# เอกสารประกอบการบรรยายพิเศษ
# แนวทางการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

**สำหรับ:** การประชุมคณะทำงานจัดทำร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
**ยุทธศาสตร์ที่จะจัดทำ:** พ.ศ. 2571–2575
**ข้อมูล ณ:** 31 สิงหาคม 2569

---

## สารบัญ

**ส่วนนำ**

- วิธีใช้เอกสารฉบับนี้
- วัตถุประสงค์การเรียนรู้

**ภาคความเข้าใจและทัศนคติ**

- บทที่ 1 เหตุใดยุทธศาสตร์ส่วนใหญ่จึงไม่ถูกใช้
- บทที่ 2 ฐานอำนาจและขอบเขตที่เขียนเกินไม่ได้
- บทที่ 3 แผนที่ของแผน ยุทธศาสตร์นี้ต้องเชื่อมกับอะไร
- บทที่ 4 ข้อเท็จจริงของอยุธยาที่ต้องรู้ก่อนเขียน

**ภาคทักษะ**

- บทที่ 5 กระบวนการจัดทำ 7 ระยะ
- บทที่ 6 ทักษะที่ 1 การใช้ข้อมูลอย่างถูกต้อง
- บทที่ 7 ทักษะที่ 2 การวิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุราก
- บทที่ 8 ทักษะที่ 3 การเขียนกลยุทธ์ที่ตรวจสอบได้
- บทที่ 9 ทักษะที่ 4 ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย
- บทที่ 10 ทักษะที่ 5 กลไกขับเคลื่อนและการทำงานข้ามสังกัด

**ภาคควบคุมคุณภาพ**

- บทที่ 11 กับดัก 10 ประการที่ต้องหลีกเลี่ยง
- บทที่ 12 เกณฑ์ตรวจสอบคุณภาพก่อนเสนอ กศจ.

**ภาคผนวก**

- ภาคผนวก ก ใบงานสำหรับคณะทำงาน 5 ใบ
- ภาคผนวก ข ตัวอย่างกำหนดการประชุมเชิงปฏิบัติการ
- ภาคผนวก ค คำศัพท์สำคัญ
- ภาคผนวก ง แหล่งอ้างอิงที่ใช้ในเอกสารฉบับนี้
- ภาคผนวก จ ตัวอย่างการตรวจสอบความสอดคล้องย้อนกลับ 5 ชุด
- ภาคผนวก ฉ เว็บไซต์เผยแพร่สู่สาธารณะ

---

## วิธีใช้เอกสารฉบับนี้

เอกสารนี้ไม่ใช่สไลด์ที่อ่านผ่านแล้วทิ้ง แต่ออกแบบให้เป็น **คู่มือปฏิบัติงานที่ใช้ต่อได้จริงหลังการประชุม** โดยแบ่งเป็น 3 ระดับการใช้งาน

| ส่วน | ใช้เมื่อใด |
|---|---|
| บทที่ 1–4 | ระหว่างการบรรยาย เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมและทัศนคติที่ถูกต้อง |
| บทที่ 5–10 | ระหว่างการปฏิบัติงานจริง เป็นคู่มืออ้างอิงรายทักษะ |
| บทที่ 11–12 และภาคผนวก ก–ง | ก่อนส่งงานทุกครั้ง เป็นเครื่องมือตรวจสอบตนเอง |
| ภาคผนวก จ | ตัวอย่างลูกโซ่ 5 ชุดสำหรับใช้เป็นสื่อการสอนและแบบฝึกในกลุ่มย่อย |

**สัญลักษณ์ในเอกสาร**

- ⚖️ ประเด็นข้อกฎหมายหรืออำนาจหน้าที่ที่ห้ามเขียนผิด
- 📊 ประเด็นเกี่ยวกับข้อมูลและหลักฐาน
- ⚠️ กับดักที่พบบ่อยในแผนระดับจังหวัด
- ✍️ ใบงานหรือแบบฟอร์มที่ต้องลงมือทำ

---

## วัตถุประสงค์การเรียนรู้

**ด้านความรู้**
1. อธิบายฐานอำนาจตามกฎหมายของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดในการจัดทำยุทธศาสตร์ และขอบเขตที่เขียนเกินไม่ได้
2. ระบุแผนและนโยบายทุกระดับที่ยุทธศาสตร์ฉบับนี้ต้องเชื่อมโยง พร้อมสถานะปัจจุบัน
3. อธิบายข้อเท็จจริงสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์การศึกษาของจังหวัด

**ด้านทัศนคติ**
4. เห็นว่ายุทธศาสตร์ที่ดีคือเครื่องมือแก้ปัญหาที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ ไม่ใช่เอกสารเชิงพิธีกรรม
5. ยอมรับว่าข้อมูลที่ขัดแย้งกับความเชื่อเดิมต้องถูกนำเสนอ ไม่ใช่ปกปิด
6. เข้าใจว่าการเขียนงานเกินอำนาจหน้าที่ทำให้ยุทธศาสตร์ล้มเหลวในทางปฏิบัติ

**ด้านทักษะ**
7. ใช้ข้อมูลเชิงปริมาณอย่างถูกต้อง ระบุนิยาม ปี หน่วยนับ และการจำแนกกลุ่ม
8. วิเคราะห์สาเหตุรากด้วย Problem Tree และเขียน SWOT ที่มีหลักฐานอ้างอิงทุกข้อ
9. เขียนกลยุทธ์ที่ตอบคำถาม 12 ข้อได้ครบ และหลีกเลี่ยงคำกว้างที่วัดผลไม่ได้
10. ออกแบบตัวชี้วัดครบ 13 องค์ประกอบ ที่สะท้อนผลลัพธ์และความเสมอภาค
11. จำแนกภารกิจตามประเภทอำนาจ 4 ประเภท และจัดทำตาราง RACI
12. ตรวจสอบคุณภาพงานของตนเองก่อนเสนอคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด

---

# บทที่ 1: เหตุใดยุทธศาสตร์ส่วนใหญ่จึงไม่ถูกใช้

## 1.1 อาการของแผนที่ไม่ถูกใช้

| อาการ | สาเหตุที่แท้จริง |
|---|---|
| เปิดอ่านแล้วไม่รู้ว่าจังหวัดนี้ต่างจากจังหวัดอื่นอย่างไร | คัดลอกถ้อยคำจากแผนระดับบนโดยไม่วิเคราะห์เชิงพื้นที่ |
| มีโครงการเต็มไปหมดแต่ไม่รู้ว่าแก้ปัญหาอะไร | กำหนดโครงการก่อนวิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุ |
| ตัวชี้วัดมีแต่จำนวนผู้เข้าร่วมอบรม | เลือกวัดสิ่งที่วัดง่าย ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญ |
| ค่าเป้าหมายเป็นเลขกลม เช่น ร้อยละ 80 ทุกตัว | ไม่มีค่าฐาน จึงตั้งเป้าตามความรู้สึก |
| หน่วยงานอื่นไม่ทำตาม | เขียนสั่งการหน่วยงานที่ไม่ได้อยู่ในสายบังคับบัญชา |
| พอถึงปีที่ 3 ไม่มีใครรายงานผล | ไม่มีระบบข้อมูลรองรับตัวชี้วัดที่เขียนไว้ |

⚠️ อาการทั้งหกข้อไม่ได้เกิดจากความไม่ตั้งใจ แต่เกิดจากการข้ามขั้นตอน โดยเฉพาะการข้ามจากข้อมูลเบื้องต้นไปเขียนยุทธศาสตร์ทันทีโดยไม่ผ่านการวิเคราะห์สาเหตุ

## 1.2 เกณฑ์ 5 ข้อของยุทธศาสตร์ที่ใช้งานได้จริง

1. **ตรวจสอบย้อนกลับได้** — ไล่จากโครงการกลับไปยังกลยุทธ์ ประเด็นยุทธศาสตร์ ปัญหา สาเหตุราก ข้อมูล และแหล่งอ้างอิง โดยไม่ขาดตอน
2. **จำแนกเชิงพื้นที่** — ระบุได้ว่ามาตรการใดสำหรับอำเภอใด กลุ่มใด เพราะปัญหาไม่กระจายเท่ากันทั้งจังหวัด
3. **อยู่ในขอบเขตอำนาจ** — ทุกมาตรการมีเจ้าภาพจริง และระบุว่าเราสั่งได้ ประสานได้ หรือต้องเสนอผู้อื่น
4. **วัดผลได้จริง** — ทุกตัวชี้วัดมีแหล่งข้อมูลที่มีอยู่จริงหรือมีแผนสร้างขึ้น
5. **เปิดเผยข้อจำกัด** — ระบุช่องว่างข้อมูลและประเด็นที่ยังไม่ยุติ แทนการปิดบัง

## 1.3 ทัศนคติสามข้อที่ขอให้คณะทำงานยึด

**ข้อที่หนึ่ง ข้อมูลที่ไม่สวยงามมีค่ามากกว่าข้อมูลที่สวยงาม** หากพบว่าอำเภอหนึ่งมีผลสัมฤทธิ์ต่ำกว่าอำเภออื่นมาก นั่นคือข้อค้นพบที่มีค่าที่สุดของทั้งแผน เพราะเป็นจุดที่การลงทุนจะสร้างผลตอบแทนสูงสุด การเฉลี่ยรวมให้ดูดีเท่ากับทำให้แผนไร้ประโยชน์

**ข้อที่สอง การยอมรับว่าเราทำเองไม่ได้ ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่คือความแม่นยำ** การเขียนว่าสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดจะดำเนินการเรื่องที่อยู่ในอำนาจของหน่วยงานอื่น ทำให้แผนล้มเหลวตั้งแต่วันที่ประกาศใช้ การระบุเจ้าภาพที่แท้จริงพร้อมกลไกประสานที่มีอยู่จริง คือสิ่งที่ทำให้แผนเดินได้

**ข้อที่สาม ความเห็นของผู้บริหารเป็นสมมติฐานที่มีค่า แต่ยังไม่ใช่ข้อเท็จจริง** เมื่อผู้บริหารระบุว่าปัญหาสำคัญคือเรื่องใด ให้ถือเป็นสมมติฐานตั้งต้นที่ต้องตรวจสอบด้วยข้อมูล หากข้อมูลยืนยันก็เขียนพร้อมหลักฐาน หากไม่ยืนยันก็ต้องรายงานตามจริง

---

# บทที่ 2: ⚖️ ฐานอำนาจและขอบเขตที่เขียนเกินไม่ได้

## 2.1 ฐานอำนาจในการจัดทำยุทธศาสตร์

สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดจัดตั้งขึ้นตามข้อ 11 ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 3 เมษายน 2560 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 ฯ พ.ศ. 2565

**หน้าที่และอำนาจข้อ 11 (2) ระบุตรงตัวว่า "จัดทำแผนพัฒนาการศึกษาและแผนปฏิบัติการ"**

ในระดับหน่วยงานภายใน ตามประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การแบ่งหน่วยงานภายในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ลงวันที่ 28 เมษายน 2566 กลุ่มนโยบายและแผนมีหน้าที่จัดทำข้อเสนอยุทธศาสตร์และแนวทางการจัดการศึกษาในจังหวัดที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ จัดทำแผนพัฒนาการศึกษาของจังหวัดและแผนปฏิบัติการของจังหวัด รวมทั้งติดตามประเมินผลและรายงานผล

**สรุป: งานที่เรากำลังทำอยู่ในอำนาจหน้าที่โดยตรง ไม่มีปัญหาด้านฐานอำนาจในการจัดทำ**

## 2.2 หน้าที่และอำนาจ 11 ประการ และสิ่งที่แต่ละข้อรองรับได้

ตารางนี้คือเครื่องมือที่ควรเปิดดูทุกครั้งก่อนเขียนมาตรการใหม่ เพื่อตรวจว่ามาตรการนั้นมีฐานอำนาจข้อใดรองรับ

| ข้อ | หน้าที่และอำนาจ | รองรับการเขียนมาตรการเรื่องใดได้ |
|---|---|---|
| (1) | งานธุรการของ กศจ. อกศจ. คณะอนุกรรมการบริหารราชการเชิงยุทธศาสตร์ และคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษา | ใช้กลไกคณะกรรมการเหล่านี้เป็นกลไกขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ |
| (2) | จัดทำแผนพัฒนาการศึกษาและแผนปฏิบัติการ | ฐานอำนาจของงานนี้ทั้งหมด |
| (3) | กำกับ ติดตาม ดูแล เร่งรัด และประเมินผลการปฏิบัติงานของส่วนราชการ หน่วยงาน และสถานศึกษา **ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ** | ระบบติดตามประเมินผล **แต่เฉพาะหน่วยงานในสังกัด ศธ.** |
| (4) | จัดระบบส่งเสริมและประสานงานเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา | **ศูนย์ข้อมูลการศึกษาระดับจังหวัด** |
| (5) | ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาเพื่อคนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้มีความสามารถพิเศษ | **มาตรการความเสมอภาคและกลุ่มเปราะบาง** |
| (6) | บริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งอยู่ในอำนาจ กศจ. และ อกศจ. | มาตรการด้านครู **แต่ขอบเขตถูกจำกัดโดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมฯ พ.ศ. 2565 ต้องตรวจกับฝ่ายกฎหมายก่อน** |
| (7) | ส่งเสริม สนับสนุน งานวิชาการ การนิเทศ แนะแนวการศึกษาทุกระดับทุกประเภท และติดตามประเมินผลระบบบริหารและการจัดการศึกษา | **มาตรการด้านคุณภาพการเรียนรู้และการนิเทศ** |
| (8) | ตรวจสอบด้านการบริหาร การเงิน และบัญชีของหน่วยงานในสังกัด ศธ. | ธรรมาภิบาลและการใช้จ่ายงบประมาณ |
| (9) | ส่งเสริมและประสานงานศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการกีฬาเพื่อการศึกษา | **มาตรการด้านทุนวัฒนธรรมและมรดกโลกเพื่อการเรียนรู้** |
| (10) | ส่งเสริม สนับสนุน และดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการศึกษาเอกชน | มาตรการที่เกี่ยวกับสถานศึกษาเอกชนโดยตรง |
| (11) | ปฏิบัติภารกิจตามนโยบายของกระทรวง งานที่ได้รับมอบหมาย และประสานงานต่าง ๆ ในจังหวัด | การทำงานข้ามกระทรวงในระดับจังหวัด |

## 2.3 เส้นแบ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจ

⚖️ **อำนาจของ ศธจ. ไม่เท่ากันทุกกลุ่ม ต้องแยกให้ออก 4 ระดับ**

| ระดับ | กลุ่ม | ตัวอย่าง | สิ่งที่ ศธจ. ทำได้ |
|---|---|---|---|
| **1** | **สถานศึกษาเอกชน** | โรงเรียนเอกชนสังกัด สช. 35 แห่ง และวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชน 5 แห่ง | **ดำเนินการโดยตรงเต็มรูปแบบ** ออกใบอนุญาตจัดตั้ง ควบคุมการเปลี่ยนแปลงกิจการ อุดหนุนและสงเคราะห์ พัฒนาบุคลากร ตามข้อ 11(10) และกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน |
| **2** | **ในสังกัด ศธ. อื่น ๆ** | สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 และ 2, สพม.พระนครศรีอยุธยา, อาชีวศึกษาของรัฐ, สกร.จังหวัด, ศูนย์การศึกษาพิเศษ | กำกับ ติดตาม เร่งรัด ประเมินผลตามนโยบายกระทรวง ตามข้อ 11(3) **แต่ไม่มีอำนาจบริหารจัดการ** |
| **3** | **นอกสังกัด ศธ. แต่จัดการศึกษา** | สถานศึกษาสังกัด อปท. 28 แห่ง และ ศพด. 273 แห่ง, สถาบันอุดมศึกษาสังกัด อว., โรงเรียนพระปริยัติธรรม | **ประสานและส่งเสริมเท่านั้น ไม่มีอำนาจกำกับ** |
| **4** | **ภาคีนอกภาคการศึกษา** | สาธารณสุข พัฒนาสังคม แรงงาน วัฒนธรรม อุตสาหกรรม ปกครอง | ประสานผ่านกลไกจังหวัด |

📌 **จุดที่คณะทำงานมักประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง** หลายคนเข้าใจว่า ศธจ. มีอำนาจต่อสถานศึกษาเอกชนเท่ากับที่มีต่อโรงเรียน สพฐ. ซึ่งไม่ถูกต้อง **การศึกษาเอกชนคือพื้นที่ที่ ศธจ. มีอำนาจตามกฎหมายสูงที่สุด** ในบรรดาหน่วยจัดการศึกษาทุกสังกัดในจังหวัด และเป็นพื้นที่เดียวที่ ศธจ. แสดงผลงานที่วัดได้จริงโดยไม่ต้องรอความร่วมมือจากสังกัดอื่น

หน้าที่ของกลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชนตามประกาศ สป.ศธ. ลงวันที่ 28 เมษายน 2566 รวมถึงการกำกับดูแลตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน การออกใบอนุญาตและควบคุมการเปลี่ยนแปลงกิจการ การอุดหนุนสงเคราะห์และสวัสดิการ การพัฒนาผู้บริหารครูและบุคลากร การจัดทำข้อมูลสารสนเทศ และงานเลขานุการคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ปส.กช.) ระดับจังหวัด

## 2.4 การจำแนกภารกิจ 4 ประเภท

**ทุกมาตรการที่เขียนต้องระบุว่าเป็นประเภทใดใน 4 ประเภทนี้**

| ประเภท | ความหมาย | ถ้อยคำที่ควรใช้ในเอกสาร |
|---|---|---|
| **1** | ศธจ. ดำเนินการได้เอง | "สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดดำเนินการ..." |
| **2** | ศธจ. ประสาน ส่งเสริม กำกับ หรือติดตาม | "สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดประสานและติดตาม โดยมี [หน่วยงาน] เป็นผู้ดำเนินการ" |
| **3** | ต้องร่วมดำเนินการกับหน่วยงานอื่น | "ดำเนินการร่วมระหว่าง [ก] [ข] [ค] โดยมี [ก] เป็นเจ้าภาพหลัก" |
| **4** | ต้องเสนอผู้มีอำนาจพิจารณา | "เสนอ [ผู้ว่าราชการจังหวัด / กระทรวง / ก.ค.ศ.] พิจารณา" |

✍️ ใบงานที่ 1 ในภาคผนวก ก ให้แต่ละคณะทำงานย่อยนำมาตรการที่ตนเสนอมาจำแนกประเภท

## 2.5 กฎหมายและแผนที่ยังต้องตรวจสอบ

รายการต่อไปนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบสถานะจากราชกิจจานุเบกษาโดยตรง **ห้ามสันนิษฐานว่ายังมีผลบังคับใช้ในรูปแบบเดิม**

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย · ยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทฉบับปรับปรุง · พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ · พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ · พระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย · พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ · พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา · พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ · พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา · พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ · พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก · พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล · พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี · กฎหมายเกี่ยวกับพื้นที่มรดกโลกและการอนุรักษ์โบราณสถาน · เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 4

**กฎหมายเฉพาะด้านการศึกษาเอกชนที่ต้องตรวจสอบเป็นชุด** พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 · กฎกระทรวงว่าด้วยการขอรับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนในระบบ พ.ศ. 2555 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 · กฎกระทรวงการขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ พ.ศ. 2555 · กฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับการประกอบกิจการโรงเรียนเอกชน · ระเบียบและประกาศว่าด้วยการอุดหนุนและการสงเคราะห์ · ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัด (ปส.กช.)

---

# บทที่ 3: แผนที่ของแผน — ยุทธศาสตร์นี้ต้องเชื่อมกับอะไร

## 3.1 เหตุใดช่วงปี 2571–2575 จึงเป็นจังหวะที่ดี

ช่วงเวลานี้ตรงกับรอบการวางแผนใหม่ของทุกระดับพร้อมกัน ซึ่งเป็นโอกาสที่เกิดขึ้นทุก 5 ปีเท่านั้น

| ระดับ | เอกสาร | สถานะ ณ 31 ส.ค. 2569 |
|---|---|---|
| ชาติ | ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) | อยู่ระหว่างจัดทำ กำหนดประกาศใช้ปีงบประมาณ 2571 โดยใช้กลยุทธ์ "ซ่อม–เสริม–สร้าง" ผ่าน 5 เสาหลัก ซึ่งรวมถึงการยกระดับทุนมนุษย์ |
| จังหวัด | แผนพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2571–2575 | อยู่ระหว่างจัดทำ สศช. ได้ชี้แจงนโยบายและหลักเกณฑ์แล้ว |
| ท้องถิ่น | แผนพัฒนาท้องถิ่น พ.ศ. 2571–2575 | อปท. หลายแห่งจัดทำและประกาศใช้แล้ว |
| กระทรวง | การจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาระดับจังหวัดและแผนยุทธศาสตร์การศึกษาระดับภาค | สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการระดับประเทศ วันที่ 27–28 สิงหาคม 2569 ภายใต้แนวคิด "All for Education" |

**ผลต่อการทำงาน:** เราเสนอโครงการเข้าสู่แผนพัฒนาจังหวัดรอบใหม่ได้ทันจังหวะ หากพลาดรอบนี้ต้องรออีก 5 ปี

⚠️ **แต่ต้องระวัง:** แผนระดับบนทั้งหมด **ยังไม่ประกาศใช้** เราจึงอ้างอิงได้เพียงร่างกรอบ เอกสารจึงต้องแยกส่วนที่อ้างอิงร่าง ออกจากส่วนที่อ้างอิงกฎหมายที่มีผลแน่นอนแล้ว และต้องมีกลไกทบทวนภายใน 1 ปีหลังแผนฉบับที่ 14 ประกาศใช้

## 3.2 นโยบายและมติที่ผูกพันโดยตรง

| เอกสาร | สาระสำคัญ |
|---|---|
| มติคณะรัฐมนตรี 28 พฤษภาคม 2567 | รับทราบมาตรการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) ตามข้อเสนอของคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ประกอบด้วยมาตรการค้นหาเด็กผ่านการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมาตรการจัดการศึกษาแบบยืดหยุ่นที่เหมาะสมกับศักยภาพรายบุคคล |
| ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ลงวันที่ 29 เมษายน 2569 | นโยบายฉบับล่าสุดที่มีผลใช้บังคับ ต้องนำมาเชื่อมโยง |
| แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 | ยังถูกอ้างอิงเป็นกรอบในแผนปฏิบัติการปีงบประมาณ 2569 ของหน่วยงานในสังกัด |
| เป้าหมายการพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา | "อยุธยาเมืองมรดกโลก เป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ **น่าเรียนรู้** น่าอยู่ น่าลงทุน" |

📌 **จุดเชื่อมที่แข็งแรงที่สุด:** คำว่า **"น่าเรียนรู้"** ปรากฏอยู่ในเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดโดยตรง วิสัยทัศน์ของยุทธศาสตร์การศึกษาควรขยายคำนี้ให้เป็นรูปธรรม แทนการเขียนวิสัยทัศน์ที่ลอยตัวจากทิศทางจังหวัด เพราะจะทำให้การเสนอของบพัฒนาจังหวัดมีเหตุผลรองรับ

## 3.2.1 โครงสร้างของแผนฉบับเดิมที่ต้องรักษาความต่อเนื่อง

แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2566–2570 ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ 2568 มีโครงสร้างดังนี้

**วิสัยทัศน์** "สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ พัฒนาผู้เรียนทุกช่วงวัย ให้เป็นคนดี มีคุณภาพ และมีความสุข"

**ประเด็นยุทธศาสตร์ 5 ประเด็น**

1. สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และส่งเสริมโอกาสการเข้าถึงการให้บริการทางการศึกษา
2. พัฒนาคุณภาพและกระบวนการเรียนรู้ทุกช่วงวัย
3. ยกระดับการบริหารจัดการแบบบูรณาการจากทุกภาคส่วน
4. พัฒนาทักษะอาชีพและเพิ่มขีดสมรรถนะในการแข่งขัน
5. ส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย

**เทียบกับร่างข้อเสนอ พ.ศ. 2571–2575** ประเด็นที่ 1 2 และ 4 ตรงกันโดยปรับชื่อ ประเด็นที่ 3 ของร่างเป็นของใหม่คือเส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ประเด็นที่ 5 ของแผนปัจจุบันว่าด้วยความปลอดภัยหายไปจากร่าง ส่วนประเด็นที่ 5 ของร่างเรื่องระบบข้อมูลใกล้เคียงประเด็นที่ 3 ของแผนปัจจุบัน เว็บไซต์สาธารณะวางตารางเทียบกรอบนี้ไว้ที่หน้าทบทวนแผน

**คำถามที่คณะทำงานต้องตอบร่วมกัน** จะคงโครงสร้าง 5 ประเด็นนี้ไว้ ปรับบางส่วน หรือจัดใหม่ตามเส้นทางชีวิตผู้เรียน การตัดสินใจนี้ต้องเกิดขึ้นก่อนเริ่มระยะที่ 5 และต้องมีเหตุผลรองรับที่อธิบายต่อ กศจ. ได้ **การเปลี่ยนโครงสร้างโดยไม่มีเหตุผลจะทำให้เกิดคำถามเรื่องความต่อเนื่องของการรายงานผล**

## 3.3 ⚠️ ความสอดคล้องไม่ได้แปลว่าการคัดลอก

| วิธีที่ผิด | วิธีที่ถูก |
|---|---|
| ยกวิสัยทัศน์และถ้อยคำจากแผนระดับชาติมาวางในเอกสารจังหวัด | อธิบายว่าข้อกำหนดระดับชาติข้อนั้น **แปลเป็นการดำเนินงานเฉพาะในอยุธยาอย่างไร และเพราะเหตุใด** |
| เขียนว่า "สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์" | เขียนว่า "มติ ครม. Zero Dropout กำหนดให้บูรณาการข้อมูลเพื่อค้นหาเด็กนอกระบบ ซึ่งในบริบทอยุธยาที่มีแรงงานเคลื่อนย้ายในภาคอุตสาหกรรมจำนวนมาก บุตรของแรงงานกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะไม่ปรากฏในระบบทะเบียนสถานศึกษา จึงต้องออกแบบระบบติดตามที่เชื่อมข้อมูลข้ามพื้นที่และข้ามสังกัด" |

**ตารางความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ต้องมี 8 ช่อง** ได้แก่ ระดับของแผน · ชื่อและสถานะเอกสาร · เป้าหมายหรือข้อกำหนดสำคัญ · ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับจังหวัด · ผลต่อการกำหนดยุทธศาสตร์ · ยุทธศาสตร์จังหวัดที่รองรับ · หน่วยงานเจ้าภาพ · แหล่งอ้างอิง

---

# บทที่ 4: 📊 ข้อเท็จจริงของอยุธยาที่ต้องรู้ก่อนเขียน

## 4.1 บริบทพื้นฐาน

| รายการ | ค่า | ปี | แหล่ง |
|---|---|---|---|
| พื้นที่ | 2,556.64 ตร.กม. | 2568 | สำนักงานพาณิชย์จังหวัด |
| อำเภอ / ตำบล | 16 / 209 | 2568 | สำนักงานพาณิชย์จังหวัด |
| ประชากร | 822,639 คน | ส.ค. 2568 | สำนักงานพาณิชย์จังหวัด |
| โรงงานอุตสาหกรรม | มากกว่า 2,134 แห่ง ใน 5 นิคมอุตสาหกรรม | 2565 | สภาอุตสาหกรรมจังหวัด |
| แรงงานภาคอุตสาหกรรม | ประมาณ 300,000 คน กระจายทั่วจังหวัด | 2565 | สภาอุตสาหกรรมจังหวัด |
| พื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากที่ระบุ | ผักไห่ เสนา บางบาล | 2565 | สภาอุตสาหกรรมจังหวัด |
| พื้นที่มรดกโลก | อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา 1,810 ไร่ | — | สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม |

## 4.2 ภาพรวมการศึกษาของจังหวัด จากข้อมูลของ ศธจ. เอง

ข้อมูลชุดนี้มาจากแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของ ศธจ.พระนครศรีอยุธยา ตารางที่ 7 **ข้อมูล ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2568** ซึ่งเป็นข้อมูลที่หน่วยงานจัดทำเองและมีวันตัดยอดชัดเจน

| สังกัด | สถานศึกษา | นักเรียน/นักศึกษา | ห้องเรียน | ผู้บริหารและครู |
|---|---|---|---|---|
| สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 | 176 | 32,521 | 1,834 | 2,197 |
| สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 2 | 156 | 20,329 | 1,633 | 1,671 |
| สพม.พระนครศรีอยุธยา | 29 | 26,762 | 789 | 1,532 |
| ศูนย์การเรียนรู้ปัญญาภิวัฒน์ | 1 | 276 | 8 | 6 |
| ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด | 1 | 541 | — | 85 |
| **สช. (โรงเรียนเอกชน)** | **35** | **20,863** | **735** | **1,385** |
| สกร.จังหวัด | 16 | 11,603 | — | 266 |
| อาชีวศึกษาของรัฐ | 9 | 7,244 | 344 | 459 |
| **อาชีวศึกษาของเอกชน** | **5** | **3,779** | **150** | **150** |
| โรงเรียนสาธิต ม.ราชภัฏฯ | 3 | 1,457 | 38 | 87 |
| สถาบันอุดมศึกษา | 3 | 6,774 | 498 | 581 |
| สถานศึกษาสังกัด อปท. | 28 | 9,650 | 448 | 621 |
| ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัด อปท. | 273 | 6,389 | — | — |
| โรงเรียนพระปริยัติธรรม (สายสามัญ) | 2 | 185 | 14 | 32 |
| **รวมทั้งสิ้น** | **737** | **148,373** | **6,491** | **9,072** |

## 4.3 การศึกษาเอกชนในภาพรวมของจังหวัด

### 4.3.1 ขนาดของภาคเอกชน

| ตัวชี้วัด | ค่า | วิธีคำนวณ |
|---|---|---|
| สถานศึกษาเอกชนรวม | 40 แห่ง | สช. 35 + อาชีวศึกษาเอกชน 5 |
| ผู้เรียนในสถานศึกษาเอกชน | 24,642 คน | 20,863 + 3,779 |
| **สัดส่วนต่อสถานศึกษาทั้งจังหวัด** | **ร้อยละ 5.4** | 40 ÷ 737 |
| **สัดส่วนต่อผู้เรียนทั้งจังหวัด** | **ร้อยละ 16.6** | 24,642 ÷ 148,373 |

📌 **ภาคเอกชนมีสถานศึกษาเพียง 1 ใน 20 แห่ง แต่ดูแลผู้เรียน 1 ใน 6 คนของจังหวัด**

| หน่วยงาน | ผู้เรียนเฉลี่ยต่อแห่ง |
|---|---|
| **สถานศึกษาเอกชน** | **616 คน** |
| ค่าเฉลี่ยทั้งจังหวัด | 201 คน |
| สพป. เขต 1 | 185 คน |
| สพป. เขต 2 | 130 คน |

**นัยที่ต้องเห็นให้ชัด** หากโรงเรียนเอกชนหนึ่งแห่งเลิกกิจการ จะมีผู้เรียนราว 600 คนต้องหาสถานศึกษาใหม่พร้อมกัน ซึ่งเทียบเท่ากับโรงเรียนสังกัด สพป. เขต 1 ประมาณ 3 แห่งรวมกัน

### 4.3.2 แนวโน้มสองปี

เปรียบเทียบระหว่างแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ 2568 (ตารางที่ 10) กับแผนปฏิบัติราชการปีงบประมาณ 2569 (ตารางที่ 7)

| รายการ | ฉบับทบทวน 2568 | ณ 10 มิ.ย. 2568 | เปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|
| สช. — สถานศึกษา | 35 | 35 | คงที่ |
| **สช. — นักเรียน** | 23,016 | 20,863 | **−2,153 (−9.4%)** |
| อาชีวศึกษาเอกชน — นักเรียน | 3,796 | 3,779 | −17 (−0.4%) |
| **รวมภาคเอกชน — ผู้เรียน** | **26,812** | **24,642** | **−2,170 (−8.1%)** |
| **รวมทั้งจังหวัด — ผู้เรียน** | **154,373** | **148,373** | **−6,000 (−3.9%)** |
| สัดส่วนผู้เรียนเอกชน | 17.4% | 16.6% | −0.8 จุด |

📌 **ข้อค้นพบสำคัญ ภาคเอกชนหดตัวเร็วกว่าค่าเฉลี่ยจังหวัดกว่าสองเท่า**

```
การลดลงของผู้เรียนทั้งจังหวัด      6,000 คน
การลดลงที่มาจากภาคเอกชน          2,170 คน
สัดส่วนที่ภาคเอกชนมีส่วนในการลดลง  ร้อยละ 36.2

แต่ภาคเอกชนมีผู้เรียนเพียง        ร้อยละ 16.6 ของจังหวัด
```

⚠️ **ตัวเลขที่ห้ามนำไปใช้ก่อนตรวจสอบ** จำนวนครูโรงเรียนเอกชนลดจาก 2,113 เหลือ 1,385 คน คือลดลงร้อยละ 34.5 ในหนึ่งปี ขณะที่นักเรียนลดร้อยละ 9.4 อัตราที่ต่างกันเกือบ 4 เท่านี้แทบเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ **น่าจะเกิดจากการเปลี่ยนนิยามการจัดเก็บ** เช่นเดียวกับห้องเรียนอาชีวศึกษาเอกชนที่ลดจาก 480 เหลือ 150 ห้องขณะที่นักเรียนแทบไม่เปลี่ยน นี่เป็นตัวอย่างจริงของบทเรียนข้อ 2 ในหัวข้อถัดไป

### 4.3.3 ศักยภาพของ ศธจ. ในภารกิจนี้

| รายการ | ค่า |
|---|---|
| บุคลากรกลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชน | 4 คน จากทั้งสำนักงาน 44 คน |
| สถานศึกษาที่ดูแลต่อคน | 10 แห่ง |
| ผู้เรียนที่รับผิดชอบต่อคน | 6,161 คน |
| งบประมาณจาก สช. ปีงบประมาณ 2569 | 261,220 บาท |
| งบต่อผู้เรียนเอกชน 1 คนต่อปี | **10.60 บาท** |

**นัยเชิงปฏิบัติ** ด้วยอัตรากำลังและงบประมาณระดับนี้ มาตรการที่จะเขียนในยุทธศาสตร์ **ต้องใช้ข้อมูลและกลไกที่มีอยู่แล้วเป็นหลัก** ไม่ใช่มาตรการที่ต้องเก็บข้อมูลชุดใหม่หรือขอตั้งงบใหม่จำนวนมาก มิฉะนั้นจะเป็นข้อเสนอที่ปฏิบัติไม่ได้

**ข้อสังเกตเชิงบวก** โครงการประชุมขับเคลื่อน ปส.กช. จังหวัดมีงบตั้งไว้แล้ว 19,000 บาทต่อปี และโครงการพัฒนาผู้บริหารครูและบุคลากร 60,000 บาทต่อปี ทั้งสองรายการใช้เป็นกลไกขับเคลื่อนได้ทันทีโดยไม่ต้องขอตั้งงบใหม่

## 4.3.4 ข้อมูลรายอำเภอ — ช่องว่างที่ใหญ่ที่สุดของเราปิดได้แล้ว

ข้อมูลปีการศึกษา 2567 จากรายงานสถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2568

| อำเภอ | โรงเรียนรวม | โรงเรียนเอกชน | นักเรียนรวม | นักเรียนเอกชน | สัดส่วนเอกชน | นักเรียนต่อห้องเรียน | นักเรียนต่อครู |
|---|---:|---:|---:|---:|---:|---:|---:|
| พระนครศรีอยุธยา | 55 | 12 | 33,237 | 8,853 | 26.6% | **28 : 1** | 18 : 1 |
| ท่าเรือ | 29 | 3 | 7,007 | 1,883 | 26.9% | 15 : 1 | 17 : 1 |
| นครหลวง | 18 | 0 | 3,582 | 0 | 0.0% | 20 : 1 | 12 : 1 |
| บางไทร | 28 | 2 | 5,981 | 1,239 | 20.7% | 18 : 1 | 17 : 1 |
| บางบาล | 22 | 0 | 2,263 | 0 | 0.0% | **11 : 1** | 12 : 1 |
| บางปะอิน | 42 | 7 | 16,686 | 5,213 | **31.2%** | 24 : 1 | 17 : 1 |
| บางปะหัน | 27 | 0 | 3,912 | 0 | 0.0% | 15 : 1 | 13 : 1 |
| ผักไห่ | 23 | 2 | 3,564 | 645 | 18.1% | 16 : 1 | 12 : 1 |
| ภาชี | 19 | 1 | 4,279 | 405 | 9.5% | 21 : 1 | 15 : 1 |
| ลาดบัวหลวง | 26 | 0 | 4,250 | 0 | 0.0% | 16 : 1 | 11 : 1 |
| วังน้อย | 31 | 2 | 10,998 | 583 | 5.3% | 25 : 1 | 17 : 1 |
| เสนา | 40 | 4 | 10,209 | 2,974 | 29.1% | 21 : 1 | 16 : 1 |
| บางซ้าย | 17 | 0 | 2,047 | 0 | 0.0% | 12 : 1 | 12 : 1 |
| อุทัย | 29 | 1 | 5,127 | 131 | 2.6% | 18 : 1 | 15 : 1 |
| มหาราช | 12 | 0 | 1,273 | 0 | 0.0% | **11 : 1** | **9 : 1** |
| บ้านแพรก | 8 | 0 | 708 | 0 | 0.0% | **11 : 1** | 11 : 1 |
| **รวม** | **426** | **34** | **115,123** | **21,926** | **19.0%** | **21 : 1** | **16 : 1** |

📌 **สามข้อค้นพบจากตารางเดียวนี้**

**หนึ่ง ช่องว่างขนาดสถานศึกษากว้าง 2.5 เท่า** นักเรียนต่อห้องเรียนอยู่ระหว่าง 11 : 1 ถึง 28 : 1 ค่าเฉลี่ยจังหวัด 21 : 1 จึงปิดบังทั้งความแออัดในเขตเมืองและความเล็กเกินขนาดในเขตเกษตร นี่คือตัวอย่างจริงของบทเรียนที่ว่าค่าเฉลี่ยจังหวัดปกปิดความแตกต่าง

⚠️ **แต่อัตราส่วนต่ำไม่ได้แปลว่าคุณภาพดี** มหาราชมีนักเรียน 9 คนต่อครู 1 คน ซึ่งในโรงเรียนขนาดเล็กมักหมายถึงครูไม่ครบทุกสาระวิชา ครูหนึ่งคนสอนหลายวิชาและหลายชั้น จึงเป็นปัญหา ไม่ใช่ข้อดี

**สอง การศึกษาเอกชนกระจุกตัวสุดขั้ว** สองอำเภอคืออยุธยาและบางปะอินรวมกันมีผู้เรียนเอกชนร้อยละ 64.2 ของทั้งจังหวัด และมี **7 อำเภอที่ไม่มีโรงเรียนเอกชนเลย**

**สาม ตัวเลขนี้เปลี่ยนการออกแบบมาตรการ** เดิมเราออกแบบให้จัดทำบัญชีรองรับผู้เรียนทั้ง 16 อำเภอ ข้อมูลใหม่แสดงว่าควรทำเฉพาะ 9 อำเภอ และควรจัดลำดับตามอัตราส่วนผู้เรียนต่อจำนวนสถานศึกษา ไม่ใช่ตามจำนวนสถานศึกษา

## 4.3.5 อนุกรมเวลา 5 ปี และสาเหตุการออกกลางคัน

| ระดับ | 2563 | 2567 | เปลี่ยนแปลง |
|---|---:|---:|---:|
| นักเรียนรวม | 123,115 | 115,123 | **−6.5%** |
| ก่อนประถมศึกษา | 21,291 | 18,672 | **−12.3%** |
| ประถมศึกษา | 60,858 | 55,134 | **−9.4%** |
| มัธยมศึกษาตอนต้น | 27,886 | 26,870 | −3.6% |
| **มัธยมศึกษาตอนปลาย** | 13,080 | 14,447 | **+10.5%** |

**บทเรียน** การหดตัวไม่เท่ากันทุกระดับ แรงกดเดินทางจากระดับล่างขึ้นบนตามเวลา ระดับประถมต้องวางแผนทันที ระดับมัธยมปลายยังมีเวลาอีก 5–8 ปี

### สาเหตุการออกกลางคันปีการศึกษา 2567

| สาเหตุ | จำนวน | สัดส่วน |
|---|---:|---:|
| **อพยพตามครอบครัว** | **77** | **70.0%** |
| มีปัญหาครอบครัว | 13 | 11.8% |
| มีปัญหาการปรับตัว | 10 | 9.1% |
| ฐานะยากจน | 2 | 1.8% |

📌 **นี่คือตัวอย่างที่ดีที่สุดของการที่ข้อมูลเปลี่ยนมาตรการ** หากไม่มีข้อมูลนี้ เราจะออกแบบมาตรการช่วยเหลือด้านการเงินเป็นหลัก เพราะสันนิษฐานว่าความยากจนคือสาเหตุ แต่ข้อมูลจริงแสดงว่าความยากจนเป็นสาเหตุเพียงร้อยละ 1.8 ขณะที่การอพยพตามครอบครัวเป็นร้อยละ 70 **มาตรการที่ถูกต้องจึงเป็นระบบส่งต่อข้อมูลข้ามพื้นที่ ไม่ใช่ทุนการศึกษา**

## 4.3.6 ⚠️ กรณีศึกษาความขัดแย้งของข้อมูลที่ร้ายแรงที่สุด

| แหล่ง | ค่าฐานการออกกลางคัน |
|---|---|
| แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดฉบับทบทวน 2568 | **1,181 คน** |
| รายงานสถิติจังหวัด พ.ศ. 2568 ปีการศึกษา 2567 | **110 คน** |
| ส่วนต่าง | **10.7 เท่า** |

อนุกรม 10 ปีของการออกกลางคันคือ 37, 37, 68, 91, 96, 183, 157, 240, 154, 110 **ไม่มีปีใดใกล้เคียง 1,181 คน**

**ผลกระทบ** แผนฉบับเดิมตั้งเป้าปี 2570 ที่ 800 คน หากค่าฐานที่ถูกต้องคือ 110 คน แปลว่าแผนตั้งเป้าให้ตัวเลขเพิ่มขึ้นเกือบ 8 เท่า

**สิ่งที่ต้องทำ** ขอคำนิยามจากทั้งสองแหล่ง หากเป็นสองนิยามที่ต่างกันจริง ต้องแยกเป็นสองตัวชี้วัด **ห้ามเลือกใช้ค่าใดค่าหนึ่งอย่างเงียบ ๆ** ซึ่งเป็นข้อห้ามข้อที่ 8 ในบทที่ 11

## 4.3.7 การคาดการณ์ประชากรวัยเรียนจากรุ่นที่เกิดแล้ว

| ปี | 6–14 ปี ภาคบังคับ | 15–17 ปี ม.ปลาย |
|---|---:|---:|
| 2569 (ฐาน) | **74,308** | 28,088 |
| 2571 | 68,311 | 28,029 |
| 2573 | 62,831 | 26,894 |
| 2575 | **57,040** | 24,353 |
| **เปลี่ยนแปลง** | **−23.2%** | **−13.3%** |

📌 **ตัวเลขที่สำคัญที่สุดของทั้งโครงการ** ณ มกราคม 2569 จังหวัดมีเด็กอายุ 0 ปี 4,610 คน และเยาวชนอายุ 17 ปี 9,665 คน คิดเป็น **ร้อยละ 47.7** หมายความว่าในเวลา 17 ปี ขนาดรุ่นเด็กเกิดใหม่ลดลงเหลือไม่ถึงครึ่ง

**นี่ไม่ใช่การคาดการณ์ เด็กเหล่านี้เกิดและนับได้แล้ว** และไม่มีมาตรการใดของยุทธศาสตร์เปลี่ยนแปลงตัวเลขนี้ได้ในกรอบ 5 ปี ยุทธศาสตร์จึงต้องออกแบบให้ทำงานได้ดีในระบบที่เล็กลง ไม่ใช่พยายามทำให้ระบบไม่เล็กลง

## 4.3.8 ข้อมูลอุปสงค์กำลังคน — ช่องว่างสุดท้ายปิดได้แล้ว

จากรายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายปี 2568 ข้อมูลต้นทางจากสำนักงานจัดหางานจังหวัด

| วุฒิการศึกษา | ตำแหน่งงานว่าง | ผู้สมัคร | บรรจุงาน | ตำแหน่งต่อผู้สมัคร |
|---|---:|---:|---:|---:|
| มัธยมศึกษา | 6,763 | 7,162 | 6,398 | **0.94** |
| ปวช. | 2,805 | 1,391 | 1,161 | **2.02** |
| ปวส. | 2,522 | 1,176 | 919 | **2.14** |
| ปริญญาตรี | 1,291 | 1,181 | 710 | 1.09 |
| **รวมทั้งจังหวัด** | **15,371** | **11,310** | **9,477** | **1.36** |

📌 **ข้อค้นพบ** สายอาชีวศึกษา (ปวช. + ปวส.) มีตำแหน่งงานว่าง 5,327 อัตรา แต่ผู้สมัครเพียง 2,567 คน คือ **ขาดแคลนกว่าสองเท่า** ขณะที่สายมัธยมสามัญมีผู้สมัครมากกว่าตำแหน่ง และในปี 2568 มี **5,894 ตำแหน่งที่หาคนไม่ได้**

**บทเรียนสำหรับคณะทำงาน** ข้อมูลชุดนี้มีอยู่แล้วมาตลอด หน่วยงานแรงงานจัดทำรายไตรมาสและรายปี **ปัญหาไม่ใช่การไม่มีข้อมูล แต่คือข้อมูลไม่ถูกแปลเป็นรูปแบบที่สถานศึกษาใช้วางแผนได้ และไม่ถูกส่งถึงสถานศึกษาตามรอบที่คาดหมายได้** กลยุทธ์จึงต้องเปลี่ยนจากการสร้างระบบใหม่ เป็นการแปลและส่งต่อข้อมูลที่มีอยู่ ซึ่งลดต้นทุนและเพิ่มความเป็นไปได้อย่างมาก

## 4.3.9 ⚠️ กรณีศึกษา เยาวชน 15–17 ปี ที่หายไปจากทั้งสองระบบ

| ระบบ | สถานะของเยาวชนอายุ 15–17 ปี |
|---|---|
| ระบบการศึกษา | อยู่ในระบบร้อยละ 51.17 คือ **ไม่อยู่ในระบบประมาณ 6,600–13,700 คน** |
| ระบบจัดหางาน | ตำแหน่งงานว่าง 0 · ผู้สมัคร 0 · บรรจุงาน 0 ตลอดปี 2568 และไตรมาส 2/2569 |

**คำถามชวนคิดสำหรับกลุ่มย่อย** เยาวชนกลุ่มนี้อยู่ที่ไหน คำอธิบายที่เป็นไปได้มีสามทาง คือกฎหมายแรงงานจำกัดการจ้างผู้อายุต่ำกว่า 18 ปี หรือทำงานอยู่จริงแต่นอกระบบ หรือไปเรียนและทำงานนอกจังหวัด **ทั้งสามทางให้ผลต่อยุทธศาสตร์ต่างกันมาก และเราตอบไม่ได้ด้วยข้อมูลที่มี**

📌 **นี่คือตัวอย่างที่ดีที่สุดของการที่ลูกโซ่ขาดตอนแล้วบอกเราว่าต้องทำอะไรก่อน** ข้อเสนอคือบรรจุการสำรวจสถานะของเยาวชนกลุ่มนี้เป็นโครงการแรกของประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 เพราะไม่มีทางออกแบบมาตรการที่ถูกต้องได้เลยหากยังไม่รู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหนและทำอะไร

## 4.3.10 ผลสัมฤทธิ์และดัชนีความก้าวหน้าของคน — ค่าฐานของประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2

| รายการ | 2562 | 2565 | อันดับประเทศ 2562 | **อันดับประเทศ 2565** |
|---|---:|---:|---:|---:|
| ปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป (ปี) | 9.32 | 9.95 | 7 | **10** |
| การเข้าเรียนมัธยมปลายและอาชีวศึกษา (%) | 75.73 | 76.39 | 35 | **52** |
| เด็กอายุ 0–5 ปีที่มีพัฒนาการสมวัย (%) | 97.80 | 82.36 | 29 | **56** |
| คะแนนเฉลี่ย O-NET มัธยมศึกษาตอนปลาย | 30.91 | 28.84 | 41 | **57** |

📌 **บทเรียนที่สำคัญที่สุดจากตารางนี้** ค่าตัวเลขของปีการศึกษาเฉลี่ย **เพิ่มขึ้นทุกปี** จาก 9.32 เป็น 9.95 ปี **แต่อันดับกลับตกลงจาก 7 เป็น 10** หมายความว่าจังหวัดพัฒนาช้ากว่าจังหวัดอื่น ไม่ใช่ถอยหลัง

**นี่คือเหตุผลที่ยุทธศาสตร์ต้องมีตัวชี้วัดเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่ตัวชี้วัดเชิงสัมบูรณ์อย่างเดียว** เพราะรายงานว่า "ปีการศึกษาเฉลี่ยเพิ่มขึ้น" เป็นความจริง แต่ปิดบังข้อเท็จจริงที่ว่าเราตกอันดับ

⚠️ **แต่ต้องระวังการใช้อันดับเป็นตัวชี้วัด** เพราะอันดับขึ้นกับผลงานของจังหวัดอื่นด้วย ซึ่งเราควบคุมไม่ได้ **จึงต้องใช้คู่กับค่าตัวเลขเสมอ ไม่ใช้แทนกัน**

## 4.3.11 ⚠️ กรณีศึกษา ที่ปรึกษาเขียนผิดเอง เพราะอ้างเอกสารสรุปแทนต้นฉบับ

ในรายงานฉบับก่อนหน้า ที่ปรึกษาระบุว่าตัวชี้วัดเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดข้อแรกคือ **จำนวนแหล่งเรียนรู้ในจังหวัดเพิ่มขึ้น** โดยอ้างอิงจากบรรยายสรุปจังหวัดปี 2568

เมื่อได้อ่าน **แผนพัฒนาจังหวัดฉบับเต็ม 278 หน้า** พบว่าตารางที่ 2.5 ระบุตัวชี้วัดไว้ 4 ข้อ และ **ไม่มีข้อใดเป็นจำนวนแหล่งเรียนรู้** ตัวชี้วัดที่แท้จริงคือ รายได้จากการท่องเที่ยว · อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ · การลงทุนด้านอุตสาหกรรม · และ **ระดับดัชนีความก้าวหน้าของคน**

**บทเรียนสามข้อ**

**หนึ่ง บรรยายสรุปเป็นเอกสารทุติยภูมิ** ต้องตรวจสอบกับแผนฉบับเต็มเสมอ ซึ่งตรงกับลำดับความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่กำหนดไว้ในบทที่ 6

**สอง เมื่อพบว่าเขียนผิด ต้องรายงานและแก้ไข ไม่ใช่แก้อย่างเงียบ ๆ** ซึ่งเป็นข้อห้ามข้อที่ 10 ในบทที่ 11

**สาม ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องกลับเป็นประโยชน์มากกว่าเดิม** เพราะดัชนีความก้าวหน้าของคนมีมิติด้านการศึกษาอยู่ภายในโดยตรง 4 รายการ พร้อมค่าฐานและอันดับประเทศ **จุดเชื่อมกับแผนจังหวัดจึงแข็งแรงกว่าที่เขียนไว้ผิด**

## 4.4 การตรวจสอบไขว้กับข้อมูลของสำนักงานสถิติจังหวัด

จากรายงานสถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานสถิติจังหวัด

| ตัวชี้วัด | ปีการศึกษา 2566 | ปีการศึกษา 2567 | เปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|
| โรงเรียน | 428 แห่ง | 426 แห่ง | −2 (−0.5%) |
| ห้องเรียน | 5,641 ห้อง | 5,610 ห้อง | −31 (−0.5%) |
| ครู | 7,862 คน | 7,358 คน | −504 (−6.4%) |
| นักเรียนรวม | 120,206 คน | 115,123 คน | **−5,083 (−4.2%)** |
| นักเรียนชาย | 60,893 คน | 58,042 คน | −2,851 (−4.7%) |
| นักเรียนหญิง | 59,313 คน | 57,081 คน | −2,232 (−3.8%) |
| สถาบันอาชีวศึกษา | 14 แห่ง | 14 แห่ง | คงที่ |
| สถาบันอุดมศึกษา | 6 แห่ง | 6 แห่ง | คงที่ |

**อัตราส่วนที่คำนวณเพิ่มเติม**

| อัตราส่วน | 2566 | 2567 |
|---|---|---|
| นักเรียนต่อครู | 15.3 : 1 | 15.6 : 1 |
| นักเรียนเฉลี่ยต่อโรงเรียน | 280.9 คน | 270.2 คน |
| นักเรียนเฉลี่ยต่อห้องเรียน | 21.3 คน | 20.5 คน |

### 📊 บทเรียน 4 ข้อจากตารางเดียวนี้

**บทเรียนที่ 1 จำนวนผู้เรียนหดตัวเร็วกว่าโครงสร้างที่ปรับตัว** นักเรียนลดร้อยละ 4.2 ขณะที่โรงเรียนลดเพียงร้อยละ 0.5 หมายความว่าโรงเรียนกำลังเล็กลงเรื่อย ๆ ต้นทุนต่อหัวสูงขึ้น และทรัพยากรกระจายบางลง นี่คือเงื่อนไขตั้งต้นที่ยุทธศาสตร์ต้องยอมรับ ไม่ใช่ปัญหาที่เขียนแล้วจะหายไป

**บทเรียนที่ 2 ตัวเลขที่ผิดปกติต้องตั้งคำถามก่อนตีความ** ครูลดลงร้อยละ 6.4 ในหนึ่งปี เร็วกว่านักเรียนที่ลดร้อยละ 4.2 ตัวเลขนี้ผิดปกติมากจนน่าสงสัยว่าอาจเกิดจากการเปลี่ยนนิยามหรือขอบเขตการจัดเก็บ มากกว่าการลดลงจริง หากนำไปเขียนในแผนโดยไม่ตรวจสอบ อาจนำไปสู่ข้อสรุปที่ผิดทั้งหมด

**บทเรียนที่ 3 ข้อมูล 2 ปีไม่พอสรุปแนวโน้ม** มาตรฐานคือต้องมีอนุกรมเวลาอย่างน้อย 3–5 ปี ตารางนี้มีเพียง 2 จุด จึงยังแยกไม่ได้ว่าเป็นแนวโน้มถาวรหรือความผันผวนชั่วคราว **ต่อมาปิดช่องนี้ได้แล้ว** ด้วยอนุกรมเวลานักเรียน 5 ปี (2563–2567) และการออกกลางคัน 10 ปี จากรายงานสถิติจังหวัด

**บทเรียนที่ 4 ตารางนี้ยังไม่บอกอะไรเลยเกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำ** เพราะไม่มีการจำแนกรายอำเภอ รายระดับการศึกษา หรือรายกลุ่มเปราะบาง ซึ่งในขณะที่จัดทำตารางนี้เป็นช่องว่างข้อมูลที่ใหญ่ที่สุด **ต่อมาปิดช่องรายอำเภอได้แล้ว** จากรายงานสถิติจังหวัดครบ 16 อำเภอ ส่วนที่ยังเปิดอยู่คือผลสัมฤทธิ์รายโรงเรียนครบทุกสังกัด และข้อมูลกลุ่มเปราะบาง

**บทเรียนที่ 5 ตัวเลขสองแหล่งที่ต่างกัน ไม่ได้แปลว่ามีแหล่งใดผิด** สำนักงานสถิติจังหวัดรายงานผู้เรียน 115,123 คน ขณะที่ ศธจ. รายงาน 148,373 คน **นี่ไม่ใช่ความขัดแย้ง แต่เป็นความต่างของขอบเขต** เพราะตัวเลขของ ศธจ. รวมศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 273 แห่ง สถาบันอุดมศึกษา อาชีวศึกษา และ สกร. ซึ่งสถิติจังหวัดไม่นับเป็นโรงเรียน **ทุกครั้งที่อ้างตัวเลข ต้องระบุนิยามและขอบเขตกำกับเสมอ**

⚠️ **ตัวอย่างข้อมูลขัดแย้งกันเองที่พบจริงในเอกสารของเรา** ในแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ 2568 เนื้อความระบุผู้เรียนทั้งจังหวัด 150,594 คน ห้องเรียน 6,174 ห้อง ครู 9,245 คน แต่ตารางที่ 10 ในเอกสารฉบับเดียวกันรวมได้ 154,373 / 6,504 / 9,547 **ต่างกัน 3,779 คน ในเอกสารเล่มเดียวกัน** ประเด็นนี้ต้องหาข้อยุติก่อนจัดทำแผนฉบับใหม่

## 4.5 ข้อมูลที่ยังไม่มีและต้องเร่งจัดหา

| ด้าน | ข้อมูลที่ขาด | หน่วยงานที่มีข้อมูล |
|---|---|---|
| โอกาส | บัญชีเด็กนอกระบบรายตำบล อายุ ชั้นที่หลุด (สาเหตุการออกกลางคันรายอำเภอมีแล้ว) | ศธจ., สพป. 2 เขต, สพม., สกร., กสศ. |
| คุณภาพ | RT NT และผลการคัดกรองการอ่านรายโรงเรียนครบทุกสังกัด (O-NET มีเฉพาะ สพป. เขต 1 และค่าจังหวัด ม.ปลาย) | ศธจ. (เข้าถึงระบบ สทศ.), สพป., สพม. |
| ความเสมอภาค | นักเรียนยากจนพิเศษ เด็กพิการเรียนรวม เด็กไร้สัญชาติ | กสศ., ศูนย์การศึกษาพิเศษ, สพป. |
| กำลังคน | ภาวะการมีงานทำของผู้จบรายบุคคล และความต้องการสมรรถนะเฉพาะเจาะจง (ตำแหน่งงานว่างจำแนกวุฒิมีแล้ว) | สำนักงานแรงงานจังหวัด, สภาอุตสาหกรรม, อาชีวศึกษาจังหวัด |
| ประชากร | การเกิดรายปีย้อนหลัง 6 ปี รายอำเภอ | ที่ทำการปกครองจังหวัด |
| ทรัพยากร | งบต่อหัวรายอำเภอ (ข้อมูลโรงเรียนขนาดเล็กรายอำเภอมีแล้ว) | สพป. 2 เขต, สพม. |
| เอกชน | ผู้เรียนและสถานศึกษาเอกชนรายอำเภอ **ย้อนหลัง 5 ปี** (ปัจจุบันมีปีเดียว) · การยืนยันนิยาม "ครูและผู้บริหาร" · **นิยามของค่าฐานการออกกลางคัน 1,181 คน เร่งด่วนที่สุด** · **สถานะของเยาวชน 15–17 ปีที่ไม่อยู่ในระบบ ซึ่งยังไม่มีหน่วยงานใดถือข้อมูล** | ศธจ. กลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชน และกลุ่มนโยบายและแผน |

📌 ข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลที่หน่วยงานในจังหวัดมีอยู่แล้ว ไม่ต้องซื้อหรือสำรวจใหม่ ปัญหาคือยังไม่ถูกรวบรวมเข้ามาที่เดียวกัน **โดยเฉพาะข้อมูลการศึกษาเอกชนซึ่ง ศธจ. ถือครองเองในฐานะผู้ออกใบอนุญาต จึงเป็นชุดข้อมูลที่ขอได้เร็วที่สุด**

## 4.6 การจำแนกกลุ่มอำเภอเชิงยุทธศาสตร์ (ยืนยันด้วยข้อมูลแล้ว)

การจำแนกนี้ยืนยันด้วยอัตราการเติบโตของประชากร 5 ปี ขนาดสถานศึกษา และสาเหตุการออกกลางคันแล้ว ไม่ใช่สมมติฐาน

| กลุ่ม | ลักษณะ | อำเภอ | โจทย์การศึกษาที่ยืนยันด้วยข้อมูล |
|---|---|---|---|
| ก. เขตเมืองและมรดกโลก | หนาแน่น ท่องเที่ยว | พระนครศรีอยุธยา | นักเรียนต่อห้อง 28 : 1 สูงสุดในจังหวัด · ผู้เรียนเอกชนร้อยละ 26.6 |
| ข. เขตอุตสาหกรรม | นิคมอุตสาหกรรม แรงงานเคลื่อนย้าย | บางปะอิน อุทัย วังน้อย นครหลวง | สามอำเภอแรกเป็นพื้นที่เดียวที่ประชากรเพิ่ม · ผู้เรียนเอกชนบางปะอินร้อยละ 31.2 |
| ค. เขตเกษตรและเสี่ยงอุทกภัย | เกษตรกรรม น้ำท่วมซ้ำซาก | ผักไห่ เสนา บางบาล บางไทร | หดตัวเร็ว · น้ำท่วมเป็นความเดือดร้อนอันดับต้นของบางบาลและผักไห่ |
| ง. เขตกึ่งเมืองกึ่งชนบท | ผสม | ท่าเรือ ภาชี ลาดบัวหลวง บางปะหัน | ท่าเรือมีเอกชนเพียง 3 แห่งแต่รับผู้เรียนร้อยละ 26.9 |
| จ. อำเภอขนาดเล็กที่หดตัวเร็ว | ประชากรต่ำกว่า 25,000 คน หดตัวเร็ว | บ้านแพรก มหาราช บางซ้าย | นักเรียนต่อห้อง 11–12 : 1 · ไม่มีโรงเรียนเอกชนเลยทั้งสามอำเภอ |

⚠️ **ประเด็นที่ต้องเห็นให้ชัด:** ในจังหวัดนี้ **ความเสี่ยงภัยพิบัติทับซ้อนกับความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ** พื้นที่ที่ท่วมซ้ำซากคือพื้นที่เกษตรที่มีฐานะต่ำกว่าเขตอุตสาหกรรม เด็กกลุ่มนี้จึงเผชิญความเสี่ยงสองชั้น การใช้ค่าเฉลี่ยระดับจังหวัดจะปกปิดปัญหานี้ทั้งหมด

---

# บทที่ 5: กระบวนการจัดทำ 7 ระยะ

## 5.1 ลำดับที่ห้ามข้าม

```
ระยะ 1  กำหนดกรอบและตรวจสอบความพร้อม
   ↓
ระยะ 2  ทบทวนกฎหมาย นโยบาย และองค์ความรู้
   ↓
ระยะ 3  วิเคราะห์สถานการณ์เชิงพื้นที่
   ↓
ระยะ 4  รับฟังและสังเคราะห์ความต้องการ
   ↓
ระยะ 5  กำหนดทิศทางยุทธศาสตร์      ← ห้ามเริ่มก่อนจบระยะ 3 และ 4
   ↓
ระยะ 6  ตัวชี้วัดและการติดตามประเมินผล
   ↓
ระยะ 7  แผนขับเคลื่อน ฉบับสมบูรณ์ และการควบคุมคุณภาพ
```

⚠️ **กับดักที่พบบ่อยที่สุดคือการเริ่มที่ระยะ 5 ทันที** เพราะการเขียนวิสัยทัศน์และประเด็นยุทธศาสตร์ทำได้เร็วและรู้สึกว่ามีความคืบหน้า ขณะที่การวิเคราะห์ข้อมูลใช้เวลานานและน่าเบื่อ ผลคือได้เอกสารที่สวยงามแต่ไม่เชื่อมกับปัญหาจริง

## 5.2 ผลผลิตที่ต้องมีในแต่ละระยะ

| ระยะ | ผลผลิตที่ต้องส่งมอบ |
|---|---|
| 1 | ขอบเขตงาน คำถามยุทธศาสตร์ นิยามศัพท์ บัญชีข้อมูลที่มีและที่ขาด เกณฑ์คุณภาพข้อมูล |
| 2 | บัญชีกฎหมายและแผนพร้อมสถานะ ตารางความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ บทวิเคราะห์อำนาจหน้าที่ บทเรียนจากแผนฉบับเดิม |
| 3 | ตารางข้อมูลย้อนหลัง ตารางความแตกต่างรายอำเภอ/สังกัด PESTEL Problem Tree SWOT ที่มีหลักฐาน TOWS |
| 4 | เครื่องมือเก็บข้อมูล รายงานผลการรับฟังที่แยกความเห็นออกจากข้อเท็จจริง |
| 5 | ทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ 2–3 ทาง วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ ประเด็นยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ Theory of Change แผนที่ยุทธศาสตร์ |
| 6 | ชุดตัวชี้วัดครบ 13 องค์ประกอบ ค่าฐาน ค่าเป้าหมายพร้อมเหตุผล |
| 7 | RACI แผนงานโครงการ กรอบงบประมาณ แผนความเสี่ยง แผนสื่อสาร บทสรุปผู้บริหาร บัญชีข้อจำกัด |

**ก่อนเปลี่ยนระยะทุกครั้ง** ให้สรุป 4 อย่าง คือ สิ่งที่ทำแล้ว สิ่งที่ยังขาด สมมติฐานที่ใช้ และประเด็นที่ต้องให้ผู้บริหารตัดสินใจ

---

# บทที่ 6: 📊 ทักษะที่ 1 — การใช้ข้อมูลอย่างถูกต้อง

## 6.1 ข้อมูลเชิงปริมาณทุกชุดต้องระบุ 7 อย่าง

| # | องค์ประกอบ | ตัวอย่างที่ถูก |
|---|---|---|
| 1 | ชื่อตัวแปรและนิยาม | "จำนวนนักเรียน หมายถึง ผู้เรียนที่มีสถานะกำลังศึกษาในระบบทะเบียน ณ วันที่ 10 มิถุนายน" |
| 2 | ปีหรือช่วงเวลา | "ปีการศึกษา 2567" |
| 3 | หน่วยนับ | "คน" |
| 4 | พื้นที่และประชากรที่ครอบคลุม | "16 อำเภอ ทุกสังกัดในจังหวัด" |
| 5 | แหล่งข้อมูล | "รายงานสถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานสถิติจังหวัด" |
| 6 | วันที่เข้าถึง | "31 สิงหาคม 2569" |
| 7 | ข้อจำกัด | "ไม่ทราบว่าครอบคลุมสถานศึกษาสังกัด อปท. หรือไม่" |

## 6.2 การจำแนกข้อมูลที่ต้องทำเมื่อข้อมูลเอื้ออำนวย

อำเภอหรือพื้นที่ · ช่วงวัยและระดับการศึกษา · เพศ · สังกัด · ขนาดสถานศึกษา · สถานะทางเศรษฐกิจและสังคม · ความพิการหรือความต้องการจำเป็นพิเศษ · สัญชาติหรือสถานะการย้ายถิ่น · กลุ่มเปราะบางอื่น

## 6.3 ⚠️ ข้อห้าม 5 ประการ

| ข้อห้าม | เหตุผล | ตัวอย่างที่ผิดในบริบทอยุธยา |
|---|---|---|
| **ห้ามสร้างตัวเลขที่ไม่มีแหล่งที่มา** | ทำลายความน่าเชื่อถือของทั้งเอกสาร | เขียนว่า "เด็กนอกระบบในจังหวัดมีประมาณ 3,000 คน" โดยไม่มีที่มา |
| **ห้ามเติมค่าที่หายไปโดยไม่เปิดเผยวิธี** | ผู้อ่านไม่ทราบว่าตัวเลขใดจริง ตัวเลขใดประมาณ | ประมาณค่าอำเภอที่ไม่ส่งข้อมูลจากค่าเฉลี่ยจังหวัดโดยไม่บอก |
| **ห้ามเปรียบเทียบข้อมูลต่างปีที่นิยามไม่เหมือนกัน** | ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีอยู่จริง | เปรียบเทียบจำนวนครูปี 2566 กับ 2567 โดยไม่ตรวจว่านิยามเปลี่ยนหรือไม่ |
| **ห้ามใช้ค่าเฉลี่ยจังหวัดปกปิดความแตกต่าง** | ทำให้แผนไม่มีพื้นที่เป้าหมาย | รายงานคะแนนเฉลี่ยจังหวัดโดยไม่แสดงว่าอำเภอใดต่ำที่สุด |
| **ห้ามอ้างสาเหตุจากสหสัมพันธ์อย่างเดียว** | นำไปสู่มาตรการที่แก้ผิดจุด | "โรงเรียนที่มีคอมพิวเตอร์มากมีผลสัมฤทธิ์สูงกว่า จึงควรซื้อคอมพิวเตอร์เพิ่ม" — อาจเป็นเพราะโรงเรียนเหล่านั้นอยู่ในเขตเมืองที่มีฐานะดีกว่าอยู่แล้ว |

## 6.4 เมื่อไม่มีข้อมูล ให้ทำอย่างไร

**อย่าหยุดงาน และอย่าสร้างตัวเลข** ให้ดำเนินการ 4 ขั้นตอน

1. ระบุอย่างชัดเจนว่า "ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอ" ในจุดนั้น
2. ระบุว่าหน่วยงานใดน่าจะมีข้อมูล และวิธีจัดเก็บเพิ่มเติม
3. ระบุผลกระทบต่อการตัดสินใจว่าข้อสรุปใดที่ยังยืนยันไม่ได้
4. บันทึกไว้ในบัญชีช่องว่างข้อมูล และเสนอ **การจัดทำข้อมูลฐานเป็นมาตรการหนึ่งของยุทธศาสตร์เอง**

## 6.5 เมื่อข้อมูลจากหลายแหล่งขัดแย้งกัน

ห้ามเลือกใช้แหล่งใดแหล่งหนึ่งอย่างเงียบ ๆ ให้ดำเนินการ 5 ขั้นตอน

1. แสดงรายการข้อมูลที่ขัดแย้งทั้งหมด
2. เปรียบเทียบปี นิยาม หน่วยวัด และวิธีจัดเก็บ
3. ระบุแหล่งที่น่าเชื่อถือกว่าพร้อมเหตุผล
4. แจ้งผลกระทบที่อาจเกิดกับข้อสรุป
5. หากยังไม่ยุติ เสนอเป็นประเด็นให้ผู้บริหารตัดสินใจ

**ตัวอย่างจริงที่พบในโครงการนี้:** จำนวนหมู่บ้านในจังหวัดมีรายงานทั้ง 1,495 และ 1,328 หมู่บ้าน จากคนละแหล่ง ต้องยืนยันกับที่ทำการปกครองจังหวัดก่อนใช้

---

# บทที่ 7: ทักษะที่ 2 — การวิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุราก

## 7.1 ความแตกต่างระหว่างอาการ ปัญหา และสาเหตุราก

| ระดับ | ตัวอย่าง | ถ้าแก้ที่ระดับนี้จะเกิดอะไร |
|---|---|---|
| **อาการ** | นักเรียนขาดเรียนบ่อย | ตามตัวเด็กกลับมาได้ชั่วคราว แล้วขาดอีก |
| **ปัญหา** | เด็กหลุดจากระบบการศึกษา | จัดโครงการพาน้องกลับมาเรียน ได้ผลเฉพาะหน้า |
| **สาเหตุราก** | ไม่มีระบบข้อมูลติดตามเด็กรายบุคคลที่ใช้ร่วมกันข้ามสังกัดและข้ามพื้นที่ | แก้ได้ยั่งยืน เพราะระบบจะจับได้ตั้งแต่เด็กเริ่มเสี่ยง |

## 7.2 วิธีทำ Problem Tree

**ขั้นตอน**

1. เขียน **ปัญหาแกน** ไว้กลางกระดาษ ต้องเป็นข้อความที่ระบุปัญหา ไม่ใช่การขาดวิธีแก้ (เขียนว่า "เด็กหลุดจากระบบ" ไม่ใช่ "ขาดโครงการติดตามเด็ก")
2. เขียน **ผลกระทบ** ไว้ด้านบน โดยถามว่า "ถ้าปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ จะเกิดอะไรตามมา"
3. เขียน **สาเหตุ** ไว้ด้านล่าง โดยถามว่า "ทำไม" ซ้ำอย่างน้อย 3 ชั้น
4. **หยุดถามเมื่อถึงสาเหตุที่เราทำอะไรกับมันได้** หากถามต่อจนถึง "เพราะเศรษฐกิจโลกผันผวน" ก็เกินขอบเขตที่จังหวัดจะแก้ได้
5. ตรวจสอบทุกสาเหตุว่ามีหลักฐานหรือเป็นเพียงความเชื่อ

**ตัวอย่างในบริบทอยุธยา**

```
                    [ผลกระทบ]
     กำลังแรงงานทักษะต่ำ ─── ความยากจนข้ามรุ่น ─── ปัญหาสังคม
                              │
                    [ปัญหาแกน]
        เด็กหลุดจากการเรียนรู้ / เรียนแต่ไม่ได้เรียนรู้
                              │
        ┌─────────────────────┼─────────────────────┐
   [สาเหตุชั้นที่ 1]
   ครอบครัวเคลื่อนย้าย    ฐานะยากจน          โรงเรียนไม่ตอบโจทย์
   ตามงานอุตสาหกรรม      + อุทกภัยซ้ำ        ความถนัดผู้เรียน
        │                     │                     │
   [สาเหตุชั้นที่ 2 = สาเหตุราก]
   ไม่มีระบบข้อมูล        ไม่มีระบบเฝ้าระวัง    โรงเรียนขนาดเล็ก
   ติดตามเด็กข้ามพื้นที่   ความเสี่ยงรายบุคคล    ขาดครูครบสาระ
   และข้ามสังกัด          ที่ใช้ร่วมทุกสังกัด    ไม่มีทางเลือกหลักสูตร
```

📌 **สังเกตว่าสาเหตุรากทั้งสามสายวิ่งกลับมาที่จุดร่วมเดียวกัน คือการไม่มีระบบข้อมูลผู้เรียนรายบุคคลที่ใช้ร่วมกันข้ามสังกัด** นี่คือเหตุผลที่ประเด็นเรื่องระบบข้อมูลต้องเป็นเงื่อนไขพื้นฐาน ไม่ใช่ประเด็นเสริมท้ายเล่ม

## 7.3 SWOT ที่ใช้ได้จริง

⚠️ **ข้อห้ามเด็ดขาด: ห้ามเขียน SWOT จากความคิดเห็นในที่ประชุมโดยไม่มีหลักฐาน**

**รูปแบบที่ถูกต้อง — ทุกข้อต้องมี 3 ช่อง**

| รหัส | ประเด็น | หลักฐานอ้างอิง |
|---|---|---|
| S1 | ฐานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เป็นแหล่งความร่วมมือและการจ้างงาน | โรงงานมากกว่า 2,134 แห่ง แรงงาน 300,000 คน (สภาอุตสาหกรรมจังหวัด 2565) |
| S5 | ศธจ. มีอำนาจดำเนินการโดยตรงต่อสถานศึกษาเอกชน 40 แห่ง ซึ่งดูแลผู้เรียนร้อยละ 16.6 ของจังหวัด | ข้อ 11(10) คำสั่งหัวหน้า คสช. 19/2560 และตารางที่ 7 แผนปฏิบัติราชการ 2569 |
| W1 | ไม่มีระบบข้อมูลการศึกษาระดับจังหวัดที่ใช้ร่วมกันทุกสังกัด | มีข้อมูลรายอำเภอจากรายงานสถิติจังหวัดแล้ว แต่ยังไม่มีระบบที่ใช้ร่วมกันทุกสังกัด พบข้อมูลขัดแย้งกันเองในเอกสารแผนฉบับเดียวกัน และนิยามครูมีสามแหล่งสามตัวเลข |
| T1 | จำนวนผู้เรียนหดตัวต่อเนื่อง | ผู้เรียนทั้งจังหวัดลดร้อยละ 3.9 (154,373 → 148,373 คน) จากเอกสารแผนของ ศธจ. เอง |
| T4 | ภาคเอกชนหดตัวเร็วกว่าค่าเฉลี่ยจังหวัดกว่าสองเท่า และเป็นต้นทางของการลดลงถึงร้อยละ 36 | ผู้เรียนเอกชนลดร้อยละ 8.1 (26,812 → 24,642 คน) เทียบกับจังหวัดร้อยละ 3.9 |

**ข้อทดสอบง่าย ๆ:** อ่านข้อ SWOT ที่เขียนแล้วถามตัวเองว่า "ถ้ามีคนถามว่ารู้ได้อย่างไร ตอบได้ไหม" ถ้าตอบไม่ได้ ให้ตัดออกหรือย้ายไปไว้ในรายการ "สมมติฐานที่ต้องตรวจสอบ"

## 7.4 TOWS Matrix — การแปลง SWOT เป็นกลยุทธ์

SWOT เพียงอย่างเดียวยังไม่ใช่กลยุทธ์ ต้องจับคู่เพื่อสร้างแนวทาง

| | **โอกาส (O)** | **อุปสรรค (T)** |
|---|---|---|
| **จุดแข็ง (S)** | **SO เชิงรุก** ใช้จุดแข็งคว้าโอกาส | **ST เชิงป้องกัน** ใช้จุดแข็งลดผลกระทบจากอุปสรรค |
| **จุดอ่อน (W)** | **WO เชิงแก้ไข** ใช้โอกาสมาแก้จุดอ่อน | **WT เชิงรับ** ลดความเสียหายเมื่อทั้งอ่อนแอและถูกคุกคาม |

**ตัวอย่างการจับคู่ในบริบทอยุธยา**

- **SO** ใช้ทุนอุตสาหกรรมและสถาบันอาชีวศึกษา/อุดมศึกษาในพื้นที่ ร่วมกับระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติที่กำลังขยายผลผ่านสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดทั่วประเทศ สร้างเส้นทางเรียนรู้ที่สะสมหน่วยกิตได้สำหรับเด็กที่ต้องทำงาน
- **ST** ใช้ทุนวัฒนธรรมมรดกโลกสร้างเส้นทางอาชีพสายบริการและสร้างสรรค์ เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาอุตสาหกรรมการผลิตที่อาจถูกทดแทนด้วยระบบอัตโนมัติ
- **WO** ใช้แรงหนุนและงบประมาณจากนโยบาย Zero Dropout พร้อมจังหวะรอบแผนใหม่ สร้างระบบข้อมูลผู้เรียนร่วมทุกสังกัด
- **WT** เมื่อผู้เรียนลดลงและไม่มีอำนาจกำกับข้ามสังกัด ให้ใช้กลไกความร่วมมือโดยสมัครใจในการบริหารทรัพยากรร่วมระดับตำบล เช่น ครูหมุนเวียน สื่อร่วม รถรับส่ง

---

# บทที่ 8: ทักษะที่ 3 — การเขียนกลยุทธ์ที่ตรวจสอบได้

## 8.1 คำถาม 12 ข้อที่ทุกข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ต้องตอบได้

1. ปัญหาหรือโอกาสคืออะไร
2. มีหลักฐานใดรองรับ
3. สาเหตุรากคืออะไร
4. ใครและพื้นที่ใดได้รับผลกระทบ
5. เกี่ยวข้องกับกฎหมายหรือแผนใด
6. ผลลัพธ์ที่ต้องการคืออะไร
7. กลไกใดจะทำให้เกิดผลลัพธ์นั้น
8. หน่วยงานใดรับผิดชอบ
9. ต้องใช้ทรัพยากรอะไร
10. มีความเสี่ยงและผลกระทบที่ไม่ตั้งใจอะไร
11. จะวัดความสำเร็จอย่างไร
12. หากผลไม่เป็นไปตามเป้าหมายจะปรับตัวอย่างไร

✍️ ใบงานที่ 3 ในภาคผนวก ก คือแบบฟอร์มที่บังคับให้ตอบครบทั้ง 12 ข้อ

## 8.2 ⚠️ กับดักคำสี่คำ

**ห้ามใช้คำว่า "ส่งเสริม พัฒนา ยกระดับ บูรณาการ" โดยไม่ระบุว่าทำอะไร กับใคร ด้วยกลไกใด และวัดผลอย่างไร**

### ตัวอย่างการแก้ไข 4 คู่

**คู่ที่ 1**

| ❌ ก่อนแก้ | ✅ หลังแก้ |
|---|---|
| ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการอ่านของผู้เรียน | คัดกรองการอ่านของนักเรียน ป.1–ป.3 ทุกสังกัดด้วยเครื่องมือเดียวกันปีละ 2 ครั้ง จัดกลุ่มโรงเรียนที่มีผลต่ำกว่าเกณฑ์เป็นพื้นที่มุ่งเป้า จัดทีมนิเทศเฉพาะกิจลงพื้นที่มุ่งเป้าไม่น้อยกว่า 4 ครั้งต่อโรงเรียนต่อปี และรายงานความก้าวหน้ารายโรงเรียนต่อ กศจ. ทุกภาคเรียน |

**คู่ที่ 2**

| ❌ ก่อนแก้ | ✅ หลังแก้ |
|---|---|
| บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อแก้ปัญหาเด็กนอกระบบ | เชื่อมข้อมูลทะเบียนราษฎรจากที่ทำการปกครองจังหวัด กับข้อมูลนักเรียนของทุกสังกัด เพื่อระบุเด็กอายุ 3–18 ปีที่ไม่มีรายชื่อในสถานศึกษาใด จัดทำบัญชีเด็กกลุ่มเสี่ยงรายตำบล มอบหมายผู้รับผิดชอบรายตำบลจากหน่วยงานในพื้นที่ และรายงานสถานะรายภาคเรียน |

**คู่ที่ 3**

| ❌ ก่อนแก้ | ✅ หลังแก้ |
|---|---|
| ยกระดับการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน | สำรวจความต้องการทักษะและตำแหน่งงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดและหอการค้าจังหวัดปีละ 1 ครั้ง จัดทำรายงานความต้องการกำลังคนจังหวัดเผยแพร่ให้ทุกสถานศึกษาภายในไตรมาสแรกของทุกปี และติดตามภาวะการมีงานทำของผู้จบการศึกษา |

**คู่ที่ 4 — กรณีที่เขียนเกินอำนาจ**

| ❌ ก่อนแก้ | ✅ หลังแก้ |
|---|---|
| ให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดจัดสรรอัตราครูเพิ่มเติมให้โรงเรียนขนาดเล็ก | รวบรวมข้อมูลอัตรากำลังครูของสถานศึกษาขนาดเล็กรายอำเภอ วิเคราะห์ช่องว่างตามสาระวิชา และ **เสนอต่อ ก.ค.ศ. และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน** พิจารณาจัดสรร (ภารกิจประเภทที่ 4) พร้อมกันนี้ให้ประสานการใช้ครูหมุนเวียนระหว่างโรงเรียนในตำบลเดียวกันโดยความสมัครใจ (ภารกิจประเภทที่ 3) |

**คู่ที่ 5 — กรณีการศึกษาเอกชน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ ศธจ. มีอำนาจสูงสุด**

| ❌ ก่อนแก้ | ✅ หลังแก้ |
|---|---|
| ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาเอกชนให้มีคุณภาพ | รวบรวมแนวโน้มจำนวนผู้เรียนรายสถานศึกษาเอกชนย้อนหลัง 5 ปี จากข้อมูลที่กลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชนมีอยู่ในงานประจำ จัดทำบัญชีการวางแผนรองรับผู้เรียนรายตำบลเป็นเอกสารภายใน และจัดทำแนวปฏิบัติคุ้มครองผู้เรียนกรณีสถานศึกษาเปลี่ยนแปลงหรือเลิกกิจการ เสนอ ปส.กช. และ กศจ. เห็นชอบภายในปี 2572 โดยใช้เวทีประชุม ปส.กช. ที่มีงบประมาณอยู่แล้ว 19,000 บาทต่อปีเป็นกลไกขับเคลื่อน (ภารกิจประเภทที่ 1) |

**เหตุใดตัวอย่างนี้จึงสำคัญ** ข้อความฝั่งซ้ายวัดผลไม่ได้และไม่มีใครรู้ว่าต้องทำอะไร ส่วนฝั่งขวาระบุแหล่งข้อมูล กลไก เจ้าภาพ กำหนดเวลา และงบประมาณที่มีอยู่จริง **ทั้งที่เป็นเรื่องเดียวกัน**

## 8.3 การเสนอทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์

เมื่อมีทางเลือกมากกว่าหนึ่งทาง ต้องเสนออย่างน้อย 2–3 ทาง แล้วเปรียบเทียบตามเกณฑ์ 6 ด้าน ก่อนเสนอทางที่เหมาะสมที่สุด

| ทางเลือก | ผลกระทบ | ความเป็นไปได้ | ความคุ้มค่า | ความเสมอภาค | ความเสี่ยง | ความสอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| ทางเลือก ก | | | | | | |
| ทางเลือก ข | | | | | | |
| ทางเลือก ค | | | | | | |

---

# บทที่ 9: ทักษะที่ 4 — ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย

## 9.1 องค์ประกอบ 13 ข้อของตัวชี้วัดที่สมบูรณ์

ชื่อและนิยาม · เหตุผลที่เลือก · สูตรคำนวณ · หน่วยนับ · ปีฐานและค่าฐาน · ค่าเป้าหมายรายปีพร้อมเหตุผล · แหล่งข้อมูล · ความถี่ในการวัด · ระดับการจำแนกข้อมูล · หน่วยงานเจ้าของข้อมูล · หน่วยงานรับผิดชอบ · วิธีตรวจสอบคุณภาพข้อมูล · ข้อจำกัดและแนวทางเมื่อผลต่ำกว่าเป้า

## 9.2 ตัวอย่างตัวชี้วัดที่เขียนครบ

| องค์ประกอบ | เนื้อหา |
|---|---|
| ชื่อ | อัตราการคงอยู่ในระบบการเรียนรู้หลังการพากลับ 1 ปี |
| นิยาม | สัดส่วนของเด็กที่ถูกพากลับเข้าสู่ระบบในปีการศึกษา t ซึ่งยังคงมีสถานะอยู่ในระบบ ณ สิ้นปีการศึกษา t+1 |
| เหตุผลที่เลือก | เพราะเด็กเคลื่อนเข้า-ออกระบบตลอดเวลา ตัวชี้วัด "จำนวนเด็กที่พากลับ" เพียงอย่างเดียวจึงสร้างภาพลวงว่าปัญหาลดลง ทั้งที่อาจเป็นการหมุนเวียนของเด็กกลุ่มเดิม |
| สูตร | (เด็กที่พากลับในปี t และยังอยู่ในระบบสิ้นปี t+1 ÷ เด็กที่พากลับทั้งหมดในปี t) × 100 |
| หน่วยนับ | ร้อยละ |
| ปีฐาน / ค่าฐาน | 2570 / รอจัดทำข้อมูลฐาน |
| แหล่งข้อมูล | ศูนย์ข้อมูลการศึกษาจังหวัด |
| ความถี่ | รายปีการศึกษา |
| การจำแนก | อำเภอ / สังกัด / เพศ / สถานะความยากจน / ความพิการ / สัญชาติ |
| ผู้รับผิดชอบ | สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด กลุ่มพัฒนาการศึกษา |
| ตรวจสอบคุณภาพ | สุ่มตรวจรายบุคคลไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 เทียบกับทะเบียนสถานศึกษา |
| ข้อจำกัด | เด็กที่ย้ายออกนอกจังหวัดอาจถูกนับเป็นหลุดจากระบบโดยผิดพลาด |
| หากต่ำกว่าเป้า | ทบทวนว่าเส้นทางการเรียนรู้ที่ส่งต่อเหมาะกับเด็กกลุ่มนั้นหรือไม่ |

## 9.3 ⚠️ กับดักตัวชี้วัด 5 ประการ

| กับดัก | ตัวอย่างที่ผิด | วิธีแก้ |
|---|---|---|
| **วัดกิจกรรมแทนผลลัพธ์** | จำนวนครูที่เข้ารับการอบรม | สัดส่วนนักเรียนที่อ่านออกเขียนได้ตามเกณฑ์ |
| **วัดค่าเฉลี่ยแทนช่องว่าง** | คะแนนเฉลี่ยการอ่านของจังหวัด | ช่องว่างคะแนนระหว่างกลุ่มอำเภอสูงสุดกับต่ำสุด |
| **วัดสะสมแทนอัตราใหม่** | จำนวนเด็กที่พากลับสะสม | อัตราการหลุดออกจากระบบใหม่รายภาคเรียน |
| **ตั้งเป้าโดยไม่มีค่าฐาน** | "ร้อยละ 80" ทุกตัวชี้วัด | ระบุว่า "รอกำหนดหลังจัดทำข้อมูลฐาน" |
| **เลือกวัดสิ่งที่วัดง่าย** | จำนวนโครงการที่ดำเนินการ | ผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เรียนจริง |

## 9.3.1 บทเรียนจากแผนฉบับเดิมของเราเอง

แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดฉบับปัจจุบัน ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 มีค่าฐานตัวชี้วัดจริงอยู่แล้ว 5 รายการ ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ใช้ต่อได้ในแผนฉบับใหม่

| ตัวชี้วัด | ค่าฐาน | เป้า 2570 | หน่วยงานรับผิดชอบ |
|---|---|---|---|
| ร้อยละประชากรอายุ 3–5 ปี เข้าเรียนระดับปฐมวัย | 88.02 | **84** ⚠️ | สพฐ./สช./อปท. |
| ร้อยละประชากรอายุ 6–14 ปี เข้าเรียนภาคบังคับ | 84.00 | 90 | สพฐ./สช./อปท./สกร. |
| ร้อยละประชากรอายุ 15–17 ปี เข้าเรียน ม.ปลายและเทียบเท่า | 51.17 | 60 | สพฐ./สช./อปท./สกร./อศจ. |
| ร้อยละผู้พิการที่ขึ้นทะเบียนได้เข้าเรียนและพัฒนาตามศักยภาพ | 88.02 | **70** ⚠️ | ศศพ. |
| การออกกลางคันของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน | 1,181 คน | 800 คน | หน่วยงานทางการศึกษา |

⚠️ **ข้อบกพร่องเชิงเทคนิค 3 ประการที่ต้องไม่ทำซ้ำในแผนฉบับใหม่**

**หนึ่ง ค่าเป้าหมายต่ำกว่าค่าฐาน** ตัวชี้วัดประชากรอายุ 3–5 ปี มีค่าฐาน 88.02 แต่ตั้งเป้าปี 2570 ไว้เพียง 84 ซึ่งแปลว่าแผนตั้งเป้าให้ผลงานแย่ลง เช่นเดียวกับตัวชี้วัดผู้พิการที่มีค่าฐาน 88.02 แต่ตั้งเป้า 70

**สอง ค่าฐานซ้ำกันโดยไม่มีเหตุผล** ตัวชี้วัดที่ 1 และที่ 4 มีค่าฐาน 88.02 เท่ากันพอดี ทั้งที่วัดคนละเรื่อง น่าสงสัยว่าเป็นการคัดลอกผิด

**สาม ตัวชี้วัดที่ตั้งค่าฐาน 100 และเป้า 100 ทุกปี** เช่น ร้อยละหน่วยงานที่ได้รับการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการแบบบูรณาการ ซึ่งไม่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงใดและไม่มีประโยชน์ในการบริหาร

📌 **ข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์** สช. ถูกระบุเป็นหน่วยงานรับผิดชอบร่วมใน 3 ตัวชี้วัดแรกอยู่แล้ว แสดงว่าแผนเดิมได้บรรจุการศึกษาเอกชนไว้ในฐานะผู้ร่วมรับผิดชอบ **แต่ยังไม่มีมาตรการเฉพาะรองรับ** การเพิ่มกลยุทธ์เฉพาะในแผนฉบับใหม่จึงเป็นการเติมช่องว่างที่มีอยู่จริง

## 9.4 หลักการตั้งค่าเป้าหมาย

ต้องพิจารณา 9 ประการ ได้แก่ ค่าฐานและแนวโน้มย้อนหลัง · ช่องว่างจากมาตรฐานหรือเป้าหมายระดับประเทศ · ความแตกต่างระหว่างอำเภอหรือกลุ่มประชากร · ทรัพยากรและความสามารถในการดำเนินงาน · ความเร่งด่วนและความรุนแรงของปัญหา · ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิด · ความคุ้มค่า · ความเป็นไปได้ทางกฎหมายและการบริหาร · ความเสี่ยงจากการตั้งเป้าต่ำหรือสูงเกินจริง

📌 **หากยังไม่มีค่าฐาน ห้ามสร้างค่าเป้าหมาย** ให้ระบุว่า "รอกำหนดหลังการสำรวจข้อมูลฐาน" และเสนอวิธีจัดทำ baseline เป็นมาตรการหนึ่งของยุทธศาสตร์

## 9.5 ชุดตัวชี้วัดต้องสมดุล

ปัจจัยนำเข้า · กระบวนการ · ผลผลิต · ผลลัพธ์ · ผลกระทบ · **ความเสมอภาคและความเหลื่อมล้ำ** · **เตือนภัยล่วงหน้า**

⚠️ แผนส่วนใหญ่มีแต่ตัวชี้วัดผลผลิต และไม่มีตัวชี้วัดความเสมอภาคกับตัวชี้วัดเตือนภัยล่วงหน้าเลย ซึ่งเป็นสองประเภทที่มีประโยชน์ที่สุดในการบริหารจริง

---

# บทที่ 10: ⚖️ ทักษะที่ 5 — กลไกขับเคลื่อนและการทำงานข้ามสังกัด

## 10.1 ปัญหาที่ต้องยอมรับก่อน

การจัดการศึกษาในจังหวัดกระจายอยู่หลายสังกัด โดยที่ **ไม่มีหน่วยงานใดมีอำนาจกำกับข้ามสังกัด** สาเหตุเชิงโครงสร้างมี 4 ประการ

| สาเหตุ | กลไกที่ทำให้เกิดปัญหา |
|---|---|
| **โครงสร้างแรงจูงใจไม่ตรงกัน** | แต่ละสังกัดถูกประเมินด้วยตัวชี้วัดของต้นสังกัดตนเอง การทุ่มทรัพยากรให้งานจังหวัดจึงไม่สร้างผลตอบแทนต่อหน่วยงาน |
| **ไม่มีอำนาจบังคับข้ามสังกัด** | ยุทธศาสตร์ที่ กศจ. เห็นชอบไม่มีผลผูกพันงบประมาณของหน่วยงานนอกสังกัด ศธ. |
| **การแข่งขันเพื่อแย่งผู้เรียน** | เมื่อผู้เรียนลดลงร้อยละ 4 ต่อปี สถานศึกษาต่างสังกัดในพื้นที่เดียวกันย่อมแข่งขันกัน ซึ่งลดแรงจูงใจในการแบ่งปันข้อมูล |
| **ระบบข้อมูลแยกส่วน** | แต่ละสังกัดมีฐานข้อมูล นิยาม และรอบจัดเก็บต่างกัน จึงไม่มีภาพรวมจังหวัดที่ใช้ร่วมกันได้ |

## 10.2 หลักการออกแบบ 5 ข้อเพื่อจัดการปัญหานี้

1. **วางสถานะเอกสารเป็นยุทธศาสตร์ร่วมของจังหวัดที่ กศจ. เห็นชอบ** โดย ศธจ. เป็นฝ่ายเลขานุการและเจ้าภาพกระบวนการ **ไม่ใช่ผู้สั่งการ** ถ้อยคำในเอกสารต้องสะท้อนสถานะนี้ตลอดทั้งฉบับ
2. **ระบุประเภทภารกิจกำกับทุกมาตรการ** พร้อมชื่อเจ้าภาพจริงและกลไกที่มีอยู่จริง
3. **ใช้ตัวชี้วัดร่วมที่ทุกสังกัดได้ประโยชน์ตรงกัน** เช่น อัตราการคงอยู่ของผู้เรียนระดับตำบล แทนตัวชี้วัดที่ให้คุณให้โทษต่อสังกัดใดสังกัดหนึ่ง
4. **แยกส่วนที่บังคับได้ออกจากส่วนที่ต้องอาศัยความสมัครใจ** และเขียนกลไกจูงใจสำหรับส่วนหลังให้ชัด เช่น การให้ความสำคัญกับโครงการที่มีความร่วมมือข้ามสังกัดในการจัดสรรงบพัฒนาจังหวัด
5. **เขียนข้อจำกัดด้านอำนาจไว้ในเอกสารอย่างเปิดเผย** เพื่อให้ กศจ. ทราบความเสี่ยงในการนำไปปฏิบัติ

## 10.3 ตาราง RACI

R = ผู้ลงมือทำ · A = ผู้รับผิดชอบผลสุดท้าย · C = ผู้ให้คำปรึกษา · I = ผู้รับทราบ

**กฎเหล็ก 3 ข้อ**

1. แต่ละแถวต้องมี **A เพียงหนึ่งเดียว** ถ้ามีสองแปลว่ายังไม่ตกลงกันจริง
2. **ห้ามใส่ A ให้ ศธจ. ในงานที่ ศธจ. ไม่มีอำนาจตัดสินใจ** เช่น กลไกความร่วมมือข้ามสังกัดในภาพรวม ผู้รับผิดชอบผลสุดท้ายควรเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด
3. หน่วยงานที่ได้ R ต้องรู้ตัวและยอมรับก่อน ไม่ใช่เพิ่งรู้ตอนอ่านแผน

**ตัวอย่าง**

| กลยุทธ์ | ศธจ. | สพป./สพม. | อาชีวศึกษา | สกร. | เอกชน | อปท. | ภาคเอกชน | จังหวัด |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ระบบเฝ้าระวังผู้เรียน | **A/R** | R | R | R | R | C | I | I |
| ปฏิบัติการอ่านออกเขียนได้ | **A/R** | R | I | I | R | C | I | I |
| ข้อมูลความต้องการกำลังคน | R | I | R | I | I | I | **A/R** | C |
| กลไกความร่วมมือข้ามสังกัด | R | C | C | C | C | C | C | **A** |
| ข้อมูลและการวางแผนรองรับผู้เรียนภาคเอกชน | **A/R** | C | I | I | R | I | I | I |

📌 **สังเกตแถวสุดท้าย** เป็นแถวเดียวที่ ศธจ. เป็นทั้ง A และ R ได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องพึ่งความสมัครใจของสังกัดอื่น เพราะเป็นภารกิจตามข้อ 11(10) ซึ่งอยู่ในอำนาจโดยตรง

---

# บทที่ 11: ⚠️ กับดัก 10 ประการที่ต้องหลีกเลี่ยง

| # | กับดัก | ทำไมจึงอันตราย | วิธีป้องกัน |
|---|---|---|---|
| 1 | สร้างข้อมูล สถิติ กฎหมาย มติ หรือแหล่งอ้างอิงที่ไม่มีอยู่จริง | ทำลายความน่าเชื่อถือทั้งฉบับ และอาจมีความรับผิดทางราชการ | ทุกตัวเลขต้องระบุแหล่ง ปี และวันที่เข้าถึง |
| 2 | คัดลอกถ้อยคำจากแผนระดับบนโดยไม่วิเคราะห์เชิงพื้นที่ | ได้เอกสารที่ใช้กับจังหวัดใดก็ได้ จึงไม่ใช้กับจังหวัดใดเลย | ทุกข้อกำหนดระดับบนต้องอธิบายว่าแปลเป็นการทำงานในอยุธยาอย่างไร |
| 3 | เขียน SWOT จากความคิดเห็นในที่ประชุมโดยไม่มีหลักฐาน | นำไปสู่กลยุทธ์ที่แก้ปัญหาที่ไม่มีอยู่จริง | ทุกข้อ SWOT ต้องมีช่องหลักฐาน |
| 4 | กำหนดโครงการก่อนวิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุ | ได้โครงการที่ทำแล้วไม่เปลี่ยนอะไร | ยึดลำดับ 7 ระยะ ห้ามข้ามไประยะ 5 |
| 5 | เสนอภารกิจเกินอำนาจหน้าที่โดยไม่ระบุผู้มีอำนาจที่แท้จริง | แผนล้มเหลวตั้งแต่วันประกาศใช้ | จำแนกภารกิจ 4 ประเภททุกมาตรการ |
| 6 | ใช้คำว่าส่งเสริม พัฒนา ยกระดับ บูรณาการ โดยไม่อธิบาย | วัดผลไม่ได้ ไม่มีใครรู้ว่าต้องทำอะไร | ใช้แบบฟอร์ม 12 คำถาม |
| 7 | ทำให้ความเห็นของผู้บริหารหรือผู้เข้าร่วมเวทีกลายเป็นข้อเท็จจริง | สร้างมาตรการบนฐานที่ไม่มั่นคง | แยกช่อง "สิ่งที่ผู้ให้ข้อมูลกล่าว" ออกจาก "หลักฐานเชิงข้อมูล" |
| 8 | ปกปิดข้อมูลที่ขัดแย้งกับข้อสรุป | เมื่อความจริงปรากฏภายหลัง จะเสียความน่าเชื่อถือมากกว่าเดิม | รายงานทั้งสองด้าน และเสนอเป็นประเด็นให้ผู้บริหารตัดสิน |
| 9 | สรุปว่าผู้เข้าร่วมเวทีเป็นตัวแทนประชากรทั้งหมด | ทำให้แผนตอบโจทย์เฉพาะกลุ่มที่มาประชุม ซึ่งมักไม่ใช่กลุ่มที่มีปัญหาที่สุด | ระบุวิธีคัดเลือกผู้เข้าร่วมและข้อจำกัดของความเป็นตัวแทนอย่างชัดเจน |
| 10 | ส่งมอบฉบับสมบูรณ์โดยไม่เปิดเผยข้อจำกัดและช่องว่างข้อมูล | ผู้ใช้เอกสารไม่ทราบว่าส่วนใดเชื่อถือได้แค่ไหน | มีภาคผนวก "บัญชีข้อจำกัดและช่องว่างข้อมูล" ทุกฉบับ |

---

# บทที่ 12: เกณฑ์ตรวจสอบคุณภาพก่อนเสนอ กศจ.

## 12.1 รายการตรวจสอบ 13 ข้อ

- [ ] ข้อมูลเป็นปัจจุบันและมีที่มาครบทุกตัวเลข
- [ ] กฎหมายและแผนที่อ้างอิงยังมีผลบังคับใช้ในช่วงเวลาที่ศึกษา
- [ ] ข้อเสนอทุกข้ออยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ และจำแนกประเภทภารกิจครบ
- [ ] ข้อสรุปทุกข้อเชื่อมโยงกลับไปยังหลักฐานได้
- [ ] ไม่มีตัวเลขหรือแหล่งอ้างอิงที่สร้างขึ้น
- [ ] กลุ่มเปราะบางและความแตกต่างเชิงพื้นที่ได้รับการพิจารณา
- [ ] ตัวชี้วัดสะท้อนผลลัพธ์และความเสมอภาค ไม่ใช่เพียงกิจกรรม
- [ ] ค่าเป้าหมายมีค่าฐานและเหตุผลรองรับ หรือระบุว่ารอจัดทำข้อมูลฐาน
- [ ] ระบุความเสี่ยง สมมติฐาน และข้อจำกัดแล้ว
- [ ] ทุกมาตรการมีเจ้าภาพจริงที่รับทราบและยอมรับ
- [ ] ภาษาและรูปแบบเหมาะสมกับเอกสารราชการ ไม่ใช้ถ้อยคำเกินจริง
- [ ] ผู้อ่านสามารถตรวจสอบย้อนกลับจากยุทธศาสตร์ไปถึงปัญหาและข้อมูลได้
- [ ] มีภาคผนวกบัญชีข้อจำกัดและช่องว่างข้อมูล

## 12.2 การตรวจสอบความสอดคล้องย้อนกลับ

**วิธีทำ:** สุ่มเลือกโครงการมา 3 โครงการ แล้วไล่ย้อนกลับตามลูกโซ่

```
โครงการ → กลยุทธ์ → ประเด็นยุทธศาสตร์ → เป้าประสงค์
        → ปัญหา → สาเหตุราก → ข้อมูล → แหล่งอ้างอิง
```

**หากขาดตอนที่จุดใด แปลว่าโครงการนั้นไม่มีเหตุผลรองรับ ต้องแก้หรือตัดออก**

📌 **ภาคผนวก จ มีตัวอย่างการตรวจจริง 5 ชุด** ครอบคลุมประเด็นยุทธศาสตร์ทั้งห้าประเด็น โดยสองในห้าชุดเป็นตัวอย่างที่ลูกโซ่ขาดตอน ซึ่งตั้งใจใส่ไว้ เพราะการเห็นลูกโซ่ที่ขาดมีคุณค่าในการเรียนรู้มากกว่าการเห็นเฉพาะตัวอย่างที่สมบูรณ์

## 12.3 รายการที่ต้องแนบท้ายเอกสารทุกฉบับ

1. ประเด็นที่ยืนยันได้จากหลักฐาน
2. ประเด็นที่เป็นผลการวิเคราะห์ของคณะทำงาน
3. ประเด็นที่เป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย
4. ประเด็นที่ยังต้องตัดสินใจโดยผู้บริหาร
5. ช่องว่างข้อมูล
6. ข้อจำกัดของการศึกษา
7. ประเด็นที่ต้องส่งฝ่ายกฎหมายตรวจสอบ

---

# ภาคผนวก ก: ใบงานสำหรับคณะทำงาน

## ✍️ ใบงานที่ 1: จำแนกประเภทภารกิจ

| มาตรการที่เสนอ | ประเภท (1/2/3/4) | ฐานอำนาจ (ข้อ 11 ข้อใด) | เจ้าภาพหลักที่แท้จริง | กลไกที่จะใช้ |
|---|---|---|---|---|
| | | | | |
| | | | | |
| | | | | |

## ✍️ ใบงานที่ 2: SWOT ที่มีหลักฐาน

| รหัส | ประเด็น | หลักฐาน (แหล่ง + ปี) | ตรวจสอบได้จริงหรือไม่ |
|---|---|---|---|
| S1 | | | ☐ ได้ ☐ เป็นเพียงความเห็น |
| S2 | | | ☐ ได้ ☐ เป็นเพียงความเห็น |
| W1 | | | ☐ ได้ ☐ เป็นเพียงความเห็น |
| W2 | | | ☐ ได้ ☐ เป็นเพียงความเห็น |
| O1 | | | ☐ ได้ ☐ เป็นเพียงความเห็น |
| T1 | | | ☐ ได้ ☐ เป็นเพียงความเห็น |

## ✍️ ใบงานที่ 3: แบบฟอร์มกลยุทธ์ 12 คำถาม

| # | คำถาม | คำตอบ |
|---|---|---|
| 1 | ปัญหาหรือโอกาสคืออะไร | |
| 2 | มีหลักฐานใดรองรับ (แหล่ง + ปี) | |
| 3 | สาเหตุรากคืออะไร | |
| 4 | ใครและพื้นที่ใดได้รับผลกระทบ | |
| 5 | เกี่ยวข้องกับกฎหมายหรือแผนใด | |
| 6 | ผลลัพธ์ที่ต้องการคืออะไร | |
| 7 | กลไกใดจะทำให้เกิดผลลัพธ์นั้น | |
| 8 | หน่วยงานใดรับผิดชอบ (ระบุประเภทภารกิจ) | |
| 9 | ต้องใช้ทรัพยากรอะไร | |
| 10 | มีความเสี่ยงและผลกระทบที่ไม่ตั้งใจอะไร | |
| 11 | จะวัดความสำเร็จอย่างไร | |
| 12 | หากผลไม่เป็นไปตามเป้าจะปรับตัวอย่างไร | |

## ✍️ ใบงานที่ 4: แบบฟอร์มตัวชี้วัด 13 องค์ประกอบ

| องค์ประกอบ | เนื้อหา |
|---|---|
| ชื่อตัวชี้วัด | |
| นิยาม | |
| เหตุผลที่เลือก | |
| สูตรคำนวณ | |
| หน่วยนับ | |
| ปีฐาน / ค่าฐาน | |
| ค่าเป้าหมายรายปี + เหตุผล | |
| แหล่งข้อมูล | |
| ความถี่ในการวัด | |
| ระดับการจำแนกข้อมูล | |
| หน่วยงานเจ้าของข้อมูล / รับผิดชอบ | |
| วิธีตรวจสอบคุณภาพข้อมูล | |
| ข้อจำกัด + แนวทางเมื่อต่ำกว่าเป้า | |

## ✍️ ใบงานที่ 5: บัญชีข้อมูลที่หน่วยงานของท่านมีและพร้อมแบ่งปัน

| ชุดข้อมูล | มีหรือไม่ | ระดับความละเอียด | ย้อนหลังกี่ปี | รอบจัดเก็บ | ส่งได้ภายในวันที่ | เงื่อนไข/ข้อจำกัด |
|---|---|---|---|---|---|---|
| จำนวนผู้เรียนจำแนกรายอำเภอ | | | | | | |
| เด็กนอกระบบ / เด็กเสี่ยงออกกลางคัน | | | | | | |
| ผลการประเมินการอ่าน / ผลสัมฤทธิ์ | | | | | | |
| นักเรียนยากจน / พิการ / ไร้สัญชาติ | | | | | | |
| ขนาดสถานศึกษาและอัตรากำลังครู | | | | | | |
| ภาวะการมีงานทำของผู้จบการศึกษา | | | | | | |
| ผู้เรียนและสถานศึกษาเอกชนรายอำเภอ | | | | | | |

---

# ภาคผนวก ข: ตัวอย่างกำหนดการประชุมเชิงปฏิบัติการ

| เวลา | กิจกรรม | ผลผลิต |
|---|---|---|
| 09.00–09.30 | เปิดการประชุม และชี้แจงสถานะงานปัจจุบัน | ความเข้าใจร่วมเรื่องกรอบเวลาและกำหนดเสนอ กศจ. |
| 09.30–10.30 | บรรยาย บทที่ 1–3 เหตุใดแผนจึงไม่ถูกใช้ / ฐานอำนาจ / แผนที่ของแผน | ทัศนคติและกรอบกฎหมายร่วม |
| 10.45–11.30 | บรรยาย บทที่ 4 ข้อเท็จจริงของอยุธยา และอภิปรายว่าตัวเลขใดน่าสงสัย | รายการข้อมูลที่ต้องตรวจสอบ |
| 11.30–12.00 | **ใบงานที่ 5** แต่ละหน่วยงานกรอกบัญชีข้อมูลที่ตนมี | บัญชีข้อมูลระดับจังหวัดฉบับแรก |
| 13.00–14.30 | ปฏิบัติการ **ใบงานที่ 2** SWOT ที่มีหลักฐาน แบ่งกลุ่มย่อยตามกลุ่มอำเภอ | ร่าง SWOT ที่ทุกข้อมีหลักฐาน |
| 14.45–16.00 | ปฏิบัติการ **ใบงานที่ 1 และ 3** จำแนกภารกิจและเขียนกลยุทธ์ 12 คำถาม | ร่างกลยุทธ์กลุ่มละ 2 ข้อ |
| 16.00–16.30 | นำเสนอกลุ่มและสรุป พร้อมมอบหมายงานติดตาม | มติเรื่องกำหนดส่งข้อมูลของแต่ละหน่วยงาน |

---

# ภาคผนวก ค: คำศัพท์สำคัญ

| คำ | ความหมายที่ใช้ในโครงการนี้ |
|---|---|
| **ประเด็นยุทธศาสตร์** | หัวข้อใหญ่ที่รวมกลยุทธ์หลายข้อไว้ด้วยกัน ตอบว่าเราจะมุ่งแก้เรื่องอะไร |
| **กลยุทธ์** | วิธีการที่จะทำให้เกิดผลลัพธ์ตามประเด็นยุทธศาสตร์ |
| **ผลผลิต (Output)** | สิ่งที่เกิดขึ้นทันทีจากกิจกรรม เช่น จำนวนครูที่ได้รับการนิเทศ |
| **ผลลัพธ์ (Outcome)** | การเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น สัดส่วนเด็กที่อ่านออกเพิ่มขึ้น |
| **ผลกระทบ (Impact)** | การเปลี่ยนแปลงระยะยาวในระดับสังคม |
| **ค่าฐาน (Baseline)** | ค่าของตัวชี้วัด ณ ปีเริ่มต้น ใช้เป็นจุดเปรียบเทียบ |
| **Theory of Change** | คำอธิบายว่าเหตุใดกิจกรรมที่ทำจึงจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการ พร้อมสมมติฐานที่ต้องเป็นจริง |
| **สาเหตุราก (Root Cause)** | สาเหตุชั้นลึกที่ถ้าแก้ได้จะทำให้ปัญหาไม่กลับมาอีก |
| **ตัวชี้วัดเตือนภัยล่วงหน้า** | ตัวชี้วัดที่เปลี่ยนแปลงก่อนที่ปัญหาจะรุนแรง ใช้เพื่อปรับตัวทัน |
| **ภารกิจประเภทที่ 1–4** | การจำแนกว่า ศธจ. ทำเองได้ ประสานได้ ต้องร่วมกับผู้อื่น หรือต้องเสนอผู้มีอำนาจ |

---

# ภาคผนวก ง: แหล่งอ้างอิงที่ใช้ในเอกสารฉบับนี้

1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 3 เมษายน 2560
2. พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 ฯ พ.ศ. 2565 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2565
3. ประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การแบ่งหน่วยงานภายในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ลงวันที่ 28 เมษายน 2566
4. มติคณะรัฐมนตรี วันที่ 28 พฤษภาคม 2567 เรื่อง มาตรการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout)
5. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ลงวันที่ 29 เมษายน 2569
6. สำนักงานสถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานสถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2567 และ พ.ศ. 2568
7. สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ข้อมูลจังหวัด ณ สิงหาคม 2568
8. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575)
9. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แผนพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2566–2570 ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
10. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ข้อมูลเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ณ ธันวาคม 2567
11. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ การประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนแผนพัฒนาการศึกษาระดับจังหวัดสู่การจัดทำแผนยุทธศาสตร์การศึกษาระดับภาค ภายใต้แนวคิด "All for Education" วันที่ 27–28 สิงหาคม 2569

**เอกสารภายในของ ศธจ.พระนครศรีอยุธยา ที่ใช้เป็นฐานข้อมูลหลัก**

12. แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2566–2570 (ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568) — ตารางที่ 10 หน้า 13, วิสัยทัศน์และประเด็นยุทธศาสตร์ หน้า 44, ตัวชี้วัดประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 หน้า 45
13. แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของ ศธจ.พระนครศรีอยุธยา (ฉบับปรับปรุงตามงบประมาณที่ได้รับจัดสรร) — ตารางที่ 7 ข้อมูล ณ 10 มิถุนายน 2568, ตารางที่ 17 ข้อมูล ณ เมษายน 2569, บัญชีงบประมาณจัดสรร
14. แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566–2570) ของ ศธจ.พระนครศรีอยุธยา เอกสารลำดับที่ 3/2566 กลุ่มนโยบายและแผน

⚠️ **หมายเหตุสำคัญ:** รายการที่ 1–5 ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์หน่วยงาน **ยังไม่ได้ตรวจทานกับตัวบทในราชกิจจานุเบกษา** ก่อนนำไปอ้างอิงในเอกสารราชการฉบับจริง ต้องตรวจสอบสถานะปัจจุบัน เลขราชกิจจานุเบกษา และการแก้ไขเพิ่มเติมทุกฉบับ

---

# ภาคผนวก จ: ตัวอย่างการตรวจสอบความสอดคล้องย้อนกลับ 5 ชุด

ภาคผนวกนี้ใช้เป็นสื่อการสอนและแบบฝึกในกลุ่มย่อย โดยแนะนำให้แจกทีละชุด แล้วให้กลุ่มลองตัดสินเองก่อนว่าลูกโซ่ขาดตอนหรือไม่ ก่อนเฉลย

**ลูกโซ่ที่ใช้ตรวจ** โครงการ → กลยุทธ์ → ประเด็นยุทธศาสตร์ → ปัญหา → สาเหตุราก → ข้อมูล → แหล่งอ้างอิง

## จ.1 ภาพรวมทั้งห้าชุด

| # | ประเด็นยุทธศาสตร์ | ลักษณะงาน | ประเภทภารกิจ | ผลการตรวจ |
|---|---|---|---|---|
| 1 | 1 โอกาสและความเสมอภาค | สร้างระบบข้อมูลติดตามผู้เรียน | 1 และ 3 | ไม่ขาดตอน |
| 2 | 2 คุณภาพการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน | คัดกรองและนิเทศ | 1 และ 2 | **ขาดตอนบางส่วนที่ขั้น 6** |
| 3 | 5 ระบบข้อมูลและกลไกบูรณาการ | วางแผนรองรับความเสี่ยง | 1, 2 และ 4 | ไม่ขาดตอน |
| 4 | 3 เส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น | จัดทำแผนที่และระบบส่งต่อ | 1, 2 และ 3 | ไม่ขาดตอน |
| 5 | 4 กำลังคนอยุธยา | สำรวจและเผยแพร่ข้อมูล | 3 | ไม่ขาดตอน |

⚠️ **ข้อสังเกตที่ควรชี้ให้ผู้เข้าร่วมเห็น** ตัวอย่างที่ 5 เคยขาดตอนและปิดได้แล้วเมื่อได้รับรายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัด ส่วนตัวอย่างที่ 2 ปิดขั้นปัญหาได้แล้วด้วยดัชนีความก้าวหน้าของคน **เหลือเพียงขั้นข้อมูลที่ยังขาด เพราะผลสัมฤทธิ์ที่มีครอบคลุมเพียงร้อยละ 28.2 ของนักเรียนทั้งจังหวัด และยังไม่มีผลการคัดกรองการอ่านระดับต้น**

## จ.2 ชุดที่ 1 บัญชีเด็กนอกระบบรายตำบล — ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1

| ขั้น | เนื้อหา |
|---|---|
| โครงการ | เชื่อมข้อมูลทะเบียนราษฎรกับข้อมูลนักเรียนทุกสังกัด ระบุเด็กอายุ 3–18 ปีที่ไม่มีรายชื่อในสถานศึกษาใด จัดทำบัญชีรายตำบล มอบหมายผู้รับผิดชอบรายตำบล รายงานรายภาคเรียนต่อ กศจ. |
| กลยุทธ์ | 1.1 ระบบเฝ้าระวังและติดตามผู้เรียนรายบุคคลระดับตำบล |
| ปัญหา | เด็กจำนวนหนึ่งไม่อยู่ในระบบ และเด็กที่พากลับแล้วหลุดออกซ้ำ |
| สาเหตุราก | ไม่มีระบบข้อมูลติดตามเด็กรายบุคคลที่ใช้ร่วมข้ามสังกัดและข้ามพื้นที่ |
| ข้อมูล | เด็กนอกระบบทั้งประเทศ 982,304 คน ณ ธ.ค. 2567 มีการเคลื่อนเข้าออกตลอดเวลา · ค่าฐานการออกกลางคันของจังหวัด 1,181 คน เป้า 800 คน ซึ่งขัดแย้งกับรายงานสถิติจังหวัดที่ระบุ 110 คน · มีข้อมูลรายอำเภอแล้วแต่ยังไม่มีบัญชีเด็กนอกระบบรายตำบล |
| แหล่งอ้างอิง | มติ ครม. 28 พ.ค. 2567 · กสศ. ธ.ค. 2567 · แผนฉบับทบทวน 2568 · ข้อ 11 (4) และ (5) |

**คำถามชวนคิดสำหรับกลุ่มย่อย** ถ้าเรามีเฉพาะจำนวนเด็กนอกระบบระดับประเทศ แต่ไม่มีของจังหวัด เราเขียนโครงการนี้ได้หรือไม่ และถ้าได้ ต้องเขียนอย่างไรจึงจะไม่เป็นการสร้างตัวเลข

## จ.3 ชุดที่ 2 การคัดกรองการอ่าน — ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2

| ขั้น | เนื้อหา |
|---|---|
| โครงการ | คัดกรองการอ่าน ป.1–ป.3 ทุกสังกัดด้วยเครื่องมือเดียวกันปีละ 2 ครั้ง จัดพื้นที่มุ่งเป้า นิเทศไม่น้อยกว่า 4 ครั้งต่อโรงเรียนต่อปี |
| กลยุทธ์ | 2.1 ปฏิบัติการอ่านออกเขียนได้ระดับจังหวัด |
| ปัญหา | ผู้เรียนส่วนหนึ่งยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ตามเกณฑ์ และผลสัมฤทธิ์ของจังหวัดถดถอยเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น |
| สาเหตุราก | โรงเรียนขนาดเล็กไม่มีครูครบสาระ ประกอบกับไม่มีเครื่องมือคัดกรองร่วม |
| ข้อมูล | สถานศึกษา 737 แห่ง ผู้เรียน 148,373 คน เฉลี่ย 201 คนต่อแห่ง สพป. เขต 2 เฉลี่ย 130 คน · ค่าฐานร้อยละ 6–14 ปี เข้าเรียนภาคบังคับ 84.00 · คะแนน O-NET มัธยมปลาย 28.84 อันดับ 57 · **ผลการประเมินการอ่านรายโรงเรียนครบทุกสังกัดยังไม่มี** มีเฉพาะ สพป. เขต 1 |
| แหล่งอ้างอิง | แผนปฏิบัติราชการ 2569 ตารางที่ 7 · แผนฉบับทบทวน 2568 · แผนพัฒนาจังหวัดฉบับทบทวน 2570 ตารางที่ 2.1 · ข้อ 11 (7) และ (10) |

**เฉลย** ลูกโซ่ขาดตอนบางส่วนที่ขั้นข้อมูล เพราะผลสัมฤทธิ์ที่มียังครอบคลุมเพียงร้อยละ 28.2 ของนักเรียนทั้งจังหวัด และยังไม่มีผลการคัดกรองการอ่านระดับต้น

**คำถามชวนคิด** ถ้าเราเดินหน้าทำโครงการนี้ทั้งที่ยังไม่มีผลการคัดกรอง จะเกิดอะไรขึ้นในปีที่สามเมื่อต้องรายงานผล

## จ.4 ชุดที่ 3 การวางแผนรองรับผู้เรียนภาคเอกชน — ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5

| ขั้น | เนื้อหา |
|---|---|
| โครงการ | รวบรวมแนวโน้มผู้เรียนรายสถานศึกษาเอกชนย้อนหลัง 5 ปีจากข้อมูลในงานประจำ จัดทำบัญชีการวางแผนรองรับรายตำบลเป็นเอกสารภายใน และจัดทำแนวปฏิบัติคุ้มครองผู้เรียน |
| กลยุทธ์ | 5.3 ระบบข้อมูลเพื่อการวางแผนรองรับผู้เรียน |
| ปัญหา | สถานศึกษาเอกชนเลิกกิจการโดยแจ้งล่วงหน้าสั้น ผู้เรียนต้องย้ายกลางปี |
| สาเหตุราก | ไม่มีระบบสัญญาณเตือนล่วงหน้า ทราบเรื่องเมื่อยื่นขอเลิกกิจการแล้ว |
| ข้อมูล | ผู้เรียนเอกชนลดร้อยละ 8.1 เทียบทั้งจังหวัดร้อยละ 3.9 · เป็นต้นทางของการลดลงร้อยละ 36.2 ทั้งที่มีผู้เรียนร้อยละ 16.6 · ขนาดเฉลี่ย 616 คนต่อแห่ง เทียบค่าเฉลี่ยจังหวัด 201 คน |
| แหล่งอ้างอิง | แผนฉบับทบทวน 2568 ตารางที่ 10 · แผนปฏิบัติราชการ 2569 ตารางที่ 7 17 และบัญชีงบประมาณ · พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน · ข้อ 11 (10) |

**คำถามชวนคิด** ชุดนี้ใช้งบประมาณที่มีอยู่แล้วโดยไม่ขอตั้งงบใหม่ในสองปีแรก เหตุใดจึงทำได้ และมีมาตรการอื่นในแผนของเราที่ทำแบบเดียวกันได้อีกหรือไม่

## จ.5 ชุดที่ 4 แผนที่เส้นทางการเรียนรู้ทางเลือก — ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3

| ขั้น | เนื้อหา |
|---|---|
| โครงการ | จัดทำแผนที่เส้นทางการเรียนรู้ทางเลือกทั้งจังหวัด ระบุที่ตั้ง เงื่อนไขการรับ ความจุ และช่องทางสมัคร แล้วเชื่อมกับระบบส่งต่อจากชุดที่ 1 |
| กลยุทธ์ | 3.1 เส้นทางการเรียนรู้ทางเลือกสำหรับผู้เรียนที่ต้องทำงานหรือหลุดจากระบบ |
| ปัญหา | เด็กที่พากลับเข้าระบบหลุดออกซ้ำ เพราะถูกส่งกลับเข้าเส้นทางเดิมที่ไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขชีวิต |
| สาเหตุราก | จังหวัดไม่มีแผนที่รวมว่ามีเส้นทางใดบ้าง อยู่ที่ใด รับเงื่อนไขแบบใด และรับได้อีกเท่าใด |
| ข้อมูล | ค่าฐานร้อยละประชากรอายุ 15–17 ปี เข้าเรียนมัธยมปลายและเทียบเท่า **51.17** เป้า 60 · เส้นทางที่มีอยู่จริง สกร. 16 แห่ง 11,603 คน อาชีวศึกษารัฐ 9 แห่ง 7,244 คน อาชีวศึกษาเอกชน 5 แห่ง 3,779 คน ศูนย์การเรียนรู้ปัญญาภิวัฒน์ 1 แห่ง 276 คน |
| แหล่งอ้างอิง | แผนฉบับทบทวน 2568 ตัวชี้วัด ปย.1 · แผนปฏิบัติราชการ 2569 ตารางที่ 7 · ระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ · ข้อ 11 (5) (7) และ (10) |

**คำถามชวนคิด** ค่าฐาน 51.17 หมายความว่าเกือบครึ่งหนึ่งของเยาวชนอายุ 15–17 ปีไม่ได้อยู่ในระบบ ตัวเลขนี้อยู่ในแผนฉบับเดิมมาตลอด เหตุใดจึงไม่เคยกลายเป็นประเด็นยุทธศาสตร์

## จ.6 ชุดที่ 5 รายงานความต้องการกำลังคนจังหวัด — ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4

| ขั้น | เนื้อหา |
|---|---|
| โครงการ | สำรวจความต้องการทักษะและตำแหน่งงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรม หอการค้า แรงงานจังหวัด และจัดหางานจังหวัด ปีละ 1 ครั้ง จัดทำรายงานเผยแพร่ให้ทุกสถานศึกษา |
| กลยุทธ์ | 4.1 ระบบข้อมูลความต้องการกำลังคนระดับจังหวัด |
| ปัญหา | สถานศึกษาวางแผนหลักสูตรโดยไม่มีข้อมูลความต้องการทักษะของสถานประกอบการ |
| สาเหตุราก | ไม่มีกลไกถาวรที่แปลความต้องการฝั่งนายจ้างเป็นข้อมูลที่สถานศึกษาใช้วางแผนได้ |
| ข้อมูล | ปี 2568 จังหวัดมีตำแหน่งงานว่าง 15,371 อัตรา ผู้สมัคร 11,310 คน บรรจุงาน 9,477 คน · สายอาชีวศึกษาขาดแคลน 2.08 ตำแหน่งต่อผู้สมัคร 1 คน · **ภาวะการมีงานทำของผู้จบรายบุคคลและความต้องการสมรรถนะเฉพาะเจาะจงยังไม่มี** |
| แหล่งอ้างอิง | สำนักงานแรงงานจังหวัด รายงานสถานการณ์ด้านแรงงาน 2568 และไตรมาส 2 ปี 2569 · สภาอุตสาหกรรมจังหวัด 2565 · แผนปฏิบัติราชการ 2569 ตารางที่ 7 · ข้อ 11 (9) และ (11) |

**เฉลย** ลูกโซ่ไม่ขาดตอนแล้ว หลังได้ข้อมูลอุปสงค์แรงงาน ปัญหาที่เหลือคือข้อมูลไม่ถูกแปลและส่งถึงสถานศึกษา ไม่ใช่การไม่มีข้อมูล

**คำถามชวนคิด** ชุดนี้มีผู้รับผิดชอบผลสุดท้ายเป็นสำนักงานแรงงานจังหวัด ไม่ใช่เรา ถ้าเราเขียนให้ตัวเองเป็นเจ้าภาพหลัก จะเกิดอะไรขึ้นในทางปฏิบัติ

## จ.7 บทเรียนหกข้อ ใช้สรุปท้ายกิจกรรมกลุ่ม

1. **ลูกโซ่ที่ครบ ไม่ได้แปลว่าข้อมูลครบ** ความต่างคือเรารู้ว่าขาดอะไรและขาดตรงไหน ซึ่งต่างจากการไม่รู้ว่าตัวเองขาด
2. **ลูกโซ่ที่ขาด บอกว่าต้องทำอะไรก่อน** ไม่ใช่เขียนโครงการไปก่อนแล้วหาข้อมูลมารองรับทีหลัง
3. **ข้อมูลที่ใกล้ตัวที่สุด มักพร้อมใช้ที่สุด** เรื่องที่หน่วยงานถือครองข้อมูลเองในงานประจำ ทำได้เร็วที่สุด
4. **เจ้าภาพไม่จำเป็นต้องเป็นเราเสมอไป** การเขียนให้ตัวเองเป็นเจ้าภาพหลักในงานที่ไม่มีอำนาจ คือการเขียนเกินอำนาจหน้าที่
5. **โครงการที่ดีมักเชื่อมกันเอง** ลูกโซ่ช่วยให้เห็นว่าโครงการใดต้องทำคู่กัน
6. **ค่าฐานที่มีอยู่แล้ว มีค่ามากกว่าที่คิด** แต่จะเห็นความหมายก็ต่อเมื่อเอามาวางในลูกโซ่ของปัญหาที่ชัดเจน

---

# ภาคผนวก ฉ: เว็บไซต์เผยแพร่สู่สาธารณะ

วิธีทำงาน เครื่องมือ และข้อจำกัดของโครงการนี้ ได้รับการเผยแพร่เป็นเว็บไซต์สาธารณะเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จัดทำโดย บูรพาทิศ พลอยสุวรรณ์ ผู้วิจัยอิสระ

**เนื้อหาบนเว็บไซต์ 8 หน้า** หน้าแรก · วิธีจัดทำ · ตัวอย่างลูกโซ่ 5 ชุด · อำนาจหน้าที่ · ข้อมูลจังหวัด · การศึกษาเอกชน · เอกสารและลิงก์ · เกี่ยวกับ

**สิ่งที่ผู้เข้าร่วมประชุมใช้ประโยชน์ได้** ดาวน์โหลดเอกสารทั้งชุดรวมใบงานและแบบประเมิน · เข้าถึงเว็บไซต์หน่วยงานต้นสังกัดของสถานศึกษาในจังหวัดครบทุกสังกัด · ทบทวนเนื้อหาการบรรยายย้อนหลังได้ด้วยตนเอง

⚠️ **ข้อควรทราบ** เว็บไซต์ดังกล่าวไม่ใช่เอกสารทางการของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาหรือหน่วยงานใด และระบุข้อจำกัดของงานไว้อย่างเปิดเผยตามหลักการเดียวกับที่ใช้ในเอกสารฉบับนี้

---

*เอกสารประกอบการบรรยาย จัดทำเมื่อ 31 สิงหาคม 2569*
