> ⚠️ **หมายเหตุการแก้ไขภายหลัง** ตัวเลขเยาวชนอายุ 15–17 ปีที่ไม่อยู่ในระบบ ซึ่งรายงานฉบับนี้คำนวณไว้ที่ประมาณ 13,715 คน **ต้องเปลี่ยนเป็นช่วง 6,600–13,700 คน** เพราะแผนพัฒนาจังหวัดระบุอัตราการเข้าเรียนมัธยมปลายและอาชีวศึกษาไว้ที่ร้อยละ 76.39 ขณะที่แผน ศธจ. ระบุร้อยละ 51.17 ต่างกัน 25 จุด ดู Fact Base ฉบับที่ 5 ส่วนที่ 3.1

# Fact Base ฉบับที่ 3
# ข้อมูลรายอำเภอ อนุกรมเวลา 5 ปี และการคาดการณ์ประชากรวัยเรียน

**เอกสารที่ใช้วิเคราะห์:** 3 ฉบับที่ผู้ว่าจ้างส่งมอบเพิ่มเติม
**วันตัดยอดข้อมูล:** 31 สิงหาคม 2569
**สถานะ:** ปิดช่องว่างข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดของโครงการได้แล้ว

---

## บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

ไฟล์ทั้งสามฉบับที่ส่งมาเปลี่ยนสถานะของโครงการอย่างมีนัยสำคัญที่สุดในทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะปิดช่องว่างข้อมูลที่ผมระบุไว้ว่า **"ใหญ่ที่สุดของโครงการนี้"** ได้แล้ว 2 รายการจาก 3 รายการ

| ช่องว่างที่เคยระบุไว้ | สถานะเดิม | สถานะใหม่ |
|---|---|---|
| ไม่มีข้อมูลจำแนกรายอำเภอเลย | **สูงมาก** | ✅ **ปิดได้** มีข้อมูลนักเรียน โรงเรียน ห้องเรียน ครู อัตราส่วน และสาเหตุการออกกลางคัน จำแนกรายอำเภอครบ 16 อำเภอ |
| ข้อมูลมีเพียง 2 ปี ต่ำกว่ามาตรฐาน 3–5 ปี | สูง | ✅ **ปิดได้** มีอนุกรมเวลานักเรียน 5 ปี (2563–2567) และการออกกลางคัน 10 ปี (2558–2567) |
| ไม่สามารถคาดการณ์จำนวนผู้เรียน | สูง | ✅ **ปิดได้** ข้อมูลประชากรรายอายุปีเดียว ณ มกราคม 2569 ทำให้คาดการณ์จากรุ่นที่เกิดแล้วได้ถึงปี 2575 |
| ยังไม่มีผลสัมฤทธิ์รายโรงเรียน | สูง | ยังเปิดอยู่ |
| ยังไม่มีข้อมูลความต้องการกำลังคน | สูง | ยังเปิดอยู่บางส่วน มีข้อมูลผู้มีงานทำจำแนกอุตสาหกรรมและระดับการศึกษาแล้ว |

**ผลที่ตามมา** ตัวเลขที่กำกับด้วย 【สมมติ】 ในร่างยุทธศาสตร์ลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะการจำแนกกลุ่มอำเภอและการคาดการณ์จำนวนผู้เรียน ซึ่งเปลี่ยนจากสมมติฐานเป็นข้อมูลจริงได้ทั้งสองรายการ

**แต่พร้อมกันนั้นพบความขัดแย้งของข้อมูลที่ร้ายแรงกว่าทุกครั้งที่พบมา** คือค่าฐานการออกกลางคันในแผนของ ศธจ. ระบุ 1,181 คน ขณะที่รายงานสถิติจังหวัดระบุ 110 คน **ต่างกัน 10.7 เท่า** ประเด็นนี้ต้องหาข้อยุติก่อนใช้ตัวชี้วัดใดที่เกี่ยวข้อง

---

## ส่วนที่ 1: บัญชีเอกสารที่ใช้

| # | เอกสาร | ผู้จัดทำ | ข้อมูล ณ | คุณภาพ |
|---|---|---|---|---|
| **E4** | รายงานสถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2568 (Provincial Statistical Report 2025) ISSN 1905-8314 | สำนักงานสถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานสถิติแห่งชาติ | ปีการศึกษา 2567 และปี 2567 | **ดีมาก** เป็นสถิติทางการที่ระบุแหล่งที่มาท้ายทุกตาราง |
| **E5** | ข้อมูลประชากรจำแนกรายอายุ รายจังหวัด (ปีเดือน 6901) | กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย | **มกราคม 2569** | **ดีมาก** ข้อมูลทะเบียนราษฎรรายอายุปีเดียว 0–99 ปี แยกเพศ |
| **E6** | สถิติประชากรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2565 (อินโฟกราฟิก) | สำนักงานสถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา | ปี 2565 | ดี แต่เป็นข้อมูลปี 2565 |

⚠️ **ข้อสังเกตที่ต้องบันทึกไว้** ในเอกสาร E6 หน้าประชากร มีข้อความว่า "จังหวัดกาญจนบุรี มีประชากรทั้งสิ้น 820,417 คน" ทั้งที่เป็นเอกสารของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและตัวเลข 820,417 ตรงกับประชากรอยุธยาปี 2565 จริง **เป็นข้อผิดพลาดในการพิมพ์ชื่อจังหวัด** ไม่กระทบตัวเลข แต่แสดงว่าเอกสารอินโฟกราฟิกควรตรวจสอบซ้ำก่อนอ้างอิง

---

## ส่วนที่ 2: ข้อมูลการศึกษารายอำเภอ — ข้อค้นพบหลักของรายงานฉบับนี้

### 2.1 ตารางรวม

ข้อมูลปีการศึกษา 2567 จากตารางที่ 3.1 และ 3.8 ของรายงานสถิติจังหวัด

| อำเภอ | โรงเรียนรวม | โรงเรียนเอกชน | นักเรียนรวม | นักเรียนเอกชน | สัดส่วนเอกชน | นักเรียนต่อห้องเรียน | นักเรียนต่อครู |
|---|---:|---:|---:|---:|---:|---:|---:|
| พระนครศรีอยุธยา | 55 | 12 | 33,237 | 8,853 | **26.6%** | 28 : 1 | 18 : 1 |
| ท่าเรือ | 29 | 3 | 7,007 | 1,883 | 26.9% | 15 : 1 | 17 : 1 |
| นครหลวง | 18 | **0** | 3,582 | 0 | 0.0% | 20 : 1 | 12 : 1 |
| บางไทร | 28 | 2 | 5,981 | 1,239 | 20.7% | 18 : 1 | 17 : 1 |
| บางบาล | 22 | **0** | 2,263 | 0 | 0.0% | **11 : 1** | 12 : 1 |
| บางปะอิน | 42 | 7 | 16,686 | 5,213 | **31.2%** | 24 : 1 | 17 : 1 |
| บางปะหัน | 27 | **0** | 3,912 | 0 | 0.0% | 15 : 1 | 13 : 1 |
| ผักไห่ | 23 | 2 | 3,564 | 645 | 18.1% | 16 : 1 | 12 : 1 |
| ภาชี | 19 | 1 | 4,279 | 405 | 9.5% | 21 : 1 | 15 : 1 |
| ลาดบัวหลวง | 26 | **0** | 4,250 | 0 | 0.0% | 16 : 1 | 11 : 1 |
| วังน้อย | 31 | 2 | 10,998 | 583 | 5.3% | 25 : 1 | 17 : 1 |
| เสนา | 40 | 4 | 10,209 | 2,974 | 29.1% | 21 : 1 | 16 : 1 |
| บางซ้าย | 17 | **0** | 2,047 | 0 | 0.0% | 12 : 1 | 12 : 1 |
| อุทัย | 29 | 1 | 5,127 | 131 | 2.6% | 18 : 1 | 15 : 1 |
| มหาราช | 12 | **0** | 1,273 | 0 | 0.0% | **11 : 1** | **9 : 1** |
| บ้านแพรก | 8 | **0** | 708 | 0 | 0.0% | **11 : 1** | 11 : 1 |
| **รวม** | **426** | **34** | **115,123** | **21,926** | **19.0%** | **21 : 1** | **16 : 1** |

**หมายเหตุเรื่องความต่างของตัวเลขเอกชน** รายงานสถิติจังหวัดระบุโรงเรียนเอกชน 34 แห่ง ผู้เรียน 21,926 คน (ปีการศึกษา 2567) ขณะที่แผนปฏิบัติราชการของ ศธจ. ระบุ 35 แห่ง ผู้เรียน 20,863 คน (ณ 10 มิถุนายน 2568) ทั้งสองชุดสอดคล้องกันในทิศทาง คือผู้เรียนลดลง และความต่างของจำนวนโรงเรียน 1 แห่งน่าจะเกิดจากนิยามหรือช่วงเวลา

**หมายเหตุเรื่องสัดส่วน 19.0% เทียบกับ 16.6%** สองตัวเลขนี้ถูกทั้งคู่ แต่ใช้ตัวส่วนต่างกัน สัดส่วน 19.0% คิดจากฐานนักเรียนในโรงเรียน 115,123 คน ส่วน 16.6% คิดจากฐานผู้เรียนทุกประเภท 148,373 คน ซึ่งรวมศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อุดมศึกษา อาชีวศึกษา และ สกร. **เมื่ออ้างอิงต้องระบุตัวส่วนกำกับทุกครั้ง**

### 2.2 📌 ข้อค้นพบที่ 1 การศึกษาเอกชนกระจุกตัวสุดขั้ว และเปลี่ยนรูปความเสี่ยงทั้งหมด

**หลักฐาน**

| ข้อค้นพบ | ตัวเลข |
|---|---|
| ผู้เรียนเอกชนใน 2 อำเภอ คือ พระนครศรีอยุธยาและบางปะอิน | 14,066 คน คิดเป็น **ร้อยละ 64.2** ของผู้เรียนเอกชนทั้งจังหวัด |
| อำเภอที่ **ไม่มีโรงเรียนเอกชนเลยแม้แห่งเดียว** | **7 อำเภอ** คือ นครหลวง บางบาล บางปะหัน ลาดบัวหลวง บางซ้าย มหาราช บ้านแพรก |
| อำเภอที่มีสัดส่วนเอกชนสูงสุด | บางปะอิน ร้อยละ 31.2 |
| อำเภอที่มีโรงเรียนเอกชนแต่สัดส่วนต่ำสุด | อุทัย ร้อยละ 2.6 |

**การตีความ — ข้อนี้เปลี่ยนการออกแบบกลยุทธ์ 5.3 อย่างมีนัยสำคัญ**

ในรายงานฉบับก่อนหน้า ผมออกแบบกลยุทธ์การวางแผนรองรับผู้เรียนภาคเอกชนโดยใช้ **บัญชีรายตำบลครอบคลุมทั้ง 16 อำเภอ** ข้อมูลใหม่แสดงว่าการออกแบบนั้นกระจายทรัพยากรผิดที่ เพราะ

1. **7 อำเภอไม่มีความเสี่ยงนี้เลย** จึงไม่ต้องจัดทำบัญชีรองรับ
2. **ความเสี่ยงกระจุกตัวใน 2 อำเภอ** ซึ่งเป็นเขตเมืองและเขตอุตสาหกรรมที่มีสถานศึกษาของรัฐหนาแน่นอยู่แล้ว ความจุรองรับจึงน่าจะมีมากกว่าที่คาด
3. **อำเภอที่ควรเฝ้าระวังที่สุดกลับเป็นอำเภอที่มีโรงเรียนเอกชนน้อยแห่งแต่สัดส่วนผู้เรียนสูง** เช่น ท่าเรือ ที่มีเพียง 3 แห่ง แต่รับผู้เรียนร้อยละ 26.9 ของอำเภอ หมายความว่าโรงเรียนเฉลี่ย 628 คนต่อแห่ง หากปิดหนึ่งแห่ง ผลกระทบต่ออำเภอนั้นรุนแรงกว่าอำเภอที่มีหลายแห่ง

**ข้อเสนอปรับกลยุทธ์ 5.3** เปลี่ยนจากบัญชีรายตำบลทั้งจังหวัด เป็น **บัญชีเฉพาะ 9 อำเภอที่มีสถานศึกษาเอกชน โดยจัดลำดับความสำคัญตามอัตราส่วนผู้เรียนต่อจำนวนสถานศึกษาในอำเภอ ไม่ใช่ตามจำนวนสถานศึกษา** ซึ่งจะลดภาระของบุคลากร 4 คนลงอย่างมาก และมุ่งไปที่จุดเสี่ยงจริง

### 2.3 📌 ข้อค้นพบที่ 2 ช่องว่างขนาดสถานศึกษาระหว่างอำเภอกว้างถึง 2.5 เท่า

**หลักฐาน** อัตราส่วนนักเรียนต่อห้องเรียนอยู่ระหว่าง 11 : 1 (บางบาล มหาราช บ้านแพรก) ถึง 28 : 1 (พระนครศรีอยุธยา) ส่วนอัตราส่วนนักเรียนต่อครูอยู่ระหว่าง 9 : 1 (มหาราช) ถึง 18 : 1 (พระนครศรีอยุธยา)

**การตีความ** นี่คือหลักฐานเชิงประจักษ์ของความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ที่โครงการนี้ค้นหามาตั้งแต่ต้น แต่ต้องตีความอย่างระมัดระวังสองประการ

**ประการแรก อัตราส่วนต่ำไม่ได้แปลว่าคุณภาพดี** อำเภอมหาราชมีนักเรียน 9 คนต่อครู 1 คน ซึ่งฟังดูเหมือนได้รับการดูแลใกล้ชิด แต่ในบริบทของโรงเรียนขนาดเล็ก มักหมายถึงโรงเรียนที่มีครูไม่ครบทุกสาระวิชา ครูหนึ่งคนต้องสอนหลายวิชาและหลายชั้น ซึ่งเป็นปัญหาคุณภาพ ไม่ใช่ข้อดี

**ประการที่สอง ค่าเฉลี่ยจังหวัด 21 : 1 ปิดบังทั้งสองปลาย** ทั้งความแออัดในเขตเมืองและความเล็กเกินขนาดในเขตเกษตร การใช้ค่าเฉลี่ยจังหวัดเป็นค่าฐานตัวชี้วัดจะทำให้มาตรการไม่ตอบโจทย์ทั้งสองกลุ่ม

### 2.4 การจำแนกกลุ่มอำเภอ — จากสมมติฐานเป็นข้อมูลจริง

การจำแนกกลุ่มอำเภอ 4 กลุ่มที่เสนอไว้เดิมเป็น 【สมมติ】 ตอนนี้ตรวจสอบได้แล้วด้วยอัตราการเติบโตของประชากร 5 ปี จากตารางที่ 1.1

| กลุ่ม | อำเภอ | อัตราการเติบโตประชากรปี 2567 | ผลการตรวจสอบสมมติฐาน |
|---|---|---|---|
| **ข. เขตอุตสาหกรรม** | บางปะอิน **+1.15%** · วังน้อย **+1.29%** · อุทัย **+0.69%** | **เติบโต** | ✅ ยืนยัน เป็นเพียงสามอำเภอในจังหวัดที่ประชากรเพิ่มขึ้น |
| **ก. เขตเมืองและมรดกโลก** | พระนครศรีอยุธยา −0.20% | ทรงตัวถึงลดเล็กน้อย | ✅ ยืนยัน |
| **ค. เขตเกษตรและเสี่ยงอุทกภัย** | ผักไห่ **−0.95%** · เสนา −0.60% · บางบาล −0.42% · บางไทร −0.47% | **หดตัวเร็วที่สุด** | ✅ ยืนยัน ผักไห่หดตัวเร็วที่สุดในจังหวัด |
| **ง. เขตกึ่งเมืองกึ่งชนบท** | บ้านแพรก **−0.86%** · บางซ้าย −0.66% · ท่าเรือ −0.57% · มหาราช −0.55% | หดตัวเร็ว | ⚠️ **ต้องแก้ไข** กลุ่มนี้หดตัวเร็วกว่าที่สมมติไว้ ควรแยกอำเภอขนาดเล็กมากออกเป็นกลุ่มเฉพาะ |

**ข้อเสนอแก้ไขการจำแนก** เพิ่มกลุ่มที่ 5 คือ **"อำเภอขนาดเล็กที่หดตัวเร็ว"** ได้แก่ บ้านแพรก มหาราช บางซ้าย ซึ่งมีลักษณะร่วมสามประการคือ ประชากรน้อยกว่า 25,000 คน หดตัวเกินร้อยละ 0.5 ต่อปี และมีนักเรียนต่อห้องเรียนเพียง 11–12 คน กลุ่มนี้ต้องการมาตรการบริหารทรัพยากรร่วมมากกว่ามาตรการคุณภาพทั่วไป

---

## ส่วนที่ 3: ⚠️ ความขัดแย้งของข้อมูลที่ร้ายแรงที่สุดที่พบในโครงการนี้

### 3.1 ข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกัน

| แหล่ง | ตัวเลขการออกกลางคัน | ปี |
|---|---|---|
| แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฉบับทบทวน 2568 ตัวชี้วัดประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 (ค่าฐาน) | **1,181 คน** | ไม่ระบุปีฐานชัดเจน |
| รายงานสถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2568 ตารางที่ 3.11 | **110 คน** | ปีการศึกษา 2567 |
| ส่วนต่าง | **10.7 เท่า** | |

### 3.2 อนุกรมเวลาการออกกลางคัน 10 ปี จากตารางที่ 3.11

| ปีการศึกษา | 2558 | 2559 | 2560 | 2561 | 2562 | 2563 | 2564 | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---:|---:|---:|---:|---:|---:|---:|---:|---:|---:|
| จำนวน (คน) | 37 | 37 | 68 | 91 | 96 | **183** | 157 | **240** | 154 | **110** |

**ข้อสังเกต** ไม่มีปีใดในสิบปีที่ใกล้เคียง 1,181 คน ปีที่สูงที่สุดคือ 2565 ที่ 240 คน ซึ่งยังต่ำกว่าค่าฐานในแผนถึง 5 เท่า

### 3.3 สมมติฐานสามข้อที่อธิบายความขัดแย้งนี้ได้

**สมมติฐานที่หนึ่ง นิยามต่างกัน** ตัวเลข 110 คน คือ "นักเรียนที่ออกกลางคัน" ตามระบบรายงานของสถานศึกษา ซึ่งนับเฉพาะผู้ที่ออกโดยไม่ย้ายไปสถานศึกษาอื่นและมีการรายงานเป็นทางการ ส่วนตัวเลข 1,181 คน อาจเป็น "เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา" ซึ่งเป็นนิยามที่กว้างกว่ามาก และเป็นนิยามที่ใช้ในมาตรการ Thailand Zero Dropout

**สมมติฐานที่สอง ครอบคลุมช่วงวัยต่างกัน** ตัวเลข 110 คน นับเฉพาะผู้ที่อยู่ในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้วออกไป ส่วน 1,181 คน อาจรวมผู้ที่ไม่เคยเข้าระบบ หรือรวมช่วงอายุ 3–18 ปีทั้งหมด

**สมมติฐานที่สาม เป็นตัวเลขสะสมหลายปี** 1,181 คน อาจเป็นยอดสะสมของหลายปีการศึกษา ไม่ใช่ตัวเลขรายปี

### 3.4 ผลต่อยุทธศาสตร์ และสิ่งที่ต้องทำ

**ผลกระทบร้ายแรง** ตัวชี้วัดในแผนฉบับเดิมกำหนดค่าฐาน 1,181 คน และเป้าหมายปี 2570 ที่ 800 คน หากค่าฐานที่ถูกต้องคือ 110 คน แปลว่า **แผนตั้งเป้าให้ตัวเลขเพิ่มขึ้นเกือบ 8 เท่า** ซึ่งเป็นข้อผิดพลาดที่ร้ายแรงกว่าข้อบกพร่องที่ผมรายงานไว้ก่อนหน้าเรื่องเป้าหมายต่ำกว่าค่าฐาน

**สิ่งที่ต้องทำก่อนใช้ตัวชี้วัดนี้**

1. ขอคำนิยามและวิธีนับของตัวเลข 1,181 คน จากผู้จัดทำแผนฉบับเดิม
2. ขอคำนิยามของตัวเลข 110 คน จากสำนักงานสถิติจังหวัดหรือ สพป./สพม. ที่เป็นเจ้าของข้อมูล
3. หากพบว่าเป็นสองนิยามที่ต่างกันจริง **ต้องแยกเป็นสองตัวชี้วัด** คือ อัตราการออกกลางคัน และ จำนวนเด็กและเยาวชนนอกระบบ พร้อมค่าฐานของแต่ละตัว
4. **ห้ามใช้ค่าฐานใดค่าหนึ่งโดยไม่อธิบายความขัดแย้งนี้ในเอกสาร** เพราะจะเป็นการปกปิดข้อมูลที่ขัดแย้งกับข้อสรุป ซึ่งเป็นข้อห้ามข้อที่ 8 ในบทที่ 11 ของเอกสารประกอบการบรรยาย

### 3.5 📌 ข้อค้นพบที่ 3 สาเหตุการออกกลางคันอันดับหนึ่งยืนยันสมมติฐานเรื่องแรงงานเคลื่อนย้าย

จากตารางที่ 3.12 สาเหตุการออกกลางคันปีการศึกษา 2567 จำนวน 110 คน

| สาเหตุ | จำนวน (คน) | สัดส่วน |
|---|---:|---:|
| **อพยพตามครอบครัว** | **77** | **ร้อยละ 70.0** |
| มีปัญหาครอบครัว | 13 | ร้อยละ 11.8 |
| มีปัญหาการปรับตัว | 10 | ร้อยละ 9.1 |
| กรณีอื่น ๆ | 6 | ร้อยละ 5.5 |
| ฐานะยากจน | 2 | ร้อยละ 1.8 |
| หาเลี้ยงครอบครัว | 2 | ร้อยละ 1.8 |
| สมรส · ต้องคดี · เจ็บป่วย | 0 | ร้อยละ 0 |

**การตีความ — นี่คือการยืนยันสมมติฐานที่สำคัญที่สุดของโครงการด้วยข้อมูลจริง**

ตั้งแต่รายงานฉบับแรก ผมตั้งสมมติฐานว่าบริบทเฉพาะของอยุธยาคือการมีแรงงานเคลื่อนย้ายในภาคอุตสาหกรรมจำนวนมาก และบุตรของแรงงานกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะหลุดจากระบบ **ข้อมูลนี้ยืนยันว่าสมมติฐานถูกต้อง และรุนแรงกว่าที่คาด** เพราะการอพยพตามครอบครัวเป็นสาเหตุถึงร้อยละ 70 ของการออกกลางคันทั้งหมด ขณะที่ฐานะยากจนซึ่งมักถูกสันนิษฐานว่าเป็นสาเหตุหลัก มีเพียงร้อยละ 1.8

**รายอำเภอ** อำเภอที่มีการออกกลางคันจากการอพยพมากที่สุดคือ พระนครศรีอยุธยา 22 คน บางปะอิน 11 คน วังน้อย 10 คน **ทั้งสามอำเภอเป็นเขตอุตสาหกรรมและเขตเมืองตามการจำแนกกลุ่มอำเภอ** ซึ่งยืนยันความสอดคล้องของการวิเคราะห์อีกชั้นหนึ่ง

**ผลต่อยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนมาก** มาตรการหลักของประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 ต้องเป็น **ระบบส่งต่อข้อมูลผู้เรียนข้ามสถานศึกษาและข้ามจังหวัด** ไม่ใช่มาตรการช่วยเหลือด้านการเงินเป็นหลัก เพราะสาเหตุอันดับหนึ่งไม่ใช่ความยากจน แต่เป็นการเคลื่อนย้ายที่ระบบตามไม่ทัน

---

## ส่วนที่ 4: อนุกรมเวลา 5 ปี — ปิดช่องว่างมาตรฐานข้อมูล

### 4.1 จำนวนนักเรียนและครู 5 ปี จากตารางที่ 7.4

| ปี | 2563 | 2564 | 2565 | 2566 | 2567 | เปลี่ยนแปลงรวม |
|---|---:|---:|---:|---:|---:|---:|
| **นักเรียนรวม** | 123,115 | 120,751 | 120,626 | 120,206 | 115,123 | **−6.5%** |
| ก่อนประถมศึกษา | 21,291 | 20,085 | 19,688 | 20,029 | 18,672 | **−12.3%** |
| ประถมศึกษา | 60,858 | 59,841 | 59,357 | 58,548 | 55,134 | **−9.4%** |
| มัธยมศึกษาตอนต้น | 27,886 | 27,885 | 27,966 | 27,801 | 26,870 | −3.6% |
| **มัธยมศึกษาตอนปลาย** | 13,080 | 12,940 | 13,615 | 13,828 | 14,447 | **+10.5%** |
| ครู | 7,259 | 6,820 | 6,948 | 7,862 | 7,358 | +1.4% |

### 4.2 📌 ข้อค้นพบที่ 4 การหดตัวไม่เท่ากันทุกระดับ และมัธยมปลายสวนทาง

**การตีความ** รูปแบบนี้มีเหตุผลรองรับสองชั้น

**ชั้นที่หนึ่ง คลื่นประชากร** การหดตัวรุนแรงที่สุดในระดับก่อนประถมและประถม ซึ่งเป็นระดับที่รับผลจากอัตราการเกิดที่ลดลงก่อน ส่วนมัธยมต้นยังไม่รับผลเต็มที่ และมัธยมปลายยังไม่รับผลเลย เพราะเด็กที่เรียนอยู่เกิดเมื่อ 15–18 ปีก่อน ซึ่งเป็นรุ่นที่ใหญ่กว่า

**ชั้นที่สอง อัตราการเรียนต่อที่เพิ่มขึ้น** การเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.5 ของมัธยมปลาย เกิดขึ้นในช่วงที่ประชากรวัยนั้นไม่ได้เพิ่ม จึงตีความได้ว่า **สัดส่วนของเยาวชนที่เรียนต่อมัธยมปลายเพิ่มขึ้นจริง** ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ควรบันทึกไว้ และสอดคล้องกับค่าฐานตัวชี้วัดในแผนที่ระบุร้อยละ 51.17 ของประชากรอายุ 15–17 ปี

⚠️ **แต่ต้องระวังการตีความเกินข้อมูล** ตัวเลขนี้ยังอธิบายได้ด้วยเหตุอื่น เช่น การย้ายเข้ามาเรียนของนักเรียนจากจังหวัดข้างเคียง หรือการเปลี่ยนแปลงของจำนวนโรงเรียนที่เปิดสอนระดับมัธยมปลาย จึงยังไม่สรุปเป็นข้อยุติ

**ผลต่อยุทธศาสตร์** การวางแผนทรัพยากรต้องแยกตามระดับ ไม่ใช่ปรับลดทั้งระบบเท่ากัน เพราะแรงกดจะเดินทางจากระดับล่างขึ้นบนตามเวลา ระดับประถมต้องวางแผนบริหารทรัพยากรร่วมทันที ขณะที่ระดับมัธยมปลายยังมีเวลาอีก 5–8 ปีก่อนจะรับแรงกดเต็มที่

### 4.3 ตัวเลขครูยังยืนยันปัญหาคุณภาพข้อมูล

จำนวนครู 5 ปีเคลื่อนไหวแบบ 7,259 → 6,820 → 6,948 → 7,862 → 7,358 คือลดลง แล้วเพิ่มขึ้น 914 คนในปีเดียว แล้วลดลงอีก 504 คน **ความผันผวนแบบนี้ไม่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของจำนวนนักเรียนที่ลดลงต่อเนื่อง** จึงยืนยันข้อสังเกตเดิมว่าตัวเลขครูมีปัญหาด้านนิยามหรือขอบเขตการจัดเก็บ **ห้ามใช้ตัวเลขครูเป็นค่าฐานตัวชี้วัดจนกว่าจะตรวจสอบเสร็จ**

### 4.4 อัตราการเกิดและการตาย 5 ปี จากตารางที่ 1.5

| ปี | 2563 | 2564 | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---:|---:|---:|---:|---:|
| เกิดมีชีพ (คน) | 6,537 | 5,708 | 5,423 | 5,503 | **5,223** |
| ตาย (คน) | 6,942 | 7,126 | 8,488 | 7,846 | 7,464 |
| อัตราเกิดต่อประชากรพันคน | 8.0 | 7.0 | 6.6 | 6.7 | **6.4** |
| อัตราตายต่อประชากรพันคน | 8.5 | 8.7 | 10.3 | 9.6 | 9.3 |

**ข้อค้นพบ** เด็กเกิดใหม่ลดลงร้อยละ 20.1 ในห้าปี และจำนวนการตายสูงกว่าการเกิดทุกปีตลอดห้าปี **ประชากรของจังหวัดจึงหดตัวตามธรรมชาติแล้ว** การที่ประชากรรวมยังทรงตัวที่ราว 822,000 คน เกิดจากการย้ายเข้าที่มากกว่าย้ายออก ซึ่งกระจุกตัวในสามอำเภอเขตอุตสาหกรรม

---

## ส่วนที่ 5: การคาดการณ์ประชากรวัยเรียนจากรุ่นที่เกิดแล้ว

### 5.1 วิธีการและสมมติฐาน

ข้อมูลประชากรรายอายุปีเดียว ณ มกราคม 2569 ทำให้คาดการณ์จำนวนประชากรวัยเรียนได้ถึงปี 2575 **โดยไม่ต้องสร้างตัวเลขใดขึ้นใหม่** เพราะเด็กทุกคนที่จะอยู่ในวัยเรียนถึงปี 2575 เกิดและมีชื่อในทะเบียนราษฎรแล้ว

**สมมติฐานที่ต้องเป็นจริงสามข้อ** การย้ายถิ่นสุทธิใกล้ศูนย์ · อัตราการตายในวัยเด็กต่ำมากจนไม่กระทบ · ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเขตการปกครอง

⚠️ **สมมติฐานข้อแรกเป็นจุดอ่อนที่ต้องระบุ** เพราะข้อมูลปี 2567 แสดงว่าจังหวัดมีผู้ย้ายเข้า 34,453 คน และย้ายออก 32,030 คน คือย้ายเข้าสุทธิ 2,423 คน ซึ่งไม่ใช่ศูนย์ การคาดการณ์นี้จึงเป็น **ขอบล่างของจำนวนผู้เรียน** ในอำเภอเขตอุตสาหกรรมที่มีการย้ายเข้ามาก และเป็น **ขอบบน** ในอำเภอเกษตรที่มีการย้ายออก

### 5.2 ตารางคาดการณ์ประชากรวัยเรียนของจังหวัด

| ปี | 3–5 ปี ปฐมวัย | 6–11 ปี ประถม | 12–14 ปี ม.ต้น | 6–14 ปี ภาคบังคับ | 15–17 ปี ม.ปลาย |
|---|---:|---:|---:|---:|---:|
| 2569 (ฐาน) | 18,836 | 46,619 | 27,689 | **74,308** | 28,088 |
| 2570 | 18,181 | 44,650 | 26,894 | 71,544 | 27,912 |
| 2571 | 17,178 | 42,875 | 25,436 | 68,311 | 28,029 |
| 2572 | 15,938 | 41,102 | 24,353 | 65,455 | 27,689 |
| 2573 | — | 39,399 | 23,432 | 62,831 | 26,894 |
| 2574 | — | 37,137 | 22,916 | 60,053 | 25,436 |
| 2575 | — | 34,774 | 22,266 | **57,040** | 24,353 |
| **เปลี่ยนแปลง 2569→2575** | — | **−25.4%** | **−19.6%** | **−23.2%** | **−13.3%** |

**หมายเหตุ** ช่อง 3–5 ปี ว่างตั้งแต่ปี 2573 เพราะเด็กที่จะอยู่ในวัยนั้นยังไม่เกิด **การคาดการณ์ระดับปฐมวัยต้องรออัตราการเกิดจริง ห้ามประมาณค่า**

### 5.3 📌 ข้อค้นพบที่ 5 ตัวเลขที่สำคัญที่สุดของทั้งโครงการ

| ประชากรรายอายุ ณ มกราคม 2569 | จำนวน (คน) |
|---|---:|
| อายุ 17 ปี รุ่นที่กำลังจะจบมัธยมปลาย | 9,665 |
| อายุ 0 ปี รุ่นที่จะเข้าอนุบาลปี 2572 | **4,610** |
| สัดส่วน | **ร้อยละ 47.7** |

**การตีความ** ในช่วงเวลา 17 ปี ขนาดของรุ่นเด็กเกิดใหม่ในจังหวัดลดลงเหลือไม่ถึงครึ่งของรุ่นที่กำลังจะจบการศึกษา นี่ไม่ใช่การคาดการณ์ ไม่ใช่สมมติฐาน และไม่ใช่แนวโน้มที่ยังไม่แน่นอน **เด็กเหล่านี้เกิดแล้วและนับได้แล้ว**

**ผลต่อยุทธศาสตร์** ตัวเลขนี้ควรอยู่ในบทสรุปผู้บริหารเป็นตัวเลขแรก เพราะเป็นเงื่อนไขที่กำหนดทุกอย่างที่ตามมา และเป็นตัวเลขที่ไม่มีมาตรการใดของยุทธศาสตร์เปลี่ยนแปลงได้ในกรอบเวลา 5 ปี ยุทธศาสตร์จึงต้องออกแบบให้ **ทำงานได้ดีในระบบที่เล็กลง** ไม่ใช่พยายามทำให้ระบบไม่เล็กลง

### 5.4 การคำนวณจำนวนผู้ไม่อยู่ในระบบจากค่าฐานที่มีอยู่

เมื่อมีทั้งค่าฐานร้อยละและจำนวนประชากรฐาน จึงคำนวณจำนวนคนจริงได้ **ซึ่งทำไม่ได้ในทุกรายงานก่อนหน้านี้**

| ตัวชี้วัด | ค่าฐาน (ร้อยละ) | ประชากรฐาน ม.ค. 2569 | จำนวนที่อยู่ในระบบ | **จำนวนที่ไม่อยู่ในระบบ** |
|---|---:|---:|---:|---:|
| ประชากรอายุ 3–5 ปี เข้าเรียนปฐมวัย | 88.02 | 18,836 | ประมาณ 16,579 | ประมาณ **2,257 คน** |
| ประชากรอายุ 6–14 ปี เข้าเรียนภาคบังคับ | 84.00 | 74,308 | ประมาณ 62,419 | ประมาณ **11,889 คน** |
| ประชากรอายุ 15–17 ปี เข้าเรียน ม.ปลายและเทียบเท่า | 51.17 | 28,088 | ประมาณ 14,373 | ประมาณ **13,715 คน** |

⚠️ **ข้อจำกัดสำคัญของตารางนี้ที่ต้องระบุทุกครั้งที่อ้าง** ค่าฐานร้อยละมาจากแผนฉบับทบทวน 2568 ซึ่งคำนวณจากประชากรฐานของปีนั้น ไม่ใช่ประชากร ณ มกราคม 2569 การคูณข้ามปีเช่นนี้ให้ผลเป็น **การประมาณขนาดของปัญหา ไม่ใช่ตัวเลขที่ใช้เป็นค่าฐานตัวชี้วัดได้** หากจะใช้เป็นค่าฐานจริง ต้องขอทั้งตัวเศษและตัวส่วนของปีเดียวกันจากหน่วยงานเจ้าของข้อมูล

**แต่ขนาดของปัญหาที่ประมาณได้นี้มีนัยเชิงนโยบายชัดเจนมาก** เยาวชนอายุ 15–17 ปีราว 13,700 คนที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษาระดับมัธยมปลายหรือเทียบเท่า มีจำนวนมากกว่าผู้เรียนมัธยมปลายทั้งจังหวัดที่มี 14,447 คน อยู่เพียงเล็กน้อย **หมายความว่าเยาวชนกลุ่มนี้เกือบครึ่งหนึ่งอยู่นอกระบบ** ซึ่งเป็นช่องว่างที่ใหญ่กว่าปัญหาการออกกลางคัน 110 คน ถึงกว่าร้อยเท่า

**ข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ที่ตามมา** ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 เรื่องเส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ควรถูกยกระดับความสำคัญขึ้น เพราะกลุ่มเป้าหมายมีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาปัญหาทั้งหมดที่ระบุได้ และ สกร. ซึ่งมีผู้เรียน 11,603 คนอยู่แล้ว เป็นกลไกที่ใกล้เคียงกับขนาดของปัญหานี้มากที่สุด

---

## ส่วนที่ 6: บริบทเศรษฐกิจและสังคมที่เพิ่มเข้ามา

### 6.1 ข้อมูลที่ใช้ประกอบการวิเคราะห์ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4

| รายการ | ค่า | ปี | ที่มา |
|---|---|---|---|
| ผลิตภัณฑ์จังหวัด (GPP) | 393,943 ล้านบาท | 2566 | สศช. |
| GPP ต่อหัว | 428,870 บาท **อันดับ 5 ของประเทศ และอันดับ 1 ของภาคกลาง** | 2566 | สศช. |
| ผู้มีงานทำ | 531,858 คน | ไตรมาส 1/2567 | สนง.สถิติแห่งชาติ |
| ผู้มีงานทำในภาคการผลิต | 202,457 คน คิดเป็นร้อยละ 38.1 | ไตรมาส 1/2567 | สนง.สถิติแห่งชาติ |
| อัตราการว่างงาน | ร้อยละ 2.0 | 2567 | สนง.สถิติแห่งชาติ |
| สถานประกอบการอุตสาหกรรม | 1,985 แห่ง คนงาน 227,504 คน | 2567 | สนง.อุตสาหกรรมจังหวัด |
| รายได้ครัวเรือนเฉลี่ยต่อเดือน | 33,919 บาท **อันดับ 7 ของประเทศ** | 2566 | สนง.สถิติแห่งชาติ |
| ค่าใช้จ่ายครัวเรือนเฉลี่ยต่อเดือน | 26,143 บาท | 2567 | สนง.สถิติแห่งชาติ |
| **ค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาของครัวเรือน** | **339 บาทต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 1.3 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด** | 2567 | สนง.สถิติแห่งชาติ |
| สัดส่วนคนจน | ร้อยละ 3.35 หรือ 30.7 พันคน | 2565 | สศช. |
| สัมประสิทธิ์ความไม่เสมอภาค (Gini) | 0.10 **ต่ำที่สุดเมื่อเทียบภาคและประเทศ** | 2566 | สนง.สถิติแห่งชาติ |
| ปีการศึกษาเฉลี่ยประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป | 9.9 ปี **อันดับ 10 ของกลุ่มเปรียบเทียบ ลดจากอันดับ 7 ในปี 2564** | 2565 | สกศ. |

### 6.2 📌 ข้อค้นพบที่ 6 จังหวัดรวยแต่ผลการศึกษาถดถอย

**หลักฐาน** GPP ต่อหัวอยู่อันดับ 5 ของประเทศ และรายได้ครัวเรือนอันดับ 7 ขณะที่ปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปอยู่ที่ 9.9 ปี และ **ตกจากอันดับ 7 ในปี 2564 มาเป็นอันดับ 10 ในปี 2565** ในกลุ่มจังหวัดเปรียบเทียบ

**การตีความ** ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของจังหวัดไม่ได้แปลเป็นผลลัพธ์ทางการศึกษาโดยอัตโนมัติ ซึ่งมีคำอธิบายที่เป็นไปได้สองทาง

**ทางที่หนึ่ง** GPP ต่อหัวที่สูงมาจากมูลค่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมซึ่งเป็นทุนเข้มข้น ไม่ใช่จากรายได้ของประชากรในพื้นที่ โดยกำไรและมูลค่าเพิ่มไหลออกนอกจังหวัด

**ทางที่สอง** ประชากรวัยแรงงานส่วนหนึ่งเป็นแรงงานที่ย้ายเข้ามาทำงานในภาคการผลิต ซึ่งมีระดับการศึกษาไม่สูง จึงกดค่าเฉลี่ยปีการศึกษาของจังหวัดลง ข้อนี้สอดคล้องกับข้อมูลผู้มีงานทำจำแนกระดับการศึกษา ที่มีผู้จบต่ำกว่าประถมศึกษาและประถมศึกษารวมกัน 125,552 คน คิดเป็นร้อยละ 23.6 ของผู้มีงานทำ

⚠️ **ยังไม่สรุปเป็นข้อยุติ** ต้องวิเคราะห์ควบคู่กับข้อมูลการย้ายถิ่นและระดับการศึกษาของผู้ย้ายเข้า ซึ่งยังไม่มี

### 6.3 📌 ข้อค้นพบที่ 7 ค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาของครัวเรือนต่ำมาก

**หลักฐาน** ครัวเรือนในจังหวัดใช้จ่ายเพื่อการศึกษาเฉลี่ย 339 บาทต่อเดือน หรือร้อยละ 1.3 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด 26,143 บาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางและการสื่อสารอยู่ที่ 6,373 บาท หรือร้อยละ 24.4

**การตีความที่ต้องระมัดระวัง** ตัวเลขนี้ตีความได้สองทางที่ขัดกัน และ **ข้อมูลที่มีไม่พอชี้ขาดว่าทางใดถูก**

**ทางที่หนึ่ง เป็นสัญญาณดี** แปลว่ารัฐรับภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษาได้จริงตามนโยบายเรียนฟรี ครัวเรือนจึงไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

**ทางที่สอง เป็นสัญญาณเตือน** แปลว่าครัวเรือนไม่ได้ลงทุนในการศึกษาของบุตรเพิ่มเติมเลย ซึ่งสัมพันธ์กับปีการศึกษาเฉลี่ยที่ถดถอยและอัตราการเรียนต่อมัธยมปลายที่เพียงร้อยละ 51.17

**สิ่งที่ต้องทำเพื่อชี้ขาด** ต้องดูค่าใช้จ่ายการศึกษาจำแนกตามระดับรายได้ครัวเรือน ซึ่งรายงานสถิติจังหวัดมีตารางค่าใช้จ่ายจำแนกตามช่วงรายจ่าย แต่ยังไม่ได้จำแนกค่าใช้จ่ายการศึกษาตามระดับรายได้โดยเฉพาะ **ยังเป็นช่องว่างข้อมูล**

### 6.4 ความเดือดร้อนของประชาชนรายอำเภอ

จากการสำรวจความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนในหมู่บ้าน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

| ความเดือดร้อน 5 อันดับแรกของจังหวัด | สัดส่วน |
|---|---:|
| รายได้ไม่พอกับรายจ่าย | ร้อยละ 35.7 |
| ค่าครองชีพสูง | ร้อยละ 29.8 |
| ว่างงาน/ตกงาน | ร้อยละ 20.3 |
| ผลผลิตทางการเกษตรราคาตกต่ำ | ร้อยละ 10.9 |
| ไม่มีความเดือดร้อน | ร้อยละ 10.2 |

**ข้อค้นพบที่มีนัยต่อยุทธศาสตร์** อำเภอบางบาลมีความเดือดร้อนอันดับหนึ่งเป็น **น้ำท่วม ร้อยละ 35.9** และอำเภอผักไห่มีน้ำท่วมเป็นอันดับสองที่ร้อยละ 26.1 ขณะที่อำเภอภาชีมี **ยาเสพติดระบาด ร้อยละ 22.8** เป็นอันดับสามร่วม

**นี่คือหลักฐานเชิงพื้นที่ที่ยืนยันการจำแนกกลุ่มอำเภอเสี่ยงอุทกภัย** และเป็นข้อมูลใหม่ที่ชี้ว่าประเด็นยาเสพติดกระจุกตัวในอำเภอเฉพาะ ไม่ใช่ปัญหาทั่วทั้งจังหวัด ซึ่งควรนำไปประกอบการออกแบบมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษา

---

## ส่วนที่ 7: ผลต่อเอกสารที่ส่งมอบไปแล้ว

ตามหลักการห้ามแก้ไขข้อสรุปเดิมอย่างเงียบ ๆ จึงระบุผลกระทบไว้ครบ

| # | เอกสาร / ส่วน | สิ่งที่ต้องแก้ไข | ระดับความสำคัญ |
|---|---|---|---|
| 1 | ร่างยุทธศาสตร์ ส่วนที่ 1.1 และ 10 | แทนที่การคาดการณ์ 【สมมติ】 ด้วยการคาดการณ์จากรุ่นที่เกิดแล้ว และเพิ่มตัวเลขอายุ 0 ปีเทียบอายุ 17 ปี | **สูงมาก** |
| 2 | ร่างยุทธศาสตร์ ส่วนที่ 6.4 | เปลี่ยนการจำแนกกลุ่มอำเภอจาก 【สมมติ】 เป็นข้อมูลจริง และเพิ่มกลุ่มที่ 5 อำเภอขนาดเล็กที่หดตัวเร็ว | **สูงมาก** |
| 3 | ร่างยุทธศาสตร์ ส่วนที่ 7.3 | **ลบตารางสถานการณ์สมมติทั้งตาราง** และแทนที่ด้วยตารางรายอำเภอจริง | **สูงมาก** |
| 4 | ร่างยุทธศาสตร์ ส่วนที่ 14 | เพิ่มคำเตือนเรื่องความขัดแย้งของค่าฐานการออกกลางคัน 1,181 เทียบ 110 คน และระงับการใช้ตัวชี้วัดนี้ | **สูงมาก** |
| 5 | ร่างยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ 1.1 และ 1.2 | ปรับให้มาตรการหลักเป็นระบบส่งต่อข้อมูลข้ามพื้นที่ เพราะสาเหตุอันดับหนึ่งคือการอพยพตามครอบครัวร้อยละ 70 ไม่ใช่ความยากจน | **สูง** |
| 6 | ร่างยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ 5.3 | ปรับขอบเขตจากบัญชีรายตำบลทั้งจังหวัด เป็นเฉพาะ 9 อำเภอที่มีสถานศึกษาเอกชน | **สูง** |
| 7 | ร่างยุทธศาสตร์ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 | ยกระดับความสำคัญ เพราะกลุ่มเป้าหมายอายุ 15–17 ปีที่ไม่อยู่ในระบบมีขนาดประมาณ 13,700 คน ใหญ่ที่สุดในบรรดาปัญหาทั้งหมด | **สูง** |
| 8 | ร่างยุทธศาสตร์ ส่วนที่ 8.3 SWOT | เพิ่ม W5 ช่องว่างขนาดสถานศึกษาระหว่างอำเภอกว้าง 2.5 เท่า และ T6 ประชากรหดตัวตามธรรมชาติแล้ว | ปานกลาง |
| 9 | ร่างยุทธศาสตร์ ภาคผนวก ก และ ค | ปรับบัญชีข้อจำกัดและทะเบียนตัวเลขที่ต้องแทนที่ | ปานกลาง |
| 10 | เอกสารประกอบการบรรยาย บทที่ 4 | เพิ่มตารางรายอำเภอ อนุกรมเวลา 5 ปี และกรณีศึกษาความขัดแย้งของค่าฐาน | **สูง** |
| 11 | เว็บไซต์ หน้าข้อมูลจังหวัด | เพิ่มส่วนข้อมูลรายอำเภอและการคาดการณ์ | **สูง** |
| 12 | เว็บไซต์ ทุกหน้าที่ระบุข้อจำกัด | แก้ข้อความ "ไม่มีข้อมูลจำแนกรายอำเภอเลย" ซึ่งไม่เป็นความจริงอีกแล้ว | ✅ **แก้แล้ว** กันยายน 2569 |

---

## ส่วนที่ 8: บัญชีช่องว่างข้อมูลฉบับปรับปรุง

| # | ข้อมูล | สถานะ |
|---|---|---|
| 1 | ข้อมูลนักเรียน สถานศึกษา ครู รายอำเภอ | ✅ **ปิดแล้ว** |
| 2 | อนุกรมเวลา 3–5 ปี | ✅ **ปิดแล้ว** มี 5 ปีสำหรับนักเรียน และ 10 ปีสำหรับการออกกลางคัน |
| 3 | การคาดการณ์จำนวนผู้เรียน | ✅ **ปิดแล้ว** ถึงปี 2575 สำหรับระดับภาคบังคับและมัธยมปลาย |
| 4 | สาเหตุการออกกลางคันรายอำเภอ | ✅ **ปิดแล้ว** |
| 5 | ประชากรวัยเรียนรายอำเภอ | ✅ **ปิดแล้ว** มีข้อมูลกลุ่มอายุ 5 ปีรายอำเภอ |
| 6 | นิยามของค่าฐานการออกกลางคัน | ⚠️ **เปิดและเร่งด่วนที่สุด** ความขัดแย้ง 10.7 เท่า |
| 7 | นิยามของ "ครูและผู้บริหาร" | ⚠️ เปิดอยู่ ยืนยันด้วยอนุกรม 5 ปีว่ามีปัญหาจริง |
| 8 | ผลสัมฤทธิ์และผลการอ่านรายโรงเรียน | เปิดอยู่ |
| 9 | ข้อมูลเด็กนอกระบบตามนิยาม Zero Dropout รายอำเภอ | เปิดอยู่ |
| 10 | ข้อมูลนักเรียนยากจน พิการ ไร้สัญชาติ รายสังกัด | เปิดอยู่ |
| 11 | ความต้องการทักษะของสถานประกอบการ | เปิดอยู่ มีข้อมูลผู้มีงานทำจำแนกอุตสาหกรรมและระดับการศึกษาแล้ว แต่ยังไม่มีฝั่งความต้องการ |
| 12 | ภาวะการมีงานทำของผู้จบอาชีวศึกษาในจังหวัด | เปิดอยู่ |
| 13 | ค่าใช้จ่ายการศึกษาของครัวเรือนจำแนกตามระดับรายได้ | เปิดอยู่ เป็นช่องว่างใหม่ที่พบในรายงานฉบับนี้ |
| 14 | ผู้เรียนและสถานศึกษาเอกชนรายอำเภอย้อนหลัง 5 ปี | เปิดอยู่ มีปีเดียว |

**สรุป จาก 8 รายการที่เปิดอยู่ในรายงานฉบับก่อน ปิดได้ 5 รายการ และพบช่องว่างใหม่ 1 รายการ**

---

## ส่วนที่ 9: สรุป ข้อจำกัด และขั้นตอนถัดไป

**สิ่งที่ดำเนินการแล้ว** สกัดและตรวจสอบข้อมูลจากเอกสาร 3 ฉบับ · จัดทำตารางข้อมูลการศึกษารายอำเภอครบ 16 อำเภอ · คำนวณสัดส่วนและอัตราส่วนเชิงวิเคราะห์รายอำเภอ · จัดทำอนุกรมเวลา 5 ปีและ 10 ปี · คาดการณ์ประชากรวัยเรียนถึงปี 2575 จากรุ่นที่เกิดแล้ว · ตรวจสอบสมมติฐานการจำแนกกลุ่มอำเภอด้วยข้อมูลจริง · พบความขัดแย้งของข้อมูลที่ร้ายแรง 1 รายการ · ระบุข้อค้นพบหลัก 7 ข้อ · ระบุผลกระทบต่อเอกสารเดิม 12 จุด

**ข้อจำกัดที่ต้องเปิดเผย**

1. **ความขัดแย้งของค่าฐานการออกกลางคัน 10.7 เท่า ยังไม่มีข้อยุติ** เป็นข้อจำกัดที่ร้ายแรงที่สุดในขณะนี้ เพราะกระทบตัวชี้วัดหลักของประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1
2. การคาดการณ์ประชากรวัยเรียนใช้สมมติฐานการย้ายถิ่นสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งไม่จริงในสามอำเภอเขตอุตสาหกรรม จึงเป็นขอบล่างในพื้นที่เหล่านั้น
3. การคำนวณจำนวนผู้ไม่อยู่ในระบบใช้การคูณค่าฐานร้อยละข้ามปีกับประชากรฐาน จึงเป็นการประมาณขนาดปัญหา ไม่ใช่ค่าฐานที่ใช้ได้
4. ตัวเลขครูยังมีปัญหานิยาม และอนุกรม 5 ปียืนยันปัญหานี้แทนที่จะแก้
5. ข้อมูลการศึกษาเอกชนรายอำเภอมีเพียงปีเดียว จึงยังวิเคราะห์แนวโน้มรายอำเภอไม่ได้
6. ข้อมูลผลสัมฤทธิ์ ณ วันที่จัดทำรายงานฉบับนี้ยังไม่มี ⚠️ **ปิดได้บางส่วนแล้วใน Fact Base ฉบับที่ 5** มีค่าฐานจากดัชนีความก้าวหน้าของคนและ O-NET แต่ยังไม่มีผลสัมฤทธิ์รายโรงเรียนครบทุกสังกัด

**ประเด็นที่ต้องให้ผู้ว่าจ้างตัดสินใจ 3 ข้อ**

1. จะให้ผมสอบถามนิยามของค่าฐานการออกกลางคัน 1,181 คน จากผู้จัดทำแผนฉบับเดิมหรือไม่ หรือให้ระงับตัวชี้วัดนี้ไว้ก่อนพร้อมระบุความขัดแย้งในเอกสาร
2. จะยอมรับการเพิ่มกลุ่มอำเภอที่ 5 คือ อำเภอขนาดเล็กที่หดตัวเร็ว (บ้านแพรก มหาราช บางซ้าย) หรือไม่
3. จะยกระดับความสำคัญของประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 ขึ้นหรือไม่ ตามขนาดของกลุ่มเป้าหมายอายุ 15–17 ปีที่ไม่อยู่ในระบบ ซึ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาปัญหาที่วัดได้

**งานในขั้นตอนถัดไป** ดำเนินการแก้ไขเอกสารทั้ง 12 จุดตามส่วนที่ 7

---

## แหล่งอ้างอิง

1. สำนักงานสถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานสถิติแห่งชาติ **รายงานสถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2568** ISSN 1905-8314 — ตารางที่ 1.1, 1.3, 1.5, 1.6, 2.1–2.9, 3.1–3.16, 7.4, 8.1–8.3, 10.1–10.3, 12.1–12.4
2. กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย **ข้อมูลประชากรจำแนกรายอายุ รายจังหวัด** ปีเดือน 6901 (มกราคม 2569)
3. สำนักงานสถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา **สถิติประชากรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2565** (อินโฟกราฟิก)
4. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา **แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2566–2570 ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568**
5. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา **แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569**

**การคำนวณทั้งหมดในรายงานฉบับนี้** ที่ปรึกษาคำนวณเองจากตัวเลขในเอกสารข้างต้น โดยแสดงวิธีคิดกำกับทุกจุด ไม่มีตัวเลขที่สร้างขึ้นใหม่

---

*Fact Base ฉบับที่ 3 จัดทำเมื่อ 31 สิงหาคม 2569*
