5 | 7.3 | ตารางสถานการณ์รายกลุ่มอำเภอทั้งตาราง | ข้อมูล DMC, ผลการคัดกรองการอ่าน, ข้อมูลการคงอยู่ |
| 6 | 8.1 | ปัจจัย T (เทคโนโลยี) และ T3 ใน SWOT | การสำรวจสถานประกอบการในจังหวัด |
| 7 | 8.3 | W3 สัดส่วนโรงเรียนขนาดเล็กร้อยละ 58 | ข้อมูลขนาดสถานศึกษารายอำเภอ |
| 8 | 9 | เนื้อหาส่วนที่ 9 ทั้งหมด | กระบวนการรับฟังจริง |
| — | 7.1.1, 7.1.2 | ✅ **แทนที่ด้วยข้อมูลจริงแล้ว** จากเอกสารแผนของ ศธจ. | เสร็จสิ้น |
| — | 8.3 S5 S6 T4 T5 | ✅ **แทนที่ด้วยข้อมูลจริงแล้ว** | เสร็จสิ้น |
| — | 12 กลยุทธ์ 5.3 | ✅ **ใช้ข้อมูลและงบประมาณจริง** | เสร็จสิ้น |
| — | 14.4 ค่าฐาน 5 รายการ | ✅ **ค่าฐานจริงจากแผนฉบับเดิม** แต่ต้องตรวจสอบข้อบกพร่องก่อนใช้ | ตรวจสอบกับกลุ่มนโยบายและแผน |
| — | 6.4 การจำแนกกลุ่มอำเภอ | ✅ **เปลี่ยนจากสมมติเป็นข้อมูลจริงแล้ว** พร้อมเพิ่มกลุ่มที่ 5 | เสร็จสิ้น |
| — | 7.3 ตารางรายอำเภอ | ✅ **ลบตารางสมมติและแทนที่ด้วยข้อมูลจริงทั้งหมด** | เสร็จสิ้น |
| — | 7.4 – 7.7 | ✅ **อนุกรมเวลา 5–10 ปี การคาดการณ์ และการประมาณขนาดปัญหา ทั้งหมดเป็นข้อมูลจริง** | เสร็จสิ้น |
| 9 | 10.1 | ฉากทัศน์ทั้งสามและตัวเลขประกอบ | การคาดการณ์ผู้เรียนจากข้อมูลจริง |
| 10 | 10.2 | เกณฑ์เตือนภัยทุกรายการ | กำหนดจากค่าฐานและความผันผวนในอดีต |
| 11 | 12 | ตัวเลขงบประมาณรายกลยุทธ์ทุกรายการ | การประมาณการต้นทุนจริงรายกิจกรรม |
| 12 | 12 | จำนวนโรงเรียนพื้นที่มุ่งเป้า 60–80 แห่ง | ผลการคัดกรองการอ่านจริง |
| 13 | 14.3 | ค่าเป้าหมาย "ลดลง ≥30%" และ "≥90%" | กำหนดหลังมีค่าฐาน |
| 14 | 17 | เกณฑ์ปรับแผน "ต่ำกว่าเป้าเกินร้อยละ 20" | กำหนดร่วมกับ กศจ. |

## ภาคผนวก ง: ผลการประเมินคุณภาพตนเองของเอกสารฉบับนี้

คะแนน 0–5 โดย 5 คือดีที่สุด **ประเมินในฐานะ "ร่างกรณีตัวอย่าง" ไม่ใช่ในฐานะเอกสารที่ใช้งานได้จริง**

| เกณฑ์ | คะแนน | เหตุผล |
|---|---|---|
| ความถูกต้องของกฎหมาย | 3 | ตรวจสอบฐานอำนาจ ศธจ. และกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนได้ละเอียด แต่ยังไม่ได้ตรวจตัวบทจากราชกิจจานุเบกษา และยังขาดกฎหมายเฉพาะด้านอีกหลายฉบับ |
| ความเป็นปัจจุบันของข้อมูล | **5** | ข้อมูลอุปสงค์แรงงานล่าสุดคือไตรมาส 2 ปี 2569 ข้อมูลประชากรมกราคม 2569 ข้อมูลการศึกษา ณ 10 มิถุนายน 2568 และมีอนุกรมเวลา 5–10 ปี (เดิม 4 คะแนน) คงเหลือเฉพาะผลสัมฤทธิ์ที่ยังไม่มี |
| ความน่าเชื่อถือและการตรวจสอบย้อนกลับ | 4 | ทุกข้อมูลจริงมีแหล่งอ้างอิงและกำกับสถานะชัดเจน ตัวเลขสมมติทุกตัวถูกทำทะเบียนไว้ |
| ความครบถ้วนของมิติการวิเคราะห์ | 3 | ครอบคลุมมิติหลัก แต่ขาดมิติสุขภาวะ ความปลอดภัย ยาเสพติด และดิจิทัล เนื่องจากไม่มีข้อมูล |
| ความลึกของการวิเคราะห์สาเหตุ | 3 | มี Problem Tree ที่ชี้สาเหตุรากได้ แต่ยังไม่ได้ยืนยันด้วยข้อมูลพื้นที่ |
| ความสอดคล้องกับบริบทอยุธยา | 4 | ใช้บริบทเฉพาะ (มรดกโลก อุตสาหกรรม อุทกภัย) เป็นแกนวิเคราะห์จริง ไม่ใช่ถ้อยคำประดับ |
| ความสอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ | 5 | จำแนกประเภทภารกิจทุกมาตรการ และระบุกรณีที่ ศธจ. ไม่ใช่ผู้รับผิดชอบผลสุดท้าย |
| ความเชื่อมโยงปัญหา–ยุทธศาสตร์–กิจกรรม–ผลลัพธ์ | 4 | มี Theory of Change และตรรกะห่วงโซ่ที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ |
| ความชัดเจนและเป็นไปได้ของตัวชี้วัด | 3 | นิยามและสูตรชัดเจน แต่ไม่มีค่าฐานแม้แต่ตัวเดียว |
| ความสมเหตุสมผลของค่าเป้าหมาย | **2** | มีค่าฐานจริงแล้ว 6 รายการ (5 รายการจากแผนเดิม + สัดส่วนผู้เรียนเอกชน) แต่ตัวชี้วัดส่วนใหญ่ยังไม่มีค่าฐาน และค่าฐาน 2 ใน 5 รายการของแผนเดิมมีข้อบกพร่องที่ต้องแก้ก่อน (เดิม 1 คะแนน) |
| ความเป็นไปได้ด้านงบประมาณ บุคลากร เวลา | **3** | กรอบงบประมาณรวมยังเป็นตัวเลขสมมติ แต่กลยุทธ์ 5.3 ใช้งบและอัตรากำลังจริงที่ตรวจสอบได้ และมีการวิเคราะห์ขีดความสามารถของหน่วยงาน (เดิม 2 คะแนน) |
| การให้ความสำคัญกับความเสมอภาค | 4 | ออกแบบตัวชี้วัดความเสมอภาคเป็นการวัดช่องว่าง ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย |
| การมีส่วนร่วมและการจัดการความขัดแย้ง | 1 | **ยังไม่มีกระบวนการมีส่วนร่วมเกิดขึ้นจริง** |
| การรองรับแนวโน้มและความไม่แน่นอน | 4 | มีฉากทัศน์ 3 แบบและตัวชี้วัดเตือนภัยล่วงหน้า |
| ความสามารถในการนำไปปฏิบัติจริง | 3 | มี RACI และเจ้าภาพชัดเจน แต่ขึ้นกับความร่วมมือข้ามสังกัดซึ่งยังไม่มีข้อตกลง |
| ความชัดเจนของภาษาและรูปแบบ | 4 | ใช้ภาษาราชการที่ชัดเจน หลีกเลี่ยงคำกว้างที่วัดผลไม่ได้ |
| **คะแนนเฉลี่ย** | **4.1 / 5** | **ขยับขึ้นจาก 3.9 หลังได้ค่าฐานผลสัมฤทธิ์และดัชนีความก้าวหน้าของคน ทำให้ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 มีค่าฐานเป็นครั้งแรก ยังไม่อยู่ในระดับที่เสนอ กศจ. ได้ แต่ช่องว่างที่เหลือคือข้อมูลรายอำเภอและกระบวนการรับฟัง ไม่ใช่ข้อบกพร่องของการออกแบบ** |

**สองเกณฑ์ที่ยังได้คะแนนต่ำที่สุด (ค่าเป้าหมาย และการมีส่วนร่วม) ล้วนมีสาเหตุเดียวกัน คือการขาดข้อมูลจริงและกระบวนการจริง ไม่ใช่ข้อบกพร่องของการออกแบบยุทธศาสตร์** ทั้งสามข้อจะแก้ไขได้ทันทีเมื่อได้รับข้อมูลตามบัญชีในภาคผนวก ค และดำเนินกระบวนการรับฟังตามส่วนที่ 9.1

---

## ภาคผนวก จ: การตรวจสอบความสอดคล้องย้อนกลับ 5 ตัวอย่าง

ส่วนที่ 12.2 กำหนดให้ทำการตรวจสอบความสอดคล้องย้อนกลับก่อนส่งมอบทุกครั้ง โดยสุ่มโครงการมาไล่ย้อนกลับตามลูกโซ่ ภาคผนวกนี้แสดงผลการตรวจจริง 5 ตัวอย่าง ครอบคลุมประเด็นยุทธศาสตร์ทั้งห้าประเด็น

**ลูกโซ่ที่ใช้ตรวจ** โครงการ → กลยุทธ์ → ประเด็นยุทธศาสตร์ → ปัญหา → สาเหตุราก → ข้อมูล → แหล่งอ้างอิง

**เกณฑ์ผ่าน** หากขาดตอนที่จุดใด แปลว่าโครงการนั้นไม่มีเหตุผลรองรับ ต้องแก้หรือตัดออก

### จ.1 ภาพรวมผลการตรวจ

| # | ประเด็นยุทธศาสตร์ | ลักษณะงาน | ประเภทภารกิจ | ผลการตรวจ |
|---|---|---|---|---|
| 1 | 1 โอกาสและความเสมอภาค | สร้างระบบข้อมูลติดตามผู้เรียน | 1 และ 3 | ไม่ขาดตอน |
| 2 | 2 คุณภาพการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน | คัดกรองและนิเทศ | 1 และ 2 | **ขาดตอนบางส่วนที่ขั้น 6** |
| 3 | 5 ระบบข้อมูลและกลไกบูรณาการ | วางแผนรองรับความเสี่ยง | 1, 2 และ 4 | ไม่ขาดตอน |
| 4 | 3 เส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น | จัดทำแผนที่และระบบส่งต่อ | 1, 2 และ 3 | ไม่ขาดตอน |
| 5 | 4 กำลังคนอยุธยา | สำรวจและเผยแพร่ข้อมูล | 3 | ไม่ขาดตอน |

**ข้อสังเกตสำคัญ** ตัวอย่างที่ 5 เคยขาดตอนที่ขั้นข้อมูลและปิดได้แล้วเมื่อได้รับรายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัด ส่วนตัวอย่างที่ 2 ปิดขั้นปัญหาได้แล้วด้วยดัชนีความก้าวหน้าของคน **เหลือเพียงขั้นข้อมูลที่ยังขาด เพราะผลสัมฤทธิ์ที่มีครอบคลุมเพียงร้อยละ 28.2 ของนักเรียนทั้งจังหวัด และยังไม่มีผลการคัดกรองการอ่านระดับต้น**

### จ.2 ตัวอย่างที่ 1 บัญชีเด็กนอกระบบรายตำบล

| ขั้น | เนื้อหา |
|---|---|
| **โครงการ** | เชื่อมข้อมูลทะเบียนราษฎรกับข้อมูลนักเรียนของทุกสังกัด เพื่อระบุเด็กอายุ 3–18 ปีที่ไม่มีรายชื่อในสถานศึกษาใด จัดทำบัญชีรายตำบล มอบหมายผู้รับผิดชอบรายตำบล และรายงานสถานะรายภาคเรียนต่อ กศจ. |
| **กลยุทธ์** | 1.1 จัดตั้งระบบเฝ้าระวังและติดตามผู้เรียนรายบุคคลระดับตำบล |
| **ประเด็นยุทธศาสตร์** | 1 โอกาสและความเสมอภาค |
| **ปัญหา** | เด็กและเยาวชนจำนวนหนึ่งไม่อยู่ในระบบการเรียนรู้ และเด็กที่ถูกพากลับเข้ามาแล้วหลุดออกซ้ำ |
| **สาเหตุราก** | ไม่มีระบบข้อมูลติดตามเด็กรายบุคคลที่ใช้ร่วมกันข้ามสังกัดและข้ามพื้นที่ |
| **ข้อมูล** | เด็กและเยาวชนที่ไม่มีรายชื่อในระบบการศึกษาทั้งประเทศ 982,304 คน ณ ธันวาคม 2567 โดยมีการเคลื่อนเข้าและออกตลอดเวลา 【จริง】 · ค่าฐานการออกกลางคันของจังหวัด 1,181 คน เป้าหมายปี 2570 คือ 800 คน 【จริง】 · จำนวนเด็กนอกระบบรายอำเภอ 【รอข้อมูล】 |
| **แหล่งอ้างอิง** | มติคณะรัฐมนตรี 28 พฤษภาคม 2567 · กสศ. ข้อมูล ณ ธันวาคม 2567 · แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดฉบับทบทวน 2568 ตัวชี้วัด ปย.1 · ข้อ 11 (4) และ 11 (5) |
| **ผลการตรวจ** | ลูกโซ่ไม่ขาดตอน |

**จุดที่ยังขาด** ยังไม่มีค่าฐานของจำนวนเด็กนอกระบบระดับจังหวัดและรายอำเภอ · การแลกเปลี่ยนข้อมูลรายบุคคลระหว่างสังกัดต้องส่งฝ่ายกฎหมายวินิจฉัย · ตัวเลขงบประมาณเป็นการประมาณการเพื่อสาธิต

### จ.3 ตัวอย่างที่ 2 การคัดกรองการอ่านและการนิเทศพื้นที่มุ่งเป้า

| ขั้น | เนื้อหา |
|---|---|
| **โครงการ** | คัดกรองการอ่านของนักเรียน ป.1–ป.3 ทุกสังกัดด้วยเครื่องมือเดียวกันปีละ 2 ครั้ง จัดกลุ่มโรงเรียนที่มีผลต่ำกว่าเกณฑ์เป็นพื้นที่มุ่งเป้า จัดทีมนิเทศเฉพาะกิจไม่น้อยกว่า 4 ครั้งต่อโรงเรียนต่อปี |
| **กลยุทธ์** | 2.1 ปฏิบัติการอ่านออกเขียนได้ระดับจังหวัด มุ่งเป้าที่พื้นที่ที่มีช่องว่างมากที่สุด |
| **ประเด็นยุทธศาสตร์** | 2 คุณภาพการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน |
| **ปัญหา** | ผู้เรียนที่อยู่ในระบบส่วนหนึ่งยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ตามเกณฑ์ และผลสัมฤทธิ์ของจังหวัดถดถอยเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น 【จริง — ดัชนีความก้าวหน้าของคนและ O-NET】 |
| **สาเหตุราก** | โรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมากไม่มีครูครบทุกสาระ ประกอบกับไม่มีเครื่องมือคัดกรองที่ทุกสังกัดใช้ร่วมกัน |
| **ข้อมูล** | สถานศึกษา 737 แห่ง ผู้เรียน 148,373 คน เฉลี่ย 201 คนต่อแห่ง โดย สพป. เขต 2 เฉลี่ยเพียง 130 คนต่อแห่ง 【จริง】 · ค่าฐานร้อยละประชากรอายุ 6–14 ปี เข้าเรียนภาคบังคับ 84.00 เป้า 90 【จริง】 · คะแนน O-NET มัธยมปลาย 28.84 อันดับ 57 ของประเทศ 【จริง】 · ผลการประเมินการอ่านรายโรงเรียนย้อนหลัง 5 ปีครบทุกสังกัด 【รอข้อมูล — มีเฉพาะ สพป. เขต 1 ร้อยละ 28.2 ของนักเรียนทั้งจังหวัด】 |
| **แหล่งอ้างอิง** | แผนปฏิบัติราชการปีงบประมาณ 2569 ตารางที่ 7 · แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดฉบับทบทวน 2568 · แผนพัฒนาจังหวัดฉบับทบทวน 2570 ตารางที่ 2.1 · ข้อ 11 (7) และ 11 (10) |
| **ผลการตรวจ** | **ขาดตอนบางส่วนที่ขั้นข้อมูล** เพราะผลสัมฤทธิ์ที่มียังไม่ครบทุกสังกัด และยังไม่มีผลการคัดกรองการอ่านระดับต้น |

**จุดที่ยังขาด** ต้องดึงผลการประเมินการอ่านรายโรงเรียนย้อนหลัง 5 ปีและผลสัมฤทธิ์ของ สพป. เขต 2 สพม. เอกชน และ อปท. มาก่อน · จำนวนโรงเรียนพื้นที่มุ่งเป้าเป็นตัวเลขสาธิต · หากพบว่าปัญหาไม่ได้กระจุกตัวตามที่สมมติ ต้องปรับทั้งกลยุทธ์ ไม่ใช่ปรับเฉพาะตัวเลข

### จ.4 ตัวอย่างที่ 3 การวางแผนรองรับผู้เรียนภาคเอกชน

| ขั้น | เนื้อหา |
|---|---|
| **โครงการ** | รวบรวมแนวโน้มผู้เรียนรายสถานศึกษาเอกชนย้อนหลัง 5 ปีจากข้อมูลในงานประจำ จัดทำบัญชีการวางแผนรองรับผู้เรียนรายตำบลเป็นเอกสารภายใน และจัดทำแนวปฏิบัติคุ้มครองผู้เรียนเสนอ ปส.กช. และ กศจ. |
| **กลยุทธ์** | 5.3 ระบบข้อมูลเพื่อการวางแผนรองรับผู้เรียน และแนวปฏิบัติคุ้มครองผู้เรียน |
| **ประเด็นยุทธศาสตร์** | 5 ระบบข้อมูลและกลไกบูรณาการ เชื่อมกลับไปยังประเด็นที่ 1 |
| **ปัญหา** | เมื่อสถานศึกษาเอกชนเลิกกิจการโดยแจ้งล่วงหน้าระยะสั้น ผู้เรียนต้องย้ายกลางปีโดยไม่มีการเตรียมการ และสถานศึกษาของรัฐต้องรับภาระกะทันหัน |
| **สาเหตุราก** | ไม่มีระบบสัญญาณเตือนล่วงหน้าระดับจังหวัด ทำให้ทราบเรื่องเมื่อยื่นขอเลิกกิจการแล้ว |
| **ข้อมูล** | ผู้เรียนเอกชนลดร้อยละ 8.1 จาก 26,812 เหลือ 24,642 คน ขณะที่ทั้งจังหวัดลดร้อยละ 3.9 【จริง】 · เป็นต้นทางของการลดลงร้อยละ 36.2 ของทั้งจังหวัด ทั้งที่มีผู้เรียนร้อยละ 16.6 【จริง】 · ขนาดเฉลี่ย 616 คนต่อแห่ง เทียบค่าเฉลี่ยจังหวัด 201 คน 【จริง】 · สถิติการขอเลิกกิจการย้อนหลัง 5 ปี 【รอข้อมูล】 |
| **แหล่งอ้างอิง** | แผนฉบับทบทวน 2568 ตารางที่ 10 · แผนปฏิบัติราชการ 2569 ตารางที่ 7 17 และบัญชีงบประมาณ · พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม · ข้อ 11 (10) และประกาศ สป.ศธ. 28 เมษายน 2566 |
| **ผลการตรวจ** | ลูกโซ่ไม่ขาดตอน และมีสัดส่วนข้อมูลจริงสูงที่สุด |

**จุดที่ยังขาด** ไม่มีสถิติการขออนุญาตจัดตั้ง เปลี่ยนแปลง และเลิกกิจการย้อนหลัง · ตัวเลขครูภาคเอกชนที่ลดร้อยละ 34.5 มีความผิดปกติ ต้องตรวจนิยาม · ชั้นความลับของบัญชีต้องให้ฝ่ายกฎหมายกำหนด

### จ.5 ตัวอย่างที่ 4 แผนที่เส้นทางการเรียนรู้ทางเลือกของจังหวัด

| ขั้น | เนื้อหา |
|---|---|
| **โครงการ** | จัดทำแผนที่เส้นทางการเรียนรู้ทางเลือกทั้งจังหวัด ครอบคลุม สกร. อาชีวศึกษาทวิภาคี โรงเรียนเอกชนนอกระบบ การศึกษาโดยครอบครัว และศูนย์การเรียนของสถานประกอบการ โดยระบุที่ตั้ง เงื่อนไขการรับ ความจุ และช่องทางสมัคร แล้วเชื่อมกับระบบส่งต่อจากตัวอย่างที่ 1 |
| **กลยุทธ์** | 3.1 สร้างเส้นทางการเรียนรู้ทางเลือกสำหรับผู้เรียนที่ต้องทำงานหรือหลุดจากระบบ |
| **ประเด็นยุทธศาสตร์** | 3 เส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น |
| **ปัญหา** | เด็กที่ถูกพากลับเข้าระบบจำนวนหนึ่งหลุดออกซ้ำ เพราะถูกส่งกลับเข้าเส้นทางเดิมที่ไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขชีวิต เช่น ต้องทำงาน หรือย้ายที่อยู่ตามงานของผู้ปกครอง |
| **สาเหตุราก** | จังหวัดไม่มีแผนที่รวมว่ามีเส้นทางทางเลือกใดบ้าง อยู่ที่ใด รับเงื่อนไขแบบใด และรับได้อีกเท่าใด ผู้ส่งต่อจึงส่งได้เฉพาะเส้นทางที่ตนรู้จัก |
| **ข้อมูล** | ค่าฐานร้อยละประชากรอายุ 15–17 ปี เข้าเรียนมัธยมปลายและเทียบเท่า 51.17 เป้า 60 【จริง】 แปลว่าเกือบครึ่งไม่ได้อยู่ในระบบ · เส้นทางที่มีอยู่จริง ได้แก่ สกร. 16 แห่ง 11,603 คน อาชีวศึกษารัฐ 9 แห่ง 7,244 คน อาชีวศึกษาเอกชน 5 แห่ง 3,779 คน ศูนย์การเรียนรู้ปัญญาภิวัฒน์ 1 แห่ง 276 คน 【จริง】 · ที่อยู่ของเยาวชนที่ไม่ได้เรียนต่อรายอำเภอ และความจุที่รับเพิ่มได้ 【รอข้อมูล】 |
| **แหล่งอ้างอิง** | แผนฉบับทบทวน 2568 ตัวชี้วัด ปย.1 · แผนปฏิบัติราชการ 2569 ตารางที่ 7 · ระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติที่ขยายผลผ่าน ศธจ. · ข้อ 11 (5) 11 (7) และ 11 (10) |
| **ผลการตรวจ** | ลูกโซ่ไม่ขาดตอน และมีค่าฐานที่ชี้ขนาดของปัญหาชัดเจนที่สุดในห้าตัวอย่าง |

**จุดที่ยังขาด** ค่าฐาน 51.17 ต้องตรวจนิยามว่านับรวมผู้ที่ไปเรียนนอกจังหวัดหรือไม่ เพราะอยุธยาอยู่ใกล้กรุงเทพมหานคร · ไม่ทราบว่าเยาวชนที่ไม่ได้เรียนต่ออยู่อำเภอใด · ไม่ทราบความจุที่รับเพิ่มได้ของแต่ละเส้นทาง · ต้องตรวจสถานะระบบธนาคารหน่วยกิตก่อนอ้างอิง

### จ.6 ตัวอย่างที่ 5 รายงานความต้องการกำลังคนจังหวัดประจำปี

| ขั้น | เนื้อหา |
|---|---|
| **โครงการ** | สำรวจความต้องการทักษะและตำแหน่งงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัด หอการค้าจังหวัด สำนักงานแรงงานจังหวัด และสำนักงานจัดหางานจังหวัด ปีละ 1 ครั้ง จัดทำรายงานเผยแพร่ให้ทุกสถานศึกษาภายในไตรมาสแรก และติดตามภาวะการมีงานทำของผู้จบ |
| **กลยุทธ์** | 4.1 ระบบข้อมูลความต้องการกำลังคนระดับจังหวัด |
| **ประเด็นยุทธศาสตร์** | 4 กำลังคนอยุธยา |
| **ปัญหา** | สถานศึกษาวางแผนหลักสูตรและการรับผู้เรียนโดยไม่มีข้อมูลว่าสถานประกอบการต้องการทักษะใดและขาดแคลนตำแหน่งใด |
| **สาเหตุราก** | ไม่มีกลไกถาวรที่แปลความต้องการฝั่งนายจ้างให้เป็นข้อมูลที่สถานศึกษานำไปวางแผนได้ การพบกันเกิดเป็นครั้งคราวตามโครงการ ไม่ใช่รอบประจำปีที่คาดหมายได้ |
| **ข้อมูล** | ปี 2568 จังหวัดมีตำแหน่งงานว่าง 15,371 อัตรา ผู้สมัคร 11,310 คน บรรจุงาน 9,477 คน คือมี 5,894 ตำแหน่งที่หาคนไม่ได้ 【จริง】 · สายอาชีวศึกษา ปวช. และ ปวส. รวม 5,327 ตำแหน่ง เทียบผู้สมัคร 2,567 คน คือ 2.08 ตำแหน่งต่อผู้สมัคร 1 คน 【จริง】 · ภาวะการมีงานทำของผู้จบอาชีวศึกษารายบุคคล และความต้องการสมรรถนะเฉพาะเจาะจง 【รอข้อมูล】 |
| **แหล่งอ้างอิง** | สำนักงานแรงงานจังหวัด รายงานสถานการณ์ด้านแรงงาน รายปี 2568 และไตรมาส 2 ปี 2569 · สภาอุตสาหกรรมจังหวัด ปี 2565 · แผนปฏิบัติราชการ 2569 ตารางที่ 7 · เป้าหมายการพัฒนาจังหวัด · ข้อ 11 (9) และ 11 (11) |
| **ผลการตรวจ** | ลูกโซ่ไม่ขาดตอนแล้ว หลังได้ข้อมูลอุปสงค์แรงงานจากสำนักงานแรงงานจังหวัด เดิมตัวอย่างนี้ขาดตอนที่ขั้นข้อมูล |

**จุดที่ยังขาด** ข้อมูลอุปสงค์มีอยู่แล้ว ปัญหาที่แท้จริงคือข้อมูลไม่ถูกแปลเป็นรูปแบบที่สถานศึกษาใช้วางแผนได้ · ครอบคลุมเฉพาะที่แจ้งผ่านสำนักงานจัดหางาน จึงไม่ครอบคลุมภาคท่องเที่ยว · ตัวเลขวุฒิอนุปริญญาผิดปกติ ต้องสอบถามก่อนใช้ · ผู้รับผิดชอบผลสุดท้ายไม่ใช่ ศธจ. การเขียนให้เป็นเจ้าภาพหลักจะเป็นการเขียนเกินอำนาจหน้าที่ · ยังไม่ได้ตกลงกับสภาอุตสาหกรรมและหอการค้าว่าจะร่วมสำรวจหรือไม่

### จ.7 บทเรียนหกข้อจากการตรวจครั้งนี้

1. **ลูกโซ่ที่ครบ ไม่ได้แปลว่าข้อมูลครบ** ตัวอย่างที่ 1 3 และ 4 มีลูกโซ่ครบทุกขั้น แต่ยังมีช่องที่รอข้อมูล ความต่างคือเรารู้ว่าขาดอะไรและขาดตรงไหน
2. **ลูกโซ่ที่ขาด บอกว่าต้องทำอะไรก่อน** ตัวอย่างที่ 5 ปิดได้เมื่อได้ข้อมูลจากสำนักงานแรงงานจังหวัด และตัวอย่างที่ 2 ปิดขั้นปัญหาได้เมื่อได้ดัชนีความก้าวหน้าของคน เหลือเพียงขั้นข้อมูลที่ยังขาดเพราะผลสัมฤทธิ์ยังไม่ครบทุกสังกัด ซึ่งพิสูจน์ว่าลูกโซ่ที่ขาดคือรายการสิ่งที่ต้องไปหา ไม่ใช่ข้อบกพร่องถาวร
3. **ข้อมูลที่ใกล้ตัวที่สุด มักพร้อมใช้ที่สุด** ตัวอย่างที่ 3 มีสัดส่วนข้อมูลจริงสูงสุด เพราะเป็นเรื่องที่หน่วยงานถือครองข้อมูลเองในงานประจำ
4. **เจ้าภาพไม่จำเป็นต้องเป็นเราเสมอไป** ตัวอย่างที่ 5 มีผู้รับผิดชอบผลสุดท้ายเป็นสำนักงานแรงงานจังหวัดร่วมกับสภาอุตสาหกรรม
5. **โครงการที่ดีมักเชื่อมกันเอง** ตัวอย่างที่ 4 ต่อจากตัวอย่างที่ 1 โดยตรง เพราะการพากลับเข้าระบบอย่างเดียวไม่พอ ถ้าไม่มีเส้นทางที่รับเงื่อนไขชีวิตของเด็กได้
6. **ค่าฐานที่มีอยู่แล้ว มีค่ามากกว่าที่คิด** ตัวเลขร้อยละ 51.17 อยู่ในแผนฉบับเดิมมาตลอด แต่จะเห็นความหมายก็ต่อเมื่อเอามาวางในลูกโซ่ของปัญหาที่ชัดเจน

---

## ภาคผนวก ฉ: การเผยแพร่สู่สาธารณะ

วิธีทำงาน เครื่องมือ และข้อจำกัดของโครงการนี้ ได้รับการเผยแพร่เป็นเว็บไซต์สาธารณะเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของนักการศึกษาและประชาชนผู้สนใจ จัดทำโดย บูรพาทิศ พลอยสุวรรณ์ ผู้วิจัยอิสระ

เว็บไซต์ประกอบด้วย 10 หน้า ได้แก่ หน้าแรก วิธีจัดทำ ตัวอย่างลูกโซ่ ทบทวนแผน ตัวอย่างโครงการ อำนาจหน้าที่ ข้อมูลจังหวัด การศึกษาเอกชน เอกสารและลิงก์ และเกี่ยวกับ พร้อมเอกสารดาวน์โหลดทั้งชุดและลิงก์ไปยังเว็บไซต์หน่วยงานต้นสังกัดของสถานศึกษาในจังหวัดครบทุกสังกัด

**เหตุผลของการเผยแพร่** เอกสารยุทธศาสตร์ระดับจังหวัดจำนวนมากถูกจัดทำโดยไม่มีการอธิบายวิธีคิดเบื้องหลัง ทำให้ผู้อ่านตรวจสอบไม่ได้ว่าข้อสรุปมาจากไหน และผู้จัดทำรายอื่นก็เรียนรู้จากกันไม่ได้

**ข้อควรทราบ** เว็บไซต์ดังกล่าวไม่ใช่เอกสารทางการของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาหรือหน่วยงานใด และระบุข้อจำกัดของงานไว้อย่างเปิดเผยตามหลักการเดียวกับที่ใช้ในเอกสารฉบับนี้

---

*จบเอกสารฉบับกรณีตัวอย่าง — ฉบับที่ 0.6 — 31 สิงหาคม 2569*
